/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

นี้คือ คำพูดที่มาจากพ่อ ??? [ยินดีให้แชร์]

ตามนี่
Guest IP
วิว
ผมได้มาเรียนมหาลัยต่างจังหวัด ไกลบ้านพอสมควร
แล้วมีอยู่ครั้งนึง พ่อแม่มาหา แบบมาเที่ยวหาไรงี้ครับ
แล้วผมเห็นมีผู้หญิงคนนึงนั้งมาด้วยน่าจะกลางคนหน่อยๆ ตาหน้าดี
ผมก็ถามพ่อ อ้าวนี้ใครหรอ พ่อก็บอกคนรู้จักพ่อ เนี้ยกำลังตะไปส่งเขาที่บ้าน
ผมก็ อ่อๆๆ ไปไม่คิดอะไรมาก
แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าใคร ผมเลยถามแม่ว่า เนี้ยคือใคร
แม่ก็บอกไม่รู้เหมือนกัน จู่ๆก็รับเขาขึ้นมาตรงจังหวัด....นี้

พอเรียนจบ ผ่านมาก็ 3-4 ปี ก็ได้กลับไปพักผ่อนที่บ้าน
แล้วได้มีโอกาสซ่อมมือถือพ่อ
และมีแชทไลน์ส่งมาหาพ่อ ผมเลยถือวิสาสะเปิดอ่าน
เป็นการจีบกันระหว่างพ่อกับผู้หญิงคนนั้น
ผมยังพออดใจไหว แล้วบอกไปถามแม่ว่า ดูที่พ่อทำ
สิ่งที่แม่ตอบมาคือ ลูกก็เยเจอแล้วคนนี้ ที่นั้งรถมากับเรา
ผมก็เริ่มฟิวขาด อ้าวแล้วนี้แม้ก็ไม่บอกผม
แม่ก็บอก ก็ไม่อยากให้ลูกต้องมากังวลอะไรกับเรื่องนี้
ผมก็ถามต่อ แล้วแม่ไม่อะไรกับเรื่องแบบนี้เลยหรอ
แม่ก็บอก มันเป็นความชอบของพ่อนี่ แม่เป็นภารยาก็เคารพสิ่งที่สามีกระทำ
ผมทนไม่ได้ ผมเลยเดินไปหาพ่อ ถามว่านี่คืออะไร
พ่อก็ตอบ อ่อคนที่พ่อคุยด้วย
ผมถาม แล้วคุยกันมาแล้วเท่าไหร่
พ่อตอบ 5-6ปีแล้ว มีไร
ผมถาม แล้งนี้แม่หละ ทำไมไปคุยกับคนอื่น
พ่อตอบ อ้าวก็แม่บอกว่าตามสบายนี่ ถามแม่มิงแล้ว แม่มิงบอกไม่ว่าอะไร กุก็คุยซิ
ผม พ่อเห็นแก่ตัวเกินไปละ มีเมียมีลูก แล้วทำไมไปคุยบอกนี้
พ่อ อ้าวก็กุคือ ผู้ชายนี้ คนหาเงินให้กับบ้าน เราจะใช้ชีวิตอย่างไงก็เรื่องของเราซิ ถ้าเมียไม่ยอมก็เชิญซิ แต่นี่เมียยอมรับได้ ก็ไม่แปลกไม่ใช่หรอ

ก็ทะเลาะถึงขั้นโยนข้าวของกัน
และพ่อก็หลุดพูดมาว่า
มิงมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ทำตัวอ่อนแอสักวันจะเป็นทาสเมีย โง่ที่ยอมเป็นทาสผู้หญิง

ผมก็บอก เชิญออกไปเดี๋ยวผมจะดูแลแม่เอง ออกไป
พ่อตอบ มิงแหละออกไป นี่บ้านกุทะเบียนบ้านกุคือเจ้าบ้าน มิงแหละเป็นแค่ผู้อยู่อาศัย มิงแหละออกไป

และผมก็เก็บของเตรียมออกจากบ้าน
แม่ก็มายื้อผมไว้ว่าอย่าไปเลย อยู่นี้
ผมเองก็ถามแม่ว่า แล้วทำไมยังจะไปอยู่กับคนแบบนี้อีก
แม่ตอบมาว่า ก็ถ้าไม่มีเขา แม่และลธกก็ไม่อยู่สุขสบายแบบนี้หรอก
ลูกไม่ได้ของดีของใช้หรุๆแบบนี้หรอก แม่รักลูกนะ แม่ถึงไม่บอกลูกไง ลูกจะได้อยู่สบาย

แล้วตอนนี้ผมย้ายกลับมาอยู่ที่หอแถว ม.
กำลังคิดหนักว่า จะเอาอย่างไงกับชีวิตดี
บ้านก็กลับไม่ได้แล้ว จะไปทำงานกับพี่ๆญาติ ดีไหม จะเอาอย่างไง แล้วที่ยังห่วงมากที่สุดคือ
แม่ยังอยู่ที่บ้านนั้น
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

17 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      มาร์ค
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      น้องไปอ่านประวัติศาตร์โลกก่อน ไม่ต้องนานมาก ไม่เกินสองร้อยปีที่ผ่านมา สังคมทุกแห่งในโลกคือผู้ชายจะมีเมียมากกว่า1คนเป็นเรื่องปกติ น้องเกิดมาในยุคที่สังคมร่างกฏหมายเรื่องผัวเดียวเมียเดียวขึ้นมา แต่ในความจริงเพศผู้ชายจะปกครองโลกด้วยแรงขับดันทางเพศ ฝูงสัตว์จ่าฝูงจะมีเมียกี่ตัวก็ได้ เพราะเป็นผู้คุ้มครองสัตว์ทั้งฝูง


      ไม่ใช่ให้น้องไปเห็นดีเห็นงามกับพ่อ แต่ไม่มีความจำเป็นต้องไปทะเลาะกับพ่อ ถ้าจะห่วงแม่ก็ต้องขยันทำงานเก็บเงิน รอถึงวันท่ีพ่อไม่อยู่กับแม่จริงๆ เราค่อยเสนอตัว แต่ตอนนี้แม่เต็มใจจะอยู่กับพ่อแล้วเราจะทำไงได้ ถ้าน้องมั่นใจว่าตัวเองจบแล้วทำงานปีกกล้าขาแข็งแล้วก็ออกมาได้เลย แต่ถ้ายังไม่แน่จริงอย่าเพิ่งออกมา พูดง่ายๆถ้ารายได้เรายังไม่ถึงที่จะเลี้ยงตัวเองได้อย่างสบาย ก็ต้องวางแผนก่อนอย่าหุนหันพลันแล่น แล้วก็ไม่ควรไปอยู่กับญาติ น้องไม่คิดหรือว่าอยู่ดีๆเราจะไปสร้างความเดือดร้อนให้ญาติทำไม ญาติเขาเต็มใจช่วยเราไหม บ้านเขาก็ต้องหาห้องเราให้เพิ่ม? ยกเว้นญาติเต็มใจ และรวยอันนั้นก็ว่ากันอีกที

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        ตอบเพิ่มเติม
        Guest IP
        #1-1

        ผมแค่รู้รับไม่ได้เท่านั้นเองครับ

        บวกกับคำพูดของพ่อ

        ที่ทำให้ผมแบบว่า อ้าวทำไมพูดแบบนี้


        อย่างที่แม่เคยเล่าให้ฟัง

        พ่อเคยออกจากบ้านไปเป็นเดือนๆ

        เพื่อไปอยู่เปย์ ญ คนนี้


        พอเราถาม แม่ก็บอกพ่อไปทำงาน

        แล้วบอกได้รู้ความจริง

        เหมือนทุกอย่างมันโถมเข้ามาอ่ะครับ


        พึ่งรู้ว่าพ่อคุยกันนานแล้ว

        พึ่งรู้ว่าพ่อเคยเอาคนนี้มาแนะนำให้แม่แล้ว

        พึ่งรู้ว่าแม่ปิดเราเพื่อไม่อยากให้เรารู้



        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ความคิดเห็นที่ 1 อันนี้เห็นด้วยค่ะ อย่างบอกเป็นห่วงแม่มันก็ดี แต่มันก็ไม่จำเป็นที่ต้องไปทะเลาะกับพ่อ จขกท สู้ๆนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      อืมมมมม
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อย่าโตไปเป็นแบบพ่อแล้วกัน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เห็นใจขกท นะคะ อย่างที่บอกว่าค่ะ ว่าบางทีเราอยู่ในจุดที่ทำไรได้ไม่มากนะ จขกท ตั้งใจเรียน จนสามารถเลี้ยงตัวเองและแม่ได้

      เข้าใจนะคะว่ารับไมไ่ด้(ที่บ้านก็สถานการณ์คล้าย ๆ กันค่ะ) แต่บางทีเราไม่สามารถเปลี่ยนใจ/ความคิดพ่อได้ เราต้องทำใจตรงนี้ ว่าเขาเป็นอย่างนี้ อย่างน้อยแม่จขกท.ก็ยังโชคดีที่ยังมีลูกอย่างจขกท.นะคะ

      เป็นกำลังใจให้ค่ะ <3

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      รีบหางานทำเอาตัวให้รอดให้ไวเลยครับ พอสร้างตัวได้ก็รับแม่มาอยู่ด้วยเลย ถ้าพ่อทำแบบนั้นมันเหมือนหยามครอบครัวในบ้านแล้วแหละ อยู่ๆเอา ญ ที่ไหนไม่รู้เข้าบ้าน ยิ่งถ้าเราอยู่ในบ้านนั้นด้วยสักวันก็คงมีปัญหากันอีกแน่ๆ ไม่ทางเงินก็หมิ่นกันเนี่ยแหละ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      นิรนาม
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรื่องของพี่ใกล้เคียงกับหนูเลยค่ะ ตอนแรกๆเลยหนูก็คิดมากเรื่องพ่อตัวเองว่าจะมีแม่คนใหม่ หนูก็เครียดๆมากๆเลย กลัวว่าพ่อจะไม่รักเรากับแม่ แต่ว่านะคะ พอนานเข้าๆหนูก็ไม่สนใจเรื่องพ่อแล้วค่ะ คือหนูรู้สึกว่าเขาจะทำอะไรก็ช่างเขา เราก็อยู่ในส่วนของเราไปไม่ยุ่งวุ่นวายค่ะ เพราะอีกอย่างพ่อเป็นหัวหน้าหาเลี้ยงครอบครัว ทุกวันนี้หนูกับพ่อนี่อยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่แทบไม่ได้คุยกัน แต่จริงๆก็เลิกโกรธกันไปตั้งนานแล้วค่ะ แต่เราแค่ต่างคนต่างเงียบต่างอยู่เฉยๆ อยากให้พี่ตั้งสติคิดดีๆแล้วหาทางออกให้ได้นะคะ เอาใจช่วยค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แค่อ่านก็รู้สึกปวดใจแทน จขกท. แล้วค่ะ

      สู้ๆนะคะ ต้องใจเรียนเพื่อหางานที่มั่นคงจะได้เลี้ยงดูตัวเองและแม่นะคะ

      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-09.png

      เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในไม่ช้าค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      รู้สึกว่าจขกท.ออกตัวแรงไป. พอพ่อบอกว่าแม่โอเคและแม่เองก็บอกเอง เราเป็นลูก(แถมยังเรียนอยู่). คงทำอะไรมากไม่ได้

      ส่วนตัวคิดว่านะ ถ้าคุยกับแม่แล้วแม่ดูไม่สบายใจที่ต้องทนแบบนั้น เราก็คงทำได้แค่เรียนและหางานมั่นคงทำ แล้วค่อยพาแม่ออกมาจากตรงนั้น. (ถ้าญาติคนอื่นเขายินดีช่วยเราก็ดีไป)

      นี่ดีนะคะที่จขกท.ไม่ได้มีความคิดแบบพ่อ คือโบราณและเอาเปรียบคู่สมรสมากๆ.

      ขอให้จขกท.มีชีวิตและครอบครัวที่ดีนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      T ^ T
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้ อนาคตขอให้มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับเธอนะ


      เราว่าคนที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์ประมาณนี้กับตัวเอง ก็จะมีอีกอารมณ์นึงว่าเราต้องเคารพการตัดสินใจของพ่อแม่

      แต่สำหรับเราเจอด้วยตัวเอง เราไม่ไหวนะ

      ชีวิตเรา มีครอบครัวเป็นที่ตั้งเลย เราทำอะไร เราคิดถึงผลที่จะกระทบกับครอบครัวเราตลอด

      พอมาเจออะไรแบบนี้ ก็คิดเหมือนกันว่าเราพยายามเพื่ออะไร


      ถ้ามีพ่อแบบนี้ สำหรับเรา ขอไม่มีเลยดีกว่า มันไม่ใช่ครั้งแรกและไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน

      คนอื่นๆในครอบครัวต้องมาร้องไห้ เศร้า เป็นทุกข์กับการกระทำของคนที่ปากบอกว่ารัก แต่กลับกระทำอีกอย่าง

      ถ้าชีวิตที่เหลือเราต้องมานั่งร้องไห้ทุกวัน เพราะเห็นการกระทำของพ่อเรา

      เราแยกกันอยู่อาจจะมีความสุขมากกว่านี้ก็ได้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      หางานทำครับ ต้องหาให้ได้เร็วที่สุด แล้วออกมาจากวงโคจรนี้ ถ้าไม่โอเคก็ถอยออกมาครับ


      แต่ต้องยืนได้ด้วยตัวเองนะ สำคัญมาก ให้กำลังใจตัวเอง เพราะครอบครัวคุณคงไม่ให้คุณได้ ถ้าคุณไม่ให้ตัวเอง


      สู้ๆ ครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      .....
      Guest IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      หางานทำเอง ยืนให้ได้ มั่นคง พาแม่มาอยู่ด้วย สักวันหนึ่งพ่อก็จะคิดได้เองเมื่อเขาไม่เหลือใคร หรือถ้าไม่ อย่างน้อยก็ให้แม่สบายใจ ผมว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกที่แม่จะไม่รู้สึกอะไร

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เคสเกือบคล้ายกันค่ะ แต่แค่ของเราพ่อทิ้งไว้ตั้งแต่แม่อ้มท้องสองเดือน เราก็เลยไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับพ่อ สามเดือนหกเดือนถึงมาหา มาหาทีก็ไม่ถึงอาทิตย์ จนตอนประถมต้นเราไปเกาะช้างกับพ่อและแม่ เราเห็นพ่อนั่งคุยโทรศัพท์แล้วยิ้มพอเราเข้าไปหาพ่อบอกคุยงาน เราก็ยังเด็ก แต่พอพ่อเดินไปทิ้งโปรศัพท์ไว้ สายเข้า แต่พ่อไม่อยู่เลยรับสายเอง ทางนั้นพูดเลยว่าที่รักและตามด้วยชื่อพ่อเรา แถมต่อท้ายว่าอยู่กับลูกกับเมียหรอ เราก็ตัดสายทิ้ง ไม่กล้าบอกแม่เพราะแม่เชื่อใจพ่อ ตอนนั้นเราเลยอคติกับพ่อรุนแรงขึ้น จนมัธยมสองแม่จับได้ ทะเลาะกันว่าพ่อจะเอายังไง คำตอบคือพ่อเลือกไม่ได้ แม่ไล่ให้พ่อกลับ ตจว พ่อกลับมาหาหลายครั้งหลังจากตกงาน เราเลือกที่จะเถียงกับพ่อเหมือนจขกทค่ะ แต่คนละอย่าง เราบอกว่าทำแม่ร้องไห้แบบนี้คุณมาทำไม หลังจากนั้นเรากับแม่ก็ไม่เจอหน้าเขาเลยจนตอนนี้มหาลัย ซึ่งเคสของเรา เราก็บอกแม่แล้วว่าหย่าขาด ไม่ต้องข้องเกี่ยวกันอีก ครอบครัวฝั่งนู้นก็ด้วย เพราะเขาไม่ได้ชอบเราอยู่แล้ว


      อันนี้แค่เปิดให้เห็นอีกมุมนึงนะคะ

      ความรู้สึกมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตอนนี้จขกทมุ่งเรื่องเรียนและหางานทำดีกว่าค่ะ ถ้าแม่บอกว่าอยู่เพราะเรื่องการเงิน เราก็หาให้ได้และพาคุณแม่มาอยู่ด้วย ถึงจะลำบากแต่ก็เพื่อคุณแม่ สู้ๆนะคะ ทุกอย่างต้องมีทางออกเสมอ ตั้งสติ ตั้งเป้าหมายและทำค่ะ :D

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Krampu
      Guest IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มีวิธีแก้ง่ายๆครับ เอาเรื่องนี้ไปบอกญาติฝั่งพ่อครับโดยเฉพาะญาติที่เป็นผู้หญิง เดี๋ยวเค้าก็คงเตือนเอง ...เอาให้พ่อคุณอายไปเลย ...ถ้ายังติดจิ๋มมากกว่ารักครอบครัวจริงพ่อคุณก็คงทะเลาะก็ญาติด้วย เอาให้อายไปเลย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Vd35
      Guest IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      บ้านเราก็เป็นแบบนี้ คุณไม่ใช่คนแรกที่เป็น แม่ยอมรับได้ เราก็ต้องทำตามแม่ แม่ไม่เป็นไร เราก็ต้องไม่เป็นไร หน้าที่เราคือรีบเรียนให้จบ จบแล้วมีงานทำดีๆ เอาแม่มาอยู่ด้วย แล้วอย่าเป็นคนหลายใจเหมือนพ่อนะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Nurse
      Guest IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แม่น้องเก่งและเป็นคนที่อดทนมาก ก่อนทำอะไรขอให้คิดก่อนว่า ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร ที่แม่อดทนเพราะอยากให้ลูกจบ หรือเพราะรักเขามาก ยอมตามใจ เพราะเพียงแค่อยากอยู่ด้วยกันไปตลอด น้องลองประเมินว่า ผู้หญิงคนที่พ่อคบด้วย และพ่อของน้อง เขาต้องการอะไร ต้องการแค่เงิน มีความรักชั่วคราว หรือว่าต้องการจะมาแทนที่แม่ และพ่อ จริงจังกับเขาแค่ไหน การแก้ปัญหามันก็จะต่างกัน ขอให้น้องตั้งใจเรียน ให้สมกับที่แม่ตั้งใจ อยากให้ลูกจบ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      สู้ๆ
      Guest IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      บ้านเราก็เคยเป็นนะ เราเองก็เคยเจอ (แชทในโทรศัพท์นี่แหล่ะ) เราเป็นลูกแถมรู้เรื่องนี้ก่อนที่แม่จะรู้ด้วย ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเราจะสงบขนาดไหนนะ เราไม่ทะเลาะแต่ยื่นคำขาดคือเราเป็นลูกเชื่อใจว่าพ่อซื่อสัตย์กับแม่มาตลอด แต่ถ้าพ่อไม่เลิก โอเค ถ้าเราเรียนจบจะพาแม่ออกจากบ้าน ต่างคนต่างอยู่ หลังจากที่แม่รู้ เราไม่เคยเครียดนะ แต่กลัวแม่เสียความรู้สึกเลยคุยตรงๆว่าจะเอายังไง เรารับได้ถ้าจะเกิดการหย่า เราโอเค ในฐานะที่เราเป็นผู้หญิงเห็นแม่ร้องไห้มันไม่มีความสุขหรอก แต่พูดอะไรไปผู้ใหญ่เค้าก็ไม่ทำตามใจเรา สุดท้ายเราไม่คุยกับพ่อครึ่งปีได้มั้ง อยู่บ้านหลังเดียวกันแต่คุยถามคำตอบคำ จนพ่อเลิกกับผู้หญิงคนนั้นได้ (พ่อแอบคุยมา 3 ปีเรารู้ตั้งแต่ปีแรก แต่เราไม่อยากให้แม่เสียใจ เราเลยเลือกที่จะไม่พูด หวังว่าพ่อจะเลิกแต่ไม่เลิกไงเลยต้องยื่นคำขาด) จขกทใจเย็นๆนะ ลองปรึกษาแม่แล้วเคลียร์ความรู้สึกกันเลย แม่เราไม่ได้ใจกว้างนะ แต่ปล่อยเพราะถือว่าเราโตแล้วทำงานได้เดี๋ยวย้ายมาอยู่กับเรา (ช่วงที่แม่รู้ก็ร้องไห้บ้าง เราเห็นแล้วไม่ไหวอ่ะ แม่เราร้องไห้ทั้งๆที่พ่อทำผิดกับแม่อ่ะ) แต่พ่อดันเลิกกับกิ๊กซะก่อน 555555 (ช่วงหลังผู้หญิงโทรมาเองด้วย เราเลยอาสาจะรับสายแทน) ก็ต้องดูด้วยแหล่ะเนอะ สมัยนี้ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเริ่มก่อนเลย เรื่องแบบนี้จะบอกว่ามีแทบเกือบทุกครอบครัว ซักช่วงนึงชีวิตมันต้องมีเรื่องมือที่ 3 ล่ะ แต่ถ้าครอบครัวไหนไม่มีอันนั้นถือว่าโชคดีมากๆ อย่าไปทะเลาะเลย เหนื่อยใจเปล่าๆ เราเองเงียบ ไม่พูดเลย ช่วงนั้นพ่อคงอึดอัดแหล่ะ ที่บ้านไม่คุยกันเลย แต่เราไม่บอกญาตินะ 55555 ไม่มีใครช่วยเราได้ นอกจากเราต้องทำตัวให้ดีขึ้นพอ เรียนจบมีงานทำก็โอเคแล้ว

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      สังขาล
      Guest IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าน้องเรียนจบ มหาลัยเเล้ว แม่คงอายุเยอะเเล้ว อ่อนสุดก็ 50 อาจจะหมดอารมณ์ทางเพศ ในขณะที่พ่อ ยังคันได้ตลอดเเม้จะอายุ 80 เเม่ร่วมรักไม่ได้ ก็ถูกเเล้วที่พ่อไปหาหญิง อื่น ความ เ งี่. ย. น ไม่เคยปราณีใคร พ่อพูดถูก จะให้เค้าโง่หาเงินเลี้ยง เมีย เลี้ยงลูกถึงไหน ที่ผ่านมาเค้ารับผิดชอบพอเเล้ว อีกไม่กี่ปี กระเจี้ยวก็เหี่ยว แฟบ อ่อน เป็น -เเห้ง แล้ว ให้เค้าเอาๆไปเถอะ ทำประกันชีวิตให้พ่อไว้เยอะๆ ตายเร็วมีตังใช้เยอะดีด้วย

      ตอบกลับ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป