/>

แม่ไม่ให้เรียนคณะกับมหาลัยที่เราอยากเรียน [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ปัญหาการเรียน
ผมอยากเรียนมีเดียอาร์ต เพราะว่าโลกของเราเดี๋ยวนี้มันพัฒนาไปไกลมาก ภาพยนตร์ ซีรีย์ ละครและ mv เพลงบางเพลงเริ่มใช้พวกอาร์ตและวิชวลเอฟเฟคเข้ามาเยอะแยะ บวกกับมีความสนใจด้านนี้อยู่แล้วเลยอยากเรียนเกี่ยวกับการวาดภาพ วิชวลเอฟเฟคหรือแอนิเมชั่น ฯล



แต่แม่ผมกลับบังคับให้เรียนครู โน้มน้าวสุดฤทธิ์เลยว่าจบมาก็มีงานทำ ปีนี้ครูเกษียณกี่คน เงินเดือนสตาร์ทหมื่น หลังเกษียณก็มีเงินบำนาจ และเป็นอาชีพที่มั่นคง และบอกผมอีกว่า พวกอาร์ตอะไรพวกเนี่ย ใครๆเขาก็ทำได้ แล้วจบมางานก็ไม่มั่นคง ถ้าไปทำงานกับบริษัทเอกชน แก่ๆตัวมาเขาก็ไล่ออก อาชีพครูน่ะดีที่สุดแล้ว


(บอกด้วยว่า เพื่อนแม่บางคนที่จบวิศวะหรือบัญชี ยังหางานทำไม่ได้แล้วอยากมาเป็นครูเลย ซึ่งผมได้แต่คิดว่า ที่หางานทำไม่ได้นี่เพราะเขาเลือกงานรึเปล่า?)



ตอนนี้ผมเครียดมาก คุยกันหลายรอบ แต่ก็ไม่เคยลงตัวเลย ครั้งล่าสุด ทะเลาะกันรุนแรงมาก แม่บอกว่าถึงมีชื่อเราติด ก็ไม่ให้เรียน ถ้าไม่ลือกครูก็ไม่ต้องเรียน ไปหางานทำไป
บางครั้งนั่งนึกๆแล้วน้ำตาไหล อยากร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก แอบอิจฉาเพื่อนที่อยากเรียนคณะโน่นนี่โดยที่พ่อแม่ไม่ได้บังคับมาก หันมามองตัวเอง ทำไมเราถึงโดนบังคับอยู่คนเดียว?



ผมควรจะเรียนที่ตนเองอยากเรียน หรือเรียนตามใจแม่ดี?
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #25
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกๆเม้นที่เข้ามาตอบกับทุกๆคนนะครับ

    หลังจากที่ผลสอบสัมแต่ล่ะที่ประกาศแล้ว ผมก็ได้ติดในมหาลัยและคณะมีเดียอาตส์ทีผมอยากเข้าแล้ว

    รวมถึงอีกมหาลัยหนึ่งใกล้บ้านอีกที่หนึ่งเป็นสอง


    ผมก็ได้คุยกับแม่แล้ว ถึงแม้ว่าจะมีหลุดทะเลาะกันไปบ้าง และวิธีที่ผมใช้อาจจะไม่ค่อยเวิร์ค นั่นก้คือยืนเงียบและพยายามหลบหน้า ไม่รวมโต๊ะตอนกินข้าว เพราะกลัวว่าถ้ากินด้วยกันทีไหร่ กลัวอึดอัดที่ต้องมาพูดเรื่องนี้ทุกที


    แต่พอถึงวันเคลียรริ่งเฮ้าท์ ผมก็บอกแม่ไปตรงๆเลยว่าผมไม่อยากเรียนครู เพราะไม่ชอบมาทางด้านนี้อยู่แล้ว และไม่มีแรงบันดาลใจอยากจะเรียน มีเดียอาตส์รู้ว่างานมันหายากก็จริง(และค่าเทอมแพงมาก) แต่ผมชอบทางด้านนี้มากกว่า พอแม่ถามว่าจบไปไปทำอาชีพอะไร ผมก็บอกว่าแล้วแต่สาขา อย่างสาขาแอนิเมชั่นก็ออกแบบตัวละคร ดีไซน์ฉาก ออกแบบสร้างสรรค์ วิชวลเอฟเฟค ช่างภาพฯล ก็บอกไป ตอนแรกแม่ก็ตึงๆใส่บ้าง


    พอถึงวันที่ 4 ผมก็โทรไปหาพ่อกับแม่ว่า จะเคลียริ่งเฮ้าท์คณะมีเดียนะ พ่อแม่โอเคมั้ย? ไหวรึเปล่า เพราะคณะเนี่ยค่าเทอมแพงมาก (ประมาณ 10,000 อัพ) และค่าใช้จ่ายในกรุงเทพค่อนข้างสูง บ้านผมก็ไม่ได้รวยมากอะไรขนาดนั้น ถ้าพ่อแม่ไม่ไหว ผมเคลียริ่งคณะมนุดอิ๊งของมอใกล้บ้านที่ผมติดอีกที่ก็ได้ แต่คำตอบที่พ่อกับแม่ผมตอบคือ เคลียริ่งคณะที่ตัวเองอยากเข้าเถอะ ถ้าไม่ไหวพ่อแม่ก็จะพยายามหาส่งเรียน แต่ตัวเองน่ะเรียนแล้วให้มันคุ้มค่าเงินก็พอ พ่อแม่ไม่ได้อยู่กับลูกไปตลอดหรอก แต่เรียนจบออกมาแล้วต้องหางานเลี้ยงตัวเองให้รอด และใช้ชีวิตในสังคมให้เป็นก็พอ


    พูดจบผมก็ทั้งดีใจและเสียใจ ดีใจที่พ่อแม่ยอมให้เรียนคณะที่ตัวเองอยากเข้าแล้ว แต่ก็เสียใจเหมือนกันที่พ่อแม่ต้องเหนื่อยขึ้นกว่าเดิม ไหนจะน้องชายผมก็เพิ่งจะขึ้นม.1 ก็กลัวว่าพ่อแม่จะไม่ไหว กลัวท่านเหนื่อย แต่ในเมื่อท่านอนุญาตมาแล้ว เราก็ต้องพยายามสู้และตั้งใจเรียนในสิ่งที่เราอยากทำ ให้ออกมาดีและคุ้มค่ากับสิ่งที่ท่านยอมเหนื่อยเพื่อเรา

    ตอบกลับ

25 ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เเเเเ
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เอาจริงๆ เราเชียร์ให้เรียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนนะ แต่จะพูดกับแม่ยังไงนี่ก็ยากอยู่ เรื่องแบบนี้คนที่ต้องเรียนต้องอยู่กับมันไปสี่ปีควรตัดสินใจ ไม่ใช่คนอื่นเนอะ ถ้าเอาเหตุผลของแม่มาคิดดูแล้วก็ยังไม่อยากเรียนครู ก็อยากให้คุยกับแม่เรื่อยๆ บอกแม่ว่าถึงเป็นอาชีพที่มั่นคงก็จริงแต่ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำ ถ้าให้เราไปเรียนครูแล้วเราไม่มีความรู้สึกอยากเรียนล่ะ เราต้องทนกับมันไป 5 ปีเลยเหรอ?ทั้งๆที่เราเป็นคนเรียน บอกแม่ว่าเข้าใจว่าแม่เป็นห่วง เข้าใจเหตุผลของแม่ แต่เก็บมันมาพิจารณาดูแล้วก็ไม่คิดว่าจะเรียนครูหรอก


      ยังไงก็คิดดีๆนะ สู้ๆค่ะ ลองปรึกษากับครูแนะแนวดู

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ไม่มีผึ้ง
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ครูเกษียรกี่คน ?? แล้วคนที่เริ่มเรียนครุศาสตร์นับตั้งแต่ปี 54 เป็นต้นมากี่คน (ปีนั้นบูมมากเพราะทุกคนคิดแบบนี้) คนที่จบออกไปก่อนหน้านั้นอีกกี่คน คนที่กำลังเรียนอยู่มีกี่คน


      ประชากรที่เป็นเด็กในประเทศกำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง กราฟประชากรบอกได้ มั่นคงจริงไหมถ้าเด็กลดลงแต่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ


      ประกาศรับสมัครครูกี่อัตรา มีคนสอบแข่งขันกี่คน


      ลองหาข้อมูลไป แล้วค่อยๆอธิบายให้แม่เข้าใจเน้อ


      ด้านที่เราสนใจ ถ้าเรารู้จริงเก่งจริง วันหนึ่งเราก็เป็นครูรับจ้างสอน เดี๋ยวนี้ 3Dปริ้น กำลังดัง คนเก่งๆเขาเปิดสอนกัน โ-ค-ต-ร แพง หรือเรียนต่อแล้วมาเป็นอาจารย์มหาฯลัยได้


      สู้ๆละกัน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อีกหน่อยไทยเข้าสังคมสูงอายุ อีก 10 ปี ข้างหน้าเด็กมีน้อย รร.ธรรมดาก็ถูกปิดลงลงไปเลื่อยๆเหลือเเต่รรใหญ่ๆ

      ครูก็ล้นตลาดเเล้วทุกวันนี้เเย่งกันสอบเข้าราชการ คิดว่าบทบาทอาชีพที่ดูเเลผู้สูงอายุไรพวกนี้มีความจำเป็น

      เหมือนพ่อเเม่เราอยากให้รียนพยาบาลบรรจุเหมือนกัน


      ปล.เราอยากเรียนวิทย์มากกว่าเเต่พ่อเเม่ยึดติดกับอาชีพหมอ พยาบาล เช่นกัน

      ัยังไงพ่อเเม่ก็ไม่เปลี่ยนความคิดพ่อป่วยเป็นโรคไต เเม่เป็นภูมิเเพ้ เลยอยากให้ลูกเรียนพยาบาลมาดูเเล

      เเล้วก็ได้บรรจุรักษาฟรี


      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จขกท คะ สำหรับเราแล้วนะ พ่อกับแม่เค้ามีเหตุผลอยู่แล้วค่ะ ถ้าคณะที่ จขกท อยากเรียน มันเรียนมาแล้วหางานทำยาก มีคนจบมาเยอะ อันนั้นก็น่าคิดนะคะว่าไม่ควรเรียน เวลาจะเรียนอะไรให้ดูระยะยาวนะคะ ว่าถ้าอนาคต มันจะมีงานทำไหม ถ้าเราอายุเยอะแล้วจะมีงานทำไหม ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคณะที่ จขกท อยากเข้า เรียนแล้วมีความสุข แต่สำหรับเรามันก็แค่ชีวิตในมหาลัย4ปี ถ้าเป็นเรานะ ยอมเรียนสิ่งที่เราอาจจะไม่ได้ชอบมากที้สุดแต่มีงานทำมากกว่าดีกว่าค่ะ เพราะว่าถ้ามีงานทำมันคือ อนาคตของเราไปอีกนานค่า ปล. อันนี้ความคิดเห็นของเรานะคะ ยังไงก็ขอให้ จขกท คุยกับพ่อ แม่ ดีๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        ไม่เอาไม่พูด
        Guest IP
        #4-1

        เราเห็นต่างนะ แล้วถ้าเกิดความสุขของ จขกท. ไม่ใช่การเป็นครูล่ะ คนไม่อยากเป็น ไม่เต็มใจเป็น มันจบยากนะบอกเลย ถึงจะจบได้ ก็ต้องไปสอบแข่งกับพวกเด็กที่เขาเรียนครูกันจริงจังอีก แล้วอีกอย่างคนจบครูเดี๋ยวนี้เกลื่อนเมืองไปหมด แทนที่เราจะเรียนเอาใจแม่ สู้เราต้องทำให้แม่เห็นสิว่าสิ่งที่เราชอบแต่แม่คิดว่าไม่ดี มันก็ทำให้เรามีชีวิตที่มั่นคงได้เหมือนกัน

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      iam.
      Guest IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรียนที่ตัวเองชอบเถอะค่ะ มันกระตุ้นให้เราศึกษาค้นคว้าในสิ่งที่เราสนใจด้วย ถ้าเรียนอะไรที่ไม่ชอบ มีงานทำก็จริงแต่เราสนุกกับมันหรอ เป็นครูถ้าไม่ใจรักจริงๆอย่าเลยค่ะ เป็นครูหางานทำง่ายก็เลยมาเป็น? แล้วถ้าเราไม่ได้ชอบหรือไม่มีวิธีการถ่ายทอดที่ดีพอเด็กจะเข้าใจหรอ สงสารเด็กเถอะค่ะ เขาคืออนาคตของชาติ อย่าคิดว่าเรียนครูก็แค่สอน แต่มันต้องมีใจรักด้วยค่ะ สงสารเด็กเถอะนะคะ ครูรรเราสอนไม่ได้เรื่อง มาสอนไปงั้นๆ เราไม่เข้าใจอะไรสักอย่างที่เรียน ทำให้ตอนนี้เราเกลียดวิชานั้นไปแล้ว พื้นฐานที่ต้องรู้แต่เราก็ไม่รู้อะไรเลย ของเราอันนี้เป็นกันทั้งห้องค่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับตัวเด็กว่าตั้งใจมั้ย


      ขอโทษนะคะพิมพ์ยาวเพราะเราอึดอัดในใจมากค่ะ แต่เรื่องที่จะเลือกเรียนเราก็ยังแนะนำว่าเรียนที่ตัวเองชอบเถอะค่ะ อนาคตเรา ชีวิตเรานะคะ ถ้าแม่ไม่ส่งเสียก็ทำงานพาร์ทไทม์หาค่าเทอมเองก็ได้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เอาน่า
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรียนสิ่งที่ชอบ แล้วนำสิ่งที่ชอบมาสอนต่อ วินๆคะ 555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สำหรับเรา อยากให้จขกท ลองศึกษาสิว่ามีครูสาขาไหนที่เรียนอาร์ต อนิเมชั่นได้บ้าง ถ้าเรียนจบก็สามารถเลือกที่จะเป็นครู หรือทำงานที่ไม่ใช้ครูก็ได้ จาหที่อ่านคำอธิบายความชอบของจขกท ก็จะตรงกับครูสาขาหนึ่งคือเทคโนโลยีการศึกษา สาขานี้ก็จะเรียนวิชาชีพครู การถ่ายภาพ โปรแกรมตัดต่อเบื้องต้น การทำสิ่อเทคโนโลยี ลองศึกษาดูนะ เผื่ออาจจะเป็นทางเลือกให้จขกท ได้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ทุกวันนี้ ครูอยู่ได้ เพราะระบบราชการยื้อเอาไว้ แต่มันฝืนธรรมชาติไปแล้ว จะยื้อได้อีกนานแค่ไหน


      ทุกอาชีพ มีขึ้น มีลง ครูก็เคยขึ้นถึงจุดสูงสุด แต่ปัจจุบันกำลังตกต่ำ ในอนาคต มันจะกลับมาพีคอีก แต่คงมาในรูปแบบใหม่ และอีกนานเท่าไร ไม่มีใครตอบได้


      เอาตัวเลขมาพูดกันนะครับ


      สมัยก่อน เด็กเกิดปีละ 1 - 1.5 ล้านคน

      ปัจจุบัน เด็กเกิดปีละ 5 แสนคน


      ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษา เป็นกระทรวงที่ได้งบเยอะเป็นอันดับต้นๆของประเทศตลอด คือมากกว่า 20% ของ GDP ทุกปี แต่ก็ไม่เคยมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ทุ่มงบไปกับการศึกษามหาศาล แต่การศึกษายังคงตกต่ำ


      เรามีครู 5 แสนคนทั้งประเทศ แต่ก่อน ครู 5 แสน กับเด็กรุ่นละ 1 ล้าน มันสมเหตุสมผล แต่ปัจจุบัน ไม่ใช่แล้ว ปัญหาคือคนในระบบไม่เข้าใจ ไม่รู้ตัว เค้าเคยชินกับระบบการประเมินว่า ถ้าทำคะแนนได้ดี ก็ได้รับผลตอบแทน


      รร.เอกชน มีโรงเรียนที่ทำกำไรได้ด้วยตนเองเพียงหยิบมือเท่านั้น ที่เหลือ รัฐต้องจ่ายเงินรายหัวให้ รร.เอกชน ที่สำคัญธุรกิจโรงเรียนไม่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใด รับเต็มๆ หากรัฐหยุดจ่ายเงินอุดหนุนเมื่อไร รร.เอกชนเกินครึ่งจะเข้าสู่ภาวะล้มละลาย


      อนาคตเราคนแก่เยอะ แต่เด็กน้อย เราคงไม่สามารถใช้เงินไปกับการศึกษาได้ 20%++ ของ GDP ตลอด ไม่สามารถเลี้ยงบุคลากรในระบบถึง 5 แสนคนได้ แต่เราต้องโยกงบมาทางสาธารณะสุขเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคตอันใกล้นี้ อย่างไรก็ดี ในระบบการเมือง มีกำลังภายในอยู่มาก สิ่งที่ควรจะเป็น กับสิ่งที่เป็นจริงๆ อาจไม่เหมือนกัน


      ครูควรเป็นผู้สร้างอนาคตของชาติ แต่ในปีที่ผ่านมา มีแต่ข่าวครูทำลายอนาคตของชาติทั้งนั้น ที่สำคัญมักเป็นครูอาวุโส มีอายุ มีตำแหน่งสูงๆอีกด้วย หากให้ลงรายละเอียดเพิ่ม มีเพียง 2 ข่าวเท่านั้น ที่เป็นข่าวครูไปในทางที่ดี ที่เหลือแย่หมด และข่าวที่เป็นไปในทางที่ดีนั้น ล้วนเกิดจากครูรุ่นใหม่ๆทั้งสิ้น


      ถ้าตามข่าว น้องจะรู้ว่า ปัจจุบัน มีการขยายการเกษียณอายุราชการเป็น 63 ปี ภายใน 6 ปีนี้ การขยายอายุ มุมนึงก็คือการบรรเทาการขาดแคลนแรงงานจากการที่เด็กเกิดน้อย แต่อีกมุมนึง ก็เป็นการแย่งตำแหน่งงานของเด็กรุ่นใหม่ด้วย อย่าลืมว่าเงินเดือนข้าราชการอาวุโส สามารถจ้างเด็กจบใหม่ได้ 6 คน


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      EDUCU
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จากใจคนที่เรียนครุศาสตร์ ฬ อยู่นะคะ

      อยากให้ลองศึกษาดูก่อน ว่าคณะที่เกี่ยวกับครูในหลายๆ มหาวิทยาลัย มีสาขาที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนรึเปล่า ถ้าไม่มีแน่ๆ คิดว่ายังไงไม่ตรงกับสิ่งที่อยากได้ คำนวนบวกลบคูณหารในหัวดีแล้ว ลองหาข้อมูลต่อค่ะ

      จำนวนคนที่เข้าแข่งขันในการสอบเข้า อัตราคนที่อยู่รอดจนเรียนจบและอัตราครูที่รัฐบาลรับต่อปี (ต้องเป็นครูรัฐบาลเนอะ ถ้าต้องการบำนาญ อัตราจ้างที่แน่นอนและสวัสดิการอื่นๆ) ถ้าศึกษาดูดีๆ หาช่องว่าง ความเสี่ยงตรงนี้ให้เจอ และให้ผู้ปกครองเห็นได้ คิดว่าท่านน่าจะยอมรับทางเลือกอื่นๆ ที่คุณคิดมาดีแล้วค่ะ


      แต่ถ้าผู้ปกครองไม่ยอมรับ และให้เรียนครูจริงๆ สาขาศิลปศึกษายินดีต้อนรับนะคะ ถึงจะไม่ใช่มีเดียอาร์ตก็ตาม :D

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      บุคคลทั่วไป
      Guest IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตัวเองใจเย็นๆก่อนนะคะ เราเชียร์ให้ตัวเองเลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบนะถ้าตัวเองเรียนในสิ่งที่แม่พยายามจะให้เรียนอะเราว่ามันลำบากนะตัวเองลองคิดดูนะถ้าสมมติตัวเองเรียนครูพ่อแม่ตัวเองสบายใจแต่ตัวเองต้องทุกข์เพราะตัวเองไม่ชอบเลยแต่ต้องทนเรียนกับมันไปตั้งห้าปีจบออกมาไม่ได้แปลว่าตัวเองจะได้เป็นครูเลยนะคะ จบออกมาแล้วต้องเป็นอัตราจ้าง ไปสอบเป็นครูบรรจุหรือครูผู้ช่วยอีก ตัวเองลองอธิบายเหตุผลนี้ให้พ่อแม่ฟังดูนะคะ ตัวเองต้องเลือกเรียนที่ตัวเองมีความสุขนะคะ ลองคิดดูดีๆนะคะ เราเป็นกำลังใจตัวเองนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ดดดดดด
      Guest IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อยากเรียนอะไรเรียนเลยครับ ที่บ้านไม่สนับสนุนก็หาเงินเรียนเอง กยศ ขอทุนมหาลัย ทำพาร์ทไทม์ว่ากันไป

      และ คุณต้องแสดงให้เห็นว่า คุณมาถูกทาง ทำเกรดให้ดีๆ หางานนอกทำสะสมโปรไฟล์ของตัวเอง มีการประกวดอะไรให้ลงให้หมด และ เรียนให้จบตามกำหนดหรือจบก่อนกำหนด แล้วหางานบริษัทดีๆ เงินเดือนดีๆ ทำครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พ่อแม่เราอยากให้เราทำงานข้าราชการค่ะ แต่ว่าเราได้รอบพอร์ตคณะอื่นก่อน สุดท้ายพ่อแม่ก็ทำอะไรไม่ได้ เราดันทุรังอยากเรียนในสิ่งที่เรียน


      เป็นข้าราชการไม่ได้แย่นะคะ แต่เราไม่ได้ฝันอยากจะเรียนหรือทำงานตรงนั้นตั้งแต่แรก


      ตอนนี้เลยกลายเป็นเด็กสองสถาบัน

      เรียนมหาลัยปิด (สิ่งที่ชอบ)

      เรียนมหาลัยเปิด นิติศาสตร์ (สิ่งที่เค้าอยากให้เป็น)


      ลองเจรจาดูค่ะ แบบว่าเรียนมีเดียอาร์ตไป จบมาเรียนครูแบบสองปี(ราชภัฏ) แล้วนำสิ่งที่ได้ไปสอนนักเรียน

      วินๆดีค่ะ


      ตอนแรกก็อยากเรียนแนวๆมีเดียอาร์ต กราฟิก มัลติมีเดียแอนิเมชั่น แถวๆนี้เหมือนกัน แต่สุดท้ายมันยังไม่ใช่ ตอนนี้ได้เรียนสารสนเทศแล้วค่ะ สมใจอยากเรียนสุด 555



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ททำแบบเพื่อนเรามั้ยคะ

      ตอนมอต้นแม่ของเพื่อนอยากให้เขาเข้าสายสามัญ แต่เพื่อนเรารู้ตัวเองว่าอยากจะเข้าสายอาชีพจริง คุยกับแม่ยังไงก็ไม่ให้ ตอนม.สามเพื่อนเราเลยเขียนความรู้สึกว่าทำไมอยากเรียนสายอาชีพ ระบายไปให้หมด พยายามเอาข้อดีของอาชีพที่คุณอยากเป็นมาใส่ด้วย เพื่อนเราเขียนไปเกือบ3 หน้า A4 แน่ะ5555555555555 สุดท้ายแม่เพื่อนก็ให้นะ แต่คือเขาไม่ยอมรับเท่าไหร่ ก็ต้องวันที่เราประสบความสำเร็จเขาถึงจะยอมรับน่ะ สู้ๆนะ ขอให้แม่เข้าใจค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Kamelot
      Guest IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้อยากเรียนมากจริงๆแล้วคิดว่าอยู่กับอาชีพนี้ก็ไปหาข้อมูลมาค่ะ ไปหาเหตุผลมาโน้มน้าวคุณแม่ค่ะ ไปหามาว่าถ้าเราเรียนสาขานี้ เราจบไปทำอะไรได้บ้าง เราจบไปจะมีเงินเดือนประมาณเท่าไหร่ เราสามารถเลี้ยงดูตนเองได้ไหม แค่คำว่าชอบหรือไม่ชอบไม่ได้ทำให้คุณแม่มั่นใจได้ว่าลูกจะมีงานทำ มีอนาคตที่ดี คุณต้องแสดงให้เห็นค่ะว่าคุณเรียนสาขาที่คุณชอบนี้แล้วคุณจะประสบความสำเร็จค่ะ คุยกับคุณแม่ดีๆด้วยเหตุผลนะคะ :)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าเป็นเรา เราจะเลือกเรียนในแบบที่อยากเรียนนะ แรกๆเขาอาจจะไม่เขาใจบ้าง เราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็นว่าที่เราเลือกมันไม่ได้แย่นะ เป็นกำลังใจให้นะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Rmamm
      Guest IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เข้าใจความรู้สึกเลยค่ะ เราเรียนวิศวะลาดกระบัง แต่เขาไปเรียนแล้วไม่ไหวจริงๆ ตอนนี้จะซิ่วมาเรียนภาษา ตอนแรกแม่ไม่ให้เลยทะเลาะแรงมาก พอเกรดเทอมแรกเราออก 2.1X แม่เริ่มรู้ตัวว่าเราไม่ชอบจริงๆอ่ะ เลยเปิดใจให้อักษรมากขึ้น ถ้าเค้าบังคับจนถึงที่สุดแล้วก็เข้าไปเรียนเลยค่ะ ทำให้เขาเห็นว่าเราเรียนไม่ได้ สุดท้ายเขาก็จะให้เราเลือกเอง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แม่เราก็อยากให้เราเรียนครูเพราะเป็นอาชีพที่มั่นคงเหมือนกันค่ะ แต่ก็โชคดีที่แม่ไม่ได้บังคับเหมือนแค่เสนอแต่ก็แล้วแต่เราเพราะแกบอกแล้วแต่คนจะเรียนสิ เราบอกแม่ว่าอยากเรียนเภสัชอุตสาหกรรมแต่แม่เราก็บอกว่าเถ้าจะเรียนเภสัชอยากให้เรียนบริบาลมากกว่า เราก็เลยใช้วิธีคุยเรื่องนี้กับแกทุกวันเลยค่ะ ค่อยๆคุยค่อยๆพูด ค่อยๆยกตัวอย่างข้อดีของเภสัชบริบาลให้แกฟัง เอาง่ายๆคือเราขอแม่แทบทุกวันเลยค่ะ จนแม่ใจก่อน(แม่ใจอ่อนแล้ว ต่อมาคือจะติดไหมอีกเรื่องค่ะ TT) ในกรณีของจขกท.เอาจริงเราเชียร์ให้เรียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนนะ ก็เราเป็นคนเรียนอ่ะไม่ใช่แม่เป็นคนเรียน แถมมันจะเป็นอาชีพเราไปตลอดชีวิตเลยนะ ส่วนจะคุยกับแม่ยังไงนี่พูดยากเลยค่ะ เพราะจะเอาวิธีเราไปใช้คงไม่ทันใช่ไหม แต่เราก็แนะนำให้ค่อยๆคุยกับแกนะ หาข้อมูลในสายอาชีพเราดีๆแล้วมาเล่าให้แม่ฟังว่ามันดียังไง พยายามอย่าทะเลาะจะดีที่สุดค่ะ ถ้าแม่เริ่มโกรธแนะนำให้หนีออกมาตั้งหลักก่อน ยังไงก็สู้ๆนะคะเราเอาใจช่วย ขอให้ได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      โอ้โห เป็นเหมือนกันเลยอ่ะ อยากเรียนพวกนี้แหละพวกการวาดงานศิลปะ แต่แม่ให้เป็นครูเหมือนกัน มาเม้นเป็นเพื่อนแกแล้วแง้้้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      อุ้ม
      Guest IP
      #19
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อธิบายเหตุผล ไปเลย เป็นเราก็ประชด(ถึงแม้มันจะไม่ดี)

      ลองนึกดีๆ ถึงแม้คุณจะเรียนครูคุณก็ไม่มีความสุขเพราะไม่ใช่สิ่งที่คุณชอบหรือถนัด เราจะเล่าเหตุการณ์ของลูกพี่ลูกน้องให้ฟังคือเขาอยากเรียน้กี่ยวกับการออกแบบแต่ป้าของเราบอกว่าให้ไปเรียนหมอเพราะตะกูลของเราเขาเรียนหมอกันหมด พอหลายๆวันผ่าน เขาก็เป็นโรคซึมเศร้า เพราะไม่มีความสุข(มั้ง) พอแม่เขาให้เรียนสิ่งที่เขาอยากให้เรียน เขาก็เรื่มหายแล้วตอนนี้เขาเป็นดีไซ์เดอร์แล้ว ควรอธิบายเหตุผลของเราให้ตายไปข้างหนึ่ง อธิบายกับทุกคนเพืาอมันจะเกิดสิ่งที่ดีกับเราบ้าง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      สู่ความเวิ้งว้าง :)
      Guest IP
      #20
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราอยากคุณพูดกับแม่ค่ะ โน้มน้าวใจอม่ ด้วยการเล่าและแสดงให้แม่ว่าทำไมเราถึงเลือกเรียนอันนี้มาก (ย้ำนะว่า มาก) มีข้อดียังไง

      กว่าการเรียนครู เอาแบบมีข้อมูลส่งเสริมนะคะ จับต้องได้ แล้วก็อธิบายแม่ด้วยค่ะ ว่าถ้าได้เรียนแล้วมีแผนชีวิตต่อไปจะทำอะไร ให้แม่เห็นว่าเราไม่ได้คิดเล่นๆ จริงๆจังกับสิ่งที่เลือกไป และจะไม่ทำให้แม่ผิดหวัง เอาให้คุ้มค่าเทอมงี้


      เราเชื่อว่าแม่จะใจอ่อนให้ค่ะ

      เป็นกำลังใจให้นะ เราก็ผ่านมันมาแล้ว

      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 25
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป