ซ่อน
แสดง

(ทุน KGSP 2017) มาดูว่าเราเขียน Letter of Self-Introduction กับ Statement of Purpose ยังไงถึงได้ทุน! [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ทุนปริญญาโท #ทุนเรียนต่อนอก #ทุนเรียนฟรี #ทุนเรียนต่อ #ทุนรัฐบาล
สวัสดีค่ะ กระทู้วันนี้เราจะพูดถึงทุนรัฐบาลเกาหลีใต้ หรือ KGSP
ทุนนี้แจกตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอกนะคะ (เราได้ทุนระดับปริญญาโทค่ะ)





เราคิดว่าคงมีหลายคนที่รู้จักทุนนี้แล้ว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัครและรายละเอียดทั้งหมดสามารถเสิร์จหาได้ใน Google เลยค่ะ มีนักเรียนทุนอีกหลายคนที่เคยเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับทุนนี้เอาไว้แล้ว เราไม่แน่ใจว่าจะเสียมารยาทหรือเปล่าถ้าแปะกระทู้ของเว็บไซต์อื่นในนี้ เพื่อนๆ สามารถค้นหาเองได้หรือติดต่อได้ที่ทวิตเตอร์ของเรา @akiraisokay นะคะ เรา pin ลิ้งค์เอาไว้แล้วค่ะ

ทุน KGSP สามารถสมัครได้สองช่องทาง คือ;
1. สมัครผ่านสถานทูต (เลือกได้ 3 มหาวิทยาลัย คล้ายๆ การแอดมิชชั่นค่ะ)
2. การสมัครตรงผ่านทางมหาวิทยาลัย (เลือกได้แค่มหา'ลัยเดียวเท่านั้น)
สำหรับจขกท.สมัครผ่านทางมหาวิทยาลัยค่ะ
เพื่อนๆ สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครได้จากอีกหลายๆ กระทู้นะคะ ลองหาดูค่ะ

ที่มาของกระทู้นี้คือเราไม่ค่อยเห็นใครเขียนเกี่ยวกับการเขียน Letter of Self-Introduction กับ Statement of Purpose สักเท่าไหร่ก็อยากมาแนะนำค่ะ เพราะตอนเราหาข้อมูลก็ไม่ค่อยมีให้อ่าน...

เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เข้าเรื่องกันเลย
ทุนนี้ไม่มีการสอบค่ะ แต่จะเป็นการเขียน easay เสียมากกว่า
ซึ่ง Letter of Self-Introduction และ Statement of Purpose ก็เป็นสองแบบฟอร์มที่เราต้องเขียนเพื่อใช้สมัครทุนและก็เป็นสองส่วนที่สำคัญมากๆ ค่ะ

เราขออนุญาตออกตัวก่อนนะคะว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่รู้ว่าที่ตัวเองเขียนไปนั้นถูกหรือผิด หรือดีพอที่จะมาแนะนำหรือเปล่า แต่ก็อยากเอาประสบการณ์มาแชร์ว่าเราเขียนอะไรบ้างเพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ คนอื่นได้เอาไปต่อยอดนะคะ


1. Letter Of Self-Introduction (หรือจดหมายแนะนำตัว)
สำหรับ Self-Intro เขาให้เขียนเกี่ยวกับชีวิตของเราค่ะ เขียนแนะนำตัวเอง พื้นที่หนึ่งหน้ากระดาษเอสี่ ตัวอักษร Times New Roman ขนาด 10 (สามารถเขียนได้ทั้งภาษาเกาหลีหรืออังกฤษค่ะ)
ทางทุนเขาจะมีไกด์ให้เราเขียน...





สำหรับเรา เราเขียนตามไกด์ที่เขาให้มาทั้งหมดค่ะ Letter of Self-Introduction ของเรามีทั้งหมด 4 ย่อหน้า ตามที่ Bullet แต่ละอันที่ทุนบอกให้เขียนเลย

**Note: ไม่ต้องบอกชื่อนามสกุลที่อยู่บ้านตัวเองนะคะ อันนี้ไม่จำเป็นเลย**

ย่อหน้าแรก เราเกริ่นเรื่องว่าตัวเองเป็นคนยังไงค่ะ (แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นคนดี รักเด็กไรงี้นะ) เขียนประมาณว่าฉันเป็นคนกระหายความรู้ ต้องการเรียนรู้ตลอดเวลา ทะเยอทะยานที่จะเก่งและฉลาดมากขึ้น เป็นคนชอบพัฒนาตัวเอง ย่อหน้าแรกเราเขียนสั้นๆ ทำให้กรรมการอยากอ่านต่อ

ย่อหน้าที่สอง Education ค่ะ (เรายังไม่เคยทำงานก็เลยมีแค่ประวัติการศึกษา) เราเขียนเกี่ยวกับการศึกษาของตัวเอง แต่ไม่ได้บอกว่าเรียนที่ไหนหรือเรียนวิชาอะไรบ้าง แต่เราเขียนเกี่ยวกับความพยายามของตัวเองตั้งแต่มอปลายค่ะ เราบอกไปว่าเราไม่ใช่คนเก่ง เพื่อนในห้องเราเก่งหมด และเราอยากเก่งแบบเพื่อน เราถีบตัวเองจากจุดต่ำๆ ขึ้นมาเท่าคนอื่นได้ด้วยความพยายาม จากนั้นก็พูดถึงชีวิตตอนมหา'ลัย เราเขียนว่าเราเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง เรากลัวจะทำข้อสอบไม่ได้ เรากลัวจะโดนไล่ออกจากมหา'ลัย เพราะความกลัวตกต่ำเราเลยพยายามจนได้คะแนนดีเกินคาด เราโน้ตไปว่าเพราะความพยายามของเรา มันเลยทำให้เรากลายเป็นคนที่ตั้งใจทำทุกอย่าง

ย่อหน้าที่สาม เราบอกว่าเรียน major อะไร แล้วทำไมเราถึงเรียน major ที่เรียนตอนปริญญาตรี แล้ววิชาอะไรในมหา'ลัยที่จุดประกายให้เราอยากเรียนต่อสาขาที่สมัครเรียนปริญญาโท
อย่างเราเรียน Global Business ตอนปริญญาตรีแต่สมัครเรียนปริญญาโทสาขา Consumer ก็อธิบายไปว่าสิ่งที่ทำให้เราอยากเรียนสาขานี้คืออะไร และเราก็สมัครตรงผ่านทางมหา'ลัยด้วย ก็เลยบอกไปเลยว่า เราอยากเรียนสาขานี้ ที่มหา'ลัยนี้ เพราะมี vision คล้ายกันและ research ที่เราอยากทำก็สอดคล้องกับ reputation ของมหา'ลัยด้วย (เราสมัครเรียนที่ Ewha ค่ะ และอยากทำ research ที่เกี่ยวกับผู้หญิง เลยใช้ข้อได้เปรียบตรงนั้นเขียนลงไป แต่ยังไม่ต้องเจาะลึกถึง research ตัวเองนะคะ เราจะเขียนเนื้อหาการทำ research ของเราใน Statement of Purpose ค่ะ)

ย่อหน้าที่สี่ ย่อหน้านี้เป็นย่อหน้าสุดท้าย เราเขียนไม่เยอะเท่าย่อหน้าที่สองและสาม เขียนเกี่ยวกับเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงต้องการทุนนี้ คาดว่าจะได้อะไรจากการรับทุน และบอกด้วยว่าหลังจากเรียนจบแล้วเราจะทำอะไรต่อ เป็นอันจบ Letter of Self-Introduction ค่ะ


2. Statement of Purpose 
ต่อมาเป็การเขียน Statement of Purpose ซึ่งก็คือการเขียนเกี่ยวกับการศึกษาค่ะ จะเห็นว่าตามที่เขากำหนดมามี Goal of Study & Study Plan และ Future Plan after Study สามารถเขียนได้สองหน้ากระดาษาเอสี่ ตัวหนังสือ Times New Roman ขนาด 10




สำหรับเรา เขียนหนึ่งหน้ากระดาษเต็มๆ กับอีกสองบรรทัดค่ะ รวมๆ แล้วก็หกย่อหน้า

**NOTE: ตอนเขียนต้องเขียนเนื้อเน้นๆ เลยนะคะ ไม่ต้องเขียนน้ำเยอะ เราต้องจำไว้ว่าคณะกรรมการเขาต้องอ่านจดหมายพวกนี้เป็นร้อยๆ พันๆ ฉบับ เขาจะอ่านจดหมายเราจบหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะงั้นเราก็เข้าเรื่องมันตั้งแต่ย่อหน้าแรกเลยค่ะ!!**

Statement of Purpose เราคิดว่าสำคัญและมีส่วนให้คณะกรรมการตัดสินใจว่าจะเลือกหรือเขี่ยเราทิ้งยิ่งกว่า Letter Of Self-Introduction เสียอีก เพราะ essay แผ่นนี้จะบอกว่าเรามีความสามารถทางด้านวิชาการมากแค่ไหน (อันนี้คหสต.นะคะ)

เข้าเรื่องเลย...

ย่อหน้าแรก เราเขียนว่าเราสนใจ Consumer เพราะอะไร แล้วทำไมถึงเลือกที่จะสมัครกับ Ewha 
**แนะนำว่าผู้สมัครควรหาข้อมูลเกี่ยวกับคณะและมหา'ลัยที่ต้องการสมัครก่อนนะคะ แล้วก็เขียนใน essay ไปเลยว่าเรารู้อะไร(เกี่ยวกับมหา'ลัย) บ้าง แล้วการเข้าเรียนที่นี่มันตอบโจทย์เรามากแค่ไหน กรรมการจะได้เห็นว่าเราสนใจอยากเรียนที่มหา'ลัยของเขาจริงๆ

ย่อหน้าที่สอง เราบอกไปว่าตอนที่เราอยู่ปีสี่ เราทำ research อะไร แล้วก็อธิบาย research ที่เราทำแบบคร่าวๆ ลงไป แล้วก็บอกว่าจาก research ที่ทำเนี่ย ทำให้เราเกิดคำถามใหม่ ซึ่งต่อยอดเป็น research ที่เราอยากทำเมื่อเรียนปริญญาโท

ย่อหน้าที่สาม - สี่ เราเขียน Study plan ค่ะ เขียนเกี่ยวกับ research ที่ต้องการทำตอนปริญญาโท เขียนหัวข้อ research  วิธีการทำและหาข้อมูล เขียนเหตุผลว่าทำไมต้องการทำ research เรื่องนี้ แล้วเราก็ใส่ข้อมูลที่สนับสนุนการทำ research ที่ว่าลงไป เพื่อให้กรรมการเห็นว่า research ของเราสามารถทำได้จริง ไม่เกินความสามารถ เป็นรูปธรรม และเราบอกอีกว่าการเข้าเรียนที่ Ewha จะสามารถช่วยให้เราทำ research ได้อย่างราบรื่นยังไง (สองย่อหน้านี้จะยาวที่สุดค่ะ)

ย่อหน้าที่ห้า เราเขียนเกี่ยวกับคณะที่เราสมัครเข้าเรียนค่ะ บอกว่าทำไมคณะนี้ที่มหา'ลัยนี้ถึงเป็น Best choice ของเรา เขียนให้เขารู้เลยว่าเราศึกษาเกี่ยวกับคณะคุณมาแล้วนะ อยากเข้าเรียนมากๆๆๆๆๆ (ไม่ต้องบอกไปนะคะว่า 'อยากเข้า' แต่เขียนให้เขารู้สึกว่าเราสนใจและมีความพยายามอยากเรียนกับเขาจริงๆ เขียนให้เขารู้ว่าเรารู้เกี่ยวกับสิ่งที่คณะเขาสอนและมันตอบโจทย์การทำ research เรายังไง) เขียนถึง vision ของเขา เราเขียนถึงสิ่งที่คณะเขา focus จะสอน และบอกว่าเราสนใจมันยังไง 

ย่อหน้าที่หก ย่อหน้าสุดท้าย เราเขียนเกี่ยวกับ future plan บอกว่าหลังจากเรียนจบจาก Ewha จะไปทำอะไร (เน้นเลยนะคะว่าต้องจบจาก Ewha มันเป็นเทคนิคที่เราคิดว่าจะสามารถโน้มน้าวให้เขาอยากรับเราเข้ามหา'ลัยได้และทำให้เขารู้ว่าฉันอยากเรียนที่นี่จริงๆ ฮ่าาา) เราอยากทำอาชีพอะไร ภายในห้าปีนี้เราอยากทำอะไร แล้วเราเห็นตัวเองทำอะไรในอีก 10 ปีข้างหน้า และความคาดหวังว่าหลังจากเรียนจบแล้ว Ewha จะให้ประสบการณ์อะไรแก่เราบ้าง

ค่ะ จบแล้ว

สรุปคือ 

Letter Of Self-Introduction เขียนแนะนำตัวเองค่ะ ทำให้กรรมการเห็นว่าเราเป็นคนแบบไหน มีประสบการณ์ชีวิตยังไง แล้วนิสัยอย่างเราสามารถเป็นนักเรียนทุนได้มั้ย (นิสัยไม่มั่นใจในตัวเองทำให้กลายเป็นคนที่พยายามมากๆ นิสัยชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ประมาณนี้ เขียนลงไปเลยค่ะ)

Statement of Purpose จะเน้นเกี่ยวกับงานวิชาการที่เคยผ่านมา (อาจเขียนประสบการณ์ทำงานเข้าไปก็ได้ค่ะ แต่เราไม่เคยทำงานเลยต้องเอา research เข้าสู้) พาร์ทนี้ต้องเขียนให้ดูฉลาดและวิชาการค่ะ มีไอเดียการทำวิจัยอะไรใส่ไปให้หมด เค้นไอเดียของเราให้เป็นรูปธรรมมีเป้าหมายและเหตุผล สามารถทำได้จริง

แนะนำว่าทั้งสองอย่างนี้ควรเน้นเนื้อเยอะๆ นะคะ ย้ำอีกที เราต้องจำไว้ว่าเราไม่ใช่แค่คนเดียวที่ส่งจดหมายไปหากรรมการ มีคนอีกเป็นร้อยๆ ที่อยากได้ทุนเหมือนกัน คุณต้องทำให้ตัวเองดูน่าสนใจตั้งแต่บรรทัดแรก ต้องเขียนให้เขาอยากอ่านเอกสารคุณให้จบ อย่าเวิ่นเว้อ ไร้สาระ เข้าเรื่องไปเลยค่ะ โดยเฉพาะ Statement of Purpose สำคัญมากๆ

และห้ามจ้างแปลนะคะ!! กรรมการเขาดูออกนะ!!! เขียนคำศัพท์ง่ายๆ ไม่ต้องใช้ศัพท์ SAT ก็ได้ค่ะ ขอแค่สื่อสารกันรู้เรื่องก็พอ ใครไม่มั่นใจแกรมม่าก็ลองให้เพื่อนที่เก่งด้านนี้ตรวจทานให้ก็ได้ค่ะ หรือถ้าไม่ได้จริงๆ จะใช้แกรมม่าง่ายๆ อย่าง Present simple กับ Past simple ก็ได้ แต่ต้องเขียนเองนะคะ อย่าจ้างแปล


ถ้าใครมีคำถามอะไรก็ comment ไว้เลยนะคะ เดี๋ยวเราเข้ามาตอบ หรือจะสอบถามมาทาง twitter ก็ได้ที่ @akiraisokay ค่ะ

ขอให้ทุกคนโชคดีนะคะ

 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

22 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป