เรียนป.ตรีที่ประเทศจีนไม่ใช่เรื่องยาก จัดกระเป๋าไปใช้ชีวิตที่เมืืองหิมะ4ปีเต็ม [ยินดีให้แชร์]

วิว
 

สวัสดีค้า ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะ พี่ชื่อนิว ตอนนี้เรียนอยู่ปีสี่ คณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาจีนที่มหาลัย Harbin Institute of Technology เมืองฮาบิน      โดยวัตถุประสงค์ของการเขียนรีวิวของพี่ในครั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางและทางเลือกให้แก่น้องๆที่ตอนนี้คงกำลังลังเลว่าจบ ม 6 แล้วจะเรียนต่ออะไรดีอยากให้น้องๆมีแนวทางและทางเลือกเพิ่มขึ้นอีกทางคะ โดยเมืองที่พี่เรียนอยู่นั้นเป็นคือเมืองฮาร์บิน ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน เมืองนี้เป็นเมืองที่มีความหนาวเหน็บ มากคะ แต่พี่ชอบมากๆ เพราะเมืองฮาร์บินเป็นเมืองที่มีความสวยยงามสุดๆ หิมะตกยาวนานถึง 5 เดือน (คำเตือนเมืองนี้ไม่เหมาะแก่คนที่เกลียดความหนาว เพราะเราต้องใช้ชีวิตที่นี่ 4 ปีเต็ม) 

พี่ขอเกลิ่นก่อนนะคะก่อนที่จะมาเรียนที่นี่ พี่เคยมาแลกเปลี่ยนที่ฮาบิ้นตอนม.5 แล้ว 1 ครั้ง ซึ่งทำให้พี่มีความติดใจฮาร์บินเป็นอย่างมาก แต่ไม่สามารถอยู่ที่นี่นานได้ เพราะตอนนั้นมากับโครงการแลกเปลี่ยนในระยะหนึ่งปี โครงการที่นิวมาแลกเปลี่ยนเป็นโครงการอยู่กับโฮสตคนจีน  หลังจากเรียนครบหนึ่งปีก็ต้องกลับไปเรียนต่อที่ไทยจนจบมัธยมปลาย พอเรียนจบม.6 ก็เริ่มหาที่เรียนต่อ โดยพี่ตั้งใจจะเรียนต่อด้านภาษาจีนเลยเพราะอยากมีความชำนาญทางด้านนี้โดยเฉพาะไปเลย  พี่ก็ลองหามหาลัยทั้งในไทยและจีน แต่พอเปรียบเทียบค่าเทอมกันแล้วราคาแทบไม่ต่างกันเลยมหาลัยจีนเหมือนจะถูกกว่ามหาลัยเอกชนไทยด้วยซ้ำ ตอนนั้นเลือกเลยว่าจะมาเรียนต่อที่จีนและก็เริ่มหาข้อมูลมหาวิทยาลัยต่างๆที่น่าสนใจ พี่มุ่งตรงไปที่ฮาร์บินเลยโดยที่ฮาร์บินมีอยู่หลายมหาวิทยาลัยมาก แต่มี 1 มหาวิทยาลัยที่โฮสของพี่แนะนำว่าดี ดีที่สุดในมณฑลเฮยหลงเจียง คือ 哈尔滨工业大学 หรือเรียกสั้นๆว่า 哈工大 หรือคนไทยรู้จักกันในชื่อ Harbin institute of technology (HIT) โดยสาเหตุหลักที่พี่ เลือกมาเรียนที่นี้เพราะตัวมหาลัยตั้งอยู่ใจกลางเมืองฮาบิ้นซึ่งเป็นเมืองหลวงของ มณฑลเฮลหลงเจียง ที่สำคัญคือมหาลัยแห่งนี้เป็นมหาลัยอันดับหนึ่งของมณฑลด้วย พี่เลยตัดสินใจมาเรียนที่นี้ และเนื่องจากค่าเรียน ค่าครองชีพและค่าหอของที่นี่นั้นถูกแสนถูก ค่าครองชีพของเมืองฮาร์บินนั้นเทียบแล้วพอๆกับประเทศไทยเลย ความจริญของเมืองก็อยู่ในระดับที่โอเคเลย มีทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน ราคาเริ่มต้นที่ 2 หยวน แพงสุด 4 หยวนรถเมย์ 1 หยวนตลอดสาย และแท๊คซี่เริ่มต้นที่ 8 หยวน โดยปกติแล้วค่าครองชีพพี่ใช้จ่ายเดือนละ 1500 หยวน กินอยู่สบาย 

                           
 ค่าเทอมจ่ายเป็นรายปีปีละ 20,000 หยวน หรือประมาณหนึ่งแสนบาท รวมซัมเมอร์แล้วเป็นแบบเหมาจ่ายไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีกแล้ว ส่วนค่าหอพักเดือนละ 600 หยวน(ประมาณสามพันบาท)ตัวหอตั้งอยู่ในตัวมหาลัยเพราะเป็นหอใน เดินจากหอไปตึกเรียนใช้เวลาแค่ห้านาที

หลังจากตัดสินใจแน่ชัดแล้วว่าจะเรียนที่ไหนพี่ก็ทำการค้นหาวิธีการสมัครเรียน ก็ทำการเสริตกูเกิ้ลเพื่อหาที่สมัครเรียน ก็ไปเจอเพจ “Study in harbin เรียนภาษาจีนกลาง” เพจนี้โชว์ขึ้นมาอันดับแรกในกูเกิ้ลเลย พี่ก็ไม่รอช้าทำการกดติดตามและส่งอินบ๊อกไปสอบถามรายละเอียดต่างๆ ก็ตรงตามที่เราหาข้อมูลมา พี่ก็ถามข้อมูลส่วนตัวของพี่เค้าคร่าวๆ เพจพี่เค้าก็ตั้งโดยรุ่นพี่ที่เรียนปริญาโทและเอกอยู่ที่นี่ ประเด็นคือสมัครผ่านพี่ไม่มีค่าดำเนินการใดๆทั้งสิ้น  โดยค่าใช้จ่ายต่างๆเราก็ไม่ต้องจ่ายให้ทางเพจเราไปจ่ายที่มหาวิทยาลัยทั้งหมด พูดง่ายๆตอนสมัครไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นพอส่งเอกสารสมัครเสร็จก็รอทางมหาวิทยาลัยส่งเอกสารตอบรับมาให้ที่บ้านตอนนั้นพี่รอประมาณ 3 สัปดาห์ก็ได้เอกสารตอบรับจากทางมหาวิทยาลัย และที่สำคัญพี่ๆเค้ามีให้ทุนการศึกษาค่าเทอมบางส่วนด้วย  โดยพี่เอ็มเป็นคนดูแลพี่ในตอนนั้น พี่เค้าดูแลดีมากจัดการเรื่องเอกสารจากทางมหาลัยให้หมดเลย ตั๋วเครื่องบิน วีซ่าเราไม่ต้องทำเองเลย

 ก่อนเดินทางพี่เอ็มก็จะนัดมาเจอและขอคุยกับผู้ปกครองและแจ้งรายละเอียดต่างๆให้ผู้ปกครองรับทราบด้วยโชคดีที่ช่วงก่อนที่พี่นิวจะมา พี่เอ็มกลับมาไทยพอดีเลยได้นัดคุยกับคุณแม่ด้วยพอเราคุยรายละเอียดต่างๆเรียบร้อยแล้ว พี่เอ็มก็จะนัดหมายกับการเดินทางและวันเวลา ตอนแรกกังวลหลายเรื่องอยู่แต่พอได้พูดคุยสอบถามกับพี่เอ็มแล้วเราก็สบายใจขึ้นเยอะ พี่เขาเป็นกันเองมากมีปัญหาอะไรปรึกษาได้หมด 


อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าพี่นิวเลือกเรียนคณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาจีน จะบอกว่าคนที่ไม่มีพื้นฐานภาษาจีนเลยก็สามารถมาเรียนที่เมืองจีนได้ไม่ต้องกลัวเพราะปีหนึ่งเขาเริ่มสอนตั้งแต่พื้นฐานกันเลยเพื่อนๆในห้องจะเป็นคนต่างชาติทั้งหมด ส่วนการเรียนการสอนก็จะเริ่มกันตั้งแต่ฟังพูดอ่านเขียนไปจนถึงสอนเขียนวิทยานิพนธ์จีน วิชาหลักของคณะคือฟังพูดอ่านเขียนเกือบทุกเทอมต้องเรียน 4 ตัวนี้เป็นหลักส่วนวิชาอื่นๆเป็นการเรียนเพิ่มเติม สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานไม่ต้องห่วงเพราะตอนเดินทางมาถึงใหม่ๆจะมีพี่ๆคอยดูแลเบื้องต้น โดยพี่เอ็มจะเป็นคนดูแลและแนะนำทุกอย่างเกี่ยวกับเมืองฮาร์บินให้เราทุกอย่าง ทั้งการพาเข้าหอ ลงทะเบียนเรียน แนะนำการเดินทางภายในเมืองฮาร์บิน สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของเมือง สถานที่รับประทานอาหาร ทุกอย่างจะมีพี่ๆคอยแนะนำให้เราทั้งหมดแรกๆเราก็อาจเจอปัญหาบ้างก็โทหาพี่เค้าได้ตลอด


ต่อไปพี่จะขอพูดเรื่องการเรียนแบบลึกซึ้งให้ฟังกันนะคะ

มาเริ่มจากตอนปีหนึ่งกันเลย คุณครูก็จะสอนการออกเสียงพินอิน การเขียนแต่งประโยค การฟังประโยคง่ายๆ มีทั้งหมดสี่วิชาประกอบด้วยวิชาภาษาจีน综合 วิชาการฟัง听力 วิชาการอ่าน阅读วิชาพูด 口语   มาปีสองสำหรับนิวคิดว่าเป็นปีที่ยากที่สุด คาบเรียนจะเยอะขึ้นจากปีหนึ่งเรียนแค่สี่วิชา ปีสองจะเพิ่มวิชาอักษรจีน汉字 วิชาสภาพทั่วไปของจีน概况 วิชาเกรมม่าจีน语法 วิชาการเขียนเรียงความ写作 วิชาวัฒธรรมจีน 中国文化       ตอนปีสามจะไม่มีเรียนวิชาฟัง听力แล้ว  แต่วิชาภาษาจีน综合วิชาการเขียน写作 วิชาการอ่าน阅读วิชาพูด 口语ยังเรียนเหมือนเดิม สี่วิชานี้เราจะเรียกมันว่าวิชาหลัก  และจะเพิ่มประวัติศาสตร์จีน历史 สุนทรียศาสตร์ทางภาษา修辞学(พวกสำนวนจีนต่างๆอันนี้สำคัญมากๆเพราะคนจีนใช้สำนวนเยอะมากน้องๆอย่าลืมตั้งใจเรียนวิชานี้กันด้วยนะค่ะ)  เศรษฐกิจจีน经济 นิยายจีน中国小说 เพิ่มเข้ามาในปีสุดท้ายปีที่ตอนนี้นิวกำลังเรียนอยู่ วิชาหลักที่เรียนมีแค่สองวิชาคือ ภาษาจีน综合กับวิชาพูด 口语 เพราะปีสี่จะเน้นไปที่การเขียนวิทยานิพนธ์จีน ก่อนจบเราต้องเขียนวิทยานิพนธ์จีนส่งหนึ่งเล่ม แต่ไม่ต้องกลัวเพราะเด็กนักเรียนทุกคนจะมีครูส่วนตัวค่อยดูแล    วิชาเสริมที่จะเรียนเพิ่มเติมจะมี วิชานิยายจีน小说专题 วิชาหนังจีน 影视赏析 วิชาวรรณคดีของฝั่งยุโรป 世界文学选读

(บรรยากาศในห้องเรียน)

ห้องเรียนนิวมีนักเรียนทั้งหมด24คน ทั้งหมด5ประเทศ เกาหลี ไทย อินโด รัสเซีย มองโก

 

เรื่องการเรียนในคาบเรียนจะไม่มีการใช้ภาษาอังกฤษในการสอน ถ้าเราไม่เข้าใจหรือไม่รู้ความหมายคุณครูจะพยายามใช้คำศัพท์ง่ายๆมาอธิบายด้วย ส่วนเพื่อนๆในห้องเรียนก็จะใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร  ตารางเรียนทางคณะจะจัดมาให้เราแล้วเราไม่ต้องลงเรียนเหมือนมหาลัยไทย ค่าหนังสือปีละ200หยวน ประมาณหนึ่งพันบาท ถ้าไม่ซื้อจะเอาของเพื่อนไปถ่ายเอกสารก็ได้ จะถูกกว่าเยอะเลย     สำหรับตัวพี่นิวคิดว่าจะเรียนภาษาจีนทั้งที่ก็ควรจะมาเรียนที่ประเทศจีนเลยดีกว่า ค่าเทอมก็พอๆกับที่ไทย แล้วเราไม่ได้เรียนแค่ในห้องเรียน ออกไปข้างนอกก็เจอกับเจ้าของภาษาได้ใช้ภาษาจริงๆ ถ้าเรียนที่ไทยบางทีต้องมาเสียตังค่าเรียนพิเศษ แต่ถ้าอยู่ที่จีนไปที่ไหนก็เท่ากับเรียนภาษาไปในตัว นอกจากได้ภาษาแล้วยังได้เพื่อนต่างชาติ ได้เรียนรู้วัฒธรรมของประเทศนั้นด้วย     
 
     ช่วงแรกๆเพื่อนๆในห้องอาจจะยังไม่ค่อยสนิทกัน บางคนอาจจะยังพูด ภาษาจีนไม่ได้ พอเรียนไปได้สักระยะหนึ่งเราจะเริ่มสนิทกันมากขึ้น เริ่มไปกินข้าวด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน

ทุกๆปีทางมหาลัยจะมีกิจกรรมให้เราเข้าร่วมทั้งกีฬาสี งานนานาชาติ งานประจำคณะ นิวเข้าร่วมทุกกิจกรรมของมหาลัยเพราะในงานเราจะได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ และได้เผยแพร่วัฒนธรรมไทย

งานกีฬาสีของมหาลัย เราสามารถเข้าร่วมแข่งขันกิจจกรรมต่างๆได้ด้วย เช่นเชียร์ลีดเดอร์ แข่งวิ่ง แข่งกระโดด แข่งบาส ฯลฯ

 อันนี้เป็นกิจกรรมของคณะจะมีตอนเดือนธันวาคมของทุกปี จะมีเต้นของห้อง แล้วก็เต้นของกลุ่มคนไทย งานนี้ทำให้รู้จักเพื่อนต่างชาติเพิ่มมากขึ้น แล้วยังได้เผยแพร่วัฒธรรมไทยอีกด้วย

                                                                        
วันคริสมาสเราก็จะจัดกิจกรรมคริสมาสกันเองในห้อง ก็จะมีจับของขวัญ นั่งพูดคุย กินขนมกัน และก็เล่นเกมชิ่งรางวัล 


นอกจากนี้มหาลัยจะมีพาไปทัศนะศึกษานอกสถานที่อย่างคณะที่นิวเรียนตอนช่วงซัมเมอร์จะพาไปสถานที่สำคัญของเมืองฮาบิ้น และช่วงปิดเทอมจะมีการพานักเรียนไปทัศนศึกษาตามเมืองต่างๆของประเทศจีนด้วยเพื่อเป็นการศึกษาวัฒนธรรมที่แต่งต่างกันของแต่ละเมือง เนื่องจากประเทศจีนนั้นกว้างมากๆ เราจึงมีความจำเป็นที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมของคนเมืองอื่นๆด้วย ส่วนคนที่มาเรียนภาษาทางมหาลัยก็จะจัดพาไปเที่ยวด้วยเหมือนกัน ส่วนนี้เราไม่ต้องจ่ายตังไปฟรีเตรียมแค่ของกินเท่านั้น เวลาไปเที่ยวทางมหาวิทยาลัยก็จะจองโรงแรมอย่างดีให้เรา นอนห้องละ 2 คน มีอาจารคอยดูแลตลอดทริป ช่วงนี้เป็นช่วงที่พี่มีความสุขมากเพราะเราจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ได้ทำกิจรรมร่วมกันทำให้เราสนิทกันได้เร็วขึ้นและได้ใช้ภาษาตลอด

ต่อมาเราจะพูดถึงในเรื่องอาหารการกิน อันนี้ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ถูกปาก มาปีแรกนิวกับเพื่อนน้ำหนักขึ้นกันเป็นว่าเล่น555555 อาหารที่นี้มีให้เลือกมากมายจะเป็นข้าว ก๋วยเตียว ซาลาเปา เกี๊ยว ชานม ขนมต่างๆ ในมหาลัยจะมีโรงอาหารถึง 4 โรงให้เลือก ใกล้ๆมอก็มีร้านอาหารเกาหลี ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารยุโรปมากมายให้เลือก ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารเลยจร้า

(ในโรงอาหารมีข้าวขาหมู โรตี แล้วก็ต้มยำหัวปลาด้วยนะ อร่อยมากกกกขอบอกกกก!!)

อีกเหตุผลสำคัญที่เลือกมาเรียนที่นี้เพราะฮาบินเป็นเมืองที่สวยมากก บรรยากาศเหมือนยุโรปเลย ยิ่งหน้าหนาวไม่ต้องพูดถึงหิมะหนาๆ คลุมทั้งเมือง มองไปทางไหนก็เป็นสีขาววว หลายคนอาจจะกลัวเรื่องสภาพอากาศที่ฮาบินแต่ไม่ต้องกังวลว่าจะอยู่ไม่ได้น้า เราสามารถซื้อเสื้อผ้ากันหนาวที่นี้ใส่กันหนาวได้แน่นอนแถมถูกด้วย หน้าหนาวภายในมหาลัยก็มีสเกตน้ำแข็งให้เราเข้าไปเล่นได้ หรือใครอยากไปเล่นสกีก็สามารถนั่งรถไปเล่นข้างๆเมืองได้เหมือนกันราคาถูกมากก 

ตลอดสี่ปีที่อยู่ที่ฮาบินไม่เคยรู้สึกว่าคิดผิดที่เลือกมาเรียนปริญญาตรีที่ประเทศจีน อยากจะบอกกับน้องๆที่กำลังวางแผนจะมาเรียนต่อต่างประเทศว่ามันไม่ยาก และก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางนึง ได้ใช้ภาษาไปในตัวด้วยได้รู้จักเพื่อนต่างชาติ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของคนจีน พี่นิวคิดว่าถ้าใครที่อยากได้ภาษาจีนที่มาตรฐาน ฮาบินเป็นอีกเมืองที่เหมาะแก่การมาเรียนภาษาจีนแถมค่าครองชีพที่นี้ก็ถูกมาก   และไม่ต้องกลัวว่าถ้ามาเรียนแล้วมีปัญหาอะไรเราก็ยังสามารถติดต่อพี่เอ็มได้ตลอดเวลาถ้าใครยังไม่ชัวร์ก็ลองทักไปในเพจพี่ๆเค้าได้ค่ะ จะมีพี่ๆคอยแนะแนวศึกษาต่อด้วยโดยพี่เค้าจะให้คำแนะนำเราทุกอย่างและพี่ๆเค้าใจดีมากกก ส่วนตัวแล้วประทับใจ Study in Harbin จริงๆ ทางครอบครัวก็รู้สึกไว้ใจที่มากับเพจนี้เพราะพี่เอ็มก็นักเรียนของมหาลัยนี้เหมือนกันตอนนี้พี่เค้าเรียนปริญญาเอกอยู่และพี่เค้าดูแลดีมาก ถ้าน้องๆคนไหนสนใจมาเรียนต่อที่เมืองฮาบิ้นแนะนำว่าต้องมากับ Study in Harbin ไม่ผิดหวังแน่นอนนนนนนนนน


สุดท้ายพี่เอาภาพบรรยากาศเมืองฮาร์บินมาฝากกันนะค่ะ และพี่หวังว่าข้อมูลที่พี่เอามารีวิวน่าจะเป็นประโยชน์ต่อน้องๆ ม.6 ไม่มากก็น้อยนะค่ะ





ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

6 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป