/>

รีวิว : แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ญี่ปุ่น กับ TJYEC Ep.5 วันสบายๆ ในฟุกุโอกะ (มั้ง) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#นักเรียนม.ปลาย #แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
 ความเดิมตอนที่แล้ว : คณะนักเรียนมัธยมตอนปลายไทย 20 คนพร้อมด้วย อาจารย์ผู้กำกับดูแลอีก 3 ท่าน ได้ก้าวลงจากเครื่องบินที่สนารมบินนานาชาติฟุกุโอกะ และได้รับการต้อนรับจากคนญี่ปุ่นเป็นอย่างดี หลังจากทำภาระกิจเพื่อเป็นการเปิดงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมครั้งนี้แล้ว ทุกคนที่ต่างเหน็ดเหนื่อย ก็ได้พักผ่อนเพื่อจะตื่นมาสู้กับความท้าทายใน
เช้าวันถัดไปใน!!!
 
รีวิว : แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ญี่ปุ่น กับ TJYEC Ep.5 
ตอน วันสบายๆ ในฟุกุโอกะ..กะ...กะ....กะ.....กะ......กะ
 
(เสียง Echo ยาวไปล้ะ)
ผมว่าชื่อตอนมันคุ้นๆ แฮะ (o_Oil   )


 
Minnasan Konnichiwa
สวัสดีครับ พี่น้องชาว Dek-D ทุกคน แหม่ๆๆๆ
ต้องขออภัยทุกๆ ท่านที่ด้วยนะครับที่มาช้าไปบ้าง ช่วงนี้ผมกำลังจะได้เป็นเฟรชชี่ล้ะครัช ต้องจัดการเรื่องการเข้ามหาลัยนิดหน่อย เลยเว้นการทำกระทู้ไปเลย 

แต่ก็ต้องขอบทุกท่านที่ติดตามมาถึง Ep. นะครับ นี่ถ้าอยู่ใกล้ๆ กระโดนไปหอมแก้มแล้ว  อิๆๆ
เช้าวันที่ 2 วุ้ย :  ไม่รู้ว่าผมเป็นอะไรนะครับ เวลาอยู่นอกบ้าน ไปเที่ยว เข้าค่ายหรือะไรก็ตามที่ไม่ใช่บ้าน ผมจะตื่นก่อนนาฬิกาปลุกที่ตัวเองตั่งไว้ประมาณ 5 - 10 นาที คือดีอ่ะ ชอบตัวเอง แต่.............ใครมันบอกจะตื่น ตี 5 ครั้งฟร้ะ!!!  เมื่อคืนได้ยินว่าตกลงกันไว้จะตื่นก่อนมาออกกำลังกายกัน แล้วเป็นไง (คือจริงๆ แล้วเหล่าชายฉกรรจ์นัดกันไว้ว่าเช้าๆ จะมีออกกำลังกายกันก็นัดกันจะตื่นตี 5) ผมตื่นมาเงียบๆ เหงาๆ คนเดียว นอนต่อก็ไม่ได้ ติดเสียงโกรน เลยตื่นไปล้างหน้าแปรงฟันครับ 

     ซึ่งเป็นอ่างล้างหน้านอกห้องนอน และมันมืดมาก มีเพียงเสียงลมที่พัด ตอนนั้นผมข้อนข้างใจไม่ดีเลยเปิดเพลงคลอเบาๆ จะได้ไม่คิดมาก แล้วแม่งเสต็บหนังผีเลย คืออยู่ก็มีเสียงฝีเท้ามาจากทางเดิน แต่หันไปไม่มีใคร ซักพักก็มีเสียงประตู เปิด.......หันไปเท่านั้นแหละ ผ่าง!!! คุณ 田川 (Takawa) ครับ เขาตื่นมาพอดี ซึ่งนอนห้องข้างห้องผู้ชาย (จะเล่าเหมือนเรื่องผีทำไมเนี่ย!!!)

 

เกร็ดความรู้ (แต่ไม่ต้องจำก็ได้) :  ในความเป็นญี่ปุ่นญี่ปุ่นอย่างนึงคือ สิ่งที่เรียกว่า あいさつ (ai sa tsu) ซึ่งจากความหายโดยตรงว่า “ทักทาย”
ก็ยังมีอีกรูปแบบคือ รวมมาจาก あa いi さsa つtsu  
あ  = 明るく (akaruku) แย่มใส,ร่าเริ่ง  
い  = いつも (itsumo) ทุกครั้ง 
さ  = さきに (sakini) ทักทายก่อน หรือเป็นคนแรกที่ทักทาย 
つ  = 続ける (Tsudzukeru) ทำต่อเนื่อง คือไม่ใช่ทำครั้งเดียวครับ และไม่จำเป็นว่าเด็กต้องทักผู้ใหญ่ก่อน ผู้ใหญ่ทักก่อนก็ได้ 
*จากการสอบถามจาอชาวญี่ปุ่น ในตรงส่วนหลังนี้แยกตัว  あ、い、さ、つ นั้นไม่ได้เป็นหลักสากลของญี่ปุ่นที่ทุกคนจะใช้จดจำกัน แต่ก็มีบางคนมักจะเอาคำมาแยกเป็นอักษรและแปลงออกมาเป็นความหมายอีกที ซึ่งผมชอบเฉยๆ คือไม่ต้องจำก็ได้ (แล้วจะใส่มาทำด๋อยอะไรครับ)


        เอาหร่ะ ผมจึงพูด おはようございます(ohayougozaimasu)"สวัสดีตอนเช้า" ไปก่อนครับ เขาก็ตอบ........เช่นกัน แล้วก็เดินหายไป ซักพักแล้วก็เดินกลับมา แล้วก็รู้ว่าผมเองที่เปิดเพลง เอ๋อแต่เช้าเลยครับ คิด “เชี่ยล้ะ ทำเขาตื่นป่ะว้ะ” ซึ่งมันก็ชัดเจนครับ จึงรีบขอโทษขอโพยไปก่อนเลยยกมือไหว้ด้วยนะ 55555 (ติดๆ) สุดท้ายเขาตอบว่า “ไม่เป็นๆ แต่วันอื่นไม่ได้นะ เพราะจะมีคนจากที่อื่นมาพักตึกเดียวกันด้วย วันนี้ยังได้” ยังดีไม่ได้โดนหนัก 55555........แปรงฟันล้างหน้าทาครีมก็คว้ากล้องใส่หูฟังฟังเพลง แล้วออกไปข้างนอกครับ........อากาศเย็นกำลังดี ลมแรง แรงขนาดที่พัดหมอก ให้เคลือนไปตามเชิงเขาอ่ะ และก็ได้มาภาพนึงแหน่ะ 

คิดว่าไงครับ สวนหรือห่วย?


รูปนี้เป็นม้านั่งไม้ (ไม่รู้ถ่ายมาทำไม)

           ผมไม่รู้ทำอะไรดี ด้วยเช้าวันนั้นอากาศประมาณ 10 -12℃ เนื่องจากคืนก่อนฝนตก ทำให้อุณหภูมิลดต่ำอีก ผมเลยออกกำลังกายซะหน่อย จะได้ไม่เป็นหวัด นั่งฟัง ฟังเสียงนกเสียงลม เงียบๆ คนเดียว และแล้ว.......ก็เจอ   คุณ 田川  อีกสุดท้ายก็เดินไปคุยไปครับ และก็เจอเจ้านี่เข้า 

เขาว่าถ้าเห็นมันชัดจากจุดที่ยืนอยู่แปลว่าเป็นคนที่ตาดี แต่เสียดายตาดีที่สุดตอนนั้นคงเป็นชัตเตอร์กล้องนี่แหละครับ (กะระยะก็ ประมาณ 200-300 เมตรได้)

         นักเรียนอีกคนที่ออกมาข้างนอกที่พักคือ "ดี" ครับ แต่ผมชอบเรียกชื่อจริงมากกว่า “นาเดีย” ผมว่าน่าจะ ม.5 มั้งนะ (ถ้าเธอ ม.6 ก็ขออภัย) นาเดียบางทีก็เป็นคนน่าแกล้งเหมือนกันนะ บับเช้าๆ กำลังเดินงงๆ ก็ลั่นชัตเตอร์ซะ 55555 

เราขอโทษนะ แต่มันคันไม้คันมือ

         จากนั้นคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยมารวมตัวกันที่ลานกว้างหน้าเสาธง เพิ่อเคารพธงชาติ โดยทางญี่ปุ่นให้เกียรติธงไทยก่อน ซึ่งเปิดเพลงชาติไทยด้วยครับ เพลงชาติไทยจบไปก็ถึงคราวของญี่ปุ่น ผมชอบนะฟังแล้วขนลุกดี 
 



แต่ในเวอร์ชั้นที่ทางศูนย์เอามาเปิดนั้น เป็นแบบเต็มครับ ซึ่งผมหาใน Youtube ไม่เจอ

จากนั้นก็จะเป็นการ ออกกำลังกายยามเช้า ที่เรียกว่า ラジオ体操 第 (Rajio Taisou)  ก็จะเหมือนแบบที่เคยให้ดูไปใน Ep. 3

         หลังจากออกกำลังกาย ก็เป็นการฟังนัดหมายว่าในวันนี้เราจะไปที่ไหนต่อกัน ไปกันกี่โมง และต้องทำอะไรบ้างซึ่งวันนี้เราจะได้เดินทางไป


รูปจาก japan-guide.com ขอบคุณครับ

九州国立博物館

(Kyushu Kokuritsu Hakubutsukan)

         ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะคิวชูและเป็นศูนย์ศึกษาและรวบรวมโบราณวัตถุจากหลากหลายชาติ ใน South East Asia และ East Asia โดยเราถูกแบ่งเป็นนักเรียน 3 กลุ่มแต่ละกลุ่มจะมีอาจารย์ชาวไทย 1 ท่าน กับ ไกด์อาสาอีก 1 ท่าน จะพาเที่ยวชมและรับฟังการบรรยายซึ่งนักเรียนต้องพยายามทำความใจและจดบันทึกเองเพื่อในตอนเย็นจะต้องมีคนบรรยายสรุปกิจกรรมในวันนั้น ซึ่งเราไม่ได้รับอนุญาติให้ถ่ายรูปเมื่อไปภายในส่วนของพิ...........ครับจึงมีภาพติดไม้ติดมือมาน้อยนิด มีการแบ่งโซนองยุคมัยและความเก่าแก่ มีการจัดแสดงสิ่งองเครื่องใช้ อาวุธหรือแม้แต่แบบจำลองหลุมศพกษัตริย์ก็มีครับ (แต่น่าเสียดายครับ ทางพิพิธภัณฑ์ ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปครับ อดดูเลย)


รูปนี้ถ่ายตอน กำลังฟังบรรยายจากทางพิพิธภัณฑ์ครับ
 

หลังจากเดินเที่ยวรับฟังความรู้แล้ว ก็ได้เวลารับประทานอาหรกลางวันครับ โดยเราได้รับข้าวคนละกล่องเหมือนกันทั้งคณะ

         ถ้าใครเคยได้ยินตำนาข้าวกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ หากได้ลองข้าวกล่องที่เรารับมาจะรู้ซึ้งเลยครับ อิ่มจนจุก ปัญหาคือทิ้งไม่ได้องกินให้หมด T-T ตายครับ บางคนก็กินไม่หมด เลยโยนมาให้คนอื่น โดยเฉพาะเหล่าชายฉกรรฑ์ที่ต้องรับผิดชอบซึ่งทุกคนเรียก แบงค์ มาช่วยกิน “แบงค์ ช่วยกินหน่อย!!!” กันระงม ส่วน อ.น้ำหวานโยนมาให้ผม “เบส.....มารับรางวัลจร้า~” ข้าว 2 ก้อน T-T ตอนนั้นคือ “ใครก็ได้ มารับไปที” สุดท้ายก็ต้องยัดให้หมด

หลังจากที่ทานมื้อกลางวันกันแล้วก็ได้เวลากล่าวอบคุณ เก็บกวาด้าวของและไปสถานที่ต่อไปครับ ซึ่งอยู่ใกล้กันมากๆ แค่เดินก็ถึง ที่นั่นคือ 



太宰府天満宮
(Dazaifu tenmangu)

เป็นศาลเจ้าแบบญี่ปุ่น

      กว้างมากกกกกกกก สวยด้วยสวยทั้งสถานที่และคนที่มาเที่ยวเลยหล่ะครัช

  โดยเฉพาะ นักเรียน ม.ต้นญี่ปุ่นที่มาทัศนศึกษาที่นี่ (ได้ภาพมาด้วย) งานดีมากกกก (จริงๆ เสี่ยงโดนตำรวจจับนะครับ ไม่ค่อยจะโรคจิตเท่าไหร่ แต่ก็ลั่นชัตเตอร์มาแล้ว ผมเสียดาย) งานดีมาก โคตรน่ารัก ผมเสียดายมากที่เก็บรูปตอนที่หันหน้าหากล้องไม่ทัน คือสวยมาก อยากเดินไปทัก แต่ไม่ได้ เดี๋ยวเสียชื่อเด็กดีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมหมด “แต่สัญญาครับ ถ้าผมมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ผมจะทำตัวดีๆ กับเธอ” 5555

บรรยากาศรอบๆ ครับ 

สวยใช่มั้ยหล่ะ 

          พอไปถึงแล้วเราก็ไปหยอดตู่ และขอพรแบบญี่ปุ่นกันครับ (อารมณ์แบบที่หลายๆ คนจะเคยเห็นใน Anime เลยต่างกันแค่วันนั้นคนเยอะ) ก่อนเข้าก็จะมีบ่อน้ำพุ ซึ่งเค้าว่าเป็นบ่อตามธรรมชิที่น้ำไหลจากตาน้ำ ซึ่งต้องตักมาล้างมือ ล้างปาก จากนั้นก็ตักอีกครั้งแล้วกระดกให้น้ำไหลมาตามด้ามจนรดมือ และผมเกือบทำกล้องตกน้ำ =_=

หลังจากล้างสิ่งไม่ดีไปแล้วก็ได้เวลา ขอพร โดยทางศาลเจ้าจะมีตู้ไว้ครับ แล้วก็แค่เอาเหรียญ 5 เยน หย่อนลงกล่อง โค้ง 2 ครั้ง ปรบมือสองครั้ง ขอพรแล้วก็โค้งอีก 1 ครั้ง เป็นอันเสร็จครับ


เกร็ดความรู้ : ทำไมต้องเป็นเหรียญ 5 เยน? เพราะ ในภาษาญี่ปุ่น คำว่า “ห้าเยน” คือ 五円 (Go en) ซึ่งจะพ้องเสียงกับคำว่า ご縁 ที่แปลว่า โชค, โชคชะตา นั่นเอง!!


หลังจากนั้นก็เช่นเคยครับ ถ่ายรูปรวม

อี ผช. ทางขวาสุด ท่าไม่ค่อย-เท่าไหร่เลย 5555

        ภายในวัดจะมีเครื่องรางแบบญี่ปุ่นขายด้วยครับ เรียกกันว่า Omamori  お守り ซึ่งจะให้คุณสมบัติต่างกันไป เช่นขอให้มีสุขภาพดี ให้การเรียนดี มีความรักดีๆ เป็นต้น

       ลังจากเที่ยวชมศาลเจ้า เราก็เดินออกมาอีกประตูหนึ่งของศาลเจ้า ก็จะเป็นเหมือนถนนคนเดินครับ มีของขายมากมายตามทางเดินยาว เป็นร้านสองฝั่งถนน ทั้งของกิน ของฝากเยอะไปหมดเลย ซึ่งกลายเป็นว่าคนเอาเงินมาน้อยอย่างผมต้องอดใจไม่ใช้เงิน “ร้องไห้แปบ งื่อ  กระซิกๆ” ก็ยังอดใจไม่ได้กับของกิน 5555

      

      หลังจากเดิน ช็อป (ถึงจะไม่ได้ไรติดมือมาก็เถอะ) และกิน กันอย่างสุดจิตสุดใจ ก็ได้เวลาฝึกสมาธิครับ แต่!!! แบบญี่ปุ่นนะ เราเดินทางต่อไปที่ 

 


戒壇院 
(Kaidan-in)

เป็นวัดสไตล์ญี่ปุ่นครับ โครงสร้างทั้งหมดเป็นไม้ หลังคาแบบญี่ปุ่น มีบางส่วนผ่านการบูรณะบ้าง แต่ยังคงความเป็นดั่งเดิมไว้ครับ 

      ภายในโบสถ์ (มั้งนะ ผมไม่แน่ใจว่าเขาเรียกอะไรตามวัฒนธรรมญี่ปุ่น) เป็นโครงสร้างไม้ทั้งหมด มีพระพุทธรูปอยู่ตรงกลาง ค่อนข้างจะเก่า แต่สะอาดสะอ้าน

     การนั่งสมาธิแบบญี่ปุ่นก็ไม่มีอะไรมากครับ แต่มีบังคับท่านั่ง ส่วนหลับตาหรือไม่ก็แล้วแต่คนปฏิบัติ โดยให้มุ่งสมาธิไปที่สิ่งๆ เดียว ไม่ขยับตัว ซึ่ง “หากใครขยับตัว จะต้องถูกเอาไม้ตี” เบาๆ แหละ แต่ไม้หนามาก 555

เมื่อถึงเวลา ทุกอย่างนิ่งสนิทครับ ไม่มีอะไรเลย แม้แต่เสียงรถ ซึ่งแปลกมาก ทั้งๆ ที่วัด อยู่ห่างถนนสายหลักไปเพียง 100 – 200 เมตร หน้าวัดมีถนนย่อยตัดผ่าน

อ่อ พระท่านจะถือไม้แล้วเดินไปเดินมารอบๆ ครับ อย่างเงียบๆ โดยจะแกว่งไม้ไปด้วย กลายเป็นว่าถึงผมจะนิ่ง แต่ในหัวเอาแต่จะยกเรื่องมากมายมาคิด และนั่นทำให้ผมรู้สึกว่า เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน เราใช้เวลาไปกับวัดนี้ประมาณ 1 ชม. ครับ ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายของวันนี้ หลังจากที่ตัวแทนกล่าวขอบคุณแล้ว ก็ลาพระและก็ทะยอยกันออกจากวัด ก่อนออกจากโบสถ์ ผมก็หลุดทำแบบอยู่ไทยเฉยเลย ยกมือไหว้พระพุทธรูป แล้วก็ไหว้พระ พอเห็นพระ เลยนึกขึ้นได้ “อึ่ย!!! อยู่ญี่ปุ่นนี่หว่า” ยังไงก็ไหว้แล้ว ก็ตามด้วยโค้งครับ 555 



และเมื่อเดินออกมา ผมก็ไปสะกิด อ. และ สาวๆ ถามว่า “หึ้ย!! พระอย่างหล่ออ่ะ” จริงๆ ครับ ถ้ามีผม มีคิ้ว คือดาราดีๆ คนนึงเลย แล้วก็พากันเมาท์มอยยาวซะงั้น (หวังว่าจะไม่บาป)

เมื่อเราขึ้นรถกันแล้ว ก็เป็นการเดินทางกลับครับ เป็นทริปที่ทำให้ผมได้รู้สึกว่า “ในความแตกต่างของวัฒนธรรม มักมีสิ่งงดงามซ่อนอยู่เสมอ” (โดยเฉพาะสาวๆ // ยังๆ ยังไม่เลิก)

......
....
...
..
.

ตัวอย่างตอนต่อไป!!!

“อ่า สวัสดีตอนเช้าครับทุกคน ผมชื่อ.......” // “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะนายหน่ะ” // “อ๊ะ!!! จริงหรอครับ” // "Just Wait here" , “Send to Thailand!!!”
......
....
...
..
.
.
.
ขอบอกไว้ก่อนว่าตอนต่อไปเร่าร้อนมาก แทบจะหัวใจหลักเลยครับ

เดี๋ยวสิคร้าบบบ ยังไม่จบน๊า 
โอกาสใกล้จะหมดแล้วนะครับน้องๆ 

สำหรับน้องๆ ที่สนใจจะเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ทาง TJYEC จะมีการจัดค่ายภาษาญี่ปุ่นขึ้นเร็วๆ นี้ซึ่งใกล้จะเต็มแล้วน้า 

หากใครไม่ได้เข้าค่ายนี้ ไม่มีสิทธิ์สมัครสอบน้าบอกก่อน

สนใจรายละเอียด คลิ้ก!!
(แก้ไข จริงๆหมดเขตสมัครวันที่ 14 ก.ค. นี้นะครับ)

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป