/>

รีวิวกู้หน้าพัง ให้กลับมาปัง ใน 6 อาทิตย์ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#skincareroutine #acne #skincareราคาถูก #สิว #สิวอุดตัน


ว่าด้วยเรื่องสิว น่าจะเป็นปัญหาระดับชาติกันอยู่ไม่น้อย 
ยิ่งนานวันไปก็ยิ่งลุกลาม คนก็ชอบทัก ชอบมอง  
จิตตก กังวล และ ขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตไปอีก
บางคนก็บอกว่าเป็นสิวคือเรื่องธรรมชาติเดี๋ยวก็หาย 
ใช่ค่ะ! สำหรับบางคนนะ แต่บางคนก็ไม่ใช่ 
ปล่อยไว้นานมันก็จะกลายเป็นธรรมชาติลงโทษแทน
 
สวัสดีค่ะสาวๆ ปูเป้กลับมาแย้ว หลังจากหายหน้าหายตากันไปนาน ก็มีเพื่อนๆหลายคนทักเข้ามาถามในINBOXกันเยอะ ว่าไปทำอะไรมาหน้าใสขึ้น ? บางคนก็ถามถึงยาที่ใช้อยู่บ้าง ?อะไรบ้างมากมาย
วันนี้มาตอบแล้วพร้อมกับจิมาแชร์ประสบการณ์เป็นสิว 
และ วิธีรักษาสิวต่างๆที่ปูเป้ได้รวบรวมข้อมูล และ ทดลองกับตัวเองมา
วันนี้จิมาเล่าให้ฟังกันแบบหมดเปลือกว่าที่หายไป กลับมาแล้วหน้าใสขึ้น เป้ไปทำอะไรมาบ้าง
เริ่มกันเล้ยย...
 
ต้องบอกก่อนว่าเมื่อสองเดือนที่แล้วเป้เป็นสิวหนักมากชนิดที่ว่าเกินเยียวยาสุดๆ จะสังเกตได้จากคลิปหลายๆคลิปที่เคยลงให้ดู เนื่องจากเป้เคยแพ้เครื่องสำอางมายี่ห้อนึง ซึ่งดองไว้นานเกินปี นึกยังไงไม่รู้หยิบมาใช้ (เครื่องสำอางอายุเกิน 1-2 ปีห้ามใช้เด็ดขาด) สุดท้ายวันรุ่งขึ้นสิวเห่อระเบิดระเบ้อ คันแสบหน้าไปหมด นึกในใจคงเพราะยี่ห้อนี้แน่ๆ เป้เลยตัดสินใจเอาไปทิ้งยกลัง แถมทิ้งพวกที่ดองๆไว้ที่ไม่ค่อยได้หยิบมาใช้นานด้วย กลั้นใจไป ทิ้งไป เสียดายก็เสียดายแต่ทำยังไงได้ล่ะ เพราะกลัวจะแพ้อีก
 
หลังจากรู้ว่าตัวเองเริ่มแพ้ปุ๊บ เป้ก็รีบหาข้อมูลเกี่ยวกับยารักษาสิว และ วิธีการรักษาทันที ทุกเว็บ ทุกกระทู้ ทุกคลิป ตัวไหนที่เค้าว่าดีก็ลิสต์ไว้แล้วไปซื้อมาลองหมด กลายเป็นว่า จากคนที่ไม่เคยใส่ใจ ขี้เกียจเรื่องการดูแลผิว ก็กลายเป็นคนที่ใส่ใจการดูแลผิวหน้ามากขึ้น ขยันรักษาความสะอาดมากขึ้น สำหรับบทเรียนราคาแพงนี้เป้ต้องบอกเลยว่าไม่โดนกับตัวไม่รู้เลยจริงๆ ว่าช่วงระยะเวลาที่เป็นมันทรมานมากแค่ไหน เดินไปไหนก็ถูกคนจ้องคนทัก คนถามตลอด ว่าไปทำอะไรมา? เกิดอะไรขึ้น? 
 
VDO
เพื่อใครไม่ค่อยชอบอ่านอะไรยาวๆเป้ก็มีคลิปมาให้ดูเพลินๆด้วยนะคะ

 

 

 
รูปที่เป้ยกมาให้ดูคือ ภาพการรักษาสิวด้วยตัวเองรวมระยะเวลาเดือนครึ่ง 
ตั้งแต่ DAY 1 – DAY 44 เป็นต้นไป
คือช่วงเป้เป็นสิวใหม่ๆ จนถึงวันที่ผิวดีขึ้นตามลำดับ จะสังเกตได้เลยว่า วันที่เป้เป็นใหม่ๆมีความหน้าเยินมากกสิวผด สิวอักเสบ สิวหัวหนอง สิวอุดตัน พร้อมใจกันขึ้นมาโดยไม่ได้นัดหมาย จนถึงวันนี้ รวมระยะเวลา เดือนครึ่งกว่าๆ ที่ผิวหน้าเป้กว่าจะกลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง จริงๆค่อนข้างดีกว่าเดิมนิดนึง ซึ่งหลังจากรักษาสิวด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูกมาเกือบเดือน กว่าจะเจอสกินแคร์ที่ใช้แล้วใช่ กับผิวตัวเองก็นานพอสมควร กว่าจะเห็นผลที่ชัดเจน บอกเลยว่า วินัย และ ความอดทนเป็นเรื่องที่สำคัญมากจริงๆ ถ้าไม่ขยันไม่อดทนดูแลก็บอกเลยว่าไม่มีทางหายแน่นอน เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลาจริงๆค่ะ ต้องใจเย็นๆ

 
ซึ่งตัวSkincare ที่เป้ใช้แล้วเห็นผล ดีกับผิวเป้ ใช้แล้วสิวยุบ เป้ลิสมาทั้งหมด ตัวด้วยกัน ที่คิดว่าสามารถหาซื้อได้ไม่ยากมาก ใช้แล้วดี สิวไม่กลับมาขึ้นซ้ำอีก และ น่าจะเหมาะกับผิวใครหลายๆคน ที่คล้ายๆเป้อยู่ตอนนี้ ซึ่งก่อนที่เราจะเริ่มรักษาต้องวิเคราะห์ก่อนว่าผิวหน้าเราสามารถใช้อะไรได้บ้าง แยกจำพวกสิวให้ชัดเจน ว่าประเภทไหน เกิดจากอะไร จะได้เลือกใช้อย่างถูกต้อง เช่น สิวผด สิวอักเสบ สิวหัวหนอง สิวอุดตัน ก็ต้องเลือกใช้ให้เข้ากับสภาพผิวนั้นๆ หรือถ้าเป็นทุกสิว ก็ใช้แยกเฉพาะจุด ซึ่งต้องจำแนกออกทีละตัวเพื่อที่จะได้ไม่มั่วรวมกัน ช่วงที่เป็นเป้จะไม่แต่งหน้าเลย พักหน้ายาวๆ และ ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Alcohol น้ำหอมกลิ่นและสี เพราะสารเหล่านี้อาจจะไปกระตุ้นให้เกิดสิวได้ และ อาจจะทำให้ผิวระคายเคือง ซึ่งเป้จะเน้นเลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์ สูตรอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิวแทนเท่านั้น 

 
สภาพผิวหน้าเดิม เป้เป็นคนผิวผสมค่อนไปมันค่ะ 
มีปัญหาเรื่องสิวมาโดยตลอดตั้งแต่อยู่ม.ต้น จนขึ้นมหาลัย และ มีรอยแดงรอยดำ
แต่มักจะแก้ปัญหาด้วยการแต่งหน้าปกปิดตลอด ไม่ได้ตั้งใจหมั่นดูแลผิวอะไรเป็นพิเศษ 
จนมาเกิดอาการแพ้สุดท้ายเป็นหนักกว่าเดิม55

 

 

 
MY ACNE SKINCARE ROUTINE

 
- Ganier Micella Clensing Water

 
- Cetaphil

 
- Smooth E Gel

 
น้ำเกลือ Klean & Kare 

 
- Acnicide ทั้ง สูตร

 

 
มาเริ่มที่ตัวแรกเป้จะใช้ตัวนี้เป็นตัวคลีนหน้าก่อนล้างหน้าทุกครั้ง
Ganier Micella Clensing Water สูตรสำหรับผิวมีแนวโน้มเป็นสิว ขนาด 400 ml.

 
ใครว่าเรื่องการคลีนหน้าไม่สำคัญ ปูเป้บอกเลยค่ะว่าคนพลาดจุดนี้เยอะมาก ไปเน้นแค่ครีมบำรุงอย่างเดียว บอกเลยค่ะว่าไม่พอ สิ่งสำคัญที่สุดถ้าไม่อยากให้หน้าเราเป็นสิวคือ เรื่องความสะอาดค่ะ ต้องเช็ดสิ่งสกปรกทุกครั้ง หลังกลับมาบ้านแล้วทุกวัน ถึงจะไม่ได้แต่งหน้า แต่ใครจะไปรู้บ้างว่าระหว่างวันไปหน้าเราต้องเจอกับอะไรบ้าง ทั้งมลพิษ สิ่งสกปรกทั้งหลาย คลีนซิ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการคลีนหน้าเลยค่ะ  
ตัวนี้จะมี สูตรด้วยกันคือ (สูตรสีชมพู) สำหรับผิวแพ้ง่าย และ ตัวที่เป้ใช้อยู่คือ (สูตรสีฟ้า) เหมาะสำหรับผิวมัน ผิวผสม หรือ ผิวมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย

 
เดิมทีเป้ใช้เป็น สูตรสีชมพู สำหรับผิวแพ้ง่าย เพราะช่วงแรกผิวเป้ระคายเคืองแพ้ง่ายมาก แต่หลังรักษาผิวจนเริ่มแข็งแรงขึ้นมานิดนึง เป้เลยหันมาลองใช้ สูตรสีฟ้านี้ดู ซึ่งไม่เกิดอาการแพ้ หรือ ระคายเคืองอะไรนะคะ แต่ถ้าคนที่แพ้อยู่ แนะนำให้ใช้ขวดสีชมพูค่ะ เพราะสูตรนั้นจะไม่มีแอลกอฮอล์ 
สำหรับ สูตรนี้จะปราศจากน้ำมัน และ น้ำหอม สูตรสีฟ้าจะมีแอลกอฮอล์ ไม่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย

 



 
เป็นเนื้อน้ำใสๆ ไม่มีกลิ่น

 

 
เป้จะใช้คู่กับสำลีทำความสะอาดผิวหน้าก่อนล้างหน้าทุกครั้ง
ตัวนี้เช็ดแล้วสะอาดหมดจดไม่แพ้ ไม่ทำให้สิวขึ้น ให้ความรู้สึกสดชื่น สบายผิว 
เช็ดเมคอัพทั้งตาและปากได้สะอาดหมดจดประมาณนึง ไม่แสบตา ไม่ระคายเคือง แต่ถ้าเมคอัพกันน้ำมากๆ ตัวเดียวเอาไม่อยู่ ต้องใช้ร่วมกับRemoverด้วยถึงจะเกลี้ยง 

 
ตัวนี้ใช้แล้ว หน้าไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่แห้งตึงผิว ช่วยลดความมัน สูตรนี้้ช่วยลดปัญหาสิวได้นิดนึง แต่จะเน้นป้องกันสิวเกิดใหม่มากกว่า ช่วยกระชับรูขุมขนด้วย ราคาไม่แรงมาก หาซื้อได้ทั่วไป 
คะแนน 8.5/10

 

 
ตัวต่อมาคือ
Cetaphil คลีนเซอร์ ทำความสะอาดผิว สูตร อ่อนโยน (Gentle) ขนาด 125 ml.
หลังจากคลีนหน้าแล้วปูเป้จะตามด้วย Cleanser ล้างทำความสะอาดผิวอีกครั้ง

 



 
สำหรับตัวนี้จะเป็น สบู่เหลวล้างหน้าสูตรอ่อนโยน เนื้อจะเป็นเจล ใสๆขุ่นๆ ไม่มีฟอง
ไม่มีส่วนผสมของสบู่และน้ำหอม และ Alcohol (ต้องบอกก่อนคนที่สงสัยในเรื่องส่วนผสมตัวนี้ ว่ามีแอลกอฮอล์ หรือไม่มีกันแน่มีค่ะ แต่คนละชนิดกัน ตัวนี้มีส่วนผสมของ cetyl alcohol and stearyl alcohol จะเป็นแอลกอฮอล์ที่ช่วยในเรื่องให้ความชุ่มชื้น ไม่ระคายเคือง อ่อนโยน เหมาะกับผิวบอบบาง ไม่มีผลข้างเคียงอะไรค่ะ) แถมยังมีค่า PH Balance ที่ใกล้เคียงกับผิวเรา สรุปคือ อ่อนโยนมากกก คนผิวแพ้ ผิวบอบบางใช้ได้

 
ตัวนี้ใช้แล้วโอเคมากก ส่วนตัวรู้สึกว่า สิวผดลดลง ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้งตึงผิว ใช้แล้วไม่แพ้ ไม่มีสารที่ช่วยทำให้สิวลดลง แต่ช่วยปกป้องการเกิดสิว อ่อนโยนกว่าการใช้โฟม หรือ สบู่ธรรมดา ใช้ล้างหน้าแล้วผิวสะอาดหมดจด หลังล้างเสร็จผิวจะลื่นๆ เหมือนมีฟิลม์บางๆเคลือบผิวอยู่ ดีต่อผิวเพราะมันจะช่วยคงสมดุลความชุ่มชื้นผิวไว้ ไม่ทำให้ผิวแห้งเสีย ไม่ระคายเคือง ใช้แล้วสิวไม่ได้ขึ้นเพิ่ม ผิวแข็งแรงขึ้น  ตัวนี้สามารถใช้ทั้งตอนล้างหน้าก็ได้ หรือ หลังล้างหน้าไม่ใช้น้ำ ทาเป็นตัวบำรุงผิวก็ได้เหมือนกัน ไม่ทำให้สิวขึ้นเพิ่ม คงความชุ่มชื้นได้ดี ราคาไม่แรงมาก คุ้มค่า
คะแนน 8.5/10

 

 
ตัวต่อมาคือ Smooth E Baby Face Gel สูตร Extra Sensitive Cleansing Gel ขนาด 45 ml. 
เป็นเจลล้างหน้า ไม่มีฟอง เหมาะกับคนเป็นสิวผิวแพ้ง่าย ผิวบอบบางมาก
เป้มักจะใช้ควบคู่กับตัว Cetaphil บางครั้งเพราะมันค่อนข้างอ่อนโยนเหมือนกันค่ะ 

 

 
เนื้อเป็นเจลใสๆ เย็นๆ

 
ตัวนี้เป็นเจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยน เหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่ายมากๆ ไม่มีฟอง ไม่มีประจุไฟฟ้า100% จึงไม่ทิ้งสารตกค้างอันเป็นสาเหตุการเกิดสิว และ ริ้วรอย ปราศจากน้ำมัน แอลกอฮอล์ และ น้ำหอม 
มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี มีส่วนผสมจากวิตามิน อี ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมจาก Algae Extract และ Olive Extract ช่วยเสริมสร้างให้ผิวเนียนนุ่ม เกลี้ยงเกลาและอ่อนกว่าวัยมากขึ้น ช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื่นผิว
ตัวนี้ใช้แล้ว ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้งตึงผิว ไม่แสบระคายเคืองผิว ไม่แพ้ ใช้แล้วสิวผดที่หน้าผากลดลงเยอะมาก สิวไม่กลับมาขึ้นอีก เนื้อเจลไม่มีฟองอ่อนโยน มีกลิ่นหอมอ่อนๆแบบ สมูทอี เหมาะกับคนเป็นสิวผิวบอบบางแพ้ง่ายมากถึงมากที่สุด   
คะแนน 9/10

 
มาในส่วนของ Toner กันบ้าง
เป้ใช้ Klean & Kare น้ำเกลือล้างแผล ขนาด 500 ml.
หลังล้างหน้าเสร็จเรียบร้อย เป้จะเช็ดด้วยตัวน้ำเกลืออีกครั้ง จะใช้แทนโทนเนอร์เพื่อเป็นการเช็คความสะอาดผิวอีกครั้งเพื่อให้ผิวสะอาดหมดจดจริงๆ 

 
ซึ่งขั้นตอนนี้เป้จะเช็ดให้เบามือมากที่สุด ไม่ถู หรือ ขยี้นะคะ 
เพราะจะทำให้ผิวระคายเคืองได้ เป้จะใช้คู่กับสำลียี่ห้ออะไรก็ได้ไม่บาดหน้า 
เช็ดให้ทั่วผิวหน้าตามแนวไรขนไปค่ะ ขั้นตอนนี้เป้ลองใช้มาสักพักแล้วก่อนจะแพ้ ก็รู้สึกว่าสิวไม่ได้ลดลงนะคะ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเพิ่มขึ้น ส่วนตัวเช็ดแล้วรู้สึกว่าดีกว่าใช้น้ำประปาเฉยๆ เพราะน้ำเกลือผ่านการฆ่าเชื้อมาให้เรียบร้อยแล้วรับรองว่าสะอาดยิ่งเช็ดก็จะช่วยลดสิ่งสกปรก และ ช่วยลดการเกิดสิวอุดตัน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี กว่าใช้น้ำประปาในบ้านเฉยๆแน่นอน

 
สำหรับน้ำเกลือมีอายุอยู่ได้แค่ เดือนหลังเปิดใช้งานแล้ว ถ้าเกินกว่านี้ต้องทิ้งค่ะ เพราะอาจจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ ตัวนี้ไม่มีสารกันเสียใดๆ sodium chloride  0.9 g. Water for injection q.s
ตัวนี้ใช้แล้วสิวอักเสบพอช่วยได้ สิวอุดตันไม่เห็นผลอะไร
คะแนน 6.5/10

 

 
มาในส่วน Skincare กันบ้าง 
เป้ใช้ยี่ห้อ Acnicide เป็นแบรนด์ของคลินิก ที่เน้นเรื่องสิวโดยเฉพาะ
 
ที่เป้หันมาเลือกใช้ยาของคลินิก เพราะก่อนหน้านี้เป้เคยลองมาหลายตัวซื้อมาลองใช้เอง รักษาเองจากร้าน Drugstoreบ้าง ร้านขายยาบ้าง เสียเงินซื้อหมดไปเป็นพัน แต่ปรากฏว่าไม่ค่อยเห็นผล บางตัวใช้แล้วสิวยุบบ้างไม่ยุบบ้าง บางตัวใช้แล้วเป็นหนักกว่าเดิม หรือ ใช้แล้วไม่เห็นผลเลยก็มี
 
ประจวบเหมาะกับมีคนรู้จักแนะนำมาอีกที เป้เลยตัดสินใจหันมาลองใช้ยาคลินิกดู เพราะนอกจากจะไม่อยากปล่อยสิวไว้บนหน้านานแล้ว เป้ก็อยากจะได้คำแนะนำจากแพทย์ตัวจริงที่สามารถบอกถึงสภาพผิว และ วิธีการรักษาได้อย่างถูกต้องสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องมานั่งหาข้อมูลในเว็ปเองที่มีทั้ง จริงบ้างไม่จริงบ้าง หรือ ซื้อยามาลองผิดลองถูกเองให้สิ้นเปลืองอีกต่อไป
 
ตอนแรกเป้ก็แอบระแวงว่ามันจะดีจริงมั้ย บางทีมันอาจจะเหมาะกับผิวคนอื่น แต่อาจจะไม่เข้ากับผิวเราก็ได้ จะเกิดผลข้างเคียงหรืออาการแพ้มั้ย?? เพราะไม่เคยเห็นยาตัวนี้ที่ไหนมาก่อน คำถามเลยเต็มไปหมด 
  
เริ่มแรก
เป้ลองศึกษา Search หาข้อมูลจากเว็ปของแบรนด์ตัวนี้ดู
ข้อมูลที่ได้คือ
 
แบรนด์นี้ก่อตั้งโดยคุณหมอด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยจากอเมริกา   และยังจบปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง  แถมยังมีประสบการณ์การทำงานในคลินิกผิวพรรณมามากกว่า 15 ปีอีกด้วย 
ยาแบรนด์นี้คุณหมอได้พัฒนาสูตรขึ้นมา  เพื่อใช้รักษาสิวให้กับคนไข้ในคลินิกจริงๆ  จึงเห็นผลจริง ปลอดภัย  และเชื่อถือได้
แถมสารสำคัญต่างๆ (Active ingredient) ยังคัดสรรมาอย่างดี  อัดแน่นจัดเต็มทุกตัว  มีงานวิจัยรับรอง  และใส่ในเปอร์เซ็นที่สูงๆ  เพื่อการรักษาที่เห็นผล
 
นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นก็คือ  ไม่ได้เป็นแค่การรักษาสิวอย่างเดียวเท่านั้น  แต่ยังช่วยเรื่องลดรอยสิว  บำรุงผิว และช่วยฟื้นฟูผิวจากการเป็นสิวให้กลับมาแข็งแรงอีกด้วย
ตัวยาจึงมีประสิทธิภาพ แต่ไม่มีผลข้างเคียง
 
ซึ่งพอได้ข้อมูลมาประมาณนุงก็ทำให้เป้ใจชื้นใจขึ้นมาหน่อย อ่านแล้วดูเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีเลขจดแจ้งที่ชัดเจน แถมคนที่รู้จักก็ยังแนะนำมาว่าใช้ดี แต่เป้ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ 100% นะคะ พยายาม search หาข้อมูลอีก จนมาเจอเพจ " หน้าใสไร้สิวกับ acnicide by สกินน์ คลินิก"  จึงเข้าไปลองสอบถามข้อมูลดู  ปรากฏว่าเป็นคุณหมอเจ้าของเพจมาตอบเองเลย คุณหมอให้คำแนะนำดีมาก พูดตรงไปตรงมา ไม่ขายของ แถมยังบอกอาการและวิธีรักษาได้ถูกจุด ซึ่งจุดนี้เองทำให้เป้รู้สึกประทับใจสุดๆ  และมั่นใจมากขึ้นเลยตัดสินใจลองใช้ผลิตภัณฑ์
 
วันแรกๆที่ใช้เป้ลองเทสต์ที่หลังใบหู และ หลังท้องแขนดูก่อนนะคะ เพราะเป็นจุดที่บอบบาง จะได้สามารถเช็คได้ว่าแพ้มั้ย จุดนี้สำคัญมากก่อนจะใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับผิวหน้าควรเทสต์ก่อนทุกครั้งค่ะ ไม่งั้นอาจจะแย่ได้ หลังจากลองเทสต์ ผลที่ได้คือไม่เกิดอาการแพ้ระคายเคืองใดๆ  ไม่มีตุ่มหรือผื่นขึ้น  หลังจากนั้นเป้เลยมาลองใช้ที่หน้าบ้าง เริ่มจากจุดเล็กๆก่อน แล้ว ค่อยเขยิบมาบริเวณกว้าง ทดลองไป 1 อาทิตย์ ไม่มีผลข้างเคียงอะไร เลยลองทาเต็มๆหน้าดู 
 
ปรากฏว่าหลังทดลองใช้ไป เกือบเดือนครึ่ง ผลที่ได้คือ  สิวอักเสบ สิวอุดตัน ยุบลงเยอะมาก
ใช้แล้วสิวไม่ค่อยกลับมาขึ้นซ้ำอีก รอยแดงรอยดำจางลง ผิวหน้าไม่ค่อยแสบระคายเคืองอีกต่อไป 
 
สรุปคือใช้แล้วเห็นผลจริง เห็นผลเร็วกว่ายาแต้มสิวที่เคยใช้อยู่ 
ไม่มีผลข้างเคียง และสิวไม่กลับมาขึ้นซ้ำอีก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เป้อยากมาแนะนำกันค่ะ
 
** ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่สภาพผิวหน้าของแต่ละบุคคล  ** 
 
สำหรับเซตนี้มีทั้งหมด 3 ตัว คือ
 
- ช่วยรักษาสิวอักเสบ  และฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว  (หลอดเขียว)
- ช่วยรักษาสิวอุดตัน  ลดรอยสิว  บำรุงและฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรง (หลอดชมพูบานเย็น)
- ตัวแต้มสิวอักเสบสูตรเข้มข้น (หลอดส้ม) 

 

 
มาเริ่มที่ตัวแรก 
Herbal anti acne gel (หลอดเขียว) ขนาด 10. กรัม
ตัวนี้มีคุณสมบัติ Anti-Bacteria ช่วยในเรื่อง รักษา และ 
ป้องกันการเกิดสิวอักเสบ ช่วยลดรอยแดงรอยดำให้ดูจางลง

 
เป้จะทาตัวนี้เป็นตัวแรกเคลือบผิวหน้าไว้ก่อน
เพื่อช่วยฆ่าเชื้อสิว และ ลดรอยสิว

 
มีสารกัดหลักๆ
1.Tanin  ป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว
2. สารสกัดจากเปลือกมังคุด - ป้องกันการอักเสบของสิว
3. สารสกัดจากมะละกอ - ป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อ P.Acne ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว
4. สารสกัดจากดอกคาโมไมล์ - ลดการระคายเคือง

 
เนื้อเจลสีเหลืองส้ม

 

 

 
ตัวนี้ใช้แล้วไม่เกิดอาการแพ้ใดๆ อ่อนโยนไม่ระคายเคืองผิว ช่วยลดอาการอักเสบของสิวได้ดี สิวไม่กลับมาขึ้นอีกในช่วงระยะเวลาที่ทดลองใช้อยู่ ใช้แล้วรอยแดงรอยดำจางลง ผิวแข็งแรงขึ้น ไม่มีอาการแสบแพ้ระคายเคืองอะไร เนื้อเจลบางเบา ทาแล้วซึมเข้าสู้ผิวได้ดี ไม่เหนียวเหนอะหนะผิว มีกลิ่นหอมอ่อนๆไม่แรงมาก คนผิวเป็นสิวผิวแพ้ง่ายใช้ได้ค่ะ 
คะแนน 8.5/10

 

 
ตัวที่สองคือ 
Anti comedone and renewal cream (หลอดสีชมพูบานเย็น) ขนาด 10 กรัม
มีส่วนผสม Retinol ผสานกับ Salicylic Acid 
ช่วยในเรื่องผลัดเซลล์ผิวเก่า ลดสิวอุดตัน รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียนขึ้น

 
สารสกัดหลักๆ

 
1. BHA 
-ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ลดสิวอุดตัน 
-ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ 
-ลดจุดด่างดำรอยหมองคล้ำ

 
2. Vitamin A ในไมโครแคปซูล
-ช่วยซ่อมแซมผิว และ ลดรอยแผลเป็นจากสิว
กระตุ้มการสร้างคอลลาเจน และ อีลาสติน 
ค่อยๆปล่อยวิตามินออกมา ออกฤิทธิ์ยาวนาน และ อ่อนโยนต่อผิว

 
3. Artichoke Leaf Extract 
ทำให้รูขุมขนเล็กลงไม่เป็นจุดดำ

 
4. สารสกัดจากเห็ดรัสเซีย 
-ควบคุมความมันส่วนเกิน
-กระชับรูขุมขน

 
5. Bio peptide จากพืช 
ป้องกันการเกิดหลุมสิว และ ริ้วรอย

 



 
เนื้อครีมสีเหลืองอ่อน

 

 
ตัวนี้ใช้แล้วรอยแดงรอยดำ และ รอยแผลเป็นให้จางลง ใช้แล้วไม่แสบระคายเคืองผิว อ่อนโยนต่อผิว ไม่แพ้ เนื้อครีมเข้มข้น ทาแล้วรู้สึกแห้งตึงผิวและมีกลิ่นอ่อนๆ แต่ใช้แล้วสิวไม่ขึ้น ไม่อุดตันผิว ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้น สีผิวสม่ำเสมอ รูขุมขนเล็กลง ผิวแข็งแรงขึ้น

 
คะแนน 8.5/10

 


ตัวสุดท้ายคือ 
Acne Clear Serum (หลอดส้ม) ขนาด 5 กรัม.
 
ตัวนี้จะเป็นเซรั่มแต้มสิวสูตรเข้มข้น มีสารสกัดจากใบสนช่วยควบคุมความมัน  ,  clove oil และ castor oil ช่วยฆ่าเชื้อ ลดการอักเสบ  ลดการบวมแดงของสิว  
 
สารสกัดหลักๆ
 
1.สารสกัดวิชฮาเซล 
-ช่วยกระชับรูขุมขน 
- มีฤิทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อนๆ จึงช่วยลดการเกิดสิวได้
- กระตุ้นการสร้างอีลาสติน และ คอลลาเจน ใต้ผิวหนัง ช่วยลดรอยสิว
- ควบคุมความมัน
 
2.  กรดซาลิกซิลิก(Salicylic acid) 
- ช่วยฆ่าเชื้อโรค
- ผลัดเซลล์ผิว
- ละลายสิวอุดตัน ละลายสิ่งสกปรก 
ที่ติดอยู่ในรูขุมขน ทำความสะอาดรูขุมขน

- เร่งการผลัดผิวให้ผิวเรียบเนียน

 

 

 
เนื้อเซรั่มเป็นน้ำสีขาวใส
 
เนื้อเซรั่มค่อนข้างเข้มข้นมาก  แนะนำให้ทาเฉพาะจุดที่เป็นสิวอักเสบ  หัวแดงๆเจ็บๆ แต้มแล้วอาการแดงอักเสบจะลดลง ตัวนี้กลิ่นแรง ทาแล้วจะแสบๆผิว เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยลดการอักเสบ เนื้อเซรั่มไม่เหนียวเหนอะหนะ  ซึมเข้าสู่ผิวได้ดี สิวยุบไว และ ไม่ทิ้งรอยสิว

คะแนน 7.5/10 

 







 

 

 
"ซึ่งรูปทั้งหมดนี้คือระยะเวลาที่เป้รักษาผิวหน้าด้วยตัวเอง รวมระยะเวลาเกือบเดือนกว่าๆ"
จะสังเกตได้ว่าผิวหน้าเริ่มดีขึ้นตามลำดับ จากรูปวันแรกจนถึงวันสุดท้าย สิวอักเสบ สิวผด สิวอุดตัน ลดลงมากจริงๆ ผิวเรียบเนียนขึ้น และ สีผิวกระจ่างใสขึ้นมานิดนึง ไม่มีอาการแพ้ แสบระคายเคืองอีกต่อไป แต่อาจจะยังเหลือรอยแดงรอยดำนิดน่อย  ต่อยๆรักษากันไปเนอะ ทุกอย่างต้องใช้เวลา และ ความอดทนค่ะ ถึงจะเห็นผลที่ดีที่สุด
ปลลสำหรับการรักษานี้เป้ เป้รักษาควบคู่ไปกับการกินยาแก้แพ้ด้วยเพื่อลดอาการแพ้ สิวที่เห็นจึงเป็นสิวที่ขึ้นมาก่อนหน้าก่อนกินยามันเลยยังทิ้งพวกอุดตัน สิวอักเสบต่างๆนาๆไว้ให้เป็นที่ระทึก สิวพวกนี้ต้องได้รับการรักษาตามที่เป้กล่าวไป ถึงจะเห็นผลที่ชัดเจน

 
** ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่สภาพผิวหน้าของแต่ละบุคคลด้วยเนอะ  ** 

 
สุดท้ายนี้หวังว่าประสบการณ์รักษาสิวแบบฉบับปูเป้นี้จะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆได้บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ สำหรับใครที่เป็นอยู่ก็หวังว่าวิธีการรักษาสิวที่เป้แนะนำกันในวันนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกดีๆที่เพื่อนๆพอจะได้สาระไปบ้าง และ ขอให้คนที่เป็นสิวอยู่หายในเร็ววัน
ขอบคุณที่สละเวลาเข้ามาอ่านจนจบ เจอกันใหม่บล็อกหน้าจ้า ><
 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป