Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

เอื้อยอ้ายฮ่วมใจ ฯ : อัตลักษณ์เขื่องในพิทยาคาร และการแบ่งปันประสบการณ์ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ภาณุพงศ์ ธงศรี #เขื่องในพิทยาคาร #โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร #อำเภอขื่องใน #จังหวัดอุบลราชธานี


                      เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม “เอื้อยอ้ายฮ่วมใจ สานสายใยสู่เขื่องในพิทยาคาร” วัตถุประสงค์ของกิจกรรมเน้นไปที่น้องที่กำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้เปิดโลกทัศน์ รับรู้ข้อมูลข่าวสารของสาขาวิชา คณะและมหาวิทยาลัย ที่ตนเองมีความสนใจ พร้อมทั้งสามารถเลือกสายการเรียนได้อย่างเหมาะสมกับความถนัดของตนเอง ก่อนเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา
                      รวมถึงเป็นแนะแนวและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง เช่น การสอบสัมภาษณ์ การยื่นคณะในระบบทีแคส เราจัดกันขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคม 2560 เวลา 13 . 00 – 16.00 น. ณ หอประชุมมณีเทวา โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี


                      กิจกรรมนี้ไม่ได้เน้นที่ความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว แต่เราได้พยายามเปิดประเด็นในการพุดคุยให้มากที่สุด แต่ก็อาจมีความบกพร่องไปบ้างในเรื่องของเวลาที่น้อยเกินไป ทำให้เราออกแบบกิจกรรมเน้นที่การบรรยายระหว่างพี่น้องมากกว่า กระบวนการที่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน แต่ก็ใช่ว่าการบรรยายแบบนี้จะไม่มีข้อดี เพราะเนื้อหาการบรรยายค่อนข้างเป็นวิชาการ ดังนั้นเราจึงเน้นไปที่การบรรยาย และตอบข้อสงสัยของน้อง ๆ ให้มากที่สุด
สำหรับกิจกรรมหลัก ๆ เราเน้นไปที่น้อง ๆ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่แน่นอนน้อง ๆ ระดับชั้นอื่นก้สามารถเข้ารับฟังได้ ไม่เสียหายหากจะรู้เอาไว้

• TCAS คืออะไรรู้ไหมเธอจ๋า ?
                     กิจกรรมแรกมาในชื่อ “TCAS คืออะไรรู้ไหมเธอจ๋า ? ” วิทยากรโดย ลิฟต์ (นันทิพัฒน์ พวงเพ็ชร) นิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โดม (วายุพล บุญภักดี) นักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยของเขตเนื้อหาของทั้งสองคน เป็นการแนะนำระบบTCAS รวมถึงการคำนวณคะแนนเพื่อเข้าคณะที่ตั้งใจไว้ เทคนิคการอ่านหนังสือ เพื่อเตรียมตัวในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย


                    สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการพุดคุยครั้งนี้ คือน้อง ๆ หลายคน ยังไม่เข้าใจระบบการศึกษาในปัจจุบันมากนัก ประเด็นคำถามจึงค่อนข้างหลากหลายและต้องการรายละเอียดในการสอบแต่ละสาขาของตัวเอง
สิ่งที่ลิฟต์กับโดมย้ำ กับน้อง ๆ ก่อนปิดกิจกรรมของตนเอง ผมค่อนข้างประทับใจในประโยคที่ว่า “อยากติดต้องอ่าน อ่านหนังสือให้หนัก แล้วเราจะไมม่กลับมาเสียใจภายหลัง”

• สัมภาษณ์อย่างไรให้ติด ?

                 
               “สัมภาษณ์อย่างไรให้ติด ?” ผู้รับผิดชอบในการออกแบบกระบวนการคือ โย (โยธิน หมายมั่น) นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยเราเป้าประสงค์ของกิจกรรมไปที่การแนะแนวเทคนิควิธีการในการสอบสัมภาษณ์เข้าในคณะต่าง ๆ รวมถึงการทำ PORTFOLIO เพื่อให้สะดุดตากรรมการ ผ่านประสบการณ์ที่ได้รวบรวมจากพี่ ๆ หลายคน มาบอกเล่าให้กับน้อง ๆ ได้รับฟัง
                  แน่นอนว่าการสัมภาษณ์เป็นสิ่งสำคัญ อาจเนื่องด้วยเป็นสิ่งตรวจสอบบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัยใจคอ ที่ตรงกับสาขาที่จะเข้าเรียน ดังนั้นการตอบคำถามสำหรับตัวเองและพร้อมตอบคำถามผู้อื่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับการเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย


                 สิ่งหนึ่งที่โยได้เน้นย้ำน้อง ๆ ทุกคนคือ “ความสวยงามไม่ได้มีผลมากมาย ต่อการติดมหาวิทยาลัย แต่กิจกรรมและวิชาการนั่นแหละ คือหัวใจสำคัญของคะแนนสอบสัมภาษณ์ของเรา” ดังนั้นสิ่งสำคัของการสอบสัมภาษณ์ที่ผมสรุปได้เป็นบทเรียน นั่นคือเราต้องสามารถตอบใจตัวเองให้ได้ ว่าเราถนัดอะไร อยากเรียนอะไร เพื่อไปประกอบอาชีพอะไร

• เวทีเสวนา “ประสบการณ์ชีวิต ผลผลิตเขื่องในพิทยาคาร”


                 สำหรับตัวเวทีเสวนา เรามีประเด็นหลักสำคัญที่อยากแลกเปลี่ยนมุมมองแนวคิดจากพี่ ๆ หลายคน หลากหลายสาขาวิชา ในการเลือกทางเดินของตนเอง กิจกรรมนี้จึงเสมือนเป็นเก้าอี้เล็ก ๆ ที่เรามาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน โดยประเด็นหลัก ๆ สำหรับการเสวนาก็คือ
               1. พี่ ๆ มีวิธีการสำรวจตัวเองอย่างไรในการเลือกคณะเลือกสาขาที่อยากเรียน รวมถึงมีการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยมีการวางแผนการอ่านหนังสืออย่างไรต้องศึกษาข้อมูลอะไรบ้าง ที่จะนำไปใช้ในการสอบ
               2. เมื่อเข้าไปอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยมีการจัดการชีวิตตนเองอย่างไรในเรื่องการปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่และมีการวางเป้าหมายชีวิตด้านการเรียนมาอย่างไร
               3. สิ่งที่ได้จากโรงเรียนเขื่องในพิทยาคารและสามารถนำไปใช้ในชีวิตมหาลัยได้คืออะไร


               
                ประเด็นทั้งสามนี้ ถูกแลกเปลี่ยนผ่านมุมมองของนิสิต และนักศึกษาต่างมหาวิทยาลัย แต่เป็นลูกศิษย์เขื่องในพิทยาคารร่วมกัน ดังนั้นตอนที่เราจัดกิจกรรมจึงคิดว่า น่าจะเป็นจุดร่วมระหว่างพี่และน้องมากที่สุด สิ่งที่ผมเก็บได้จากการเสวนาครั้งนี้ นั่นคือทุกคนรู้จักการเรียนรู้โลกภายนอก โดยมีโรงเรียนเขื่องในพิทยาคารเป็นแกนหลักในการต่อเติมแนวคิดและรูปแบบกระบวนการของความคิดก่อนออกไปสู่โลกภายนอก

• ตลาดนัดความฝัน

               ตลาดนัดความฝัน เป็นกิจกรรมสุดท้ายที่เรานำมาฝากน้อง ๆ เพื่อให้ทุกคนได้มีปฏิสัมพันธ์แลกเปลี่ยนกันอย่างใกล้ชิด เพราะแน่นอนว่าในช่วงการบรรยายหรือบอกเล่าผ่านเวที เป็นคนหมู่มากดังนั้นการที่ให้พี่น้อง ได้พบกันตัวต่อตัวจึงเป็นการแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุด โดยเราแบ่งเป็นฐานตามคณะ และสาขาวิชาชีพ เพื่อให้น้อง ๆ ที่สนใจได้รับฟัง ซักถาม และแลกเปลี่ยนสิ่งที่ขาด เพื่อเติมเต็มผ่านการบอกเล่าประสบการณ์ของรุ่นพี่

• ข้อเสนอแนะ
              สำหรับกิจกรรมที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าค่อนข้างออกมาดี แต่ก็มีอะไรหลายอย่างที่ผู้จัดกิจกรรมอาจต้องนำมาปรับปรุงในการจัดกิจกรรมในครั้งหน้า เช่น
               - การติดต่อประสานงานผู้เข้าร่วมกิจกรรมกับโรงเรียน
               - รูปแบบกิจกรรมที่ชัดเจนแน่นอน
               - การให้น้อง ๆ ได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนพูดคุยกับพี่ ๆ มากกว่านี้ เช่น ควรมีตัวแทนน้อง ๆ เข้าร่วมเวทีเสวนาด้วย
               - ควรมีการประสานงานกับคณะกรรมการนักเรียนของรุ่นนั้น ๆ

              กิจกรรม “เอื้อยอ้ายฮ่วมใจ สานสายใยสู่เขื่องในพิทยาคาร” โครงการนี้จะช่วยให้น้อง ๆ เข้าใจตัวเองมากขึ้น แลเห็นภาพของมหาวิทยาลัย ผ่านการบอกเล่าประสบการณ์จากรุ่นพี่ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณขอขอบคุณ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร พร้อมด้วยพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ทุกคน ที่ได้ช่วยกันขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าวให้ผ่านพ้นไปด้วยดี และคิดว่าคงจะมีในปีการศึกษาหน้าต่อไป
 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป