ซ่อน
แสดง

{Review + Prepare} ทำไงให้ได้เป็น 1 ใน 3 คน ?? คณะทันตะ มข. รอบที่ 1/1 จากเด็กอ้วน [ยินดีให้แชร์]

วิว
#tcas61 #tcas รอบ portfolio #dek61 #dek62 #dek63
          “ม.ต้น เรียนอยู่ระดับปานกลาง เดาข้อสอบไม่เป็น กาหลบข้อถูกตลอด ข้อสอบเขียนก็แทบจะเป็นลม สอบโควตาจังหวัดโรงเรียนเตรียมอุดมก็ไม่ติด สอบเรียนต่อม.4 โครงการ วมว. มข.และมหิดลก็ไม่ติด แถมไม่ได้ไปลองสอบม.4 โรงเรียนเตรียมอุดมเพราะพ่อแม่เป็นห่วงและถ้าสอบติดก็น่าจะไม่ให้เรียนอีก ช่วงม.ปลาย สอบตกฟิสิกส์กลางภาคตอนม.4ทั้งเทอมต้นและปลาย สอบตกเคมีกลางภาคตอนม.5  ยังมีอีก ม.6 สอบตกชีวะและมีปัญหากับกลุ่มเพื่อนสนิทจนเพื่อนนั้นเลิกคบเรา” นี่คือปัญหาและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและมีอีกมากมายไม่สามารถเขียนได้หมด ;)



               



สวัสดีครับผม พี่ชื่อนายกิตติศักดิ์ กัญญพันธ์ เรียกพี่ว่า คอม หรือ คอมพิวเตอร์ หรือ comtown หรือ โซเดมาคอม 555 เอาง่ายๆ เรียกว่า คอม แหละ ภาพนี้พี่ชอบมันหลอกคนดี ทั้งสีผิว ทั้งขนาดตัว ตัวจริงพี่อ้วนมาก เคยคิดว่าตัวเองเป็นนักกล้ามที่ไม่มีกล้าม ตัวใหญ่เฉยๆ 555555 พี่อยู่จังหวัดขอนแก่น กำลังเรียนชั้นม.6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) พี่ภูมิใจกับชื่อโรงเรียนมาก ยาวได้ใจเลย 5555  พี่สอบติดโครงการเด็กดีผู้มีศักยภาพสูง คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รอบที่ 1 (การรับแบบ Portfolio) ประจำปีการศึกษา 2561 ตอนนี้พี่ก็รอรายงานตัว แต่พี่ก็ต้องเข้าเรียนเก็บชั่วโมงเรียนให้ครบ ส่งงานให้ครบ แล้วก็สอบประจำบท กลางภาค ปลายภาคให้ผ่าน ไม่เชิงว่างน่ะ งานก็เยอะเลยแหละ แต่พี่อยากมาแชร์วิธีการเตรียมตัวและประสบการณ์ในการสอบสัมภาษณ์ (ตอนเด็กเราได้อ่านของรุ่นพี่แพทย์ ทันตะแพทย์หลายคน ไม่เชื่อเลยว่าตัวเองจะได้มาเขียนอะไรอย่างงี้ 55555 ตื่นเต้น >-<)  ขอแนะนำในการเข้าคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนถ้าอยากเข้าศึกษามหาวิทยาลัยอื่นก็ลองเอาไปประยุกต์ปรับใช้ตามความเหมาะสมน่ะครับ



 



อันดับแรกที่เราควรรู้ก่อนคือ เกณฑ์คุณสมบัติในการรับสมัครว่าเรามีตรงครบทุกข้อที่ทางคณะกำหนดหรือไม่ ดูได้จากประกาศทางคณะหรือเว็บไซต์การรับสมัครเข้าศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น



 




                                        ที่มาภาพ https://admissions.kku.ac.th/Port/PortDetail/123



ซึ่งเกณฑ์นี้จะออกมาตอนม.6 เทอม 1 ตอนแรกๆเลย พี่ก็ยอมรับเลยว่าเกณฑ์ 10% แรกของโรงเรียนโหดมาก และ โรงเรียนสามารถส่งนักเรียนสมัครได้แค่ 1 คนเท่านั้น โรงเรียนพี่ถือว่าคนน้อย 10%แรก มี 24 คน เกรดเฉลี่ยม.ปลาย 4 เทอมพี่ 3.97 พี่น่าจะเป็นคนลำดับที่ 21 พี่โคตรโชคดีมากที่คุณพ่อคอยเตือนและบอกไม่ให้ทิ้งการเรียนในห้องและรักษาเกรดเราดีๆ (สำหรับน้องๆม.ต้น พูดตรงๆเลยน่ะครับ พอขึ้นมาม.ปลาย ทางที่ดี 4.00 ไว้ก่อนเลย ส่วนม.5 ก็ควรตั้งใจเก็บเกรด 4.00 มาช่วยให้เกรดเฉลี่ยมันขึ้นสูงๆน่ะครับ ส่วนม.6 ไม่ทันแล้วตรวจคุณสมบัติ นั่งปั่นPortfoilioวนไปครับ 555)




อันดับที่ 2 ต่อมา คือ ผลคะแนนการสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ พี่ไปสอบมาทั้งหมด 3 อย่าง คือ



1.TOEFL ITP (จัดสอบเดือนละครั้ง รับสมัครวันสุดท้ายอยู่ในเดือนเดียวกับวันสอบ สอบที่ขอนแก่น ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ค่าสอบ 1,800 บาท พี่สอบ 2 ครั้ง) เต็ม 677 ได้คะแนนมากสุด 493 อยู่ระดับช่วงคะแนนที่ 1 **ข้อสอบปานกลาง-ยาก ไม่มีพัก จำนวนข้อเยอะ เน้นความเร็ว   



2.CU-TEP (จัดสอบ 2 ครั้งต่อเดือน สมัครเดือนนี้สอบเดือนหน้า สอบที่กรุงเทพ ในอาคารเรียนคณะของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ค่าสอบ 900 บาท พี่สอบ 2 ครั้ง) เต็ม 120 ได้คะแนนมากสุด 59 ไม่ผ่านเกณฑ์ **ข้อสอบยาก มีเวลาเปลี่ยนpart 2 ครั้ง ครั้งละ 10 นาที ให้เราทำจุดไว้แล้วค่อยมาฝนตอนเวลาเปลี่ยน part จะได้ทำข้อสอบทันถ้าเป็นคนคิดช้าเหมือนพี่



4.KEPT (ต้องสอบของไว้ยื่นสายแพทย์ มข.น่ะ จัดสอบ 2 ครั้งต่อเดือน 2 ครั้งนี้คือการสอบวันเดียว ภาคเช้าและภาคบ่าย ในวันเดียวกัน ข้อสอบไม่เหมือนกัน สามารถเลือกสอบแค่ภาคเดียวหรือจะสมัครทั้งเช้าและบ่ายก็ได้ ค่าสอบ 500 บาท แต่รวมปริ้นผลสอบ ก็ 600 บาทแหละ พี่สอบ 3 ครั้ง) เต็ม 100 ได้คะแนนมากสุด 74 อยู่ระดับช่วงคะแนนที่ 2 **ข้อสอบปานกลาง ไม่มีพัก ให้เวลามาแล้วนั่งทำไปเรื่อยๆ คำศัพท์ระดับข้อสอบ GAT/PAT วิชาสามัญ



##คำแนะนำในการเตรียมตัว##                                                                                                                  ข้อสอบที่พี่เลือกสอบวัด Listening Writing(ในที่นี่ไม่ใช่เขียนเรียงความ แต่เป็นการวัด Grammar การเลือกใช้คำ คำศัพท์) Reading ไม่มีสอบ Speaking ยกเว้นจะเลือกสอบข้อสอบตัวอื่น เตรียมตัวง่ายๆคือจะสอบข้อสอบไหนก็ไปซื้อหนังสือข้อสอบนั้นมาทำ พี่แนะนำเตรียมตัวสอบ CU-TEP ให้ดีเพราะเตรียมตัวนี้คุ้มค่า ถึงจะได้คะแนนน้อยของ CU-TEP แต่มันจะได้คะแนนมากเวลาไปสอบ TOEFL ITP และ KEPT  สำหรับพาร์ทที่ยากคือ Listening แม้พี่จะได้เรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนก็มีสอบฟัง แต่สำเนียงและลำโพงที่เปิดแต่ละที่มันแตกต่างกัน และบางครั้งพูดเร็วไป บางครั้งฟังแล้วต้องเอามาคิดวิเคราะห์ต่อ เอามาคำนวณเลขต่อ ช่วงเวลาในการเตรียมตัวสอบพี่เลยทำตัวให้หูคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษมากที่สุด ตอนนั้นพี่ฟังเพลงแต่เพลงภาษาอังกฤษ นั่งอ่านและทำโจทย์ภาษาอังกฤษ เวลาเครียดก็ไปดูซีรี่ย์ ดูหนังคำบรรยายภาษาอังกฤษหรือพากย์ภาษาอังกฤษก็ยิ่งดี



คำเตือน : การสมัครสอบและการจ่ายค่าสมัคร สำคัญมาก ตอนสมัครสอบให้ตรวจให้ละเอียดว่าเรากรอกข้อมูลครบไหม เขียนชื่อนามสกุลตรงตามบัตรประชาชนไหม ยึดตามบัตรประชาชนน่ะครับ ถ้ากรอกไม่ตรงตามบัตรประชาชนก็ไม่ได้เข้าห้องสอบ ต้องติดต่อกองอำนวยการซึ่งมักจะอยู่ไกลจากห้องสอบของเรามาก ต้องระมัดระวังทุกขั้นตอน



 



หนังสือที่แนะนำในการสอบภาษาอังกฤษ เราสามารถเข้าห้องสมุดแล้วยืมมาถ่ายสำเนาก็ได้ ช่วยประหยัดเงินไปเยอะเลย
                                                                        แนะนำเล่มชมพูเลย ศัพท์อลังการงานสร้าง ฝึกอ่าน ฝึกใช้ อย่าจำโต้งๆอย่างเดียว
                                                                        เล่มฟ้านี้ก็ยิ่งแนะนำ ศัพท์ตรงมาก เพราะ ศัพท์ยากดี แบบไม่ค่อยได้เห็นวัยรุ่นฝรั่งใช้หรอก ศัพท์มันจะมีความวิชาการ ใช้แล้วดูจบสูงดี 5555 แต่มันออกไง เล่มนี้น่าลงทุน                                                                        ใครจะสอบ TOEFL ITP แนะนำเล่มนี้ ฝึกเสมือนจริงมาก เป็นแนวทางทำให้จับแนวข้อสอบได้ดี แถมซีดี พาร์ทฟังมาด้วย เอามาเปิดไฟล์ด้วยหล่ะ
              เล่มนี้ภาพใหญ่มาก เพราะอะไร??? 555 พี่ฝากเพื่อนถ่ายสำเนาเอามาลองทำข้อสอบ คือโอเครเลย คือยากงั้นแหละ แต่อย่าดีใจน่ะว่าทำผ่านเกณฑ์แล้ว เพราะสอบจริงยังไงคะแนนก็ตก ถ้าอยากคะแนนไม่ตกและคะแนนสูง ฝึกและฝึก เด้อ
 



เล่มนี้น่ารัก หนังสือเครือ ดร. คนนี้ออกแบบมาน่ารัก น่าใช่ น่าอ่านมาก อย่างเล่มนี้แฝงไปด้วยพิษสงมาก พลังทำลายล้างสูงเกิน งงดิ คือมันเหมือนถูกหมดแล้ว บางข้อคือเราก็ใช้อย่างงั้นมาตลอด แล้วผิดตรงไหน มาร่วมหาคำตอบกับยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน 55555 ไปหามาทำเด้อ




สิ่งที่ดีที่สุดมากกว่าอ่านหนังสือ คือ การทำข้อสอบจริงที่เราจะไปสอบ จับเวลาจริง บางทีเราจะเจอคำศัพท์เดิมๆ วนไปวนมา เราจะคุ้นเคยกับเวลาว่าช่วงไหนควรเร่ง ช่วงไหนควรช้า



 



และอย่างที่สาม คือ แฟ้มสะสมผลงานหรือ Portfolio แฟ้มนี่ต้องส่งไปให้ทางคณะพร้อมเอกสารจากโรงเรียนว่าโรงเรียนคัดเลือกเรามา และเอกสารที่ทางคณะประกาศให้ส่งด้วย
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.2017326031830870.1073741836.100006604781315&type=1&l=218576d0a7  อันนี้คือพอร์ทของพี่ที่ส่งให้คณะมันมีส่วนช่วยเลยน่ะว่า จะมีรายชื่อสัมภาษณ์รึเปล่า เพราะ ทางคณะจะรู้เรื่องเรา รู้กิจกรรมเราว่าเราทำอะไรบ้าง Portfolio เป็นเหมือนสะพานเชื่อมติดต่อเรากับทางคณะ พี่แนะนำให้ทำพอร์ทเอง ถ้ามีคำถามอะไรเกี่ยวกับพอร์ทเราจะได้ตอบได้ มันได้ทบทวนกิจกรรมและผลงานที่เราทำผ่านมาด้วยน่ะ     พี่ใช้โปรแกรม Photoshop CS6 สามารถเรียนได้ตาม Youtube https://www.youtube.com/watch?v=hW_eZpab96o อันนี้เป็นตัวอย่างน่ะครับ พี่เขาจะสอนการทำหน้าปก พอเราเรียนไปบ้างเทคนิค เราก็เอามาปรับใช้ ประยุกต์ต่อเอาเองครับ สักพักเราจะโปร และสามารถเอาความคิดสร้างสรรค์เราลงไป ซึ่งมันจะทำให้พอร์ทเรามี 1เดียว ไม่เหมือนใคร



วันที่ 14 พฤศจิกายน ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์ ตอนแรกแจ้งว่าจะประกาศออกมา 20   คน แต่สุดท้ายทางคณะประกาศออกมาแค่ 15 คน 1 ในนั้นก็มีพี่ เย้ๆๆๆๆ พี่รอประกาศตั้งแต่เช้าจนไม่รอ ไปเรียนพิเศษเลย 55555 พอพี่รู้ว่ามี 15 คน พี่ก็ทั้งดีใจและกดดัน ดีใจที่ว่าตอนนี้มีแค่ 15 คน แต่กดดันคือ 15 คนนี้ทางคณะคัดออกมาเน้นๆเลย ทุกคนมีความสามารถ profile ดีทุกคนเลย ทางคณะแจ้งว่าวันที่ 23 พฤศจิกายน จะตรวจสุขภาพ และ วันที่ 24 พฤศจิกายน สัมภาษณ์และสอบปฏิบัติ (เขียน statement of purpose และ ทดสอบการใช้มือ) การเตรียมตัวสุขภาพคือ ออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายเราแข็งแรงพร้อมที่สุดครับ



การตรวจสุขภาพจะมีการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน ชีพจรการเต้นของหัวใจ มีการตรวจเบื้องต้นโดยอาจารย์หมอ เจาะเลือด ตรวจฉี่ X-rayทรวงอก ทดสอบการฟัง และทดสอบสายตา



 และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน วันสัมภาษณ์และสอบปฏิบัติมาถึง เราควรมาก่อนเวลานัด และมารายงานตัวให้ทัน ทางคณะจะประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการ วิธีปฏิบัติการสอบสัมภาษณ์ และเมื่อประชุมเสร็จ ก็เริ่มการสัมภาษณ์เลยครับ



การทดสอบแรกคือการสัมภาษณ์ วิธีการเตรียมตัวคือการฝึกพูด พยายามอย่าเว้นช่องว่างระหว่างการพูด ให้เราคิดแบบคนมองโลกในแง่ดีแต่อยู่พื้นฐานความเป็นจริง มองให้หลายด้าน มองทั้งด้านดีและด้านเสีย ลองสมมติว่าเราเป็นหลากหลายอาชีพ สถานะ มามองเรื่องนี้ ให้พูดออกมาแล้วเราดูฉลาดที่สุด ออกแนวตอบคำถามนางงามเลย ห้ามมองในแง่ลบเกินไปและอย่ามองบวกเกินไป และอย่าลืมเราเป็นนักเรียน มารยาทสำคัญ ไหว้สวัสดี ไหว้ขอโทษ ไหว้ขอบคุณให้เป็นนิสัย



การสัมภาษณ์จะมีอยู่ 5 ห้อง อาจารย์ท่านจะอยู่ห้องละ 2 ท่าน สิ่งที่ เล่าอย่างละเอียดเลยครับ ห้อง 1 อาจารย์ให้อ่านสถานการณ์ในกระดาษ สถานการณ์คือ เราได้ข้อสอบ take home ไปทำ แล้วให้เอามาส่ง เพื่อนของเราป่วยหนัก เพื่อนเลยมาขอลอกเรา เราเลยให้ลอก เมื่อส่งข้อสอบอาจารย์จับได้ เราถูกลดเกรดไป 1 เกรด เพื่อนได้เกรด F



คำถาม 1.1 : ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์นี้



แนวทางการตอบ : สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ “ยอมรับความผิด” เราต้องเตรียมพร้อมรับผลที่จะตามมา อาจารย์ท่านให้โอกาสพวกเราในการเปิดหนังสือ ค้นหาข้อมูล แต่การลอกก็ยังมีอยู่ และถ้าเป็นตัวผม ผมจะไม่ให้เพื่อนลอก แต่ให้เพื่อนไปขอใบรับรองแพทย์ว่าป่วยจริง และให้คุยติดต่อกับอาจารย์ ใช้เหตุผลพูดคุยกับอาจารย์ และสถานการณ์อย่างนี้ก็จะไม่เกิดครับ



คำถาม 1.2 : ถ้ามันเกิดขึ้นจริงและเพื่อนโกรธเรา เลิกคบกับเรา เราจะทำยังไง?



แนวทางการตอบ : เราต้องมีการคุยปรับความเข้าใจกัน ใช้เหตุผลอธิบายให้เพื่อนเข้าใจ เพราะเราคือเพื่อนร่วมรุ่น เพื่อนร่วมคณะ เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย เราต้องเจอต้องอยู่ต้องทำงานร่วมกันอีกหลายปี เราต้องรักษาความสัมพันธ์กันเอาไว้



หมดเวลา เปลี่ยนห้อง (ถ้า 5 นาทีหมดคือต้องหยุดพูดและรีบไปห้องถัดไป)
ห้องที่ 2 อาจารย์ให้อ่านสถานการณ์ที่อยู่บนกระดาษ สถานการณ์คือ มีอาจารย์ทันตะแพทย์ ได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่อาจารย์กลับไม่ยอมกลับประเทศมาใช้ทุน ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องจึงประชุมกันว่าจะให้เพิกถอนใบประกอบวิชาชีพทันตะแพทย์ของอาจารย์ท่านนี้



คำถาม 2.1 : ให้สรุปสถานการณ์ที่ได้อ่านมา (ของจริงจะมีรายละเอียดเยอะมาก มียศตำแหน่ง มีกระทรวงหลากหลายกระทรวงมาเกี่ยวข้องมาก)



แนวทางการตอบ : (ให้เราสรุปใจความสำคัญ ไม่พูดไม่สั้นเกินไป และไม่พูดไม่ยาวเกินไป เอาแต่เนื้อหา ยศตำแหน่งตัดออกได้บ้าง และพูดให้เป็นคำพูดตัวเอง ไม่ยึดติดกับคำ ประโยคในสถานการณ์)



คำถาม 2.2 : นักเรียนมีความคิดเห็นอย่างไรกับสถานการณ์นี้?



แนวทางการตอบ : อาจารย์ท่านถือว่าทำผิดตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ และต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย และต้องรับผิดชอบกับความผิดตัวเอง แต่ผมคิดว่าเราควรมีการพูดคุย ประนีประนอมเนื่องจาก อาจารย์ท่านก็ยังมีความรู้ความสามารถในการรักษาคนไข้ผู้ป่วย ท่านยังสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อีกหลายๆคน (ตอบให้เป็นกลางๆ ไม่ติเตียนด่าว่าอาจารย์ แต่ก็ไม่ถือกับยอมรับในการกระทำที่ผิด)
ห้องที่ 3 อาจารย์ให้เล่าเรื่องการทำงานของเรา



คำถาม 3.1 : ให้นักเรียนเล่าเรื่อง ผลงานที่นักเรียนประทับใจที่สุดในชีวิต พร้อมให้เหตุผล



แนวทางในการตอบ : (แล้วแต่คนเลย คนเราภูมิใจอะไรไม่เหมือนกัน เราควรพูดว่าผลงานนั้นมันเปลี่ยนอะไรเรา มันทำให้เราได้ทำอะไรเป็นครั้งแรก ผลงานนั้นมีผลต่อชีวิตเราอย่างไร)



คำถาม 3.2 : ให้นักเรียนเล่าการทำงานในฐานะการเป็นหัวหน้าหรือประธาน ว่ามีปัญหาอะไร และ แก้ไขปัญหาอย่างไร ?



แนวทางในการตอบ : (หากิจกรรมที่เราได้ทำงานเป็นหัวหน้าหรือประธาน แล้วเล่าปัญหาที่มันเกิดขึ้น และเล่าวิธีการแก้ปัญหาของเรา และอย่าชมตัวเองหมด ควรบอกว่าผ่านปัญหามาได้เพราะทีมงานและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การที่เราได้เป็นหัวหน้าหรือประธาน สิ่งที่สำคัญคือการตัดสินใจของเรา แต่ตอนลงมือปฏิบัติ เราไม่ได้ทำมันคนเดียว)
ห้องที่ 4  อาจารย์ให้อ่านสถานการณ์จากกระดาษ สถานการณ์คือ เรื่องเกี่ยวกับโครงการก้าวคนละก้าว ว่าพี่ตูนวิ่งเพื่อหาเงินบริจาคจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาล แต่ในกระแสโซเชียลบ้างมีชม บ้างมีการมองว่ามันเป็นการโปรโมทเสื้อผ้า รองเท้า มีการใช้ถ้อยคำทั้งสุภาพและหยาบคาย



คำถาม 4.1 : นักเรียนมีความคิดเห็นอย่างไรกับโครงการวิ่งคนละก้าว ?



แนวทางการตอบ : โครงการวิ่งคนละก้าว เป็นโครงการที่ดี เป็นโครงการที่มุ่งเน้นและรณรงค์ให้เห็นถึงความสำคัญของสุขภาพร่างกาย เป็นโครงการที่ให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยด้วยกันในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และโครงการนี้ยังทำให้ประเทศไทยทุกภาคส่วนมีความรักสามัคคีกัน แต่โครงการนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหา การจัดการงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังไม่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ ทำให้เราจึงต้องมีการบริจาคจากประชาชน



คำถาม 4.2 : นักเรียนคิดว่าโลกโซเชียลควรมีขอบเขตในการวิจารณ์หรือไม่ ?



แนวทางการตอบ : เราควรมีขอบเขตในการวิจารณ์ลงโซเชียล ควรรู้จักกาลเทศะ เราควรพูดให้กำลังใจผู้อื่นมากกว่าการพูดทำร้ายความปรารถนาดีของคน เราสามารถพูดวิจารณ์ แสดงความคิดเห็นโดยใช้ภาษาที่สุภาพได้ ไม่จำเป็นต้องพูดจาหยาบคาบเพราะมันจะตัดกำลังใจผู้ที่มาอ่าน
ห้องที่ 5  พี่ขอเลือกว่าเป็นห้องดำใน The face ก็ได้ 5555 เข้าไปเจอโดนด่า วิจารณ์เละ



อาจารย์ท่านมีอายุมาก พี่คิดว่าท่านน่าจะวัดการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ความอดทน การถูกยั่วยุต่างๆ เมื่อเข้าไป อาจารย์ทั้ง 2 ท่าน ท่านจะไม่พูดอะไรเลย จนพี่คิดว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง สิ่งที่พี่ทำคือ พี่เห็นกระดาษทิชชูอยู่ด้านหน้าเราและหน้าท่านอาจารย์ พี่เลยดึงกระดาษทิชชูมาพูดว่าเด็กก็เหมือนกระดาษทิชชูสีขาว มันสามารถถูกฉีก ดึงได้ ถ้าเราอยากรักษามันเราต้องเคลือบมันเอาไว้ เราสามารถเอาทิชชูมาซับเช็ดเหงื่อ มาเช็ดน้ำตา เช็ดปากเรา ก็เหมือนกับการที่ผู้ใหญ่ใช้ความรุนแรงกับเด็ก ใช้อารมณ์ที่รุนแรงมาระบายกับเด็ก และเด็กคนนั้นก็จะมีปัญหา เหมือนกระดาษที่โดนฉีก พอพี่พูดจบอาจารย์ก็ยิงคำถามใส่เราเลย



อาจารย์ : เธอรู้ไหมว่าโครงการนี้ชื่ออะไร ? (โครงการเด็กดีผู้มีศักยภาพสูง)



อาจารย์ : อะไรที่บอกว่าเธอเป็นเด็กดี ?



อาจารย์ : อะไรที่บอกว่าเธอมีศักยภาพสูง ศักยภาพสูงมันเป็นนามธรรม ไหนลองพูดอะไรที่เป็นรูปธรรมสิ ?



อาจารย์ : อะไรที่บอกว่าเธอมีคุณธรรมจริยธรรม ?



อาจารย์ : ทำไมโรงเรียนต้องเลือกเธอมา ?



อาจารย์ : เธอรู้ไหมเธอไปกันสิทธิ์คนอื่นที่โรงเรียนไม่ได้เลือกเขา ?



อาจารย์ : เธอรู้ไหมพอร์ทที่เธอส่งมา ไม่มีอะไรดีเลย เธอไม่ได้เขียนบอกมาเลยว่าเธอเป็นคนมีศักยภาพสูง ?



แนวทางการตอบ : (ตอบคำถามให้ทันอาจารย์ด้วยคำพูดที่สุภาพ ให้ควบคุมอารมณ์ไว้ให้ดี ห้ามร้องไห้ ห้ามโกรธอาจารย์ เชื่อมั่นในศักยภาพความสามารถของตัวเองและตอบด้วยความมั่นใจ)



กริ่งดังหมดเวลาก็ดังขึ้น ช่วยชีวิตพี่ไว้จริงๆ นี่คือเข้าใจพี่ๆ the face ในห้องดำเลย สติสำคัญมาก 555 Do you have สติ ??? ทางคณะก็ให้พี่ไปกินข้าวเที่ยง และกลับมาสอบปฏิบัติต่อ (เขียน statement of purpose และ ทดสอบการใช้มือ) 




เมื่อกินข้าวเสร็จและมาสอบภาคปฏิบัติต่อ สิ่งแรกที่ทดสอบคือ Statement of purpose สิ่งนี้คือการสอบเขียนจุดประสงค์ในการเข้าเรียนคณะทันตแพทยศาสตร์ พี่เตรียมตัวคืนเดียวก่อนสอบ ลองเขียนแค่เหตุการณ์ถอนฟันตอนเด็กของเรา แต่ statement of purpose ที่คณะให้เขียนคือ ให้เราเขียนเรียงความเรื่อง แรงบันดาลใจในการอยากเป็นทันตะแพทย์ ด้วยภาษาไทย และเขียนให้ถูกต้องตามตัวสะกด เขียนให้ถูกต้องตามหลัก มีคำนำ เนื้อหา สรุป ให้เวลา 30 นาที



แนวทางในการเขียนคือ (คำนำ พี่เขียนเหตุการณ์การถอนฟันในตอนวันเด็กที่ซ้อมมา เนื้อหา พี่เขียนถึงบุคคลต้นแบบในการดำเนินรอยตามท่าน และสรุป พี่เขียนถึงอนาคตที่พี่อยากให้มันเกิดขึ้น ว่าเราอยากเป็นทันตะแพทย์ที่มีทั้งความรู้ความสามารถและคุณธรรม พี่อยากสอบทุนให้ได้และกลับมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย อยากทำงานช่วยเหลือสังคม และเชื่อมั่นว่าทางคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นจะทำให้อนาคตพี่เป็นจริง)



 





พัก 10 นาที และกลับมาสอบการทดสอบการใช้มือ สิ่งที่พี่เตรียมตัวคือพ่อซื้ออุปกรณ์ทางทันตะแพทย์มาให้ลองจับ มาลองใช้ มาลองขูดๆตัดๆ เทียนไข ชอร์คที่บ้าน แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นคือ อาจารย์แจกดินสอตัวอย่างที่เหลาด้วยกบเหลาดินสออย่างแหลมเลย และดินสอที่ยังไม่ได้ทำอะไรกับมัน โจทย์คือให้เราใช้มีดคัดเตอร์มาเหลาดินสอให้เหมือนตัวอย่างที่ให้มา และให้วัดสเกลตามที่กระดาษคำสั่งกำหนด(ภาพตัวอย่างที่เอามา) มีคะแนนความถูกต้อง และ ความสะอาดการทำงาน ให้เวลาในการทำ 30 นาที พอทำเสร็จพวกเรา 15 คนก็ถ่ายรูปกันและแยกย้ายกลับบ้าน




และแล้วมันก็มาถึง วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 ประมาณทุ่มครึ่ง (คือพี่รอมาตั้งแต่ 8 โมงเช้า ใจจะขาด) ทางเว็บมหาวิทยาลัยขอนแก่นก็ประกาศรายชื่อผู้ผ่านรอบสัมภาษณ์ และมีสิทธิ์ยืนยัน โครงการเด็กดีผู้มีศักยภาพสูง คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีอยู่ 3 คน และสำรองอีก 12 คน พี่กด refresh ได้และเห็นไฟล์ประกาศ แต่พี่ไม่บอกใครในบ้าน พี่เปิดดู และก็เลื่อนดูรายชื่อ คนแรกไม่ใช่ชื่อพี่ พอพี่เลื่อนลงมาเจอชื่อโรงเรียนสาธิต...ศึกษาศาสตร์ พี่เลย zoom ออก เจอชื่อตัวเอง กิตติศักดิ์ กัญญพันธ์ และพี่ก็ได้เป็น 1 ใน 3 คนนั้น พี่ร้องไห้และนอนราบลงไปกับพื้นเลย ทั้งบ้านตกใจเพราะกลัวพี่เสียใจ 55555 แต่พอพี่บอกว่าสอบติดแล้ว ทั้งบ้านก็ตกใจและขอดูผลประกาศ ตอนนั้นทุกคนดีใจ แต่พี่ร้องไห้คนเดียว 555555 จบการรีวิวการสอบสัมภาษณ์และแนวทางในการเตรียมตัวแล้วครับ






พี่อยากจะฝากบอกว่า พี่ไม่ใช่คนเก่ง พี่ชอบกิจกรรมมาก แต่พ่อแม่ชอบบอกว่าพี่ขยัน แต่พี่ก็ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองขยันน่ะ แต่พี่ชอบเรียกตัวเองว่า พี่อึด 5555 อึดในที่นี้คือ อดทน อดทนต่อปัญหาการเรียน อดทนนอนน้อย อดทนกับการสอบต่างๆ น้องๆคนไหนอยากเรียนคณะทันตแพทยศาสตร์หรือคณะไหนก็ตาม ก็ขอให้ได้เรียนน่ะครับ ตั้งใจเรียนในห้องด้วยน่ะ อย่าคิดแต่ว่าจะเรียนจากที่เรียนพิเศษอย่างเดียวน่ะ เราต้องเรียนจากทุกแหล่งการเรียนรู้ที่เรามีโอกาสเข้าถึงมัน รักษาเกรดดีๆ ทำตัวดีๆ ด้วย บ้ายบายลาก่อน จ๊วบๆ XOXO

*3/1/62 พี่รอเปิดเทอม 2 อยู่ช่วงนี้ว่างๆ ทักมาคุยเล่น มาปรึกษาเรื่องเรียน เรื่องต่างๆได้นะ
**26/5/62 พี่ได้ลบช่องทางการติดต่อแล้วนะ เพราะพี่อยากจะน้องๆไปสอบถาม #Dek62 ที่ติดนะ เนื่องจากรายละเอียดบางอย่างได้เปลี่ยนไป ประกอบกับ พี่เริ่มไม่สะดวกตอบแล้ว งื้อออ ขอโทษนะครับ แต่รักและอยากให้ทุกคนตั้งใจอ่านหนังสือ ตั้งใจสอบเข้ากันนะครับ



 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

18 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป