Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

นิยายวาย : ปรากฏการณ์ทางสังคมในหมู่เยาวชน สู่การยอมรับเพศที่สามผ่านวรรณกรรมรักร่วมเพศ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#นิยายวาย #สาววาย #นิยายเกย์ #ภาณุพงศ์ ธงศรี #หนังเกย์

นิยายวาย  : ปรากฏการณ์ทางสังคมในหมู่เยาวชน  สู่การยอมรับเพศที่สามผ่านวรรณกรรมรักร่วมเพศ

           “นิยายวาย”  คำนิยามของคำคำนี้  หลายคนอาจสงสัยและไม่เข้าในตัวคำศัพท์  หลายครั้งที่มีคนในสังคมตั้งคำถามถึงมัน  แน่นอนว่านิยามของคำนี้  ไม่มีอยู่ในพจนานุกรม  (จากที่ผู้เขียนได้พยายามหาและตรวจสอบ) ฉบับไหนเลย  บทความรู้ผู้เขียนจะพยายามเล่าเรื่องปรากฏการณ์ทางสังคม  และกำลังจะตั้งคำถามถึงอิทธิพลของนิยายวายมีมากแค่ไหน   เพราะอะไรเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดปรากฏการณ์เหล่านี้
          นิยายวาย เป็นคำเรียกที่รู้จักกันดีในหมู่ของผู้ชื่นชอบเรื่องราวของชายรักชาย   แน่นอนเพราะคำว่า “นิยาย”  คือ เรื่องที่แต่งขึ้น   ส่วนคำว่า “วาย” Y ย่อมาจาก  Yaoi (やおい) อ่านว่า ยะโออิ  หมายถึงผู้ชายที่อยู่ในกลุ่มรักเพศเดียวกัน   คำนี้เป็นคำศัพท์ที่มีต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่น ใช้ในวงการนิยายและการ์ตูน  หมายถึงลักษณะความสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศระหว่างชายกับชาย   หรือกล่าวอย่างตรง  “นิยายวาย”  ก็คือ  นิยายชายรัก , นิยายเกย์  นั่นเอง 
          ในปัจจุบันจะเห็นว่าโทรทัศน์หลายช่อง  มีการนำเรื่องราวของชายรักชายออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณอย่างไม่ปิดกั้น   และมีกระแสตอบรับดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว  ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ทีวีสาธารณะไม่ยักจะสนใจ  ละครทีวีหรือเรื่องราวเหล่านี้สักเท่าไหร่   ถ้าหากมีก็จะเป็นภาพยนตร์เป็นส่วนมาก เช่น  เรื่องพี่ชาย My Hero    รักแห่งสยาม  เพื่อนกูรัก-ว่ะ    สตรีเหล็ก   เป็นต้น    
          ภาพยนตร์ที่ยกตัวอย่างข้างต้น  สะท้อนอีกมุมหนึ่งของสังคมและยุคสมัยในตอนนั้นให้เราเห็น  คือความรักของเกย์นั้นไม่ค่อยจะสมหวัง  และสมบูรณ์เท่าไหร่นัก ตัวอย่างก็ “ รักแห่งสยาม ”  ภาพยนตร์ของ “ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล”  ที่พูดถึงความรักความสัมพันธ์ของผู้ชายสองคน คนหนึ่งแอบรักเพื่อน  ส่วนอีกคนหนึ่งไม่รู้ว่าเพื่อนแอบรักและสับสนในเพศสภาพของตัวเอง เนื้อเรื่องของหนังไม่ได้จุดประเด็นหนังชายรักชายอย่างชัดเจน   แต่ก็หยิบยกประเด็นความรักของคนที่รักเพศเดียวกันมาเล่าให้เห็นอีกหนึ่งมุมมองของคนในสังคมที่ถูกกีดกันในเรื่องของความรัก 
          ในบางคราภาพยนตร์ก็พยายามใช้เกย์เป็นตัวตลกให้คนหัวเราะ  และสร้างสีสันสะท้อนการมองเกย์ กะเทย  เป็นตัวตลกของสังคม  อย่างในภาพยนตร์เรื่อง “สตรีเหล็ก” ของ ยงยุทธ ทองกองทุน   แม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้สื่อถึงการโดนกดขี่ หรือการโดนเหยียดหยามของคนที่ไม่เข้าใจมากนัก แต่เนื้อหาลึกๆ ของหนังคือการสร้างเหล่าสตรีเหล็กเป็นฮีโร่ของกลุ่มเพศที่สาม  แสดงให้ว่าถ้าเขาพยายามเขาก็เป็นฮีโร่คนหนึ่งในสังคมได้
          เห็นได้ว่าย้อนหลังกลับไป  ไม่ถึง 20 ปี  คนไทยมองเพศที่สามยังไงบ้าง  และกำลังคิดอะไรกับเพสที่สามกันแน่ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านภาพยนตร์ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น
          หากแต่ระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมานี้   กระแสการยอมรับเพศที่สาม  กลับกระเตื้องและมีมากขึ้นในสังคมไทย  เรื่องราวของเกย์  เริ่มถูกนำมาถ่ายทอดผ่านทีวีสาธารณะอย่างโจ่งแจ้ง  และไม่ใช่แค่นั้นในสื่อสังคมออนไลน์  เช่นเฟซบุ๊ค  ทวิตเตอร์  ก็เป็นอีกกระแสหนึ่งที่มีคนเข้าชมมาก  มีเนตไอดอลมากมาย   ที่เป็นชายรักชาย  อะไรหละเป็นการจุดประเด็นดังกล่าวให้เกิดขึ้นในสังคมนี้   ผมอย่างชวนผู้ชวนอ่านให้ตั้งคำถามลองดู  แล้วขบคิดร่วมกันซิว่าอะไรกันแน่ทำให้สังคมเรายอมรับได้ไวขนาดนี้   ทุกคนอาจคิดว่า  เพราะการยอมรับจากนานาประเทศมากขึ้น   การมีคนชอบเพศเดียวกันมากขึ้นเลยเห็นเป็นเรื่องธรรมดา
          แต่จะอะไรก็เถอะ   ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้กระแสคนรักเพศเดียวกัน  ผ่านสื่อสาธารณะนั้น   มีอิทธิพลส่วนหนึ่งมาจากนิยายวายอย่างแน่นอน  แม้อาจไม่ใช่ทั้งหมด  แต่ผมอยากให้สังเกตว่าละครโทรทัศน์ต่าง ๆ ที่นำมาเผยแพร่นั้น  ล้วนเป็นนิยายวาย  ที่มีผู้อ่านติดตามมากอยู่แล้ว   เมื่อนำมาทำละครจึงง่ายมากที่ผู้อ่านจะมาติดตามชมอีกครั้ง  เพื่อความสนุกสนานที่ออกจากจินตนาการตัวละคร  มาเป็นการมองนาฏการของตัวละครหรือผู้แสดง   อย่างชื่นชอบและชื่นชม  เขาเหล่านั้นคือใครบ้าง   อาจจะไม่สามารถกล่าวได้ทั้งหมด  แต่แน่นอน  หนึ่งในนั้นต้องมี  “สาววาย” และ “หนุ่มวาย” เป็นแน่   ใช่คุณอ่านไม่ผิดหรอก  เขาคือ“สาววาย”  และ “หนุ่มวาย”  ให้ความหมายง่าย ๆ  ก็คือกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่ชอบที่เสพสื่อแนวชายรักชาย นั่นแหละครับ
          สาววาย  และหนุ่มวาย  เริ่มต้นนิยมใช้กันหมู่ของนักอ่านนิยายวาย  ซึ่งมีมานานแล้ว  คนกลุ่มนี้เป็นนักอ่านและชื่นชอบในการดำเนินเรื่องของตัวละครในนวนิยายต่าง ๆ ซึ่งมีผู้แต่งอาจเป็นผู้ชายและผู้หญิงก็ได้  ผมคิดว่าสาเหตุที่ผู้หญิงจับผู้ชายคู่กันนั้น   อาจมาจากการที่ผู้ชายชอบกดขี่สิทธิของผู้หญิง     เลยทำให้ผู้หญิงมีความคิดว่าถ้าผู้ชายกับผู้ชายรักกันแล้ว    สังคมไม่ยอมรับ  หรือมีปมปัญหาให้ทั้งคู้แก้ไข   จะทำให้ช่วงเวลาที่อ่านเกิดความสะใจ   สาเหตุดังกล่าวจึงเกิดเป็นสาววายขึ้นมา  
          ในปัจจุบันนิยายวายขยายขอบเขตมาสู่แฟนคลับของดารานักร้อง   ที่ชื่นชอบมาจับคู่กัน   หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า “คู่จิ้น” (มาจากคำว่า Imagine ที่แปลว่าจินตนาการ หมายถึง คนสองคน  โดยมากมักเป็นดารา หรือ บุคคลสาธารณะ มีชื่อเสียง  ที่แฟนคลับ หรือ ผู้ชม ผู้ฟัง ลุ้นอยากให้เป็นคู่รักกันจริงๆ สืบเนื่องจากอาจจะเคยมีผลงานร่วมกัน หรือ มีภาพลักษณ์ที่สนิทสนมกัน)  นั่นแหละ และปรากฏการณ์อันสำคัญ  ที่ทำให้นิยายวายขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น   คือกลุ่มแฟนคลับของดารานักร้องเกาหลี   ที่ชอบมาจินตนาการเขียนเป็นนิยาย ให้คนทั่วไปอ่านตามเว็บไซต์ ตามบล็อก หรือตามบอร์ดต่างๆ ซึ่งแรงบันดาลใจ    อาจเป็นเพราะคู่จิ้น     นั้นไม่ได้มีอาการแสดงอย่างที่เราอยากเห็น   เลยจับบุคลิกของพวกเขาเอามาเขียนเป็นนิยาย ให้พวกเขาได้ทำอะไรๆ ที่มากขึ้นกว่าโลกความเป็นจริง ซึ่งก็คงไม่พ้นในเรื่องของเซ็กส์ด้วย บางรายที่เก่งการวาดภาพก็จับตัวการ์ตูนมาจิ้นกันเป็นเรื่องเป็นราวก็มี
          ที่สำคัญนิยายวายได้ตีตลาดในร้านหนังสือไปแล้ว  ในช่วงปี พ.ศ.2561 นี้   วางแผงในร้านหนังสือทั่วไป  แตกต่างจากอดีตเป็นอย่างมาก  ซึ่งแต่ก่อนต้องจองหนังสือผ่านเว็บไซด์และติดต่อนักเขียนเอง  ไม่มีสำนักพิมพ์ไหนมาตีพิมพ์  แต่ในช่วงปี พ.ศ. 2559 – 2561  ปรากฏว่านิยายวายถูกตีพิมพ์และวางแผงในร้านหนังสือชั้นนำอย่างมากมาย  และนี้เองอาจเป็นจุดเริ่มต้นของกระแส  การเปิดกว้างยอมรับเพสที่สามในสังคมไทยปัจจุบัน
            อีกปัจจัยด้วยตลาดที่เปิดกว้างมีคนนิยมอ่านกันมากขึ้นกลายเป็นกลุ่มสังคมที่ใหญ่พอดู ความนิยมไม่ได้มีเพียงเฉพาะกลุ่มผู้อ่านในเว็บไซด์อีกต่อไป    หาใช่เพียงแค่ผลงานของนักเขียนโพสต์ต้นฉบับลงโลกออนไลน์   แล้วเข้าสู่กระบวนการตีพิมพ์เป็นหนังสือวางขายหรือสั่งจอง   แต่นิยายวายไปไกลกว่านั้น คือ การนำไปสร้างเป็นซีรีส์หรือดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ที่หลากหลายเผยแพร่ออกสู่สารธารณะดังเช่นในปัจจุบัน    ซึ่งเป็นการต่อยอดทั้งความสุขใจและธุรกิจในเวลาเดียวกัน
          กระแสยอมรับนี้  ผมจึงขอทำนายว่า  อีกสิบปีข้างหน้าหากกระแส “นิยายวาย”  ยังฉายชัดอยู่ในสังคมไทย  คงเป็นเรื่องที่ดีเพราะนิยายเหล่านี้เป็นวรรณกรรมสร้างจากสังคม   มาสะท้อนสังคม  และมีผลต่อสังคมโดยตรง  ทั้งยังช่วยเปิดโลกทัศน์ของคนในสังคมไทย  ให้ยอมรับเพศที่สามมากขึ้นอย่างแน่นอน  
 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป