/>

ความรู้สึกทางกายและจิตใจ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ตะขาบกัด
สวัสดีค่ะวันนี้ โบว์ จะมาเล่าประสบการ ของการโดนตะขาบกัดค่ะ อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กๆแต่สำหรับโบว์ที่เป็นเด็กอายุ13 คนนึง ที่ไม่ค่อยเล่นอะไรที่ ผาดโผน ไม่เล่นอะไรแรงๆได้นานๆและไม่ค่อยเล่นอะไรที่ผู้ใหญ่ว่า อันตรายทำให้หนูรู้สึกว่า มันจะทำให้ไม่มีภูมิต้านทานในตัวเองรึเปล่า โบว์ก็แอบรู้สึกอยากทำอะไรแบบนั้นนะคะ แต่ตัวเองก็กลัวเหนื่อยกลัวเป็นแผล โบว์ไม่เคยโดนหมากัดแบบเพื่อนๆ ไม่ค่อยหกล้มแผลเหวอะๆแบบเด็กอายุใกล้ๆกันเลย พ่อแม่โบว์บอกว่าก็ดีแล้ว ไม่เจ็บตัวนั่งเฉยๆไม่ต้องไปหาหมอฉีดยา โบว์ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแผลที่รู้สึกเจ็บที่สุด ในชีวิต13 ปีที่ผ่านมา ก็คงเป็นแผลนี้แหล่ะค่ะ แผลโดนตะขาบกัด เวลาโบว์เป็นแผลหรืออะไร โบว์จะทำแผลเองตลอดแต่ ที่ผ่านมาแผลที่โบว์ทำบ่อยคือ แผลแมว แต่ก็ไม่บ่อยสะทีเดียว หลายๆเดือนจะเป็นทีเพราะอากาศร้อน แมวคงเครียด 



วันที่โบว์โดนตะขาบกัด มันเป็นวันเดียวกับที่โดนแมวตะปบ 
ตอนบ่ายสามโมง โบว์เล่นกับลูกแมวของโบว์  โบว์รู้สึก อยากกอดจึงจับแมวตัวนั้นมากอด แต่โบว์โชคร้าย โดนแมวตะปบที่ข้างๆริมฝีปากล่าง โบว์ไม่โกรธแมวหรอกค่ะโบว์รู้ว่าไม่ควรเล่นแบบนี้มันอันตราย อากาศมันร้อนแมวคงหงุดหงิด ก็โอเคร แม่รู้ก็ดุนิดหน่อย (ำำไลน์มาดุ)


หลังจากนั้น ตอน5-6โมงแม่โบว์กลับมาจากที่ทำงาน 
กำลังจะจัดการเตรียมกับข้าวเพื่อ ทานอาหารเย็น ตอนนั้นโบว์เปิดประตูหลังบ้านโดยไม่เปิดไฟ สบกับตอนนั้นฝนตก ทำให้มีอากาศชื้น ร้อนนิดหน่อย 
บ้านโบว์จะมีต้นไม้เยอะเพราะเป็นบ้านพักข้าราชการ
เปิดออกไปโบว์ก็เจอกับสิ่งที่โบว์ไม่คิดว่าโบว์จะโดน
โบว์ก้าวเท้าออกไป ไปเหยียบกับสิ่งมีชีวิตที่โบว์มองไม่เห็น แต่รู้สึกว่ามีขาเยอะๆมันกัดที่นิ้วนางข้างซ้ายของโบว์ โบว์ตกใจมาก กรี้ดออกมาดังลั่น ด้วยความเจ็บปวด โบว์์เจ็บมากเจ็บแบบไม่เคยรู้สึกมาก่อน โบว์กลัว โบว์ร้องไห้ แม่โบว์ก็หงุดหงิด ว่าโบว์ตอนนั้นโบว์ขาดสติ กระโดดเข้ามาในบ้าน นั่งบนโซฟา แม่ด่าว่าโบว์พร้อมกดที่แผล เพื่อบีบให้พิษของสิ่งมีชีวิต ปริศนาออกมาเพื่่อบรรเทา แม่ดุโบว์ว่าทำไมไม่เปิดไฟ ตอนนั้นโบว์ทั้งเจ็บทั้งร้องไห้ แม่พาโบว์รีบขึ้นรถเพื่อไปส่งที่โรงพยาบาล ระหว่างทางโบว์ก็ถูกแม่โบว์์ว่า "ทำไมไม่เปิดไฟ ปกติก็เอาไว้ในบ้านแล้วทำไมวันนี้ต้องออกไป คิดว่าก*สนุกนักหรอ วันๆสร้างแต่เรื่อง"และอย่างอื่นอีกมากมาย โบว์ไม่เข้าใจในตอนนั้น ว่าเห้ยลูกเจ็บอยู่ควรพูดแบบนี้กับเราหรอเราร้องไห้เค้าควรจะบอกว่า ไม่เป็นไรๆสิ ทำไมท่านไม่แสดงความห่วงใยให้เราเลย ท่านไม่รักเราเลยหรอ ความรู้สึกน้อยใจเข้ามาเพิ่ม เมื่อถึงรพ. หมอก็ทำการฉีดยาให้อะไรเสร็จสรรพ โบว์รู้สึกเจ็บปวด โบว์ต้องฉีดยาในส่วนของตะขาบ และในส่วนแมว มันเป็นอะไรที่เหมือนจะเยอะ โบว์ไม่กลัวเข็มเลยไม่เป็นอะไรกับการฉีดยามากนัก สักพักพยาบาลปล่อยโบว์ให้ยา ออกฤทธิ์ โบว์ก็นอนคิด เอ้ะเราออกมาแบบนี้ แมวล่ะจะกินกับข้าวที่แม่ซื้อมามั้ย พ่อรู้แล้วจะยังไง
ตอนนั้นพ่อโบว์อยู่ตปท.  โบว์คิดไปคิดมา ว่าการที่เราเจ็บตัว การที่เรา เป็นแบบนี่มันทำให้คนอื่นเดือดร้อนด้วยนิ่ นี้สินะท่านถึงดุเรา ตอนนี้ความรู้สึกมันวนอยู่ในหัว ความน้อยใจ ความเจ็บปวดของบาดแผล ความหงุดหงิดที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะเรา ตอนนั้นโบว์รู้สึกเหงา ไม่มีใครคุยกับเราเลย ทุกคนในห้องฉุกเฉินปล่อยให้โบว์ทนกับ ความเจ็บ. เพราะรอให้ยาทำงาน โบว์อยากพูดอยากระบาย โบว์เหงา อยากเจอหน้าทุกคน โบว์กลัว โบว์ร้องไห้ มีอะไรแบบนี้ผุดขึ้นมาในหัวมากมายตอนที่โบว์เขียนกระทู้นี้เป็นตอนที่ออกมาจากรพ.อยู่บนเตียงนอนบ้านโบว์แล้ว โบว์รู้สึกผิด พ่อโบว์โทรมาต่อว่า มันยิ่งทำให้คิดว่า เราเจ็บขนาดนี้ยังต้องให้เราเจ็บปวดด้านจิตใจอีกหรอ ทำไมไม่ปลอบเราบ้างเลย ทำไมคำที่จะบอกเราไม่ใช่ ไม่เป็นไรนะลูกหายไวๆ อะไรแบบนี้ ทำไม่ใช่ 






เรื่องนี้อาจจะไม่สอนใครได้หรอกนะคะ 
โบว์แค่จะบอกว่าการที่เราได้รับบาดเจ็บแล้วรู้สึกว่าเจ็บปวดหรือเดือดร้อน ที่สุด อยากให้ลองมองว่าบางสิ่งบางอย่างอาจจะไม่ใช่เราแค่คนเดียวที่เดือดร้อน คนอื่นและคนรอบข้างก็เดือดร้อนเหมือนกัน มองหลายๆด้านนะคะ ^^  
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป