รีวิว เรียนไปเที่ยวไป ณ ฮาร์บิน (ฉบับคอร์สระยะสั้น ฤดูใบไม้ผลิ) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#แลกเปลี่ยนระยะสั้น #แลกเปลี่ยนจีน #ฮาร์บิน #นักเรียนแลกเปลี่ยน
 
          สวัสดีค่า  นี่เป็นกระทู้แรกของเราในเว็บเด็กดี ก่อนอื่นเลย ขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ เราชื่อ ‘ จีน ’ อยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  เราอยากแบ่งปันประสบการณ์ที่ไปเรียนคอร์สซัมเมอร์มาที่เมืองหนึ่งของประเทศจีน ชื่อว่า ‘ ฮาร์บิน ’ เมืองหลวงของภาคเหนือที่มี lifestyle เหมือนยุโรป และค่าครองชีพที่ใคร ๆ ก็บอกได้เลยว่า “ เห้ย !! ทำไมถูกจังแว้ " (ก็มันถูกจริง ๆ นี่นา ) รีวิวนี้เราจะขอเล่าเรื่องแบบกะทัดรัดนะคะ จะได้ไม่ลายตามาก 5555
ปล . ขอชี้แจงก่อนว่าการไปเรียนซัมเมอร์ครั้งนี้เราไปโดยใช้จ่ายเอง ไม่มีทุนนะคะ เนื่องจากมหาลัยที่นั่นจะมีทุนให้เฉพาะปริญญาโท ส่วน Agency ที่เราไป จะแปะลิงค์ไว้ด้านล่างสุดให้ค่า

ทำความรู้จักฮาร์บินกันเถอะ
           ฮาร์บิน เป็นเมืองหลวงของมณฑลเฮย์หลงเจียง มีสภาพอากาศที่ร้อนสุดโต่ง และหนาวมาก เรียกว่าเต็มที่กับสภาพอากาศจริง ๆ ค่ะ เมืองนี้ได้รับอิทธิพลมาจากรัสเซีย เลยมีชาวต่างชาติอยู่เยอะมาก และก็สะอาดมาก ๆ ด้วยค่ะ เนื่องจากเมื่อก่อนฮาร์บินไม่ได้เป็นเมืองที่ใหญ่โตเหมือนเซียงไฮ้ และปักกิ่ง จึงมีค่าครองชีพพอ ๆ  กับกรุงเทพ ฯ ทั้งค่าอาหาร ของใช้ แถมค่าเดินทาง เช่น รถเมล์ รถไฟใต้ดิน ก็มีราคาแค่ 5 -10 บาทเท่านั้น ( แต่แท็กซี่ราคาเหมือนไทยค่ะ 5555 )

มหาฯลัยจ๋าฉันมาแล้ว
          มหา ฯ ลัยแลกเปลี่ยนครั้งนี้ มีชื่อว่า Harbin Institute of Technology ( HIT ) เป็นมหาลัยอันดับ 1 ของฮาร์บิน และติดอันดับ Top 10 ของประเทศจีน ซึ่งมีแลกเปลี่ยนภาษาหลายคอร์สให้เลือกเยอะมาก สำหรับคนไม่มีพื้นฐานก็สามารถไปเรียนได้ค่ะ เพราะมีสอบวัดระดับอีกด้วย

          ในมหาลัยจะมีโรงอาหารอยู่ 3 ที่ แต่ละที่ก็จะอยู่ติด ๆ กัน ซึ่งโรงอาหารตรงกลาง จะเป็นที่เติมเงินบัตรนักเรียนค่ะ
นักเรียน / นักศึกษาส่วนใหญ่จะแน่นในโรงอาหารตั้งแต่ 11.00 น. - 12.00 น.


          นอกจากนี้ ที่มหา ฯ ลัยก็มีซุปเปอร์มาร์เก็ตให้ด้วยค่ะ และก็ยังมีโรงหนังในมหาลัยด้วย เราไปมาหมดยกเว้นโรงหนังค่ะ ร้องไห้หนักมาก 55555

          ซุปเปอร์มาเก็ตจะอยู่ตรงทางเลี้ยวระหว่างหอ 10 และตึกลงทะเบียน ที่นี่มีของขายตั้งแต่ของจุกจิกจนถึงเราท์เตอร์วายฟาย 5555 ร้านยอดฮิตของเราคือ ร้านชานมไข่มุกในซุปเปอร์มาร์เก็ตค่ะ มีโปรซื้อครบ 10 แก้ว แถม 1 แก้วด้วย กินค่ะ กินวนไป 555555

ตารางเรียนต้องพร้อม เวลาเรียนต้องเป๊ะ

แน่นอนว่า HIT เรียนหนักสมชื่อจริง ๆ เวลาเรียนก็จะมีคร่าว ๆ ดังนี้
- 1 วัน จะเรียน 2 คาบ คาบละ 2 ชม.  
- 8.00 น. - 12.00 น. และ 13.00 น. - 17.00 น.
- แต่ละคาบก็พักเบรก 10 นาที 
- วิชาที่เรียนจะมี 3 วิชาหลัก ๆ คือ ฟัง - พูด - อ่าน / เขียน


          ที่นี่เข้าสอนคาบตรงต่อเวลามาก ส่วนการบ้านก็เยอะเช่นกันค่ะ 55555 แต่ก็มีกิจกรรมเยอะเหมือนกัน เช่น กีฬาสี งานจิบน้ำชาที่จัดทุกสัปดาห์ กิจกรรมจัดบอร์ดห้อง ฯลฯ แต่เราเรียนแค่ 1 เดือน เลยอยู่ทันแค่จัดบอร์ดห้อง กับงานจิบน้ำชา เสียดายมาก T^T ส่วนเรื่องเพื่อน ตอนแรกก็กลัวว่าจะเข้ากับใครไม่ได้ แต่ตรงกันข้ามเลยค่ะ ได้เพื่อนเยอะมากทั้งไทยและต่างชาติเลยค่ะ


หอพักกับการสุ่มเมท
          เมื่อเรามาถึงมหา ฯ ลัย สิ่งแรกที่ต้องทำคือลงทะเบียนหอพัก ซึ่งพี่เจลที่เป็นเจ้าของโครงการก็จะเป็นคนจัดการให้ค่ะ เมื่อลงทะเบียนหอพักเสร็จ ก็จะได้บัตรนักศึกษามาค่ะ เป็นบัตรที่เอาไว้เซนเซอร์เข้า - ออกหอพัก , ซื้ออาหารในโรงอาหาร และก็สามารถใช้ซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ตแทนเงินสดได้ด้วย หรือถ้าหากเราจำชื่อของตัวเองไม่ได้ บัตรนี้ก็เขียนชื่อของเราไว้ สบายใจได้ค่ะ 5555


          ที่มหา ฯ ลัยนี้มีหอพักเยอะมาก ซึ่งแต่ละหอจะแทนด้วยตัวเลข เช่น หอ 10 หอ 13 หอ 6 ( ทุกหอเป็นหอรวม )
- แต่ละห้องพัก 1 ห้องใหญ่ มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
- 1 ห้องนอน จะมีนักเรียน 2 คน
- สรุปง่าย ๆ คือ 1 ห้อง จะมีนักเรียนต่างชาติ 4 คน
          เราได้อยู่หอ 10 ค่ะ จากการสุ่มเมทถือว่าโชคดีมาก เพราะเราได้เมทเป็นรุ่นน้องคนไทยที่มาเรียนแลกเปลี่ยน 2 เดือน และอีกห้องเป็นคนมองโกเลียค่ะ ( ถามไปถามมา เมทมองโกเป็นนักศึกษาปริญญาโท คณะบริหาร มายก๊อดดด 5555 ) ห้องเรามีแค่ 3 คน อบอุ่นดีค่ะ 5555 และห้องของเราถือว่ามีวิวสวยมาก ช่วงหิมะตกนี่ได้อารมณ์ศิลป์สุด ๆ 



ปล . แต่ละห้องจะมีเฟอร์นิเจอร์และการจัดพื้นที่ห้องไม่เหมือนกัน และบางหอห้องน้ำกับห้องถ่ายจะแยกจากกัน บางหอก็จะรวมกัน เราไม่ได้ถ่ายรูปห้องไว้เลย จึงวาดแผนผังห้องพักมาให้ดูพอเข้าใจนะคะ T^T

          แน่นอนว่าการอยู๋หอจะต้องมีค่าน้ำ ค่าไฟ แต่ที่นี่จะเสียแค่ค่าไฟค่ะ น้ำใช้ฟรี 5555 เราโชคดีมากที่ได้อยู่หอ 10 เพราะว่าที่จ่ายค่าไฟอยู่ตรงชั้น 1 หอ 10 พอดี หออื่นเดินขาลากค่ะ 5555

          ส่วนเรื่องซักผ้า ที่หอก็จะมีที่ซักให้ค่ะ วิธีการซักก็คือจะต้องไปแลกเหรียญกับเคาน์เตอร์ชั้น 1 ค่ะ ราคา 2 หยวน = 10 บาท เวลาตากผ้า ก็จะมีจุดตากผ้าให้ แต่เรากับเมทรุ่นน้องจะตากในห้องค่ะ กลัวเสื้อผ้าหาย 55555 
          เดี๋ยวเรื่องต่อไปเราจะมาต่อในคอมเม้นนะคะ ตัวอักษรจะไม่พอ ร้องไห้หนักมาก 5555 สำหรับ Ep. นี้ เราขอจบลงด้วยรูปมหา ฯ ลัยที่เราตระเวนถ่ายมา และคลิปวิดีโอกาก ๆ ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ 55555


สำหรับใครที่รอเรื่องเที่ยว + ของกิน เจอกันในคอมเมนท์ได้เลยค่า smiley 
 
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ขอโทษที่ทำให้รอนานนะคะ งานเยอะมาก ๆ เลย T^T มาต่อกันที่สถานที่ท่องเที่ยวและอาหารนะคะ ฮาร์บินจะมีที่เที่ยวสำคัญ ๆ อยู่ 3 แห่ง ก็คือโบสถ์เซฟโซเฟีย แม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง และถนนคนเดินจงยางค่ะ 3 ที่นี้จะเป็น Top ของฮาร์บิน ไม่รวมพวกห้างใหญ่และมินิโซนะคะ 55555 ซึ่งวิธีการไปแต่ละที่นั้นไม่ยากเลย เพราะนั่งรถเมล์ต่อเดียว 3 ที่นี้ก็จะเชื่อมโยงกันค่ะ

    1. โบสถ์จงยาง
    เป็นโบสถ์ที่ตั้งอยู่กลางใจเมื่อง คล้ายกับโบสถ์ยุโรป ส่วนตัวเราชอบไปตอนกลางคืน เพราะแสงโบสถ์จะสวยมากๆเลยค่า



    2. แม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง

    สถานที่นี้เราแนะนำไปช่วงฤดูหนาวค่ะ เพราะว่าเป็นน้ำแข็งแน่นอน แต่ไม่แนะนำให้วิ่งเล่นนะคะ เพราะลื่นมาก 555555


    3.ถนนคนเดินจงยาง

    คล้ายๆกับมิโมซ่า หรือ ปาลิโอ้เขาใหญ่ค่ะ เป็นถนนเดินกว้างๆ เราชอบมาก เพราะเหมือนยุโรปจริงๆ ที่นี่มีแมค เคเอฟซี และร้านอาหารเต็มไปหมดเลยค่า แต่เราชอบกินไอศครีมมากกว่า ถึงอากาศจะเย็น แต่เราก็ยังชอบกินอยู่ดี ไปจงยางก็ต้องซื้อตลอด 55555


    รูปสุดท้ายไม่ใช่ไอศครีมนะคะ มันเรียกว่า ถางหูลู่ คือผลไม้เคลือบน้ำตาลค่ะ เพื่อนเราบอกว่าอร่อย ต้องลองค่ะ แต่เราไม่กล้าลอง 55555


    ส่วนอาหารเรานิยมซื้องของกินแถวมหาฯลัยเพราะมีร้านให้เลือกเยอะมาก มีทั้งไก่ย่าง หอยอบวุ้นเส้น (เมนูนี้เราชอบมากค่ะ ) ไก่ทอด แม้แต่อาหารตามสั่งก็มีค่ะ มือนึงเราซื้อไม่เกิน 20 หยวน อาหารตามสั่งตกอยู่ประมาณ 10- 15 หยวน ราคาพอๆกับไทยเลยค่ะ ปิ้งย่างเกาหลีก็มีนะคะ อร่อยมากกก


    ของหวานก็มีนะคะ ราคาก็พอกันค่ะ


    ส่วนอาหารในมหาฯลัย เรากินอยู่ไม่กี่อย่าง เช่น ข้าวมันไก่ สุกกี้แห้ง แต่ที่เราชอบสุดๆคือโรตีไก่ค่ะ ซื้อกินทุกวันเลย

    ส่วนในเรื่องของการเดินทาง เราจะเดินเป็นส่วนใหญ่ค่ะ แต่รถเมล์ที่นี่ไม่แพงเลย 1 หยวนตลอดทาง รถไฟฟ้า 2 หยวนตลอดสาย จะแพงก็แท็กซี่ค่ะ แพงเหมือนบ้านเรา 5555555 เราขอจบมินิรีวิวไว้ที่ตรงนี้นะคะ สำหรับใครที่อยากสอบถามเพิ่มเติม แอดเฟสมาถามเราได้เลยค่ะ Chonnapa Auppama https://www.facebook.com/chonnapa.auppama

    และใครที่อยากอ่านเพิ่มเติม เน้นแบบละเอียดมาก ๆ เราเคยโพสลงพันทิปไว้ ไปอ่านกันได้เลยนะคะ ทั้งค่าใช้จ่าย วิธีการเดินทาง ฯลฯ https://pantip.com/topic/36387301 สุดท้ายขขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามกระทู้เรามาตลอด ไว้ครั้งหน้าจะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดี ๆ ใหม่นะคะ ^^

    ตอบกลับ

5 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป