ซ่อน
แสดง

(รีวิว)เส้นทางสู่ครูนาฏศิลป์(ฉบับเด็กซิ่ว) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ครูนาฏศิลป์ #ครู #นาฏศิลป์
    ก่อนอื่นเลย ขอสวัสดีผู้ธำรงศิลปวัฒนธรรมไทยทุกท่าน(เปิดตัวอลังไปไหม555) ขออนุญาตไม่แนะนำตัวละกันเนอะ
เข้าเรื่องเลยดีกว่า คือที่จริงบอกก่อนเลยว่าเราเองนั้นเป็นเด็กซิ่ว และจะมารีวิวประสบการณ์การไปสอบในสถานที่ต่างๆมา(ในทางนาฏศิลป์อ่ะนะ)ซึ่งแต่ละที่ก็มีอะไรที่แตกต่างกันออกไป เลยอยากมารีวิวไว้เผื่อเด็กๆรุ่นต่อไปอยากได้เป็นแนวทางในการตัดสินใจ หากผิดพลาดในประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยเด้อ เกริ่นมาเยอะไม่เข้าเรื่องสักที5555 เข้าเรื่องจริงๆแล้ว เริ่มที่แรกเลยละกัน
นาฏศิลป์สวนสุนันทา (มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา) หลักสูตร 4 ปี (ศิลปกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาศิลปการแสดง (นาฏศิลป์ไทย) )
ที่นี่เป็นที่แรกที่ได้ไปลองสอบมา ซึงรอบที่ไปสอบมานั้นคือรอบยื่นพอร์ตรอบแรกเลย คนไปสอบเยอะมากกกกกกก และจากการสังเกตสังกาอาราเล่มา พบว่ามีทั้งเด็ก61 และเด็กซิ่วมากมายหลายอัตราทีเดียวเชียว ด้วยที่เป็นรอบยื่นพอร์ตจึงไม่มีการสอบขอเขียน ก็ลดความกดดันได้ในระดับหนึ่ง(จริงหรอ555) ในการสอบก็จะให้เราสอบปฏิบัติเลย โดยจะแบ่งเป็นรอบเพลงบังคับ คือเพลงแม่บทเล็ก และเพลถนัดที่เราเตรียมไปเอง ซึ่งเพลงถนัดนี้เราเตรียมเพลงอะไรไปก็ได้นะ (ส่วนตัวข้าพเจ้าเตรียมเพงพื้นเมืองอีสานไป) โดยรอบแรก(เพลงบังคับ) จะมีรุ่นพี่เรียกเราเข้าห้องสอบประมาณครั้งละ 10คนได้ (ถ้าจำไม่ผิดนะ) แยกพระ5 นาง5 เข้าไปก็แนะนำตัว(รุ่นพี่จะบอกรายละเอียดในส่วนนั้นเด้อ) แล้วเราก็เตรียมตัวรำได้เลย ซึ่งรำแค่ประมาณ 1 ท่อนของเพลงแม่บทเล็ก (สติก็ต้องมา) อย่าเผลอหลุดเด็ดขาด สำหรับคนที่รำไม่ได้ในกรณีนี้ก็มีนะ ครูก็ให้ยืนดูเพื่อนเฉยๆ แนะนำว่าถ้าพอรำได้ให้ลองพยายามดูถูๆไถแอบลอกเพื่อนบ้างก็ได้555 เพราะเราว่ามันน่าจะมีส่วนในเรื่องของคะแนนด้วย พอรำเสร็จเราก็กลับไปเตรียมตัวสำหรับเพลงถนัด ในเพลงถนัดนี้มีมากโข พี่ๆจะแบ่งออกเป็นกลุ่มๆว่าใครรำเพลงอะไรบ้าง ใครรำเพลงเดียวกันก็อยู่ด้วยกัน สำหรับใครที่เลือกเพลงมาแบบเดี่ยวๆใสๆไม่ต้องกลัว เพราะเราเองก็เป็นเช่นนั้น555 แนะนำว่าเอาเพลงที่ถนัดจริงๆ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเป็นระบำมาตรฐาน เพราะเราไม่ค่อยแม่นระบำมาตรฐานเลยเลือกเพลงพื้นเมืองที่ถนัดกว่าไป บางคนเป็นการแสดงแบบนาฏศิลป์สร้างสรรค์เลยก็มีนะ หรือบางคนจัดโขนยกรบมาเลยจ้า แต่ก็อย่าได้หวั่นใจไปเลยหนาออเจ้า เลือกเอาเพลงที่ออเจ้าถนัดเถิดจักเป็นการดี เมื่อถึงการสอบในรอบเพลงถนัด พี่ๆก็จะมาเรียอกเราไปสอบตามลำดับ พอเข้าไปก็ไหว้ครูให้เรียบร้อย แนะนำเพลง แล้วก็จัดไปเลยจ้า รำไปให้สุดฝีมือที่มีอยู่ บางคนก็ได้รำนิดเดียว บางคนก็รำจนจบเพลงเลยก็มีนะ เราได้รำแค่ท่อนเกริ่น(โหจารรรรรย์อ่ะ) พอเสร็จรอบสอง ยังมีรอบสามอีกจ้า (ยังไม่หมดนะจ๊ะ) รอบนี้รอบสุดท้ายท้ายสุดแล้ว คือการสัมภาษณ์ ซึ่งที่นี่จะแตกต่างกว่าที่อื่นคือก่อนที่อาจารย์จะสัมภาษณ์เรา จะมีบทความภาษาอังกฤษและภาษาไทยให้อ่าน เป็นบทความง่ายๆไม่ยากเลย (บทความภาษาอังกฤษเหมือนเป็นเพลงเด็กอนุบาลอะไรสักอย่างนะ) ไม่ยากๆ แต่ถามว่ามีอ่านผิดไหมเราก็ผิดไปเยอะเหมือนกัน(ก็มันตื่นเต้น5555) พออ่านเสร็จอาจารย์ก็จะถามคำถามทั่วไป ว่าทำไมถึงอนากเรียนที่นี้ บลาๆไป แล้วก็ดูผลงานเราไป พอเสร็จแล้วก็กลับบ้านได้ ผลในกาศึกครั้งนี้ไม่รู้ว่า อาจารย์ใจดีหรือแต้มบุญสูง ผลคือติดจ้าาาาาา ได้แบบงงๆเลยที่เดียวเชียว 55555 เกือบลืมไปเลยว่าสำหรับลูกสาวทั้งหลายรุ่นพี่เค้าฝากบอกมาว่าในตอนปฏบัติและสัมภาษณ์ห้ามสาวแตกเป็นเด็กขาด ฮึบๆไว้แมนๆไว้ก่อนนะ555
สำหรับที่ต่อมายังอยู่ในรอบยื่นพอร์ตรอบแรกเช่นกัน ที่แห่งนี้คือ...คือ......
ครูนาฏศิลป์บ้านสมเด็จ (มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา) หลักสูตร 5 ปี (ครุศาสตร์บัณฑิต สาขานาฏยศิลป์)
และที่ต่อมาคือที่แห่งนี้นี่เองงงงง ระยะสอบห่างกันไม่มานักประมาณ 1 อาทิตย์หลังจากนั้นได้ ขอบอกก่อนเลยว่าที่นี่สอบเสร็จเร็วมว๊ากกกกก เนื่องจากแบ่งการสอบเป็นสองวันตามลำดับที่ ในส่วนของข้าพเจ้านั้น ได้สอบวันที่สองจ้า สอบที่นี่จะต่างจากสวนสุนันทาคือ ที่นี่จะสอบรวมกันทุกคณะในห้องประชุม!!! โดยแต่ละคณะจะอยู่แต่งละฝั่งแต่ละมุมของห้องประชุม แล้วนักเรียนที่เข้าไปสอบก็ไปนั่งรอตามมุมแต่ละคณะของตัวเอง สำหรับที่นี่ในรอบแรกนี้ Noโจง Noเพลง ฉีกกฎในการสอบสัมภาษนาฏศิลป์555 (อาจจะด้วยคนเยอะมาก และเวลามีจำกัด) แต่ส่วนตัวเราชอบนะ เสร็จเร็วมากอ่ะ คือไปสอบเช้าไม่เกินเที่ยงได้กลับ (เราอยู่ประมาณลำดับ 60++) เข้าสูสาระเลยละกัน อย่างที่บอกไปในตอนต้นว่า เราต้องไปนั่งรอตามคณะ ซึ่งอาจารย์จะนั่งหันหลังตรงหน้าเราเลย และเราจะเห็นทุกสิ่งอันที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าอย่างแจ่มแจ้ง555 (สร้างความกดดันได้ดีเลยทีเดียวcrying) เมื่อถึงเวลาของเรา ขอให้มั่นใจ อาจารย์จะเริ่มสัมภาษณ์ก่อน โดยห้แนะนำตัว บลาๆ แล้วก็ถามคำถามทั่วไปว่าทำไมอยากเรียนที่นี่ บลาๆ (ในกรณีที่เป็นเด็กซิ่วสำหรับเราเราว่าอย่าเพิ่งเฉลยตัวออกไปนะ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามแต่เพราะเราเองด้วยความที่เด๋มากๆและเบื้อสุดๆ รวมๆคือโง่นั่นแหละ555 เราว่ามันไม่เป็นผลดีต่อตัวเราเองสักเท่าไหร่) อาจจะมีคำถามประมาณว่า ถ้าไม่ติดจะทำยังไง เรียนหนักนะจะไหวไหม ขอให้แสดงความประสงค์อันแรงกล้าของเราออกไปอย่างเต็มที่ เสร็จแล้ว อาจารย์ก็จะให้รำให้ดูนิดหน่อยรำท่าอะไรก็ได้ ในส่วนนี้ขอแนะนำว่าให้เป็นรำไทยที่เป็นท่ามาตรฐานดีกว่า เอาเป็นท่าในแม่บทเล็กก็ได้ แต่เราเอาท่าในเพลงพื้นเมืองไป หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรนะ กลับบ้านได้เลย ในศึกครั้งนี้ ตายหยังเขียด5555 ไม่ติดจ้า นกกระจอกเทศไปเลยcrying (แต่ขอแนะนำว่าที่นี่อาจจะเน้นในทางรำมาตรฐานเสียส่วนใหญ่ฉะนั้นแล้วเตรียมตัวดีๆเด้อ)

ในสถานที่ต่อมา คะคะคะคะคะคือ......
วิทยาลัยนาฏศิลป์ลพบุรี หลักสูตร 5 ปี (ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ไทยศึกษา)
ขอออกตัวก่อนเลยว่าไม่ใช่คนลพบุรี และไม่ใช่คนในจังหวัดใกล้เคียงใดๆเลย5555 และสาเหตุที่ไปสอบที่ลพบุรีคือ ครูที่ไปเรียนรำด้วยแนะนำมา คือส่วนตัวเราอยากไปสอบที่ วิทยาลัยนาฏศิลป์ ศาลายา เพราะว่าใกล้บ้าน แต่ครูเค้าแนะนำให้ไปสอบที่ต่างจังหวัดเพราะมีโอกาสได้มากกว่า เราก็ลังเลใจอยู่นานแต่สุดท้ายก็ไปสอบ คือไปแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่ อะไรเลย แบบเด๋อมาก555 และด้วยความที่เป็นวิทยาลัยนาฏศิลป์เด็กวิทยาลัยนาฏศิลป์ก็จะเยอะหน่อย แทบจะเป็น 80% ในห้องสอบเลยก็ว่าได้ แต่ในกรุงเทพเราว่าน่าจะพอๆกัน การสอบจะเป็นสองวัน วันแรกสอบข้อเขียนภาคเช้า ส่วนภาคบ่ายจะเป็นการสอบปฏิบัติ และวันที่สองจะเป็นการสอบสัมภาษณ์ เริ่มต้นที่วันแรก สอบข้อเขียน ขบอกก่อนเลยว่าอย่าได้กังวลไปเลยหนาออเจ้าข้อสอบไม่ได้ยากมากเป็นข้อสอบเกี่ยวกับวิชาชีพครูทั่วไป คล้ายๆ PAT5 แต่ง่ายกว่าเยอะมว๊ากกกกกกกก มีคณิตนิดหน่อยไม่ยากเท่าไหร่ (เราไม่ค่อยเก่งคณิตยังพอทำได้เลย) และก็มีความรู้รอบตัวด้วย ประมาณว่า สถานที่นี้อยู่ในจังหวัดใด อะไรประมาณนี้ ลืมบอกไปว่าข้อสอบในเครือของสถบัณบันฑิตพัฒนศิลป์ เป็นข้อสอบชุดเดียวกันทั้งหมดทั้งของส่วนกลางและห้องเรียนเครือข่าย(หรือวิทยาลัยนาฏศิลป์นั่นเอง) และทุกที่สอบวันเดียวกันด้วย หลังจากสอบเสร็จก็เป็นช่วงพักเที่ยงและเตรียมตัวสอบปฏิบัติ ซึ่งที่นี่ก็จะแตกต่างจากที่อื่นคือ ในหลักสูตรของวิทยาลัยนาฏศิลป์ จะแบ่งสาขาต่างจากมหาวิทยาลัยคือจะแบ่งเป็นผู้ชาย สาขาโขน พระ ยักษ์ ลิง และผู้หญิง สาขาละคร พระ นาง ซึ่งตอนสอบเราต้องเลือกตามนี้ ในส่วนของเราซึ่งเป็นชายชาตรี (หราาาา5555)เราเลือกโขนพระไป แต่ก็มีคำบอกเล่าจากรุ่นพี่มาว่า หากเราได้รับคัดเลือกเข้าไปแล้วอาจจะไม่ได้เรียนตรงตามที่เลือกไปเพราะครูจะดูความเหมาะสมตามสัดส่วนของเราอีกที แต่ถามว่าเรียนต่างกันไหม จากการไปอ่านรายละเอียดวิชาเรียนมาก็คือเรียนเหมือนกันทุกอย่างนะ แต่ตะมีประมาณ 4-5 วิชาที่ต้องเรียนตามสาขาวิชาเอกของตัวเอง เมื่อถึงรอบปฏิบัติที่แห่งนี้ก็จะแตกต่างจากที่อื่นไปอีกคือ เพลงที่ใช้ปฏิบัติ กำหนดเป็นเพลง หน้าพาทย์ และระบำมาตรฐาน (เอาแล้ววววว ไม่ได้ต่อหน้าพาทย์มาcrying) แต่อย่าได้ตระหนกไปเลยหนา เพราะครูที่วิทยาลัยใจดี โดยครูจะแบ่งเป็นเด็กสามัญ และเด็กของวิทยาลัย และกรสอบก็จะต่างกัน คือด้วยความที่โรงเรียนเราไม่มีครูนาฏศิลป์ในช่วงนั้นและอีกอย่างคือเพลงหน้าพาทย์เป็นเพลงชั้นสูงเราจึงไม่ได้ต่อเพลงหน้าพาทย์เลย เลยไปแบบตามมีตามเกิดคือ เอาแม่บท และระบำเทพบันเทิงไปสอบในการสอบจะมีพี่ๆมาเรียกตัวเข้าไปประมาณ 3-4 คน ได้ ถ้าเป็นเด็กวิทยาลัยนาฏศิลป์เพลงหน้าพาทย์จะจับสลากสอบ แต่เด็กสามัญอย่างเราๆครูจะให้รำเพลงที่เตรียมมาซึ่งแนะนำว่าเอาระบำมาตรฐานหรือรำไทยไปน่าจะดีกว่า และอีกอย่างคือที่นี่จะดูการรำค่อนข้างเยอะกว่าที่อื่น สอบปฏิบัตินี่คือรำจนเกือบจบเพลงเลย ถามว่ารำผิดเป็นอะไรไหม เรานี่ผิดค่อนข้างเยอะ แต่ครูใจดีนะไม่ได้ว่าแต่จะถามตัวเราเองว่าคิดว่ารำถูกไหม5555 (ก็ผิดไปเลยละครับ555) และที่สำคัญอีกอย่างคือ การแต่งกาย การนุ่งโจงต้องเรียบร้อย การนั่งอะไรพวกนี้ต้องเรียนร้อยนะ เพราะที่วิทยาลัยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก (เราว่าที่จริงก็ทุกที่นะ เรียบร้อยไว้เถิดจะเกิดผล) วันที่สองเข้ามาถึง วันนี้สบาย(หรอ5555) ในระดับหนึ่งแหละ แต่สอบสัมภาษณ์อาจจะนานหน่อย อันนี้เราว่าอาจจะเป็นเพราะเราเป็นเด็กซิ่วแถมยังมาต่างถิ่นด้วยมั้งคำถามเลยเยอะหน่อย คำถามก็ทั่วไปเหมือนๆกับสองที่ที่ผ่านมา แต่อาจจะมีคำถามประมาณว่ารูไหมว่าเพลงที่เอามาสอบ(ระบำเทพบันเทิง) มาจากวรรณคดีเรื่องอะไร ประมาณนี้ด้วยครูอาจจะสัมภาษณ์ดูโหดนะแต่สัมผัสได้แหละว่าครูเค้าใจดี (จริงๆนะ5555) ผลการรบทัพจับศึกครั้งนี้สรุปแว้ แฮ่ สรุปว่าได้จ้า (ก็บอกแล้วว่าครูเค้าใจดี) คหสต.นะ เราว่าอาจจะเพราะอยู่ต่างจังหวัดด้วยการแข่งขันเลยไม่สูงมาก แต่ถ้าเป็นที่ศาลายา หรือสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เราคงไม่น่ารอด555
แต่การผจญภัยยังไม่จบแค่นี้ และที่ที่เรารอคอยมาแรมก็มาถึง...
ครูนาฏศิลป์ มศว (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) หลักสูตร 5 ปี (ศึกษาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย)
ขอออกตัวเลยว่าชอบและรักที่นี่มาก และการที่ตัดสินใจซิ่วก็เพราะที่นี่เลย เพราะก่อนหน้านี้เคยมาสอบแต่ก็ผิดหวังไป ปีนี้จึงตั้งใจกลับมาพิชิตที่นี่อีกครั้ง ด้วยปณิธานอันแรงกล้า เราเคยสอบมั้งในระบบเก่า(เด็ก60) และระบบTCAS ในส่วนระบบTCAS นี้ครูนาฏศิลป์ เปิดรับเฉพาะรอบสองเด้อ มีครั้งเดียวในหนึ่งปี เช่นเดียวกับระบบเดิม สัดส่วนคะแนนที่ใช้คือ GAT PAT5 และ 9 วิชาภาษาอังกฤษ การสอบจะมีสองรอบคือ การสอบข้อเขียน(ที่จริงก็เป็นแบบช้อยส์ตัวเลือกนะ555) และการสอบปฏิบัติ ในการสอบข้อเขียนในระบบเก่า จะมีการสอบวิชาทั่วไป(คณิต สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ) และการสอบวิชาทฤษฎีทางนาฏศิลป์ (ซึ่งเด็ดมาก คือเราชอบ555) ปีที่แล้วที่สอบในระบบเก่าลืมจำแนวข้อสอบมาเลยไม่ได้มารีวิว แต่ปีนี้เวลาเหลือเลยจำมาเลยจ้าข้อสอบทฤษฎีทางนาฏศิลป์ทั้งสองปีไม่ค่อยแตกต่างกันมากเท่าไหร่คือเนื้อหาจะออกทุกอย่างเกี่ยวกับนาฏศิลป์ทั้งนาฏศิลป์ไทย และพิ้นเมือง พิธีกรรมที่สำคัญทางนาฏศิลป์ แนวข้อสอบที่พอจำได้ เช่น การละเล่นของหลวง(เพิ่งจะออกปีนี้นะ เป็นบทร้องประกอบการแสดงถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นกุลาตีไม้) แนะนำว่าต้องไปอ่านมาเพราะถ้าไม่อ่านคือไม่ได้เลย และข้อสอบออกง่ายและตรงเผงสุดๆ การไหว้ครู ครอบครูทางนาฏศิลป์ การวางเศียรครูเทพในการไหว้ครู (อันนี้ออกทั้งสองปีที่สอบมาเลย)ลักษณะของหัวโขน ซึ่งอาจจะมีบทประพันธ์ให้เราอ่านและตีความว่าเป็นหัวโขนหรือหัวเศียรของเทพเจ้าองค์ใด (ไม่ต้องกลัวว่าจะจำไม่ได้ คือมันพอๆเดาได้ และออกไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่ถ้าจำได้ก็จะดีมาก) เรื่องต่อมาคือรายละเอียดเกี่ยวกับโขนละคร พวก เครื่องแต่งกายโขนละคร พวกระบำต่างๆ เช่นระบำเทพบันเทิง มาจากวรรณคดีเรื่องอะไร (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเรื่องอิเหนา ตอนลมหอบ)(อันนี้ข้อสอบจริงเลยจ้า) ประมาณนี้ การพากย์โขนประเภทต่างๆ ลักษณะการพากย์ประเภทต่างๆ โขนพระราชทาน (อันนี้น่าจะออกทุกปี ไม่มากก็น้อย ปี 60 ออก 4-5 ข้อได้ ปี61 จำไม่ค่อยได้555ประมาณ 2-3ข้อมั้งนะ) สำคัญมาก เป็นข้อปาคะแนนใส่หน้าจังๆเลย คือถามว่าปี...แสดงโขนตอนอะไร ท่องได้แนะนำให้ท่องนะ ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่
#แถมนิดหน่อย
โขนพระราชทาน
ปี 50 ชุดศึกอินทรชิต ตอนพรหมมาศ
ปี 52 ชุดศึกอินทรชิต ตอนพรหมมาศ

ปี 53 ตอน นางลอย
ปี 54 ตอน ศึกไมยราพณ์
ปี 55 ตอน จองถนน
ปี 56 ชุดศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์
ปี 57 ชุดศึกอินทรชิต ตอนนาคบาศ
ปี 58 ชุดศึกอินทรชิต ตอนพรหมาศ
ปี 59 ตอน พิเภกสวามิภักดิ์
และจะมีเรื่องของรำ และระบำ ประมาณว่า ประเภทของการรำ อะไรทำนองนี้ การละครของไทยยุครุ่งเรืององนาฏศิลป์และการละครไทย นาฏศิลป์ในรัชสมัยต่างๆ วรรณคดีที่ใช้ประกอบการแสดงทางนาฏศิลป์ การแสดงพื้นเมืองแบบที่เป็นพื้นเมืองจริงๆ เช่น การแสดง...เป็นการแสดงของภาคไหน ประมาณนี้ (อันนี้พอเดาทางได้ ไม่ยากเท่าไหร่) แต่มีที่ต้องระวังนิดหน่อย อันนี้เท่าที่สอบมาออกทั้งสองปีคือ รำเหย่ย ตัวเลือกตัวร้าย รำเหย่ยเป็นการแสดงของภาคกลางเด้อ(อันนี้ไม่ชัวร์ว่าเป็นของจังหวัดอะไร แต่ถ้าจำไม่ผิด(อีกแล้ววว555) น่าจะเป็นการแสดงพื้นเมืองของชาวเมืองกาญจนบุรี) และสุดท้ายที่พอจำแนวข้อสอบได้คือศิลปินแห่งชาติ แต่จำไม่ได้ว่าข้อสอบออกประมาณไหน แต่แนะนำให้อ่านไว้นะ มีประโยชน์มากๆ ส่วนที่นอกเหนือจากนี้ก็อาจจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับทางนาฏศิลป์ ซึ่งบางข้อออกง่ายจนตกใจ บางข้อก็มึนตึบ แต่โดยส่วนมากที่ได้สอบมาสองปีออกเนื้อหาประมาณนี้เลยนะ
ในการสอบในระบบTCAS นี้ใช้เวลาไม่เยอะนะเสร็จเร็วมากแบบไม่รู้ตัว คือในปีที่แล้วจะมีสอบวิชาทั่วไปแบบที่เคยบอกไป แต่ปีนี้สอบแค่ทฤษฎี ไม่เกิน 1 ชั่วโมงเสร็จก็รอลุ้นผลกันไป หลังจากผ่านข้อเขียนสิ่งที่ต้องเตรียมตัวต่อมาคือการสอบปฏิบัติ ที่นี่รุ่นพี่น่ารัก อาจารย์ก็น่ารักเหมือนกัน(แต่อาจจะโหดหน่อยตอนสัมภาษณ์555) วันสัมภาษณ์ก็คล้ายๆกับที่อื่นแต่ที่ มศว จะสอบสัมภาษณ์และสอบปฏิบัติพร้อมกัน โดยจะให้เข้าห้องไปทีละคน ซึ่งห้องกว้างมาก(ก็ห้องซ้อมรำอะเนอะ555)อาจจะหวิวๆนิดหน่อย อาจารย์ทั้ง 5 ท่านจะประจันหน้ากับเรา(ไม่ขนาดนั้นมั้ง5555) พอเข้าไปแนะนำตัวแล้วก็แนะนำเพลงที่เอามาสอบ (ในะเบียบการบอกว่าให้เตรียมแม่บทเล็กกับระบำมาตรฐานอีกหนึ่งเพลง) แต่ในสถานการณ์จริง อาจารย์จะให้เลือกสอบแค่หนึ่งเพลง ในส่วนนี้คือสตงสติก็ต้องมาห้ามเผลอเด็ดขาดและอย่าเกร็งอย่าเครียดจนเกินไป เพราะเพลงที่เราเลือกจะถูกเปิดสุ่มขึ้นมา 1 ท่อน ซึ่งเราจะไม่รู้มาก่อน(ให้คุกกี้ทำนายกัน) รำแค่หนึ่งท่อน บางคนก็อาจจะได้รำยาวหน่อยแต่ส่วนมากก็ไม่เกินนี้ พอรำเสร็จก็็จะเข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์ สติยังคงต้องมาเหมทอนเดิม และขอบอไว้อรกครั้งว่าถ้าเป็นเด็กซิ่วหากอาจารย์ไม่ถามก็ไม่ควรบอกว่าตัวเองเป็นเด็กซิ่ว เพราะเราดนพูดออกไปโดยไม่คิดเลยโดนหนักเลย5555 อาจารย์ก็จะถามคำถามทั่วไป ทำไมอยากเรียนที่นี่ บลาๆ อาจจะมีแบบ ถ้าไม่ติดแล้วจะทำยังไง (โดนทั้งสองปีเลย555) มีความสามารถอย่างอื่นอีกไหมนอกจากการรำ (ถึงตอนนี้งัดเอาความสามารถที่มีอยู่ออกมาให้หมด ทำอะไรได้อย่าอายใส่ให้เต็มที่เลย) และสิ่งที่สำคัญคือที่ีนี่จะให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก เพราะหากอาจารย์รู้ว่าที่บ้านไม่โอเคคือหมดสิทธิ์เลย ถึงแม้เราจะพยายามอธิบายก็ไม่เป็นผล และที่สำคัญระมัดระวังคำพูดดีๆ(อันนี้สำคัญมากๆ) ต้องมีสติทุกคำที่พูด ถึงตอนนี้น่าจะเดาได้ว่า ศึกใหญ่ในครั้งนี้เราตายในสนามรบอย่างแท้ทรูcryingcryingcrying ร้องไห้หนักมาก แต่เราก็ยังรักและศรัทธาที่นี่อยู่เหมือนเดิมheart สำหรับน้องรุ่นต่อไปที่อยากจะเข้ามาเรียนที่นี่ แนะนำก่อนเลยว่าให้เตรียมตัวดีๆอย่าตื่นเต้นอย่ากดดันเพราะโอกาสมีไม่เยอะ เรารู้สึกผิดมากๆที่พยายามถึงสองครั้งแล้วกลับไม่เป็นผลแถมครั้งล่าสุดกับพูดไปด้วยความคิดน้อย เลยไม่ประสบผลสำเร็จตามที่หวัง แต่อย่างน้อยก็ขอเป็นกำลังใจให้ว่าที่ครูนาฏศิลป์ทุกคน ที่จะเป็นเสาหลักในการสืบสานวัฒนธรรมของชาติต่อไป ทั้งคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่กำลังพยายาม หรือคนที่อาจจะผิดหวังแบบเรา ขออย่ายอมแพ้หรือหยุดความพยายามนะ วันนี้เราอาจจะไม่พร้อมด้วยปัจจัยอะไรก็แล้วแต่แต่ไม่ใช่ว่าเราจะประสบความสำเร็จทางด้านนี้ในวันข้างหน้าไม่ได้ ไม่มีอะไรสำคัญกว่าความพยายามและความตั้งใจ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะจิ๊ heart
ปล.สำหรับใครที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมอะไรสอบถามมาได้เน้อ
ปล2.เรามีสรุปในเรื่องของรำระบำและละครนิดหน่อยนะเผื่ออยากเอาไว้อ่านติดต่อมาขอได้เด้อ
ปล3.เนื้อหาหากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ปล4.อาจจะยาวไปหน่อยต้องขออภัยมณีอย่างสูง เพิ่งเคยเขียนรีวิวเป็นกระทู้แรก555
ปล5.หวังว่ากระทู้นี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยมาก555 ที่มารีวิวเพราะกระทู้เกี่ยวกับการสอบนาฏศิลป์หาอ่านค่อนข้างยากเลยอยากฝากไว้เผื่อเป็นอนุสรณ์แก่คนรุ่นหลังสืบไป(เว่อร์ไปอี๊กกกกกก5555)




 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

9 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป