ปลาบู่ทองนิทานพื้นบ้านไทยสุดโหด!!! [ยินดีให้แชร์]

วิว
    บางคนอ่านเทพนิยายกริมม์ เทพนิยายอันเดอร์แซน(ดิสนี่ย์ต้นตำหรับ) หรือแม้แต่นิทานของจีน ยุโรป บางเรื่องรู้สึกว่า อร้ายยยยย ทำไมมันโหดร้ายจัง แต่ทุกคนลืมไปรึเปล่าคะว่า นิทานพื้นบ้านไทย โหด ไม่แพ้ใครเลยนะคะ 
วันนี้ดนเลยอยากจะมาเล่าเรื่อง ปลาบู่ทอง ให้ทุกคนอ่านกันค่ะ
   


 
   ใช่แล้วค่ะ บางคนอาจจะหืมมมม ปลาบู่ทองเนี่ยนะ ก็เรื่องราวของนางเอื้อยที่โดนแม่เลี้ยงทำกระดานกลให้ตกลงไปตายในหม้อน้ำร้อนไงยะ โหดตรงไหนนน (เดี๋ยวนะคะ -..- โดนหม้อน้ำร้อนลวกตายเนี่ยนะไม่โหด) งั้นอย่ารอช้าค่ะ ดนจะสาธยายความโหดของ สงสารแต่แม่ปลาบู่อาศัยอยู่ในฝั่งคงคาให้ทุกคนอ่านกันค่ะ 

     เรื่องเริ่มต้นที่ เศรษฐีทารกะ ทำอาชีพหาปลาขายจนร่ำรวย มีเมียสองคน คนแรกชื่อนางขนิษฐา จิตใจดี มีเมตตาดุจแม่หญิงจันทร์วาดในบุพเพสันนิวาส มีลูกสาวสุดสวยคนเดียวชื่อนางเอื้อยซึ่งถอดแบบจากแม่มาเป๊ะๆ
     ส่วนเมียคนที่สองชื่อ นางขนิษฐี จิตใจโหดร้าย ไม่เอาการเอางาน  ขี้คร้านตัวเป็นขน ดีแต่นั่งชม้อยชะม้ายชายตาหน้าขาวหน้ารำคาญ! มีลูกสาวสองคนค่ะ แต่ไม่สวยเท่าเอื้อย คือ นางอ้าย(รายนี้หน้าตาคล้ายนางเอื้อยหน่อยๆ) และนางอี่ โดยเมียท้องสองจะสลับกันออกไปหาปลากับสามีทุกวัน แน่นอนค่ะ เมียสองคนใช้ผัวร่วมกันไม่ได้ นางขนิษฐีเมียคนที่สองมีความอิจฉาริษยาเมียหลวงอยู่ตลอดเวลา
     อยู่มาวันหนึ่งคุณสามีหาปลาไม่ได้ซักตัวค่ะ แล้ววันนั้นดันไปกับคุณขนิษฐาก็เลยพาลว่าขนิษฐานี่มันนังตัวซวย! (ตอนนี้ทารกะเริ่มโดนยาเสน่ห์ของนางขนิษฐีแล้ว) งมมาตั้งนานก็เจอปลาบู่ตัวหนึ่งติดแหมา ไม่รู้อะไรมาดลใจให้ป้าขนิษฐาของเราสงสารปลาบู่จึงขอร้องคุณสามีว่า ปล่อยมันไปเถอะจ้ะ น้องสงสาร ทารกะก็เห็นแก่เมีย เออ! ปล่อยก็ปล่อยวะ แต่ว่า เมื่อทอดแหลงไปอีก ปลาบู่น้อยตัวเดิมก็ติดมาอีก ป้าแกก็ขอร้องสามีให้ปล่อยมันไปเป็นอย่างนี้อยู่สองสามทีจนหนักเข้า ทากะฟิวส์ขาดค่ะ โมโหมาก เขาเลยด่านางขนิษฐีของเราอย่างรุนแรง หลังจากนั้น
ทารกะเศรษฐีเอาไม้พายมาตีหัวนางขนิษฐีจนตกน้ำตาย
 
  หลังจากนั้น วิญญาณของแม่ขนิษฐีของเราก็ไปเกิดเป็นปลาบู่ทอง หลังจากเศรษฐีทารกะกลับบ้านมาคนเดียว นางเอื้อยก็ถามว่าแม่ไปไหน เขาก็บอกด้วยความโมโหว่า แม่มึ*หนีตามชู้ไปแล้ว 

     นางเอื้อยได้ยินดังนั้นก็ไม่เชื่อและเสียใจมาก เมื่อป้าขนิษฐีได้ยินดังนั้นก็เข้าทางป้าแล้วค่ะ ป้าแกก็จับนางเอื้อยมาเป็นทาสของตนและลูกๆอีกสองคน ทุกวันนางเอื้อยจะไปร้องไห้ที่ท่าน้ำจนพบกับแม่ในร่างปลาบู่ทองนางเอื้อยก็ดูมีความสุขขึ้นจนป้าขนิษฐีเห็นว่าผิดสังเกต จึงให้อ้ายและอี่ลูกสาวของตนเองตามไปสอดแนม นางอ้ายกับนางอี่รู้เข้าก็เอามาเล่าให้แม่ฟัง
      "หนูเห็นนังเอื้อยมันเอารำไปให้ปลาบู่ผีสีทองกินค่ะ แล้วมันยังคุยกันอีกด้วยนะคะ"
    นางขนิษฐีจึึงวางแผนให้เอื้อยไปเลี้ยงวัวแล้วให้นางอ้ายปลอมตัวเป็นเอื้อย หลังจากนั้นก็จับปลาบู่ทองมาตีหัวให้ตายแล้วเอาไปผัดเผ็ดปลาบู่โดยขอดเกล็ดเรี่ยราดไว้ น้องเป็ดน้อยเห็นก็เลยแอบไปขโมยมาเกล็ดหนึ่ง เมื่อเอื้อยกลับมาแม่เลี้ยงก็ชักชวนให้มากินผัดเผ็ดปลาบู่ด้วยกันสิวันนี้อ้ายจับปลาบู่สีทองได้นางเอื้อยก็ช็อค วิิ่งลงจากบ้านไปร้องไห้กับเป็ดและหมา เจ้าเป็ดน้อยก็ให้เกล็ดปลาบู่ไว้เอื้อยเลยเอาไปฝัง ผีนางขนิษฐาก็มาเข้าฝันเอื้อยว่าตอนนี้ชั้นเป็นมะเขือแล้วนะ มาหาแม่ด้วย นางเอื้อยก็ดูมีความสุขอีกครั้ง แถมมิหนำซ้ำ มะเขือของแม่ก็ออกผลเป็นทองคำ พอป้าขนิษฐีรู้ก็โลภมาก ตามไปเก็บมะเขือสีทองแต่ดึงผลมะเขือไม่ออกค่ะ! นางก็เลยให้อ้ายและอี่ช่วยกันเอามีดอีโต้มาฟันมะเขือจนเละไปหมดแล้วเก็บผลไปเหลืออยู่ผลเดียวตกไว้ 
    เมื่อกลับไปถึงบ้านมะเขือสีทองก็กลายเป็นมะเขือธรรมดากิ๊กก็อก นางขนิษฐีแค้นมากเลยทำเมนูแกงเขียวหวานใส่มะเขือเปราะเน้นๆเป็นอาหารเย็น นางเอื้อยมาเห็นซากต้นมะเขือของแม่ก็ร้องไห้เสียใจ แล้วก็เอาผลมะเขือไปฝัง ผลมะเขือกก็กลายเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองสร้างความสุขให้นางเอื้อยอีกครั้งหนึ่ง 
    เสียงของต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองยามเมื่อลมพัดหวนแสนเพราะพริ้งก็ไปเตะหูของพระเจ้าพรหมทัต(ชื่อโหลเสียจริง) เดินตามหาเสียงนั้นมาจนมาพบกับต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองอยากเอาไปปลูกในวังซะงั้น แต่ทว่า ถอนยังไงก็ถอนไม่ขึ้น จึงขอให้นางเอื้อยผู้เป็นเจ้าของเชิญแม่ของตนเข้าวังแล้วนางเอื้อยก็ได้เป็นอัครมเหสีของพระเจ้าพรหมทัตโดยปริยาย
    ข่าวนี้สร้างความโกรธแค้นและอิจฉาริษยาแก่สามแม่ลูกเป็นอย่างยิ่ง จึงให้แม่หมอที่ช่วยกันทำเสน่ห์มาช่วยกันวางแผนกำจัดนางเอื้อยซะที จึงหลอกล่อให้นางเอื้อยมาที่บ้านอ้างว่าพ่อป่วย แล้วก็ให้นางเอื้อยถอดเครื่องทรงกษัตริย์ออกซะก่อนแล้วค่อยเข้าไปเยี่ยมพ่อในห้อง หลังจากนั้นนางเอื้อยก็...เหยียบกระดานกลตกลงไปใต้ถุนบ้านที่มีหม้อต้มน้ำเดือดใบใหญ่ตาย 

วิดีโอจากละครเรื่องปลาบู่ทอง พ.ศ. 2537
 
      หลังจากนั้นนางอ้ายก็สวมรอยเป็นนางเอื้อยเข้าวังไปเป็นพระมเหสี ต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองก็เหี่ยวเฉาผิดปกติ และวิญญาณของนางเอื้อยก็ไปเกิดเป็นนกแขกเต้า บินเข้ามาในตำหนักของพระเจ้าพรหมทัต พระเจ้าพรหมทัตทรงนึกเอ็นดูจึงสร้างกรงทองไว้ให้นกแขกเต้าอาศัยอยู่

       นางอ้ายเห็นพระเจ้าพรหมทัตหมู่นี้วันๆเอาแต่เล่นกับนกแขกเต้าก็อิจฉา (อีนางอ้ายนี่ท่าทางจะอาการหนักนะคะ นกก็ยังไม่เว้นนนน) ป้าขนิษฐีก็เลยวางแผนให้จับนกแขกเต้ามาทำแกงตอนท้าวพรหมทัตออกไปประพาสป่า(ป้าขนิษฐีก็อีกคนดูท่าทางเป็นเชฟระดับโลกมาก ใจรักการทำอาหารแบบนี้ไป MasterChef มั้ยคะ) แต่มีหนูตัวหนึ่ง (ดนขอให้ชื่อมันว่าเจอร์รี่555) มาเห็นพอดีก็สงสารเจอร์รี่เลยกระโดดใส่หน้านางอี่ที่กำลังถอนขนนกแขกเต้าอย่างเมามันส์ นางอี่เจอหนูพิฆาตหน้าซะขนาดนั้นก็ร้องกรี๊ดๆๆสิคะ หนูเลยพานกแขกเต้าไปพักที่รูหนูก่อน พอนกแขกเต้าปีกกล้าขาแข็งแล้วก็อำลาเจอร์รี่บินไปอย่างไร้จุดหมายจนมาพบกับ พระฤๅษี 
       ฝ่ายพระฤๅษีก็สงสารเลยทำพิธีชุบชีวิตให้เอื้อยกลับมาเป็นคนดังเดิมแล้วก็เสกลูกให้คนหนึ่งชื่อลบกุมาร ลบกุมารรู้เรื่องหมดทุกสิ่งอย่างก็เลยอาสาเอาพวงมาลัยฝีมือแม่ไปเข้าเฝ้าพระเจ้าพรหมทัต พอพระเจ้าพรหมทัตรู้ว่านางเอื้อยที่อยู่กับตนคือนางอ้ายผู้ชั่วร้ายจึงไปรับเอื้อยตัวจริงที่อยู่กับพระฤๅษีกลับมา
        ส่วนนางอ้ายเมื่อรู้ว่าพระเจ้าพรหมทัตรู้เรื่องแล้วก็รับไม่ได้ที่จะต้องถูกประหารจึงชิงกินยาพิษฆ่าตัวตายเสียก่อน แต่พระเจ้าพรหมทัตไม่ยอมให้เรื่องมันจบแค่นั้น(ส่วนที่โหดที่สุดก็อยู่ท้ายเรื่องนี่แหละค่ะ) จึง

 
          จึ่งสั่งเพชรฆาตทั้งสี่                   ให้เชือดเนื้อผี
 เอาทำปลาส้มทันใด                                     
          ตัดหัวยกลงใส่ไห                       ตัดข้อมือใส่
                                    บั่นให้เป็นท่อนทั้งกาย
          เหมือนเนื้อสุกรกวางทราย          บั่นรอนเรี่ยราย
                                    พุงอ่อนตับปอดภายใน
          ใส่ลงในไหทันใด                       ผนึกปิดไว้
                                    อย่าให้ใครรู้สำคัญ
           เอาไปให้พ่อแม่มัน                    ให้กินเนื้อกัน
                                    บัดนั้นก็กราบทูลลา  
(ปลาบู่ทองกลอนสวด,กรมศิลปากร หน้า ๘๗)
 
          พระเจ้าพรมทัตมีรับสั่งให้นำศพนางอ้ายที่กินยาฆ่าตัวตายมาทำปลาร้าแล้วส่งไปให้พ่อแม่กิน พ่อแม่ก็ทำการโซ้ยกันอย่างเอร็ดอร่อย ของพระราชทานนะเธอ อูมาหมิจังเลย กินไปกินมาล้วงเข้าไปในไห เจอหัวปริศนา เอามามองดูดีๆ อ้าว นี่มันหัวนางอ้ายลูกเรานี่นา แค่นั้นค่ะ ทารกะ นางขนิษฐี นางอี่ ก็แทบจะอ้วกออกมา ทั้งสามคนรีบเก็บข้าวของหนีไปเพราะกลัวอาญาจากพระเจ้าพรหมทัตไปเจอพระธุดงค์ในป่า พระธุดงค์ก็แสดงธรรมตามระเบียบ
          ส่วนนางเอื้อยและลบกุมารก็อยู่ในพระราชวังกันอย่างมีความสุข

    จบแล้วค่ะสำหรับนิทานพื้นบ้านไทยเรื่องปลาบู่ทอง อยากให้ดนนำนิทานเรื่องไหนมาเล่าอีกก็สามารถคอมเม้นท์บอกได้นะคะ ติชมกันได้นะคะเพื่อเป็นกำลังใจในการเล่าเรื่องครั้งต่อๆไปค่ะ
   
    ปล. นิทานเรื่องปลาบู่ทองของดนเวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นที่นำทุกเวอร์ชั่นที่ดนได้อ่านได้ฟังได้ดูมาเล่าให้ฟังนะคะ อาจมีการใส่สีตีไข่บ้างเพื่อความบันเทิง งั้นก็อย่านำกระทู้นี้ไปใช้ในการอ้างอิงนะคะ

 
อ้างอิง
ปลาบู่ทองกลอนสวด(กรมศิลปากร)
เล่าเรื่องปลาบู่ทอง ร.ศ.วิเชียร เกษประทุม
ปลาบู่ทอง อ.เสน่ห์ ธนารัตน์สฤษดิ์
สมุดระบายสีปลาบู่ทอง สำนักพิมพ์เสริมวิทย์บรรณาคาร
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

7 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป