ประสบการณ์การสอบเข้าแพทย์ที่ประเทศฮังการี [ยินดีให้แชร์]

ตัวเล็ก
Guest IP
วิว
#แพทย์ต่างประเทศ #Debrecen #เรียนต่อนอก #europe #เรียนแพทย์ #เรียนต่อต่างประเทศ
หลังจากที่สอบติดแพทย์ที่ประเทศฮังการีเมื่อปีที่ผ่านมาตั้งใจไว้ว่าอยากจะเล่าและแชร์ประสบการณ์การสอบเข้าให้น้องๆรุ่นต่อไปได้รู้ เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวสำหรับน้องๆที่สนใจเรียนต่อแพทย์ที่ต่างประเทศกันครับ
ตอนนี้พี่เรียนอยู่คณะแพทยศาสตร์ปี1 ที่ Faculty of Medicine, University of Debrecen ประเทศฮังการีเริ่มแรกเลยพี่เทียบวุฒิ GED แต่อยากเรียนแพทย์ ซึ่งที่ไทยนับว่าค่อนข้างยากที่จะสมัครสอบได้ เลยหาข้อมูลแพทย์ต่างประเทศจากอินเตอร์เน็ตว่ามีที่ไหนสามารถสอบได้บ้างและมาเจอแพทย์ที่ University of Debrecen ก็เลยศึกษาหารายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับมหาลัยนี้ และได้รู้ว่า เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยแพทย์ที่ดีที่สุดในประเทศฮังการี และได้รับการรับรองหลักสูตรในหน่วยงานชั้นนำของโลก ก็คิดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ เลยตัดสินใจลองสมัครดู

พี่สอบคัดเลือกเข้าที่ University of Debrecen ในช่วงพฤษภาคม มีการจัดสอบที่กรุงเทพ โดยมีคณาจารณ์จากมหาวิทยาลัยเดินทางมาสอบคัดเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งวิชาในการสอบ จะให้เลือกสอบ 2 วิชา คือ วิชา Chem เค้าเลือกมาให้เรา และให้เราเลือกเองอีก 1 วิชา Bio หรือ Phys และพี่ก็เลือกสอบวิชา Chem กับ Bio เพราะเป็นวิชาที่พี่ถนัด ซึ่งถ้าเลือกอย่างนี้ก็จะมี Phys ในข้อสอบประมาณ 5 ข้อ มีนิดเดียว

ปีที่ผ่านมาสำหรับพี่ค่อนข้างหนักมาก ต้องอ่านหนังสือ ทบทวนวิชาต่างๆ และฝึกทำโจทย์เก่าๆไปด้วยซึ่งแต่ละวิชาเนื้อหาก็เยอะพอสมควร นอกจากนี้ยังมีเรียนพิเศษควบคู่ไปด้วย ซึ่งพี่เรียนที่ MedCoach โดยลงเรียน 3 วิชา คือ Bio, Chem, Phys ครูที่นั่นก็จะติวเนื้อหาสำหรับสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ และก็จะมีข้อสอบ โจทย์เก่าๆ มาให้ฝึกทำด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้เรารู้แนวทางในการสอบ และหลังจากเรียนเสร็จก็จะมีไปติวกับเพื่อนๆบ้างเป็นบางวันตามสถานที่ต่างๆ เช่น สตาร์บัค เราก็จะช่วยกันหาข้อสอบมาจากอินเตอร์เน็ต และช่วยกันดู ช่วยกันทำ เรียกได้ว่าทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เลยในช่วงเวลานั้น

สำหรับข้อสอบก็จะมีอยู่ 2 ส่วน คือ Written กับ Oral ในส่วนของ Written จะมีทั้งหมด 3 Part ด้วยกัน คือ MCQ, Fill in the bank และ paragraph ให้เราเติมคำลงในช่องว่าง ซึ่งส่วนใหญ่ข้อสอบก็จะกระจายกัน เช่น MCQ จะมี 1-2 ข้อ พอมา Fill in the bank ก็จะมีบทเดียวไปเลย เป็นต้น สำหรับ Written พี่อยากแนะนำน้องๆ ให้ทำในข้อที่ทำได้ก่อน ถ้าข้อไหนไม่มั่นใจหรือทำไม่ได้ให้ตัดคำตอบที่เรารู้อยู่แล้วออกก่อน เพื่อที่จะให้เหลือ choice ในการเดาน้อย และจะได้ประหยัดเวลาในการทำข้อสอบไปในตัวด้วย

ในส่วนของ Oral จะให้อธิบายเกี่ยวกับเลือดที่เรารู้จักทั่วไป เป็นการถามแล้วก็ให้เราตอบเลยตอนนั้นเลย สำหรับตัวพี่เองคิดว่ามันยาก เพราะต้องคิดไปด้วยแล้วก็ตอบไปด้วย ทำให้มีอาการตื่นเต้นเวลาตอบคำถาม ถ้าเอาส่วนนี้มาเขียนน่าจะง่ายกว่า แต่สำหรับคนที่มีความมั่นใจอยู่แล้วก็ไม่น่าจะยาก เพราะคำถามไม่ยากอยู่แล้ว ก็เหมือนพูดคุยกันทั่วไป

โดยรวมความยากง่ายของข้อสอบพี่คิดว่าปานกลางนะ ไม่อยากบอกว่ามันง่าย แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถ ตอนที่ทำคิดว่า Fill in the bank เป็นส่วนที่ยากที่สุด เพราะเป็นพาร์ทที่บทนั้นยังไม่ได้เรียน ยังไม่ได้เน้นไปที่บทนั้น เรื่อง system รู้สึกว่าจะเรียนบทนี้ยังไม่ลึกเลยทำไม่ค่อยได้ แต่จากที่ถามเพื่อนที่สอบด้วยกัน ข้อสอบเพื่อนจะเป็นคนละชุด แต่ละชุดข้อสอบไม่เหมือนกัน

สุดท้ายนี้อยากจะฝากถึงน้องๆที่กำลังเตรียมตัวสอบ อยากให้น้องๆ เตรียมตัวให้ดี แบ่งเวลาในการอ่านหนังสือให้เป็น และฝึกทำโจทย์ ทำแบบฝึกหัดเยอะๆ เพื่อที่จะทำให้เราคุ้นชินกับโจทย์และรู้แนวทางในการสอบด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง คนที่สอบติดคือคนพร้อมไม่ใช่คนที่เก่งอย่างเดียว ถ้าเราอยากจะสอบได้ในคณะที่เราต้องการจริงๆ เราก็ต้องตั้งใจ และพยายามให้เต็มที่ อาจจะเหนื่อยบ้างในช่วงที่เตรียมตัว แต่ถ้าเทียบกับผลที่จะได้รับคิดว่ามันคุ้มมาก


 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

10 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สอบเป็นภาษาอังกฤษใช่มั้ยคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Itsariya.p
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พอดีสนใจที่นี่มากๆเลย อยากได้คำแนะนำดีๆจากพี่ หนูรบกวนขอไลน์พี่ได้ไหมคะ?

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      Debrecen jól hely és Debrecen viszonylag közel van Budapesthez.https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      กัลย์
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรียนแพทย์ที่ไทยไม่ดีกว่าหรือ 


      ปัจจุบันนักเรียนไทยที่สอบไม่ติดแพทย์ที่ไทยไปเรียนต่อกันมากมายเช่นแพทย์เช็ค ฮังการี โปแลนด์ จีน ฟิลิปปินส์ อยากจะบอกว่าให้รีบคิดใหม่โดยด่วน หากดีจริงคงไม่มีคนแย่งกันสอบเข้าที่ไทยมากมายขนาดนี้ กลับกันการสอบเข้าที่ต่างประเทศนั้นดูแสนจะง่ายดาย เพียงมีสตางค์และความรู้ระดับผิวๆก็สามารถสอบติดได้อย่างง่ายดาย


      การเรียนแพทย์ที่ต่างประเทศนั้นเป็นเส้นทางที่มิควรทำอย่างยิ่ง (ยกเว้นสหรัฐอเมริกา หรือ อังกฤษ) เพราะประเทศที่เราไปเป็นประเทศที่มิได้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักแล้ว จะมีปัญตอนขึ้นชั้นคลินิคอย่างแน่นอน


      อีกทั้งการสอบใบประกอบโรคศิลป์หากคิดจะกลับมาเมืองไทย จริงที่ทางแพทย์สภามีการรับรองในหลายๆสถาบันตามโฆษณา แต่การที่จะเป็นแพทย์ที่ไทยได้ ย่อมต้องสอบผ่านใบประกอบโรคศิลป์ซึ่งเนื้อหา-โรคที่เรียนมีความแตกต่างกันมาก เปอร์เซ็นต์สอบผ่านน้อยมาก ถึงแม้จะสอบผ่านแล้ว การสมัครเรียนต่อเฉพาะทางนั้นแทบจะเรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลย เพราะสถาบันดังๆที่มีสาขาดีๆต้องยอมรับว่าทางนั้นมักมีโควต้าของเด็กในสถาบันเอง หากคิดจะไปต่อเฉพาะทางเมืองนอกแทบจะเรียกว่าเป็นไปไม่ได้ ส่วนมากคำโฆษณาเป็นการขายฝันทั้งสิ้น การแข่งขันการเรียนต่อเฉพาะทางในอเมริกาหรืออังกฤษนั้นสูงมาก ยิ่งกว่าเมืองไทยเสียอีก ทำไมสถาบันเหล่านั้นในอเมริกาหรืออังกฤษจะรับนักศึกษาที่จบแพทย์จากมหาวิทยาลัยโนเนม อีกทั้งตัวนักเรียนเองยังมีความสามารถภาษาอังกฤษที่ไม่แข็งแรงเท่าเนทีฟเองอีก


      คำแนะนำคือยอมลงทุนเรียน A-Level ซักสองปีเทียบวุฒิม.ปลายแล้วสอบ กสพท.หรือรับตรงเข้าจุฬา รามา ธรรมศาสตร์น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        Lucie
        Guest IP
        #4-1

        ...การเลือกเรียนแพทย์ที่ต่างประเทศ ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับน้องที่ต้องการศึกษาต่อแพทย์ แต่อาจจะพลาดจากการสอบที่ไทย หรือ มีแพลนที่จะไปเรียนต่อ หรือ ต้องการทำงาน ในต่างประเทศ


        ...ในปัจจุบันนี้ แพทย์ต่างประเทศ มีให้เลือกอยู่มากมาย หลายประเทศ ขึ้นอยู่กับปัจจัยและเงื่อนไขของผู้เรียนว่าต้องการเลือกเรียนที่ไหน โดยการเรียนแพทย์ที่ต่างประเทศ สำหรับนักศึกษาต่างชาติ หลักสูตรที่เลือกเข้าไปเรียน จะมีเปิดสอนเป็นภาษาอังกฤษตลอดหลักสูตร (หลักสูตรนานาชาติ) ซึ่งแน่นอนว่าการที่จะเลือกไปเรียนที่ต่างประเทศ ผู้เรียนควรจะมีพื้นฐานภาษาอังกฤษอยู่แล้วระดับหนึ่ง


        …การเรียนแพทย์นั้น ไม่ว่าจะเรียนที่ไหนก็ตาม ไม่ได้เรียนกันง่ายๆ อยู่แล้ว ผู้เรียนต้องตั้งใจ และเรียนหนักหลายเท่าตัว (ถ้าใครคิดว่าเรียนง่าย เรียนสบาย ไม่แนะนำให้เลือกเรียนคณะแพทย์) ต้องเรียนรู้ ขยันตลอดเวลา คนที่ตั้งใจ จะต้องประสพความสำเร็จอย่างแน่นอน การเรียนใบประเทศ ยุโรป จะไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ เป็นหลัก ในแต่ล่ะประเทศนั้นๆ จะมีภาษาเป็นของตัวเอง ทางมหาวิทยาลัยจะมีหลักสูตรให้เรียนภาษาของประเทศเค้าด้วย เพื่อให้นักเรียนได้ใช้ในการสื่อสารหรือใช้ในการเรียนชั้นคลินิค แต่ถ้ายังไม่สามารถใช้ภาษาในประเทศนั้นได้ ก็จะมีคนสื่อสารเป็นตัวกลางแทน จึงไม่มีปัญหาในการเรียนมากนัก


        …สำหรับการสอบใบประกอบโรคศิลป์ ในการเรียนที่ยุโรป อาจจะมีบางรายวิชา ที่แตกต่างจากที่ไทย แต่น้องสามารถเตรียมพร้อมก่อนสอบได้ (ตอนนี้การสอบใบประกอบโรคศิลป์ ที่ไทย ข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษแล้ว) ถ้าน้องเรียนจบจากที่ยุโรป จะได้ ใบประกอบโรคศิลป์ จากทาง EU และยังสามารถ ไปสอบใบประกอบโรคศิลป์ ของทางเมกา (USMLE) หรือ ไปสอบ PLAB ก็ได้ ถ้าต้องการไปต่อที่ประเทศอังกฤษ


        …นอกจากนี้การเรียนต่อที่ยุโรป จะสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก เมื่อเทียบกับการไปเรียนแพทย์ที่อเมริกา อังกฤษ หรือ นิวซีแลนด์ เป็นต้น (แต่ถ้าน้องคนไหน เรียน A-LEVEL มาอยู่แล้ว และมีเงินทุนพร้อม ก็สามารถยื่นสมัครไปที่มหาวิทยาลัย ที่อังกฤษได้เลย)

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      พ่อรวยเรียนได้
      Guest IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แค่โรคประจำถิ่นก็ต่างกันแล้ว ยุโรปไม่มีเคสโรคเขตร้อนแบบไทย จะมาทำงานในไทย?


      จริงไหมกับคำว่าคนที่ไปจากเมืองไทยไปเรียนแพทย์แถวฮังการี เอสโตเนีย เช็ค โปแลนด์ คือคนที่สอบแพทย์ในระบบของไทยไม่ได้

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        Ankana
        Guest IP
        #5-1

        ถ้าคิดแบบแคบๆอาจจะเป็นแบบนั้น แต่ที่เรารู้จักเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยแพทย์ ทั้งของ Budapest และ Debrecen เขาเป็นคนเก่งกันนะ มหาวิทยาลัยแพทย์ก้อถูกจัดอันดับ #2011 โดย QS World Ranking สาขาแพทย์ ... ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้วล่ะ อย่ามองแบบองุ่นเปรี้ยวเลย .. มหาวิทยาลัยเขามีระบบการคัดกรองในตอนสอบเข้าและระหว่างเรียน เขาคงไม่ทำให้เสียชื่อเสียงมหาวิทยาลัยเขาหรอก แม้แต่ตอนสอบเข้าก้อไม่ใช่ข้อสอบผิวๆแบบที่เข้าใจกันเพราะมีสอบ oral exam ต้องอธิบายและบรรยายเป็นภาษาอังกฤษด้วย .. หากจบมาแล้วไม่มีความรู้ มหาวิทยาลัยเขามีระบบให้ terminate ตั้งแต่ปีแรกๆแล้วล่ะ และที่เรารู้นะว่ามหาวิทยาลัยใน Debrecen เขามีติว USMLE step 1 ด้วย สอนโดย KAPLAN นะ ไม่ไก่กาแน่นอน.. เท่าที่รู้นะ การเรียนการสอบของเขาก้อมีมาตรฐานยุโรป ไม่งั้นคงไม่ได้รับการรับรองจากแพทย์สภาของ UK ที่รู้จักกันคือ GMC ... เราจะบอกว่า guideline ต่างๆที่หมอบ้านเราเรียนกันก้อมาจาก US หรือ Europe ทั้งนั้นแหละ ... โรคสำคัญหลักๆคงไม่แตกต่างกันมากมายจนไม่มีความรู้กลับมาทำงานได้แน่่นอน ... เอาเข้าจริงมหาวิทาลัยแพทย์ที่ติดอันดับหนึ่งใน 500 ของโลกก้อยากแล้ว เพราะเขาจัดอันดับจาก 6,000 มหาวิทยาลัยแพทย์ทั่วโลก ...

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Dek 61
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อยากรู้ค่าเรียนต่อปีอะครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Anakan
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าคิดแบบแคบๆอาจจะเป็นแบบนั้น แต่ที่เรารู้จักเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยแพทย์ ทั้งของ Budapest และ Debrecen เขาเป็นคนเก่งกันนะ มหาวิทยาลัยแพทย์ก้อถูกจัดอันดับ #201 โดย QS World Ranking สาขาแพทย์ ... ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้วล่ะ อย่ามองแบบองุ่นเปรี้ยวเลย .. มหาวิทยาลัยเขามีระบบการคัดกรองในตอนสอบเข้าและระหว่างเรียน เขาคงไม่ทำให้เสียชื่อเสียงมหาวิทยาลัยเขาหรอก แม้แต่ตอนสอบเข้าก้อไม่ใช่ข้อสอบผิวๆแบบที่เข้าใจกันเพราะมีสอบ oral exam ต้องอธิบายและบรรยายเป็นภาษาอังกฤษด้วย .. หากจบมาแล้วไม่มีความรู้ มหาวิทยาลัยเขามีระบบให้ terminate ตั้งแต่ปีแรกๆแล้วล่ะ และที่เรารู้นะว่ามหาวิทยาลัยใน Debrecen เขามีติว USMLE step 1 ด้วย สอนโดย KAPLAN นะ ไม่ไก่กาแน่นอน.. เท่าที่รู้นะ การเรียนการสอบของเขาก้อมีมาตรฐานยุโรป ไม่งั้นคงไม่ได้รับการรับรองจากแพทย์สภาของ UK ที่รู้จักกันคือ GMC ... เราจะบอกว่า guideline ต่างๆที่หมอบ้านเราเรียนกันก้อมาจาก US หรือ Europe ทั้งนั้นแหละ ... โรคสำคัญหลักๆคงไม่แตกต่างกันมากมายจนไม่มีความรู้กลับมาทำงานได้แน่่นอน ... เอาเข้าจริงมหาวิทาลัยแพทย์ที่ติดอันดับหนึ่งใน 500 ของโลกก้อยากแล้ว เพราะเขาจัดอันดับจาก 6,000 มหาวิทยาลัยแพทย์ทั่วโลก ...

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ฉันทนุช
      Guest IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ลูกชายได้ทุนเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัย Szeged อยากสอบถามความคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Robot
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เมืองเป็นยังไงหรอคะ เงียบมากมั้ย คนไทยที่เรียนอยู่เยอะมั้ยคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พี่ครับ แล้วถ้าพี่มาไทยต้องมาสอบใบประกอบ วิชาชีพแพทย์ที่นี้ด้วยใช่ไหม

      แล้วที่นั้นเขาใช้คะแนนไรบ้างครับในการสมัครสอบเข้าศึกษาค่อ


      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป