รีวิวเด็กแลกเปลี่ยน Istudy-22 [ยินดีให้แชร์]

วิว
#นักเรียนแลกเปลี่ยน #แลกเปลี่ยนอเมริกา #istudy22
...สวัสดีค่า วันนี้ไม่มีอะไรทำเลยมานั่งเขียนกระทู้รีวิวชีวิตแลกเปลี่ยนของตัวเอง5555

ก่อนอื่นต้องบอกว่าเราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของโครงการ I-study มาแลกเปลี่ยนที่อเมริกาค่ะ

เดี๋ยว...ลืมแนะนำตัว เราชื่อครีม อายุ 15 ปี อยู่ม.4ค่ะ บางคนอาจจะรู้จักเราในนามเนปจูนซึ่งก็คือนามปากกาของเรา
ต่อดีกว่า ก็ตอนนี้เราอยู่มาเกือบสามเดือนเต็มๆแล้วค่ะ 







เข้าโครงการได้ยังไง...?
-ก่อนอื่นต้องบอกว่าไม่เคยคิดฝันจะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเลยแม้แต่น้อยค่ะ5555 แต่รร.มีการจัดสอบให้ไม่เสียค่าใช้จ่ายก็เลยสอบไปค่ะ
.
.
.
ปรากฎว่าผ่านรอบแรกซึ่งเป็นรอบreading listening and writing เราก็ไปบอกที่บ้านค่ะ ซึ่งบ้านเราเป็นครอบครัวใหญ่ มีเรา น้องสาว คุณพ่อคุณแม่ คุณตาคุณยาย คุณย่า คุณลุงคุณป้า คุณน้าคุณอา 

พอคุณพ่อรู้ก็บอกคุณแม่ค่ะว่าถ้าเราผ่านสอบสัมภาษณ์จะให้เราไป 
ตอนแรกก็ไม่อยากมาค่ะ แต่พอมาคิดดูดีๆครอบครัวใหญ่ฝั่งคุณตา ลูกพี่ลูกน้องตัวเองเรียนเก่งกันมากกกกก
ประมาณว่ามีอยู่ช่วงนึงไลน์เด้งว่าญาติๆได้เกียรตินิยมกันเหมือนได้ขนมเลยอ่ะค่ะ นี่เลยอยากให้พ่อกับแม่มีอะไรไปอวดเขาบ้าง แล้วสรุปเราก็ผ่านสัมภาษณ์ค่ะ!!! 
        เลยตัดใจมา แบบ "เอาวะ!ไหนๆก็ได้แล้ว" กับอีกอย่างคือ "โอกาสมาถึงที่แล้วถ้าไม่คว้าไว้ก็โง่แสนโง่แล้วค่ะ" เพราะสอบตอนม.3 จะได้มาตอนม.4 ซึ่งมันก็ถือว่าลงตัวใช้ได้เพราะกลับไปก็ตามงานที่ไทยให้ครบแล้วก็ขึ้นม.5ได้เลย




+ข้อสอบยากไหม อยากไปต้องทำยังไง+
-โครงการเราจะเริ่มหาเด็กรุ่นต่อไปช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนค่ะ(ถ้าจำไม่ผิด) แล้วถ้าผ่านทุกอย่างก็จะได้มาในปีต่อไป
-ข้อสอบไม่ยากนะคะถ้าไม่ประมาท ก่อนวันสอบเปิดหนังสือภาษาอังกฤษผ่านๆหน่อยก็น่าจะรอดแล้วค่ะสำหรับคนมีพื้นฐานภาษาอังกฤษ 
-แต่ถ้าไม่มีพื้นฐานอาจจะลำบากหน่อย แนะนำให้ฝึกฟังพวกช่องยูทูปที่ฝรั่งทำ หัดฟังให้ออกแล้วก็พูดตาม ส่วนแกรมม่าก็สูบจากรร.แล้วก็หนังสือเพิ่มเติมค่ะ
-เริ่มแรกยังไม่อยากให้ใช้dictionary ในโทรศัพท์นะคะเพราะมันหาง่ายเกิน เราจะไม่จำ แนะนำให้ซื้อdictionary เป็นเล่มค่ะ เพราะเมื่อเราไม่รู้เราก็ต้องเปิด แล้วระหว่างหาคำศัพท์ในหัวเราก็ต้องท่องคำนั้นอยู่ตลอด พอหาเจอก็จำศัพท์นั้นได้แล้วค่ะ
-ข้อเขียนในข้อสอบจะเป็นเกี่ยวกับตัวเองค่ะ อย่างให้เขียนอธิบายชีวิตประจำวัน อาชีพที่อยากเป็น แล้วเขาจะใช้essay ของเราในการสัมภาษณ์ค่ะ เพราะฉะนั้นเขียนความจริงลงไปนะคะ




+ทางโครงการมีค่ายอะไรบ้าง+
-ของโครงการเรามีค่ายสองค่ายใหญ่ๆคือค่ายธรรมะกับค่ายสันทนาการค่ะ
        -ค่ายธรรมะก็จะเป็นค่าย4วัน3คืน ก็ให้นั่งสมาธิเดินจงกรมนั่นแหละค่ะ แต่สิ่งที่ได้จากค่ายนี้คือการปล่อยวาง ทำยังไงให้ตัวเองไม่ฟุ้งซ่านจนโฮมซิก แล้ววันสุดท้ายก่อนกลับก็จะมีพิธีขอขมาคุณพ่อคุณแม่(อันนี้งานดราม่า น้ำตาเล็ดทั้งครอบครัวเลยค่ะ5555) อันนี้ไม่บังคับ แต่เราไปค่ะ
        -ค่ายสันทนาการก็จะเป็นค่ายที่ทำให้เรารู้จักเพื่อน แล้วก็จะมีรุ่นพี่ปีก่อนๆมาเป็นสตาฟดูแล พวกพี่ๆก็จะได้เล่าประสบการณ์ให้ฟัง วิธีเอาตัวรอด วิธีหาเพื่อน การทำงานเป็นกลุ่มอันนี้บังคับค่ะ แต่ถ้าไปไม่ได้จริงๆก็ต้องติดต่อทางโครงการ





+เดินทางยังไงหนอ+
-ก็แน่นอนว่าเครื่องบินอ่าค่ะ ขับรถน่าจะไม่ถึง//โดนตบ
-ก่อนบินประมาณสามถึงสี่วันทางโครงการของเราจะเรียกไปเรียนการขึ้นเครื่อง การเปลี่ยนเครื่องและการเอาตัวรอดถ้าตกเครื่องค่ะ เพราะเราต้องไปกันเองไม่มีพี่ๆสตาฟตามไปเลยสักคน
-เราบินKorea airlines วันที่ 9 สิงหาคม ตอนเที่ยงคืนสิบนาทีค่ะ ซึ่งเราก็น่าจะเป็นคนโชคดีคนนึง เพราะเรามีเพื่อนร่วมทาง5คน แล้ว5คนนี้ก็นั่งด้วยกันไปจนถึงปลายทางสุดท้ายเลยค่ะ
-อาหารบนเครื่องก็ถือว่าดีระดับนึงเลยนะคะ เรานั่ง5ชม. เปลี่ยนเครื่องที่โซลแล้วก็นั่งอีก 12 ชั่วโมงลงชิคาโก้ แล้วก็นั่งAmerican airlineอีก 2 ชั่วโมงลง XNA airportค่ะ สรุปรวมๆก็ประมาณ 19 ชั่วโมงค่ะ
-ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงเด็กแลกเปลี่ยนบินค่ะ นั่งบนเครื่องเรานั่งปลายๆเครื่อง มีแต่เสียงคนไทยแล้วเกือบทั้งหมดก็เป็นเด็กแลกเปลี่ยนมาจากหลายๆโครงการ เอาเป็นว่านั่ง 12 ชั่วโมงได้เพื่อนเพิ่มแน่นอนค่ะ
-กระซิบว่าkorea airlineของราเมงได้ฟรี ราเมงอร่อยค่ะ นั่ง12ชั่วโมงกินเข้าไปเลยค่ะ


 
 
 
 
+วีซ่า+
-ทางโครงการเราจะสอนวิธีตอบคำถามก่อนที่จะเรียกไปสัมภาษณ์ค่ะ เราทำวีซ่าก่อนบินไม่ถึงเดือนเลยค่ะ แต่วีซ่าผ่านง่ายค่ะ
-เราใช้เป็นวีซ่า J-1 หรือเรียกอีกอย่างว่า DS-2019 ค่ะ มีระยะคลุมยาว 1 ปี
 
 
 
 
+การเรียนก่อนมา+
-ทางโครงการของเรามีคลาสสอนทุกวันเสาร์อาทิตย์ค่ะ ครูคนอเมริกาเป็นคนสอน แต่ไม่ได้สอนภาษาอังกฤษแต่เป็นการสอนวัฒนธรรมของที่นี่ สอนคำแสลงและการหาเพื่อน การปรับตัวเข้าหาโฮสต์ ประมาณนี้ค่ะ
-เริ่มคลาสครั้งแรกประมาณมีนาคม จบคลาสมิถุนายนค่ะ





+สัมภาระ!!!+
-โครงการเราให้เอากระเป๋าใบใหญ่แบบโหลดใต้เครื่องไปได้ 2 ใบ ใบนึงไม่เกิน 23 กิโลแล้วก็เป้อีกใบนึงที่ติดตัวขึ้นเครื่องค่ะ
-กระเป๋าใหญ่เราตอนจัดนี่หัวหมุนมากค่ะ เพราะจัดก่อนบินไม่ถึงสองอาทิตย์ ตอนแรกจัดเสร็จใส่ไม่พอต้องเปลี่ยนกระเป๋า เปลี่ยนเสร็จใส่พอ น้ำหนักเกินอีก! จัดไปจัดมา ใบละ23กิโล เป๊ะแบบไม่ขาดไม่เกินเดินทางสายกลางเลยค่ะ

ที่มันเยอะเพราะมีพวกผ้าอนามัยด้วยค่ะ เพราะที่นี่ไม่มีแบบแผ่นใหญ่ใส่นอน ก็เลยกินไป1/4ของกระเป๋าแล้ว ความลำบากของผู้หญิงค่ะอันนี้ ไหนจะของฝากอีกค่ะ ของฝากก็เกือบเต็มแล้ว ใบนั้นเลยใส่เสื้อกันหนาวไปได้อีกสองตัว

อีกใบใส่เสื้อผ้าค่ะ เราเอาไปแต่เสื้อยืดประมาณ 8-9 ตัวแล้วก็กางเกงยีนส์อีก 4 ตัว แล้วก็มีชุดราตรี ชุดไทย รองเท้าผ้าใบเผื่ออีกคู่นึง แล้วก็อุปกรณ์ส่วนตัวค่ะ






มาถึงเรื่องที่หลายๆคนต้องรออยู่นั่นก็คือ.....!!!????


+host family!!!+
-ทางโครงการของเราจะเริ่มให้ทำประวัติของเรา แล้วก็เขียนจดหมายถึงโฮสต์(ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้เลยค่ะว่าโฮสต์จะเป็นใคร) บอกไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ทำอัลบั้มรูป แล้วก็ตรวจสุขภาพ ETC. ซึ่งทั้งหมดนี้เราต้องส่งภายในต้นเดือนตุลาของปีก่อนค่ะ เพื่อที่สำนักงานที่ไทยจะได้ส่งไปที่สำนักงานใหญ่ที่อเมริกา
-เราได้โฮสต์วันที่ 29 มีนาคมค่ะ(จำค่ดแม่น) คือวันนั้นเป็นวันเสาร์ซึ่งเราต้องไปที่สำนักงานเพื่อเข้าคลาสเตรียมตัว แต่เราต้องไปต่างจังหวัดกับครอบครัวค่ะ แล้ววันรุ่งขึ้นเรานั่งรถจากต่างจังหวัดกลับบ้าน เพื่อนเราก็ไลน์มาบอกว่าเหมือนเราจะได้โฮสต์แล้ว ซึ่งตอนแรกก็ไม่ค่อยเชื่อค่ะ เพราะทางโครงการบอกว่าจะเริ่มได้โฮสต์กันเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน แต่เพื่อนบางคนก็ได้โฮสต์แล้ว เราก็เลยเข้าไปตรวจเมลค่ะ!!! ปรากฎว่าได้โฮสต์แล้วจริงๆ อยู่ที่ AR ซึงคือ Arkansas ค่ะ
-รัฐนี้บางคนอาจจะไม่รู้จัก เราก็เพิ่งรู้จักตอนได้โฮสต์นี่แหละค่ะ รัฐอยู่ทางใต้ แต่อย่าพูดว่าชนบทค่ะ เราอยู่เมืองBentonville ซึ่งเมืองแถบนี้จะมี Rogers, Bella vistaและอีกหลายๆเมืองเลยค่ะ คือมัมเราบอกว่าที่นี่ขับรถไปเรื่อยๆหน่งชั่วโมงผ่านได้5เมืองเลยค่ะ
-รัฐเราเป็นสำนักงานใหญ่ Walmart คนเกือบทั้งรัฐก็ทำงานวอลมาร์ทแหละค่ะ โฮสต์แดดเราก็ทำงานเป็นสถาปนิกของวอลมาร์ท ซึ่งที่เมืองเรามีวอลมาร์ทเยอะเหมือน 7-11 บ้านเราเลยค่ะ แต่ติดที่วอลมาร์ทจะใหญ่กว่า
-เมืองเราอารมณ์ประมาณเชียงใหม่อ่ะค่ะ อากาศดี แล้วโฮสต์มัมบอกว่าปีนี้หิมะตกแน่ๆ หลังจากไม่ตกมาสองปี เพราะตอนนี้เพิ่งจะพฤศจิกายนแต่ตอนกลางคืนหิมะเริ่มตกแล้วค่ะ ตอนเช้าก็ -1,-2 สลับกันไป ไม่อยากไปรร.เลยค่ะ อากาศเหมาะแก่การนอนมากกก
 
 
 
+การติดต่อโฮสต์แฟมมิลี่และการทำความรู้จักกัน+
-ทางโครงการเราบอกว่าถ้าได้โฮสต์แล้ว ให้โทรไปหาค่ะ แต่ส่วนใหญ่คนที่นี่จะไม่รับเบอร์แปลก ให้ฝากข้อความเสียงไว้ ประมาณแบบ สวัสดีค่ะ เราชื่อ.... เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากไทยอะไรก็ว่าไป
แต่! ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเราโทรแล้วโฮสต์มัมรับค่ะ!!!! ทีนี้ตอนนั้นสคริปที่เตรียมไว้ฝากข้อความเสียงหายหมด กลายเป็นตื่นเต้นจนสั่นไปหมดเลยค่ะ55555 แต่เราก็บอกไปว่านี่ครีมนะ เป็นเด็กแลกเปลี่ยนเขาก็จำได้ทันทีค่ะ
-หลังจากนั้นจนอาทิตย์ก่อนที่จะมาครอบครัวเรากับโฮสต์ก็จะSkypeกันทุกๆวันอาทิตย์เลยค่ะ มีไม่ได้Skypeบ้างช่วงเราสอบ แต่นอกนั้นก็คุยกันจนเริ่มสนิทกันค่ะ
-อีกเรื่องคือเราอยากเป็นสถาปนิก เราชอบวาดรูปperspectiveค่ะ ซึ่งแด็ดเป็นสถาปนิก ตอนนี้เรากันแด็ดก็เริ่มหารูปมาเตรียมไว้ ตอนเราปิดเทอมก็จะไปนั่งวาดรูปเล่นกับแด็ดค่ะ
-ครอบครัวโฮสต์เรามี โฮสต์แด็ดอายุ 63 ปี โฮสต์มัม 59 ปี แล้วก็โฮสต์ซิสเตอร์ 21 ปีค่ะ
ซึ่งตอนนี้เรากับโฮสต์ซิสเหมือนเป็นแฝดกันแล้วค่ะ แยกกันแค่ตอนไปเรียน นอกนั้นตัวติดกันเหมือนมีเชือกมัดเลยค่ะ555555
-ซึ่งต้องบอกว่าโฮสต์เราดีมากกก แต้มบุญน่าจะพกมาเยอะอยู่ค่ะ5555 ครอบครัวที่นี่เหมือนครอบครัวเราที่ไทยเลยค่ะ เขาไม่ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นส่วนเกิน มัมกับแด็ดย้ายมาจากเปอร์โตริโก้ อาหารก็เลยจะประมาณบ้านเรา มัมชอบกินเผ็ดด้วยค่ะ ตอนนี้มัมหลงใบกะเพราของไทยมาก ดมได้ทั้งวัน ใส่เข้าไปในอาหารทุกอย่างที่ทำ อีกอย่างคือชอบผัดกะเพรามากค่ะ เราเลยทำให้เกือบทุกอาทิตย์เลย
-การออกกำลังกาย มัม ซิสเตอร์กับเราจะไปเต้น Zumbaที่Walmart fitness กันทุกวันอังคาร แล้ววันพฤหัสก็จะไปออกกำลังกายแบบธรรมดา วิ่ง ปั่นจักรยานประมาณนี้ค่ะ
 
 
 
 
 
+โรงเรียน+
-เราเรียนที่ Bentonville high school ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ใหญ่มากค่ะ นักเรียนมีเกือบห้าพันคน
-การจัดตารางเรียนถือว่าทำเรางงในช่วงอาทิตย์แรกค่ะ เพราะในใบวิชาจะให้มา8 วิชาที่เราเลือก แต่เวลาเรียนวันจันทร์กับพุธจะเรียนวิชาที่ 1,3,5,7 ในใบวิชาค่ะ ส่วนอังคารกับพฤหัสจะเรียนวิชาที่ 2,4,6,8 คาบละหนึ่งชั่วโมงครึ่งค่ะ ส่วนวันศุกร์เรียนทุกวิชา วิชาละ40นาทีค่ะ
-ที่นี่ก็เดินเรียนอย่างที่หลายๆคนรู้ค่ะ แต่!ที่นี่มีตึกสองตึกคือตึกnorthกับsouthค่ะ ซึ่งโรงเรียนจะให้เวลา 6 นาทีในการเปลี่ยนคาบแต่ละคาบ ซึ่งถนนระหว่างตึกสองตึกจะเป็นที่จอดบัสตอนกลับบ้านค่ะ แต่ระหว่างวันก็ต้องเนเปลี่ยนตึกกันบ้าง ซึ่งเปลี่ยนแต่ละที ถนนตรงนั้นเหมือนห้าแยกชิบูย่าเลยค่ะ เดินกันขวักไขว่แล้วเดินทีเป็นพันคน แล้วสิ่งที่ทำให้เราใจจะขาดคือบางคาบเราต้องวิ่งจากชั้น 2 ตึกsouth ไปชั้น 3 ตึกnorthค่ะ!!! วิ่งถึงห้องเรียนทีหอบไปเกือบห้านาทีเลยค่ะ
-โรงเรียนเรามีทีมอเมริกันฟุตบอล ทีมวัลเล่ย์บอล ทีมบาสเกตบอล ทีมเต้นและอีกหลายอย่างเลยค่ะ เชียร์ลีดเดอร์รวมทั้งหมดก็มีประมาณ 200 คน
-อีกอย่างที่ชอบมากคือโรงเรียนมี chrome book ให้นักเรียนค่ะ คือไม่ได้ให้เอากลับบ้านแต่ทุกห้องเรียนมีchrome bookให้นักเรียนได้คนละเครื่อง เรียนเสร็จก็เก็บเข้าที่ กล้องจุลทรรศ์คลาสชีวะมีให้คนละเครื่องเลยค่ะ คลาสอาร์ตก็มีโต๊ะดราฟตัวใหญ่ๆให้คนละตัวเลยค่ะ ถือว่าเป็นโรงเรียนที่รวยโรงเรียนนึง55555
-แต่สิ่งที่ทำเราหัวร้อนมากคือโรงเรียนจะมีอีเมลให้เด็กทุกคนค่ะ เอาไว้เข้าทุกระบบของโรงเรียนทั้งเข้าChrome book เข้าเว็บดูเกรด เข้าไปเลือกวิชาเลือก(flex ปล.เดี๋ยวอธิบายให้ค่ะว่ามันคืออะไร) แต่เราซึ่งเป็นเด็กแลกเปลี่ยนมีปัญหากับทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวไป ต้องไปดิ้นรนแก้อยู่เป็นอาทิตย์เลยค่ะ แต่สุดท้ายตอนนี้ก็ใช้ได้ทุกอย่างแล้ว
-Flex ของโรงเรียนเราคือวิชาเลือกค่ะ เปลี่ยนได้ทุกอาทิตย์ เรียนวันอังคารกับพฤหัส ทุกวันเสาร์สามารถลอคอินเข้าไปเลือกได้ค่ะ มีให้เลือกเป็นร้อยอย่างเลย อาทิตย์ที่แล้วเราไปโยคะมาค่ะ5555
 
 
 
 
 
+โฮมซิก....+
-เราไม่โฮมซิกค่า แต่มีร้องไห้อยู่ครั้งนึง ตอนมาถึงใหม่ๆแล้วไม่มีเพื่อน แต่ตอนนี้มีแก็งแล้ว ชีวิตเลยดีไม่มีอะไรติดขัดค่ะ
-ฟู้ดซิกก็ไม่ กินได้อร่อยทุกอย่างค่ะ
-อันนี้ให้ทริคค่ะ สำหรับคนไม่อยากโฮมซิก อย่าคิดถึงเรื่องที่บ้านค่ะ อย่าคิดแบบตอนนี้เพื่อนที่ไทยต้องกำลังทำนู่นทำนี่ พ่อกับแม่ต้องทำนู่นทำนี่อยู่แน่เลย ห้ามค่ะ!
-ให้คิดเหมือนคนมั่นหน้าไว้ว่าเราเหนือกว่าค่ะ เราบินข้ามน้ำข้ามทะเลมา พ่อแม่เสียไปกี่บาทเพื่อส่งเรามา จะเอาเวลามานั่งร้องไห้ก็ไม่ใช่เรื่องเนอะ
-ทุกสิ่งแย่ๆมีสิ่งดีๆอยู่เสมอค่ะ คิดบวกเข้าไว้!
 
 
 
 
 
 
+ว่าด้วยเรื่องนี่เป็นติ่งเกาหลีค่ะ...+
-เราเตรียมของแต่งห้องมาเองบ้าง (เราติ่งบังทันค่ะ แต่ตอนนี้เราหนีด้อมมาติ่งวันนาวัน) เราเมนวีกับจองกุก ก็เลยเอาโปสเตอร์แยกเดี่ยวของวีมาใส่กรอบแผ่นนึง แล้วก็สแตนดี้จองกุกตั้งหัวเตียงตัวนึง แล้วก็มีโปสเตอร์รวมทุกคนอีกแผ่นแปะอีกด้านค่ะ ตอนนี้กำลังหาไฟตกแต่งห้องมาหนีบพลล.รูปคุณพ่อคุณแม่ตรงกลางกับวันนาวันอยู่ค่ะ
-คือตอนเรามาถึงวันนาวันอยู่LAค่ะ ตอนนั้นมี kcon แต่เราไม่ได้ไปค่ะไม่ต้องอิจฉา.....
 
 
เดี๋ยวกระทู้ต่อไปจะเป็นพวกกิจกรรมกับโฮสต์แล้วก็กิจกรรมที่โรงเรียนนะคะ
ฝากติดตามกันด้วยน้า อันนี้รูปไม่เยอะ แต่ต่อไปน่าจะรูปเยอะกว่าบรรยายแล้วค่ะ
 
 
 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

4 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป