/>

ทำไมความเหงาถึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างนี้ [ยินดีให้แชร์]

Ms.thinking
Guest IP
วิว
#เครียด #เหงา #อยู่คนเดียว
ตามหัวจ้อกระทู้เลยค่ะ ทำไมความเหงามันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างนี้ มันเกิดจากอะไร ถ้าเพราะเราอยู่คนเดียวก็คงใช่ แต่ก็อยู่มาได้ตั้ง 3-4 ปี แต่พอเข้าปีที่ 5 มันเหมือนเป็นหนักมาก ตอนไปเรียนก็ปกติ แต่พอกลับมาหออยู่คนเดียวแล้วมันจะคิดถึงเรื่องเก่าๆนิดนึง คิดถึงตอนเราไม่ได้อยู่คนเดียว แต่คิดว่าช่วงนี้เป็นหนักมากๆ พออยู่คนเดียวแล้วรู้สึกเหงาจนเกือบดิ่ง เราไม่มีเพื่อนค่ะ เรียนช้าเลยต้องเรียนกับรุ่นน้อง เราไม่ได้ฟิกเรื่องอายุ แต่ทุกคนก็เข้าใจใช่ไหมคะว่ามันไม่ได้สนิทขนาดเพื่อนที่รู้จักกันสมัยมัธยมที่จะเรียก-กูได้ตามสบาย ทุกวันนี้เราแทบไม่ได้พูด-กูเลย และเราไม่ได้รู้สึกอยากหายไปจากโลกนี้เลยไม่คิดว่าตัวเองเป็นโลกซึมเศร้าอะไร มันแค่เหงา ที่มากไปหน่อย มากขึ้นจากเดิมเยอะมาก พอจะมีคนคุยก็รู้สึกปิดตัวเองพอสมควร อาจเพราะไม่ได้คุยกับใครนาน ทำตัวไม่ถูกค่ะ เราพยายามไม่คิด และทำทุกๆอย่างเหมือนเดิม ก็คือเหมือนที่เคยๆทำมา แต่ก็ยังเหงาอยู่ดี นี่ขนาดงานเยอะจนแทบไม่มีเวลาว่างแต่ดันมีเวลาเหงาซะงั้น งงค่ะ พอคิดละก็อาจจะเครียด ไม่อยากจะคิด นี่ก็พยายามหาอะไรทำสุดๆแล้ว แต่คืออยู่คนเดียวเหมือนบรรยากาศเหงามันแทรกเข้ามาได้ง่ายมาก เราไม่ชอบเที่ยวไม่ชอบดื่มค่ะ ถ้าให้ไปคลายเหงาทางนั้นคงทำไม่ได้ เขียนยาวมากไม่รู้จะมีใครอ่านไหม ถ้าไม่มีก็ถือว่ามาเขียนกระทู้ระบายละกัน แต่อันนี้ก็เหมือนไม่ได้ถามไรแหละ ก็เหมือนระบายจริงๆ แต่เผื่อมีคนมาช่วยเสนอความเห็นหรือแนวทางก็ขอบคุณมากๆค่ะ^^
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สวัสดีค่ะ




      ทำไมความเหงาถึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างนี้


      .....




      .....................



      เขียนยาวมากไม่รู้จะมีใครอ่านไหม ถ้าไม่มีก็ถือว่ามาเขียนกระทู้ระบายละกัน แต่อันนี้ก็เหมือนไม่ได้ถามไรแหละ ก็เหมือนระบายจริงๆ แต่เผื่อมีคนมาช่วยเสนอความเห็นหรือแนวทางก็ขอบคุณมากๆค่ะ^^




      มีคนอ่านค่ะ ขอบคุณที่เขียนให้อ่าน



      เข้ามาเป็นเพื่อนคุยค่ะ


      อยากแนะนำเพื่อหาทางออกด้วยค่ะ


      เพราะอาการความรู้สึกเหงานะคะ ไม่ดีค่ะ


      ความรู้สึก...เหงา...แม้จะเป็นธรรมชาติของคนเราในบางครั้ง ในบางโอกาสที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่มันเป็นอาการความรู้สึกที่ไม่ดีเลยนะ


      หากความเหงาหงอย...นี้จะเป็นอะไรที่ตรงข้าม...หรือเป็นอีกความรู้สึก...ของอารมณ์สุนทรีย์...จริงนะคะ


      หากคนเรามีเพียงด้านความหงอยเหงา...นั้นแสดงว่าชีวิตของคนเราขาดไปซึ่งความสมดุลย์...เสียแล้วนะ


      เป็นอะไรที่ไม่ดีอย่างยิ่งค่ะ


      เพราะความเหงาหงอยนะคะจะทำให้ชีวิตของเราขาดไปซึ่งเหตุที่จะนำมาซึ่งพลังบวกค่ะ


      คนเรานะต้องมีเหตุ...ที่จะนำซึ่งอาการความรู้สึกที่จะมีพลังบวก...เพื่อที่จะสามารถมีพลังที่จะเดินหน้า...หรือเดินตามวิถีแห่งชีวิต...ซึ่งนั้นเป็นวาระที่คนเราต้องต่อสู้ หรือเดินไป...ค่ะ


      อาการความรู้สึกที่ว่าสุนทรีย์...คือเป็นอาการความรู้สึกที่จะนำมาซึ่งมีพลังให้เราเกิดความรู้สึกสนุกสนาน เป็นสุข...และเราก็จะพอใจที่จะเดินหน้าต่อไปในชีวิต...คือเกิดเป็นพลังบวก...นั้นเอง (อารมณ์สุนทรีย์ หรืออารมณ์ที่เป็นสุขนะคะ มันคล้ายแสงสีเงิน สีทองที่เรืองรอง สว่างใสว ภายในจิตใจเรา มันให้ความรู้สึกละมุนละไม อบอุ่นด้วยแปลกมากเลย)


      คุณบอกมาว่า...ตามหัวข้อกระทู้เลยค่ะ ทำไมความเหงามันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างนี้...อาการแบบนั้นไม่ดีเลยค่ะ


      อาการความเหงาหงอย...นะคะ หากมันก่อตัว...เป็นดีกรีที่สูงขึ้นมาเรื่อยๆ ในที่สุดคุณจะเกิดเป็นความรู้สึกเหงาหงอย มันจะเกาะกินอารมณ์ของคุณ...หนาขึ้น หนาขึ้น ในที่สุดคุณจะเศร้าสร้อย...มืดมน ในที่สุด...คุณจะเกิดเป็นคนที่มีอารมณ์ติดลบ...หรืออาจจะไม่มีพลังที่จะสามารถทำอะไรๆได้สำเร็จง่ายๆในชีวิตค่ะ


      เพราะการดำเนินไปของชีวิต...หากเราจะประสบความสำเร็จ...ไม่ว่าจะในเรื่องอะไร...มีความหมายมากมายที่คงไว้...คนเราต้องใช้พลังบวก...เพื่อดำเนินไปนะคะ (อาการความหงอยเหงา หรือเศร้าสร้อยคล้ายความมืดมน มืดมิด ไม่ต่างจากแสงสีดำที่ปรกคลุมจิตใจเราอยู่ ไม่ดีเลยนะ)


      และอาการของคุณนี้แน่นอน...แท้จริงแล้วสามารถเกิดเป็นโรคซึมเศร้า...ตามมาได้ในที่สุดค่ะ(อาการของคุณนี้อาจจะเป็นสาเหตุแห่งอาการของโรคได้นะคะ อันตรายมากค่ะ)


      เอาแบบนี้ดีกว่า...เมื่อคุณรู้ คุณสัมผัสได้แล้วว่าคุณนะคะเหงา...นั้นเป็นการดียิ่ง...ที่คุณจะสามารถหาทางแก้ไขได้ง่ายๆค่ะ


      คือเมื่อรู้ถึงเหตุ...การแก้ไขในเหตุ...ก็จะง่ายขึ้นค่ะ


      การที่จะฝึกให้เป็นคนที่สุนทรีย์...เพื่อชีวิตเป็นสุข...นั้นง่ายมากๆค่ะ


      คือคุณก็ตั้งใจฝึก...ที่จะสัมผัสอารมณ์ของคุณเองให้ได้ และให้อยู่...ตลอดเวลา หรือทุกขณะจิต...เท่านั้นก็หมดปัญหาแล้วค่ะ


      สัมผัสอารมณ์ของคุณเองให้ได้ และให้อยู่...ตลอดเวลา หรือทุกขณะจิต...คือ เมื่อเหงาหงอย ก็ให้คุณรู้ว่าเหงา...นะคะ


      เมื่อสุข สนุกสนาน หรือสุนทรีย์...ก็ขอให้คุณรู้ด้วยค่ะ


      เมื่อรู้แล้ว...จิตของเราจะรับรู้ถึงอาการของมันค่ะ...เพราะอาการความรู้สึกเหงาหงอย และ ความรู้สึกสุนทรีย์นั้นมันต่างกันชนิดขาวและดำ


      ความสุข ความสุนทรีย์ ความพึงพอใจ...ในทุกขณะจิต...เป็นพลังบวกนะคะ คือจะทำให้เราเป็นสุขสนุกสนาน ทำอะไรก็เพลิดเพลิน เกิดเป็นพลังขับเคลื่อนที่ดีค่ะ


      และ อาการความหงาหงอย เศร้าสร้อย...นั้นเป็นพลังลบ...มันมีศักยภาพทำให้เราอ่อนแอ และอาจจะมืดมน หรือตกตํ่า หรือทำให้เราหมดพลังที่จะมีชีวิตอยู่ในรูปแบบที่ยากค่ะ



      คราวนี้มาดู...เหตุที่จะทำให้คุณไม่เหงา...ได้นะคะ


      คือคุณจงทำในสิ่งที่คุณรัก ชอบที่จะทำค่ะ ในที่นี้ต้องเป็นสิ่งดีด้วยนะคะ


      ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่คุณชอบและเห็นว่าเป็นสิ่งดีๆนะคะ เหตุเหล่านี้เป็นแก่นสารที่จะนำมาซึ่ง...อารมณ์ที่สุนทรีย์ เป็นสุข สนุกสนานค่ะ


      ซึ่งเหตุเหล่านี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นการที่เราต้องวิ่งตามเพื่อนๆตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องออกไปดื่ม หรือออกไปเที่ยวเตร่...ทำอะไรที่แบบไร้แก่นสารค่ะ


      เพราะแท้จริงแล้ว...ความสุข ความสุนทรีย์...นั้นเกิดขึ้นได้จากที่ว่าคุณเองเป็นสุขที่ได้ทำค่ะ และคุณทำเพื่อตัวคุณเองค่ะ


      ไม่ใช่การที่ต้องทำตามใครๆ หรือเพื่อใครๆนะคะ


      คนเรานะคะ...มีธรรมชาติในความพึงพอใจ ในเหตุหรือสิ่งที่แตกต่างกัน นั้นเป็นความจริง เพราะคนเราทุกๆคนมีความแตกต่างเป็นแก่นสาร...นั้นก็เป็นความจริงนะคะ


      คือไม่จำเป็นต้องใช้พลังไปคิดว่า...เรานะต้องทำแบบที่หลายๆคนเขาทำ...ทั้งที่เราเองไม่ชอบ...เช่น การคบเพื่อนๆมากมาย...เพียงเพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่า...เรานะไม่มีปัญหากับการเข้าสังคม...ทั้งที่เรานะรักสันโดษโดยธรรมชาติ...นั้นไม่ใช่ค่ะ


      หากคุณทำแบบนั้นนะคะจะยิ่งทำให้คุณยิ่งเหงาภายในค่ะ


      และคุณจะทุกข์ทรมานมากเพราะคุณกดดันตัวคุณเอง เพราะนั้นไม่ใช่ธรรมชาติของคุณ...คุณจะไม่สนุกสนาน คุณต้องปั้นหน้าตลอดเวลา...แน่หล่ะนั้นจะนำมาซึ่งความทุกข์ทรมาน คุณจะรู้สึกเหงาหงอย และไร้ซึ่งแก่นสาร...เพราะคุณหลุด...ความเป็นตัวตนของคุณ หรือหลุดไปซึ่งความเป็นธรรมชาติของคุณนั้นเองค่ะ


      ทั้งหมดนี้เพียงยกตัวอย่าง...สาเหตุซึ่งอาจจะเป็นเหตุให้ความเหงา...หรือแม้ความทุกข์...ที่จะเกิดขึ้นได้ หากคุณไม่รู้จักตัวตนของคุณเอง หรือไม่รู้จักธรรมชาติ...ที่จะตักตวงความสุข หรือความสุนทรีย์...ในแบบของคุณค่ะ


      คือหากคุณมีธรรมชาติที่รักสันโดษ ชอบความเรียบง่าย คนเช่นคุณนี้อาจจะรักชอบการอยู่กับธรรมชาติ รักการอยู่คนเดียว คนแแบบนี้ชอบทำอะไรๆคนเดียว เช่นการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง หรือวาดรูป หรือการศึกษาเรียนรู้ต่างๆ


      หรือการออกไปผจญภัย ผจญโลกเดี่ยวๆในแบบของคุณ...เช่นไปเที่ยว เขา ป่า ทะเล คนเดียวเงียบๆ เป็นต้นค่ะ


      การที่เราเป็นเราทำในสิ่งที่เราชอบ เราเป็น...ตราบใดที่ไม่นำความเดือดรร้อนมาสู่ตัวเรา ไม่นำมาสู่สังคม...นะคะ จงตักตวง...ด้วยวิธี หรือวิถีของเรา ...เพราะนั้นที่เป็นธรรมชาติของเราค่ะ


      และการที่ว่า...คนเราต้องมีเพื่อน...นั้นเป็นความจริงค่ะ


      หากแต่...การที่คุณจะมีเพื่อน...นั้นนำความทุกข์ทรมานมาสู่คุณ...คือคุณต้องกดเก็บ กดดัน...หรือต้องปั้นหน้าตลอดเวลาเพื่อการนี้...นั้นไม่ใช่การมีชีวิตอยู่ที่ดีที่ควรจะเป็นนะคะ


      หากแต่นั้นจะนำความทุกข์ทรมาน ความเหงาหงอยภายในอย่างแท้จริง...มาสู่คุณค่ะ


      หากแต่...คุณใช้ชีวิตบางส่วนทำในสิ่งที่คุณชอบ คุณรัก เพราะเป็นธรรมชาติของคุณ คุณก็จะเป็นคนที่ดีความสุข สุนทรีย์ ร่าเริง เป็นธรรมชาติของคุณ...


      และเมื่อคุณเป็นคุณแบบดังกล่าวได้เต็มร้อยในทุกวินาที ทุกขณะจิต...การที่จะยิ้มรับ...เพื่อนๆ หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆกับเพื่อนๆ หรือกับสังคม...บ้างในบางครั้ง ในบางโอกาส คุณก็จะมีพลังที่จะทำมัน ด้วยความสนุกสนานและสุนทรีย์ในแบบของคุณ...เพราะคุณมีพลังบวกเป็นฐาน...และนั้นที่เป็นคุณค่ะ


      คือเหตุเหล่านี้ก็ติดตามมาเป็นผลพลอยได้แบบง่ายๆนั้นเองค่ะ


      สรุป...นะคะ


      คือคุณต้องหาตัวตนของคุณให้พบก่อนค่ะ


      และคุณก็จะแก้ปัญหาปัญหาความเหงา...ในส่วนบุุคคล...หรือในปัญหาที่คุณมีอยู่นี้ได้แบบง่ายดายค่ะ


      ความเหงาเกิดขึ้นได้เป็นธรรมชาตินะคะ แต่เป็นความรู้สึกที่ไม่ดีอย่างยิ่งดังที่กล่าวมาข้างบน


      หากแต่...เหตุที่คุณนำมาแบ่งปันนี้ ได้บอกได้ราวกับว่า...คุณรู้ตัวว่าคุณเหงา...เพราะฉะนั้นปัญหานี้คงไม่ยากที่คุณจะแก้ไขได้...ค่ะ

      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-01.png



      ใจของเราเอง...นะคะ...แม้จะลึกเปรียบคล้ายความลึกของทะเล หรือยิ่งกว่าทะเล...หากแต่เราก็สามารถควบคุม หรือค้นหามันได้ด้วยตัวเราเอง...นั้นเป็นความจริงที่เกิดขึ้นได้นะคะ


      ดังตอนหนึ่ง...ในเนื้อเพลง...ที่มีชื่อว่า...ทะเลใจ...


      "ค้นใจให้เจอก็เป็นสุข ฉันเรียนรู้อยู่เพียงตัวและจิตใจ...เป็นมิตรแท้ที่ดีตลอดกาล...



      แค่นี้เราก็จะไม่เหงาได้อีกต่อไปแล้วค่ะ


      ขอขอบพระคุณผู้ที่แต่งเพลงเพราะๆ และมีความหมาย...ที่เป็นความจริงที่สามารถเกิดขึ้นได้ในคน และดียิ่งนี้...ค่ะ


      เพลงของไทยนะส่วนมาก...เป็นเพลงที่รับฟังแล้ว...เกิดเป็นแรงบันดาลใจได้ดียิ่ง...เข้าใจว่า...เพลงเหล่านี้ถูกเขียนขึ้นด้วยจิตวิญญาณ...มีความหมายที่ลึก กว้าง...และที่สำคัญยิ่ง เพลงเหล่านี้นำความจริง...ซึ่งเป็นธรรมชาติ เป็นปรัชญาแห่งชีวิตมาเขียน... และมีความหมายมากๆ ฟังแล้วทำให้เกิดเป็นพลังบวก...เป็นความรู้สึกเป็นสุข สุนทรีย์ที่ได้มีโอกาสรับฟัง


      ฝาก...แนบมาให้คุณรับฟังด้วย...เพื่อความสุนทรีย์...ค่ะ



      เป็นกำลังใจให้คุณค่ะ


      สู้สู้นะคะ



      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-13.png








      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        Ms.Thinking
        Guest IP
        #1-1

        สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ เราเพิ่งได้เข้ามาอ่าน ขอบคุณที่คุณตอบเรา เราอ่านเพลินมากเลยค่ะ เราฟังบ่อยนะคะ เวลาอยู่คนเดียวฟังเพลงแบบนี้แล้วสบายใจ ทะเลใจ อยู่เพื่อเรียนรู้ พลังแด่คนช่างฝัน ตอนที่ฟังก็ผ่อนคลายได้นะคะ แต่สิ่งที่ยากคือทำสิ่งที่เรามีความสุข สิ่งที่เรารักและชอบค่ะ คือเราถูกกดดันมาตั้งแต่เด็ก ต้องเรียนให้ดี ต้องชนะคนนั้นคนนี้ ทุกวันนี้เราเลยเป็นคนชอบเอาชนะแบบลึกๆ คือไม่ได้แสดงออกว่าอยากเอาชนะ แต่สิ่งที่ทำลงไปในใจมันรู้ดีเลยค่ะว่ากำลังคิดว่า "ฉันจะเอาชนะเธอให้ได้ ฉันต้องชนะเธอ" น่าเสียดายนะคะที่เราไม่เอาพลังพวกนี้มาเป็นแรงผลักดันเอาชนะตัวเอง นอกเรื่องไปแล้วค่ะ คือเราเหมือนโดนกดดัน ไม่ใช่จากะพ่อแม่แต่เป็นปู่ย่า บ้านเราอยู่กันหลายคนค่ะ เขาจะรู้หรือเปล่าว่าสิ่งที่เขาคอยพูดมันกดดันเราจนเวลาเขาพูดเราทำได้แค่ยิ้มเฉยๆ ยิ้มแค่เพราะให้รู้ว่าอืม รับฟังนะ แต่ในใจเราไม่อยากได้ยินมากๆ สิ่งที่เรารักสิ่งที่เราต้องการทำ เรารู้ว่าเวลาเราทำแล้วมีความสุข ชีวิตเราต้องการแบบนี้ น่าเศร้ามั้ยคะที่มันคือสิ่งที่คนทั้งบ้านไม่รู้และเราก็พูดไม่ได้ แมีแค่แม่เราที่รู้ แต่แม่เราดูเหมือนไม่ได้มีอำนาจเหนือกว่าปู่กับย่าเลย หลายคนอาจจะบอกว่าฟังทำไม แต่บางทีหลายๆอย่างมันกดดันเราค่ะ เราเองก็ไม่อยากฟัง อยากทำตามใจตัวเอง แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันก็มี เราเป็นลูกคนโตด้วย กำลังจะเรียนจบค่ะ เหมือนหลายๆอย่างยิ่งรุมเร้า น่าเขาก็ยิ่งเอาแต่พูด จบมาต้องมีงานดีๆทำ มีเงินมาเลี้ยงปู่เลี้ยงย่านะ คือเราไม่อยากฟังมาก มันเป็นความรู้สึกที่ว่าแล้วเราล่ะ? ตัวเราเองล่ะ สิ่งที่เราต้องการล่ะ จนพาลให้เราหงุดหงิดไปเลย เครียดตรงนี้ที่สุดแล้วค่ะ จนบางทีเราคิด คือแค่คิดนะคะเรารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่มี บางทีเราก็ถามตัวเองว่าต้องรอให้ปู่กับย่าไม่อยู่ใช่ไหม เราถึงจะได้ทำตามใจตัวเอง พ่อแม่เราเจาดีมากเลยค่ะ เจาก็บอกเราว่าแค่ทำอะไรในทางที่ดีก็ไม่ว่าไม่ห้ามแล้ว พ่อยังถามว่าชอบทางนั้นมันก็โอเค ทำไมถึงไม่เรียน แต่เหมือนโดนย่าฝังชิปมาเลยค่ะ เหมือนได้ยินพูดกรอกหูมาตั้งแต่เด็กนะ ว่าเรียนบริหารนะ ต้องทำแบบนี้ทำอย่างนี้ เลยกลายเป็นว่าเราเรียนวิชาหลักห่วยไปเลย นึกแล้วก็ได้แต่เครียดค่ะ ปลงไม่ตกหาทางไม่ได้ ถ้าคุณกลับมาอ่านก็ขอบคุณมากนะคะ เราเคยจะโทรไปสายด่วนสุขภาพเหมือนกัน แต่เขาไม่รับค่ะ 555555 ถ้ามันอาตเป็นสาเหตุของโรคซึมเศร้าแบบที่คุณว่าได้จริงๆ เราเองก็คงเริ่มกลัวแล้วล่ะค่ะ อยากคุยกับใครสักคนให้สบายใจ คงต้องลองโทรไปสายด่วนสุขภาพใหม่แล้ว ขอบคุณมากๆนะคะ^^

        ตอบกลับ
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป