เรียนภาษาจีนซัมเมอร์ที่เมืองหนาว ปิดเทอมทั้งทีพักความร้อนไปสัมผัสความหนาวช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ "มอสโคแห่งตะวันออก" [ยินดีให้แชร์]

วิว
คอร์สเรียนซัมเมอร์ภาษาจีนกลางอย่างสนุกควบคู่กับการสอดแทรกวัฒนธรรมจีน  1 เดือนเต็มๆที่ Harbin   institute of Technology(HIT)

     สวัสดีคะทุกคนก่อนอื่นเลยก็ต้องขอแนะนำตัวกันกันก่อนเนอะ  เค้ามีชื่อเล่นว่า เหมย คะวันนี้เหมยก็จะมาเล่าประสบการณ์ที่ได้ไปเรียนภาษาจีนระยะสั้นที่ฮาร์บินมาฝากนักอ่านทุกคนนะคะ

     บางคนอาจจะยังลังเลยังตัดสินใจไม่ได้ว่าตอนนี้คุณเรียนภาษาจีนไปเพื่ออะไร  แล้วถ้าเรียนแล้วจะนำไปใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่สำหรับเหมยนะคะเหมย ได้ตั้งเป้าหมายกับตัวเองว่า เหมยชอบเรียนภาษาจีน เหมยก็เรี่มหลงรักในภาษาจีน อยากฝึกพูดภาษาจีนให้คนจีนฟังเข้าใจ  และจะนำภาษาจีนไปใช้ในการทำงาน และอยากมีโอกาสเดินทางไปประเทศจีน สักครั้งตอนนี้เหมยก็เรียนอยู่ในระดับชั้น ม.5 เหมยก็เป็นเด็กต่างจังหวัดคนนึง ที่ตั้งใจเรียนภาษาจีนในห้องเรียนมาโดยตลอด แต่บางครั้งก็ไม่ได้มีโอกาสใช้ภาษาจีนบ่อยๆได้ใช้แค่ในห้องเรียน จึงทำให้เหมยอยากมีโอกาสได้ฝึกทักษะภาษาจีนเพิ่มขึ้น เหมยก็พยายามหาข้อมูลทุนเรียนภาษาจีนมาโดยตลอด แต่ก็เนอะโอกาสของเด็กต่างจังหวัด มักจะน้อยกว่าเสมอ แต่นั้นมันก็ไม่ทำให้เหมยละความพยายามที่จะล้มเลิกความตั้งใจที่จะไปประเทศจีน จนวันหนึ่งได้เจอเพจโครงการ   Study in Harbin เรียนภาษาจีนกลางที่ฮาร์บิน รวมค่าโครงการทั้งหมดประมาณ สามหมื่นกว่า พอเหมยเจอโครงการนี้ปุ๊ป  ตอนแรกไม่คิดอะไรเยอะแต่คิดว่าทำไมค่ารวมโครงการถูกจังจะโดนหลอกไหมเนี่ย เหมยก็เลยลองทักไปถามรายละเอียดกับเพจโครงการนี้ดู  จนได้คุยกับพี่เอ็มคนที่ดูแลโครงการนี้อยู่ พี่เอ็มก็จะให้รายละเอียดของโปรแกรมและค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดมาให้ ยิ่งพอคุยกันมารู้ว่าพี่เค้าเป็นคนตรังด้วยกันอีกก็รู้สึกมั่นใจไปประมาณหนึ่งละว่าจะไม่โดนหลอกใช่ไหม จึงไปหาข้อมูลดูรีวิวของคนที่ไปมาก่อน จึงลองไปคุยกับแม่ดูว่าจะให้ไปไหมในราคาประมาณนี้ พอแม่บอกได้ให้ไปดีใจสุดๆไปเลย พออีกวันนึงพี่เอ็มได้โทรมาชี้แจงรายละเอียดให้แม่ฟังแม่ก็ยิ่งโอเครไปใหญ่เลยอนุมัติให้ไป เหมยจึงเลือกที่จะเดินทางไปเรียนช่วงเดือนตุลาคม  เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนซึ่งตอนนั้นก็มีเวลาเหลืออีกประมาณ สามเดือนกว่าๆที่จะเตรียมตัวไปก็ตื่นเต้นมากพยายาม หาข้อมูลเมืองฮาร์บินและหาข้อมูลการเดินทางไปต่างประเทศ  พอได้ทำเรื่องสมัครเรียนกับพี่เอ็มเสร็จ พี่เอ็มก็จะพาเหมยเข้ากรุ๊ปเพื่อนๆคนอื่นๆที่จะไปด้วยกันในช่วงเดือนตุลาคมด้วยกันเหมยก็ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆคนอื่นๆ หลังจากนั้นพี่เอ็มก็จะดูแลเรื่องการทำวีซ่าและตั๋วเครื่องบินให้ ซึ่งพี่เอ็มจะตอบทุกคำถามและปัญหาต่างๆที่เหมยอยากรู้ให้พร้อมทั้งให้คำแนะนำกลับมาด้วย ยิ่งทำให้เด็กต่างจังหวัดคนนี้ที่ไม่มีความรู้เรื่องการเดินทางต่างประเทศมาก่อนให้มีความรู้ขึ้นมา หลังจากนั้นก็มีเพื่อนคนอื่นที่จะเดินทางไปด้วยกันเพิ่มมากขึ้นก็ดีใจมากที่จะมีเพื่อนๆไปด้วยกันหลายๆคน
และเมื่อถึงเวลาเดินทางของเราเหมยตื่นเต้นสุดๆไปเลยค่ะ










ในความคิดของตัวเองจะไปได้ไหมว่ะ จะน่ากลัวไหมนะ แต่โชคดีมากเลยคะ ที่การเดินทางครั้งนี้มีพี่สาวคนสวย  ของในกรุ๊ป พี่เค้าชื่อพี่ดรีมพี่เค้าน่ารักมาก มาช่วยจัดการการเดินทางให้กับเหมยและเพื่อนๆ  มาส่งพวกหนูๆถึงสนามบินพร้อมพาเช็คอิน เช็ครายชื่อ ให้คำแนะนำเพิ่มเติมเมื่อเปลี่ยนเครื่องเพราะพี่เค้ามีความชำนาญในการเดินทางไปต่างประเทศพี่เค้าเดินทางเกือบจะทั่วเอเชียละ แต่ที่น่าเสียดายคือพี่เค้าไม่ได้ไปกับพวกเราด้วยนะสิ เพราะพี่เค้าติดธุระสำคัญ เมื่อถึงเวลาที่เรามากันพร้อมๆหน้ากันที่สนามบินตอนแรกคือเหมยไปคนเดียวจากใต้ เป็นเด็กใต้คนเดียวเลยก็ว่าได้ เพราะเพื่อนคนอื่นในกรุ๊ปเค้าเป็นเด็กกรุงเทพกันหมดเลย ตอนนั้นก็แอบเศร้านิดหน่อย แต่พอสักพักเหมยได้เจอ เพื่อนและน้องๆที่อายุน้อยกว่าเหมยเค้าก็น่ารักกับเหมยมากชวนเหมยคุยและเหมยก็ชวนเค้าคุยเหมือนกันเราจึงเข้ากันได้555 พ่อแม่เพื่อนๆคนอื่นก็น่ารักมากบอกว่าทำความรู้จักกับเพื่อนๆไว้นะลูก จะได้ช่วยเหลือกันเพราะพวกเราจะต้องเดินทางกันไปเองพ่อแม่ของแต่ละคนก็จะเป็นห่วงมากกกนี่ก็เป็นรูปของพวกเราในกรุ๊ปในกรุ๊ปของเรามีผู้ชายสองคนผู้หญิงสิบคนจ้า 555 เริดไปอีก




พอเสร็จจาการเช็คอินแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะเข้าไปในเกต ก็ยิ่งโชคดีไปใหญ่มีแม่ของเพื่อนในกรุ๊ปที่ทำงานในสนามบินพาพวกเราเข้าไปส่งถึงหน้าเกต ใช้เวลานั่งรอเครื่องไม่นานก็ถึงเวลาที่จะไปขึ้นเครื่อง




สายการบินที่พวกเราจะเลือกเดินในครั้งนี้คือสายการบินChina Southen Airlines 




นี่ก็เป็นอาหารมื้อแรกของสายการบินรสชาติก็กินได้55




และเมื่อนั่งเครื่องมาได้ประมาณ 4ชั่วโมงก็เดินทางมาถึงสนามบินกวางโจวทุกคนก็เตรียมกรอกเอกสารคนเข้าเมืองและหาที่เช็คอินขึ้นเครื่องต่อไปยังฮาร์บินก็ต้องรีบวิ่งกันเลยละจะเดินแบบช้าไม่ได้เลยจร้าไม่งั้นตกเครื่อง ก็ยังมีเซลฟี่น้า55555





และใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเครื่องบินก็พาพวกเราลงมายังสนามบินไท้ปิ้ง  ความรู้สึกตอนนั้นถึงแล้วหรอ5555  ฮาร์บินที่รอคอยมานานแสนนาน  เราจะได้เจอกันแล้วใช่ไหม พอมาถึงปุ๊ปก็โทรวีแชทหาพี่เอ็มเลยทันที   พี่เอ็มมารับพวกหนูด้วยน้าพวกหนูถึงแล้ว5555   แต่พอลงมารอรับกระเป๋าก็เจอพี่เอ็มกับพี่ๆทีมงานยืนรอรับพวกเราอยู่รู้สึกอุ่นใจสุดๆไปเลยละเมื่อออกมาด้านนอกเพื่อไปขึ้นรถของมหาลัยที่มารอรับอยู่ สัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บของฮาร์บินสะท้านกันเลยที่เดียวพี่เอ็มก็พาพวกเราไปถ่ายรูปกับป้ายหน้าสนามบิน





จากนั้นก็นั่งรถมายังมหาลัย มหาลัยที่เราจะไปเรียนกันนั้นก็คือมหาลัย  Harbin   institute of Technology(HIT) หรือที่คนฮาร์บินเค้าจะเรียกสั้นๆว่า ฮาร์กงต้า นั่นเองค่ะเมื่อมาถึงมหาลัยพี่เอ็มก็พาพวกเราเอากระเป๋าไปเก็บเข้าห้องพักจากนั้นก็พาพวกเราไปหาของกินหน้ามหาลัย
 


เช้าวันที่ 5 ตุลาคม  ณ ฮาร์บิน
ตื่นเช้ามารับลมหนาวก็ได้เวลาไปเดินเล่นรอบๆมหาลัยกันแล้วค่ะ






      จากนั้นพี่เอ็มก็นัดพวกเรามาเจอที่หอ 13 เพื่อชี้แจงค่าเรียน ค่าหอ ค่าน้ำค่าไฟ โดยในตอนนั้นพี่เอ็มมีภาระต้องไปรับน้องๆ อีกหนึ่งกรุ๊ปที่เดินทางกำลังจะมาถึงเลยให้พี่นิวพี่ทีมงาน Study in Harbin มาช่วยพาพวกเราไปแนะนำการใช้ชีวิตในมหาลัย พี่นิวก็จะสอนว่าต้องทำอย่างไรต้องพูดว่าอะไร จากนั้นก็พาไปแนะนำการใช้โรงอาหารกินข้าวซึ่งมหาลัยนี้ มีโรงอาหารใหญ่หลายโรง ทั้งโรงที่ใช้เงินซื้อและโรงที่ใช้บัตรซื้อเนื่องจากเรายังไม่ได้บัตรจากโรงอาหารก็เลยไปกินข้าวโรงอาหารที่ใช้เงินซื้อซึ่งก็เป็นอาหารมื้อแรกของพวกเรา
และนี่คือภาพบรรยากาศโรงอาหารค่ะ


จากนั้นพี่นิวก็พาพวกเราไปสอนการเติมเงินใส่บัตรโรงอาหารเพราะที่โรงอาหารนี้จะไม่ใช้เงินซื้อข้าวเพราะว่าเงินมันสกปรกเมื่อมาถึงเลยเซลฟี่หน้าโรงอาหารกันซะหน่อย



 เป็นร้านขายผลไม้ระหว่างทางเลยเก็บภาพบรรยากาศมาฝากผู้อ่านทุกคนคะ






รูปภาพอาจจะเยอะไปหน่อย555555อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะเมื่อเราเริ่มสนิทกับเพื่อนมากขี้นพวกเราเลยไปเที่ยวด้วยกันบ่อยมากก



นี่เป็นเพียงแค่วันเดียวที่ได้ไปเที่ยวในฮาร์บินแต่กลับรู้สึกดีสุดๆ ฮาร์บินเป็นเมืองที่สะอาดผู้คนอยู่กันแบบเรียบง่าย หรือเพราะเราจะหลงรักฮาร์บินเข้าแล้วซะแล้วละ





วันต่อมาพี่เอ็มก็นัดพวกเรามาเจอกันเพราะวันนี้พีเอ็มจะพาพวกเราไปเที่ยวสถานที่ต่างๆในเมืองฮาร์บิน เมื่อเรามารวมตัวกันครบแล้วไปกันเลยเราจะไปเที่ยวด้วยกัน




พี่เอ็มก็พาพวกเราทุกคนไปขั้นรถเมล์พี่เอ็มก็จะสอนว่าต้องขึ้นตรงไหน ต้องลงตรงไหนพี่เอ็มก็จะบอกให้เราเตรียมเงินเอาไว้คนละหนึ่งหยวน(บาท)สำหรับจ่ายค่ารถเมล์ และสถานที่เราจะไปวันนี้คือ   โบสถ์เซ็นต์โซเฟียก็เป็นโบสถ์ที่เป็นสถานที่สำคัญของฮาร์บินเมื่อมาถึงแล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะไปที่นี้  วันที่พวกเราได้ไปกันนั้นก็เป็นหยุดชาติจีนเลยอาจจะมีนักท่องเที่ยวเยอะไปหน่อย5555




 
 ถ่ายรูปกับพี่เอ็มพี่คนที่ดูแลโครงการพี่เค้าเป็นกันเองกับน้องๆทุกๆคนน้องๆทุกคนเลยรักพี่เอ็ม55







เมื่อมาถึงฮาร์บินก็ต้องได้ลองกินถางหูลู้ คล้ายๆเหมือนผลไม้เชื่อมบ้านเราจะมีรสชาติหวานถึงหวานมาก5555


อีกหนึ่งสถานที่อยู่ไปไกลจากโบสถ์เซ็นโซเฟียใช้เวลาเดินไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงแล้วถนน中央大街 เป็นถนนคนเดินที่มีร้านค้าตลอด2ฝั่งให้บรรยากาศเหมือนเดินshoppingอยู่ยุโรป เป็นอีกหนึ่งสถานที่ต้องห้าม(พลาด)ของเมืองฮาร์บินพูดซะยาวเลยมาดูภาพถนนจงยางกันบ้างดีกว่าคะ










และเมื่อเราเดินมาสุดเส้นของถนนเส้นนี้ก็จะมาเจอกับแม่น้ำซงฮวาเจียงแม่น้ำขนาดใหญ่ที่สุดของฮาร์บินและอนุสาวรีย์น้ำท่วมที่เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ของเมืองฮาร์บินในอดีตภาพบรรยากาศตอน5โมงเย็นของที่นี้สวยยังกับอยู่ยุโรป555





ถ่ายรูปคู่กับพี่ลูกอม พี่ลูกอมเป็นรุ่นพี่ที่น่ารักมากพาเหมยและน้องๆอีกสองคนมาเที่ยวอนุสาวรีย์น้ำท่วมพี่เค้ามาเรียนที่ฮาร์บิน 1ปี และที่สำคัญพี่เค้าเป็นคนจังหวัดเดียวกับเหมยเป็นคนห้วยยอด เหมยโชคดีมากที่ได้รู้จักพี่เค้าเวลาเหมยมีปัญหาพี่เค้าก็จะให้คำปรึกษาอีกด้วย




เล่ามาซะยาว เค้ายังไม่ได้เล่าเรื่องเรียนเลยนี่มาเรียนหรือเที่ยวเนี่ย  ช่วงที่เหมยมาเป็นช่วงวันหยุดชาติจีนพวกเราเลยมีเวลาเที่ยวกันเต็มที่ และนอกจากการเรียนภาษาแล้วแล้วพี่ๆ Study in Harbin  ยังพาพวกเราไปเที่ยวสถานที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์ของเมืองฮาร์บินอีกด้วยโดยพี่วินหนึ่งในพี่ทีมงาน Study in Harbin  ก็พาพวกเราไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ 731ซึ่งเป็นสถานที่จริงที่ทหารญี่ปุ่นเข้ามายึดครองและตั้งเป็นสถานปฎิบัติการจับคนจีนไปทำการทดลองทางชีวภาพต่างๆภายในจัดแสดงเครื่องมือทรมาณมนุษย์ที่เคยผ่านการใช้งานจริง ซึ่งพี่วินบรรยายประวัติศาสตร์ไว้ลึกซึ้งมากแต่เหมยขออธิบายสั้นๆไว้เท่านี้นะค่ะ การเดินทางของพวกเราในวันนั้นคือเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดินลงสุดสายจากนั้นนั่งต่อรถเมล์เส้นทางอาจไกลซะหน่อยบอกได้เลยเลยว่าเกือบอ้วกเพราะรถเมล์ขับได้สุดยอดมาก5555


และเหมยเป็นคนที่หลับได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ555555555555555555

เมื่อเรามาถึงพิพิธภัณฑ์ก็ขอเก็บภาพรวมกันก่อนเลย555 ต้องขอบคุณภาพสวยๆจากพี่ๆทีมงาน Study in Harbin นอกจากจะเป็นพี่เลี้ยงดูแลพวกเราแล้วยังเป็นตากล้องให้พวกเราได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ



พี่วินก็พาพวกเราเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์นี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เข้าได้ฟรีพอเข้ามาถึงพี่เค้าก็เล่าความเป็นมาของฮาร์บินตอนที่ฮาร์บินทำสงครามกับญี่ปุ่นและทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาจีนให้พวกเราฟังกันอย่างละเอียด ไม่ต้องกลัวเลยนะค่ะว่าพอเราเข้ามาถึงจะอ่านภาษาจีนไม่ออกเพราะด้านในก็จะมีภาษาอังกฤษไว้ให้อ่านค่ะ


นี่นะคะก็จะเป็นรถไฟสายแรกของฮาร์บินคะมาถึงแล้วก็ต้องถ่ายรูปกันหน่อยคะ





ภาพรวมของพวกเราอากาศจะหนาวแค่ไหนพวกเราก็ยังยิ้มได้จร้า55  ด้านในของพิพิธภัณฑ์ที่ด้านในจะรวบรวมสงครามประวัติศาสตร์ และการเมือง ของฮาร์บินพิพิธภัณฑ์ของมาตรฐานระดับโลกมีรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในหน่วย 731 ทุก ๆ อย่างตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุด ส่วนที่ดีที่สุดคือมันฟรี 55555
 
ดูแต่ภาพเหมยทุกคนอาจะเบื่อกันแล้ว เรามาดูภาพด้านในพิพิธภัณฑ์กันบ้างดีกว่าคะ






จบทริปพิพิธภัณฑ์731เราไปชมสถานที่อื่นของเมืองฮาร์บินกันเลยดีกว่าพูดได้เลยว่าไปแค่เดือนเดียวแต่เที่ยวเกือบทุกที่ในฮาร์บิ้น555พี่ๆเค้าไม่อยากให้พวกเราพลาดชมความสวยงามของฮาร์บิน


วัดจี๋เล่อซื่อ เป็นวัดพุทธที่เป็นศูนย์รวมจิตใจพุทธศาสนิกชนของเมืองฮาร์บิน โดยเอกลักษณ์ของวัดพุทธแห่งนี้คือเป็นวัดที่มีความสวยงามและอยู่ติดกับสวนสนุกเมืองฮาร์บินทำให้ภายในวัดมองไปจะเห็นชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่บรรยากาศเยอะคงจะไม่เห็นภาพนั้นไปดูยกอัลบั้มกันน5555







จบเรื่องของการเที่ยวไว้ก่อนมาเข้าเรื่องของการกินหรือเรื่องของการเรียนก่อนดีน้า55  เอาเรื่องของการเรียนก่อนดีกว่าเนอะ555เพราะเหมยมาที่นี้เพื่อเรียนใช่ไหมน้า55    เมื่อเวลาแห่งวันหยุดหมดลง เราก็ต้องทำใจและยอมรับมัน55  พี่เอ็มก็พาพวกเรามาสอบวัดความรู้ว่าเรามีพื้นฐานภาษาจีนในระดับไหนจะ A   B   C  D  E  แต่ละระดับก็จะเพิ่มความยากขึ้น



หน้าตาดูสดชื่นเมื่อได้ทำข้อสอบ เมื่อเราสอบเสร็จรอไม่เกิน2ชั่วโมงผลก็ออกมาแล้วเย้ๆๆจะได้หคลาสไหนน้าและแล้วเหมยก็ได้อยู่   คลาส B4 ดีใจสุดๆไปเลย



จากนั้นได้เวลาไปซื้อหนังสือกัน พี่เอ็มก็ตจะพาพวกเราไปซื้อในร้านหนังสือของมหาลัยซึ่งราคาของหนังสือพี่เอ็มบอกว่ายิ่งได้คลาสเรียนที่สูงๆราคาของหนังสือก็จะถูก




      และแล้ววันเวลาแห่งความตื่นเต้นก็มาถึง เปิดเทอมวันแรกของเหมย ในต่างประเทศในประเทศจีนประเทศแห่งความฝันที่จะได้มีโอกาสมาเรียนที่ประเทศของเจ้าของภาษาที่ตนเองเรียนมาเกือบ3ปี รีบตื่นตั้งแต่เช้าเพราะวันนี้เหมยมีเรียนเช้า จันทร์ถึงศุกร์เหมยจะเริ่มเรียน 8 โมงเช้าจนถึง เที่ยงตรงวันศุกร์จะมีเรียนบ่ายบ่ายโมงจนถึง  4โมงเย็น   วันแรกของการไปหาห้องเรียน  วิ่งกันอย่างสนุกและเหนื่อยมากกว่าจะหาเจอเพราะตึกที่เหมยเรียน คือตึกจู๋โหล่วอยู่หน้ามหาลัยติดกับป้ายมหาลัยพอเข้ามาถึงเจอพี่คนไทยในห้องพี่เค้าก็ช่วยเหลือให้คำแนะนำทุกอย่างในห้องของเหมยก็มีทั้งเกาหลี รัสเซีย  และไทยมาดูรูปห้องเรากันดีกว่า



เหมยขอแนะนำสมาชิกให้ห้องเรียนของเราเริ่มตั้งคุณครูที่สอนเหมยกันก่อนเนอะคุณครูที่สอนเหมยมีทั้งหมด3คนคะ คนแรกครูเว้ย เว้ยเหล่าซรือ เป็นครูที่สอนวิชาจงเห๋อหรือที่เรียกว่าวิชารวมนั้นเองรวามทั้งแต่การพูดการฟังและการเขียนเป็นคุณครูที่น่ารักมากทุกครั้งของการเข้าเรียนครูจะถามเหมยเสมอว่าเป็นอย่างไรบ้างมีตรงไหนไม่เข้าให้ถามได้การสอนของที่นี้เร็วมากจนทำให้เหมยตกใจสำหรับวันเรียนวันแรก555 มาถึงก็สอบทิงเซี่ยละแต่ถือได้ว่าใช้เวลาปรับตัวไม่นานก็ชินไปเองคะ


















คนที่ 2 คุณครูหลิว หรือหลิวเหล่าซรือเป้นคุณครูสอนวิชาโข่วอวี๋ หรือวิชาพูดนั้นเองคะเป็นคุณครูที่ตลก ใจดีน่ารัก และในวิชาโข่วอวี๋นั้นครูหลิวก็มอบหมายให้เราทำพาวเวอร์พอยท์เปอร์เซ็นต์การสัมภาษณ์คนจีนในการใช้ถาวเป่าซื้อของ

คนครูคนที่สุดท้ายคุณครูสอนทิงลี่ เวลาเรียนทิงลี่เป็นเวลาที่ง่วงนอนมาก555แต่ก็เป็นวิชาที่ตื่นเต้นมากเพราะอาจารย์ชอบถาม ชอบให้ฝึกฟังแล้วนำมาพูดคือถ้าไม่ตั้งใจจะตอบไม่ได้



  นอกจากคุณครูในห้องแล้วเหมยก็อยากแนะนำพี่ร่วมห้องให้รู้จักกันคะ เป็นพี่คนไทยที่เหมยรู้จักสนิท พี่เค้ามาเรียนเป็นระยะเวลาหนึ่งปี  มีชื่อว่าพี่เปิ้ล พี่นัน  พี่นัท พี่ๆเค้าก็จะพาเหมยไปเที่ยวสถานที่ต่างๆของฮาร์บิ้น ไปกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหารทุกวัน เหมยโชคดีมากคะที่ได้มาเจอพี่ๆที่น่ารักแบบนี้ 


นอกจากจะมีพี่คนไทยที่น่ารักแล้วยังมีพี่ๆเกาหลีในคลาสเรียนและที่รู้จักกันจากโดยบังเอิญ555555555555

รุ่นพี่ชาวอเมริกาเหมยชอบเวลาที่ได้ใช้ภาษาจีนคุยกับพวกเค้า มันสนุกและให้เราได้ฝึกทักษะภาษาจีนถึงแม้จะไม่ใช่เจ้าของภาษาก็เหอะ555




พี่สาวชาวรัสเซีย

พอถึงวันใกล้กลับเหมยเลยไปเก็บภาพบรรยากาศของมหาลัยกันน










จบการเรียนไปแล้วเราไปต่อในเรื่องการกินกันหน่อยค่ะเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เหมยมาวันแรกไม่ชอบอาหารจีนเป็นอย่างมากแต่พอกินทุกๆวันก็เริ่มชินและยิ่งชอบอาหารจีนมากขึ้นไม่ขอบรรยายเยอะดูภาพความอร่อยกันเลยดีกว่าคะ
อาหารมื้อนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากพี่ลูกอมและเพื่อนๆของพี่เค้าพาไปเลี้ยงก่อนกลับไทย โคตรอร่อยมากก เมื่อมาถึงฮาร์บินแล้วต้องไปกินร้านนี้จ้าเป็นร้านอาหารที่อยู่ในมหาลัย  ราคาก็จะไม่แพงมาก ปริมาณเยอะมากจนเหมยกินไม่หมดเลยทีเดียว 






นอกจากจะไปกินอาหารข้างนอกหอแล้ว พวกเราเพื่อนๆในกรุ๊ปก็มักจะชอบไปซื้อพวกของสดมาทำอาหารกินกันในห้องครัวหรือทำมาม่าเกาหลีกินกันซึ่งมาม่าเกาหลีที่นี้จะถูกกว่าที่ไทยมากพวกเราเลยมักจะไปเหมามาจากร้านค้า555





แถมยังได้กินต้มยำไก่อร่อยๆหม้อใหญ่ของพี่เอ็มอีกด้วยพี่เค้าเป็นห่วงกลัวน้องๆจะคิดถึงอาหารไทย








   เรามาดูร้านอาหารที่เหมยประทับใจที่มาฮาร์บินกันดีกว่าคะ






มาล่าทัง มื้อใหญ่ พี่มี่มี๊และพี่วินพาเหมยและไปกินก่อนกลับไทย





จบเรื่องของกินพอใกล้จะถึงวันกลับก็เริ่มรู้สึกใจหายเหมือนไม่อยากกลับไม่อยากจากฮาร์บิน ไปแต่เราก็เลือกให้มันเป็นอย่างที่เราต้องการไม่ได้ และแล้ววันที่ 3 พ.ย ก็มาถึง โครตเศร้าพี่เอ็มก็นัดพวกเรามาเจอกันเพื่อชี้แจงกำหนดการกลับ และพวกเราที่มากรุ๊ปแรกก็เดินทางมาส่งน้องห้าคนที่ต้องเดินทางกลับก่อน




 เศร้าเนอะเมื่อเราต้องจากกันจากนั้นก็เป็นเวลากลับของพวกเรา


  สุดท้ายความรู้สึกที่มีต่อโครงการ Study in Harbin
และแล้วหนึ่งเดือนก็ผ่านไปรวดเร็วยังกะความฝันเหมยยังนึกถึงความตื่นเต้นของวันแรกที่มาได้อยู่เลยแล้วทำไมเวลาผ่านไปเร็วจังละ ไม่อยากตื่นจากความฝัน เหมยยังถามตัวเองอยู่ตลอดว่าเหมยมาถึงจุดนี้ได้ไง เด็กต่างจังหวัดคนนึงที่เหมือนจะไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย แต่กลับได้มีโอกาสได้ทำตามความฝันของตัวเองถึงจะเป็นแค่หนึ่งเดือนกับประสบการณ์ที่เหมยได้รับมันทำให้เหมยโตขึ้น พอที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆมากขึ้น  ก็อยากขอบคุณพี่เอ็มมากนะค่ะพี่เอ็มเปรียบเสมือนพี่ชายที่รักของน้องๆทุกคนเดินไปตรงไหนก็มีแต่คนรู้จักพี่เอ็ม พี่เอ็มทำให้เหมยได้มีโอกาสมาทีนี้
ถ้าไม่มีพี่เอ็มช่วยทำเรื่อง ช่วยสอน  ช่วยแนะนำให้ เหมยก็คงจะลำบากกว่านี้
เหมยอยากเชิญชวนคนที่สนใจที่จะมาเรียนภาษาจีนที่ฮาร์บินแต่ยังไม่มั่นใจและกลัวไม่กล้าที่จะเดินทางมานั้น อย่ากังวลไปเลยค่ะ  มากับโครงการนี้สะดวกทุกอย่างจริงๆ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนส่วนไหนของประเทศไทย ก็สามารถมาถึงที่นี้ได้ พี่เอ็มป็นทีมงานที่มีความสามารถอะไรที่ว่ายากมันจะไม่ยากอีกต่อไป ถ้าเรามีความกล้า และความพยายาม เพราะเหมยเชื่อค่ะว่า  ความสำเร็จไม่มีทางทรยศสำหรับคนที่มีความพยามค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ
หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องข้ออภัยไว้ในโอกาสนี้ด้วยนะค่ะ  แล้วเรามาเจอกันที่ฮาร์บินนะคะ ฮาร์บินยินดีต้อนรับ
 


 
ไปฮาร์บิ้นกันเถอะ
ฮาร์บินยินดีต้อนรับ
ฮาร์บิ้นยังมีอะไรอีกเยอะรอให้เราได้ไปเรียนรู่
เมืองน้ำแข็งต้องฮาร์บิน
3 โหวต
1 โหวต
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป