3 ปีในรั้วโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงเรียน :) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ #มหิดลวิทยานุสรณ์ #MWITS #โรงเรียนวิทยาศาสตร์ #โรงเรียนประจำ
             สวัสดีค่ะน้องๆ >o< พี่ชื่อไกว่ไกว้นะคะ เป็นศิษย์เก่า MWITS รุ่น 24 ค่ะ วันนี้จะมาแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ผ่านมุมมองของพี่ให้ฟัง อย่างแรกเลยที่น้องๆ ต้องรู้ก็คือโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนประจำ น้องจะต้องนอนค้างคืนในหอพักของโรงเรียน หอหญิงนอนห้องละ 4-6 คน ส่วนหอชายนอนห้องละ 4 คน ซึ่งน้องๆ สามารถกลับบ้านได้ทุกเย็นวันศุกร์ แล้วค่อยกลับเข้ามาโรงเรียนใหม่อีกทีเย็นวันอาทิตย์ แต่อย่าพึ่งกังวลไปค่ะ น้องบางคนอาจจะกลัวว่ามาอยู่หอพักแล้วจะไม่ค่อยได้เจอกับคุณพ่อคุณแม่บ่อยๆ เหมือนเดิม แต่พี่จะขอแอบบอกไว้ตรงนี้เลยว่า อยู่ไปอยู่มาน้องอาจจะไม่อยากกลับบ้านเลยก็ได้นะ5555555 เพราะว่าอยู่ที่โรงเรียนมีเพื่อน มีพี่ มีน้อง มีทุกๆ อย่างที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนว่า ที่นี่ก็คือครอบครัวของเราเหมือนกัน :)

             กิจวัตรประจำวันของเด็กนักเรียนโรงเรียนนี้ก็คือ ตื่นนอนประมาณ 6.30 ลงหอพักให้ทัน 7 โมงเช้า จากนั้นก็กินข้าวให้ทันเข้าแถวตอน 7.20 หลังเข้าแถวจะเป็นกิจกรรมโฮมรูม ที่น้องๆ จะได้พบปะพูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่จะดูแลน้องๆ ไปตลอด 3 ปี คาบเรียนแรกของเราเริ่มตอน 8 โมงค่ะ เรียนวันละ 8 คาบ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคาบคู่ คือเรียนเพียง 4 วิชาต่อวัน แต่เรียนวิชาละ 2 คาบ เลิกเรียนคาบสุดท้ายตอน 4 โมง แต่ถ้าวันไหนมีชุมนุมก็จะเรียนต่อจนถึง 5 โมง ซึ่งพี่ต้องบอกไว้ตรงนี้เลยว่าชุมนุมของโรงเรียนเรามีให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นชุมนุมวิชาการ ศิลปะ ดนตรี กีฬา มีครบหมดค่ะ ที่สำคัญ น้องๆสามารถเป็นผู้ขอเปิดชุมนุมใหม่เองได้ด้วยนะ หลังเลิกเรียนจะเป็นเวลาที่เราใช้ในการออกกำลังกาย ทำการบ้าน อ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียนและทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งกิจกรรมที่ว่าเนี่ย มีเยอะมากๆๆๆๆๆ และสนุกมากๆๆๆๆๆ ด้วย เดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟังต่อไปละกันนะคะ แล้วก็หอพักจะปิดตอน 4 ทุ่ม เราก็จะต้องขึ้นหอให้ทันก่อนประตูหอปิดค่ะ แล้วจะมีอาจารย์หอพักมาเดินตรวจความเรียบร้อยและไล่ปิดไฟตามห้องนอนให้น้องๆ เข้านอนก่อนเที่ยงคืน เพื่อที่จะได้ตื่นขึ้นมาเรียนในเช้าวันใหม่อย่างสดใสนั่นเอง ><

             พูดถึงโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พี่ชื่อว่าชื่อเสียงด้านความเข้มข้นทางวิชาการไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว ระดับชั้นนึงจะมีนักเรียนเพียง 240 คน แบ่งเป็น 10 ห้อง ห้องละ 24 คนเท่านั้น เรียกได้ว่าอาจารย์ดูแลทั่วถึงสุดๆ ถ้าพูดถึงเนื้อหา เนื้อหาทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จะมีความเข้มข้นและลึกมากกว่าโรงเรียนทั่วๆ ไป มีอุปกรณ์ในการทำแลปครบครัน อย่างเช่นกล้องจุลทรรศน์ เวลาเรียนน้องๆ ก็จะได้ใช้กันคนละ 1 ตัว ไม่ต้องผลัดกันใช้กับเพื่อนเลย และถึงแม้ว่าโรงเรียนเราจะเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ แต่การเรียนวิชาอื่นๆ ก็มีความเข้มข้นไม่แพ้กันนะคะ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เวลาเรียนจะมีการเชื่อมโยงเนื้อหาของวิชาต่างๆ ให้มีความเป็นวิทยาศาสตร์ คือต้องมีหลักการและเหตุผล สามารถพิสูจน์ได้ ซึ่งจุดนี้พี่ชอบมาก แล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ดีมากๆ เลยค่ะ และถึงแม้ว่าเนื้อหาและการสอบจะยากแค่ไหน น้องๆ ก็อย่าพึ่งกังวลไปนะคะ เพราะน้องๆ ยังมีเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกตั้ง 239 คน ที่สำคัญโรงเรียนนี้เราไม่แข่งกันเรียนนะคะ เราช่วยเหลือกันหมดเลย เราอยู่กันเหมือนเป็นครอบครัว ใครไม่เข้าใจตรงไหนเพื่อนที่เข้าใจก็ช่วยสอนให้ เวลาสอบก็ช่วยติวให้ จนบางทีคนติวยังได้คะแนนน้อยกว่าเพื่อนที่ช่วยติวให้อีกค่ะ 55555555

             การเรียนการสอนในโรงเรียนส่วนใหญ่จะเน้นการเรียนการสอนแบบ Active Learning ซึ่งจะเน้นให้ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ให้ได้ด้วยตนเอง ผ่านกระบวนการกระตุ้นต่างๆ จากทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ยกตัวอย่างเช่น อาจารย์จะมอบหมายหัวข้อให้เราไปทำการศึกษามาก่อน พอถึงคาบเรียนก็ให้นำเนื้อหาที่เราได้ไปศึกษามาอภิปรายแลกเปลี่ยนกับอาจารย์และเพื่อนๆ ในห้อง บางครั้งก็จะมีการแบ่งหัวข้อให้ไปหาข้อมูลแล้วนำมาเสนอต่อเพื่อนๆ ในห้อง แต่ที่สนุกๆ หน่อยก็อย่างเช่นอันนี้เลยค่ะ ตอนพี่อยู่ม.4 อาจารย์วิชาฟิสิกส์ก็ได้มอบหมายให้ทำยังก็ได้ให้ปล่อยไข่ลงมาจากที่สูงแล้วไม่แตก ถึงแม้ว่าตอนคิดและประดิษฐ์อุปกรณ์ออกมาจะไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ (ก็มันยากนี่คะ5555555) แต่ตอนทดสอบนี่บอกเลยว่าสนุกมาก เพราะอาจารย์ให้แต่ละห้องทำมาแข่งกันว่าของห้องใครจะไม่แตก แล้วผลสรุปออกมาเป็นยังไงรู้ไหมคะ ผลสรุปก็คือไข่ส่วนใหญ่แตกกันเกือบหมดเลยค่ะ

             นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่จะช่วยผลักดันศักยภาพของน้องให้เพิ่มสูงขึ้น ที่พี่ประทับใจมากๆ และคิดว่าโรงเรียนอื่นๆ ไม่สามารถให้โอกาสแบบนี้กับน้องได้อีกแล้วก็คือการไปศึกษาดูงาน เรียกภาษาทั่วๆ ไปก็ทัศนศึกษานอกสถานที่นั่นแหละค่ะ ปีนึงไปมากถึง 3 ครั้งเลยทีเดียว ครั้งนึงก็ไปได้ 2 ที่ แต่การศึกษาดูงานของโรงเรียนเราไม่เหมือนที่อื่นนะคะ เพราะว่าดูงานในที่นี้คือไปดูงานจริงๆ ไปดูตามสถาบันวิจัย โรงงาน โรงพยาบาล บริษัทต่างๆ ว่าเขาทำงานกันอย่างไร ทำอะไรกันบ้าง พี่ว่ามันเป็นอะไรที่ดีมากๆ เพราะมันทำให้มุมมองของเราเปิดกว้างขึ้นว่ามีงานวิจัยอะไรที่กำลังเป็นที่สนใจอยู่บ้าง มีเทคนิคและเทคโนโลยีอะไรที่เค้าใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ที่สำคัญยังช่วยให้เราตัดสินใจเกี่ยวกับการศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในอนาคตได้ดีขึ้นด้วยค่ะ นอกจากดูงานทางวิทย์แล้วก็ยังมีดูงานทางสังคมด้วยนะ โรงเรียนก็จะพาไปดูวัด หอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งก็ได้รับทั้งความรู้และความสนุกสนานไม่แพ้กันเลยค่ะ

             ต่อไปมาถึงกิจกรรมที่ติดไว้ว่าจะเล่าข้างบนนู้นน โรงเรียนนี้มีกิจกรรมให้ทำเยอะมากกก ถึงแม้ว่าเราจะเรียนหนักกันสุดๆ แต่ถ้ามีกิจกรรมมาเมื่อไหร่ บอกเลยค่ะว่าทุ่มเทกันมากกว่าการเรียนอีก5555555 กิจกรรมหลักๆ ที่ทำกันทั้งโรงเรียนก็จะมีงานวันกีฬาสี ที่จะแบ่งเป็นฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแสตนด์ หลีด ละคร พาเหรด กิจกรรมค่าย Pre-MWITS ที่จัดให้กับน้องๆ ม.3 ที่ติดรอบแรกมาลองใช้ชีวิตในโรงเรียน ซึ่งค่ายนี้เป็นค่ายที่สนุกมากๆ พี่ๆ ทุกคนตั้งใจจัดออกมาให้น้องๆ อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นถ้าใครมีโอกาสได้เข้าค่ายพรีอย่าพลาดโอกาสนั้นนะคะ ค่ายนี้อาจจะทำให้น้องๆ เปลี่ยนใจอยากมาเข้าโรงเรียนนี้เพิ่มมากขึ้นมากๆ เลยก็ได้นะ นอกจากนี้ก็ยังมีคณะกรรมการหอพัก(กห.) กรรมการนักเรียน(กน.) งานวันปีใหม่ MWITS Science Fair และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งพี่พูดไม่หมดหรอกค่ะ มันเยอะมาก และสนุกมากด้วย น้องต้องมาลองเอง ^o^ ส่วนตัวพี่เองก็เป็นเด็กคนนึงที่ทำกิจกรรมเยอะมากๆ ซึ่งน้องบางคนอาจจะกลัวว่าการทำกิจกรรมจะไปส่งผลกระทบกับการเรียนรึเปล่า แต่พี่กลับมองว่าการที่โรงเรียนมีกิจกรรมให้ทำเยอะๆ สอนให้พี่รู้จักการแบ่งเวลาอย่างเหมาะสม ทำให้พี่มีวินัยในตัวเองมากขึ้น ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตและการทำงานร่วมกับผู้อื่นมากขึ้นค่ะ

             สำหรับพี่ ระยะเวลาตลอด 3 ปีในโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์มันผ่านไปไวมากจริงๆ รู้ตัวอีกทีก็จบม.6 ซะแล้ว โรงเรียนนี้ให้อะไรกับพี่ไว้เยอะมาก ทั้งโอกาสในการเรียนรู้ โอกาสในการทำกิจกรรม โอกาสในการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ โอกาสในการทำสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้ทำมาก่อน และที่สำคัญที่สุดก็คือโอกาสที่ได้เจอเพื่อนดีๆ ที่พี่เชื่อว่าน้องไม่สามารถหาจากที่ไหนได้อีกแล้ว เพื่อนที่คอยช่วยเหลือกันเมื่อยามมีปัญหา เพื่อนที่คอยร่วมทุกข์ ร่วมสุข เรียน เล่น กิน นอน ด้วยกัน เพื่อนที่จริงใจต่อกัน คงหาจากที่อื่นได้ยากจริงๆ ค่ะ มากไปกว่านั้น โรงเรียนได้ปลูกฝังอุดมการณ์และจิตสำนึกที่มีต่อสังคม ให้เรารู้จักช่วยเหลือผู้อื่น ให้เรานำความสามารถที่เรามีไปใช้พัฒนาประเทศชาติของเราต่อไปในอนาคต

             สุดท้ายนี้ พี่ก็อยากจะเชิญชวนให้น้องๆ ม.3 ทุกคนสมัครเข้ามาสอบเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนแห่งนี้ ยิ่งถ้าหากน้องเป็นคนที่ชื่นชอบวิทยาศาสตร์ด้วยแล้วล่ะก็ โรงเรียนนี้จะไม่ทำให้น้องผิดหวังแน่นอนค่ะ ซึ่งทางโรงเรียนจะเปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ปีการศึกษา 2561 ในวันที่ 1-31 สิงหาคม 2560 นี้ ที่ www.mwit.ac.th แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว MWITS ด้วยกันนะคะน้องๆ ^o^
 
ไกว่ไกว้ MWITS 24/3
 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

3 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป