ซ่อน
แสดง

(รีวิว) สอบติดแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แบบไม่เรียนพิเศษตลอดชีวิต ~ dek62 - dek 99 ต้องอ่านค่ะ!! [ยินดีให้แชร์]

วิว
#tcas #dek62 #รีวิว #ไม่เรียนพิเศษ #แพทยศาสตร์

สวัสดีค่ะ เราคือ dek61 ที่น้องๆตามกันมาจากทวิตเตอร์ (ใช่ คนนั้นนั่นแหละ//แล้วใครล่ะ) ยินดีที่ได้รู้จักน้า วันนี้เราจะมารีวิววิธีเตรียมตัวเพื่อสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ของพี่เอง ขอบอกว่าเลยว่าวิธีของพี่นั้นแปลกและชิลล์ผิดปกติจากคนอื่นๆมาก และไม่สามารถยืนยันได้100% ว่าจะได้ผลกับคนอื่นหรือไม่ ตอนแรกเลยชั่งใจว่าจะเขียนหรือไม่เขียนดี สรุปตอนนี้พี่เลือกจะเขียนเพราะอยากเป็นกำลังใจให้น้องที่ไม่ได้เรียนพิเศษหรือมีวิธีเรียนแบบชิลล์ๆ ไม่หักโหมเหมือนคนอื่น รวมถึงน้องๆที่อยากได้วิธีเรียนใหม่ๆไว้ปรับใช้กับตัวเอง และมาถึงวันนี้พี่คิดว่าหากน้องๆที่รู้ตัวว่าต้องเรียนหนัก แต่เครียดและรับไม่ไหว ถ้าได้ลองอ่านกระทู้นี้ดูน้องจะสามารถหาจุดที่เป็นตรงกลางของน้องได้แน่นอน เริ่มกันเลย

สิ่งที่น้องต้องมีก่อนสอบ และเป็นสิ่งที่ทำให้พี่มาถึงตรงนี้ได้แบบไม่เหนื่อยมาก
 

ร่างกายที่แข็งแรง ไม่ใช่ยกรถได้นะน้อง แค่ไม่เจ็บป่วยช่วงสอบพอ

ความฝันและจุดมุ่งหมาย น้องควรจะเจอมันก่อนปิดเทอมขึ้นม.6 และมันต้องอยู่บนความเป็นไปได้นะคะ

การวางแผนที่รัดกุม น้องต้องรู้ว่าคณะที่น้องจะเข้าต้องสอบอะไรบ้าง สถานการณ์การแข่งขันเป็นอย่างไร และจัดตารางชีวิตตามนั้น

ความรู้ที่เพียงพอ

กำลังใจ

วินัยในตัวเอง อันนี้ไม่มีไม่ได้จริงๆ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้พี่รู้สึกว่าตัวเองเรียนสู้คนที่เค้าเรียนหนักๆได้

อันนี้เป็นปัจจัยที่พี่มี จะได้เข้าใจธรรมชาติของพี่ก่อนอ่านเนอะ 

ปัจจัยของพี่

มีคนบอกว่าพี่หัวไวมาก เรียนรอบเดียวก็เข้าใจแล้ว อันนี้ถามเพื่อนพี่ได้ แต่….

พี่โคตรรรรรรขี้เกียจและจน สุดๆอะหาตัวจับยาก เหมือนพระเจ้าให้สมองมาแต่ไม่ให้โมติเวชั่นกับเงินมา และท่าทางพี่ไม่ค่อยสำนึกด้วย55

แต่พี่มีวินัยและเจ้าแผนการมากกกกก เป็นคนจริตแปลกๆ เวลามีกฎจะเป๊ะมาก พอไม่มีคือเหลวแหลก ไม่มีใครเรียนดีโดยไม่ทำอะไรจริงๆ

พี่เรียนโรงเรียนที่สอนยากอันดับต้นๆของประเทศมาตลอด อนุบาลสุธีธร (เด็กแข่งจะรู้จักดี) สาธิตปทุมวัน แล้วก็ เตรียมอุดม

รูทีนทั่วไปที่น้องควรทำในการเรียน

1. เตรียมตัวก่อนเรียนเสมอ ก่อนน้องๆจะเปิดเทอมน้องควรทำความเข้าใจเนื้อหาที่จะเรียนก่อน ไม่ต้องเข้าใจ 100% ก็ได้ แค่รู้ว่าความจริงเรื่องที่เราเรียนมันพูดถึงอะไร ต้องรู้อะไรบ้าง มันยากไหม ถ้ามันยาก ไม่เข้าใจจริงๆ ต้องลงเรียนพิเศษอะไรบ้าง ที่ไหนบ้าง พี่ก็มีวิธีการเตรียมตัวก่อนเรียนของพี่มานำเสนอ คืออย่างแรกพี่จะดูหลักสูตรก่อนว่าเรียนอะไรบ้าง วิชาอะไร จากนั้นถ้าไม่มีหนังสือก็ไปซื้อหนังสือพวกสรุปเนื้อหาแล้วก็แบบฝึกหัด  เสร็จแล้วพี่จะมาเปิดๆดูว่าเรื่องมันเกี่ยวกับอะไรบ้างแล้วก็จัดตารางเรียนตอนปิดเทอม โดยพี่จะเรียนจากคลิปตามยูทูป พวกออมสคูลไม่ก็พวกติวเตอร์ต่างๆที่ใจดีอัดคลิปสอนเป็นวิทยาทานให้ ปกติวิชาที่พี่จะเรียนตอนปิดเทอมก็คือวิชาที่พี่ไม่ถนัดอะแหละ ก็คือ เลข ฟิสิกส์ เคมี ตอนปิดเทอมม.4 ขึ้นม.5 หรือช่วงปิดเทอมเล็ก ที่ไม่ใช่ปิดเทอมเล็ก ม.6 พี่ก็จัดตารางเรียนเป็น 4 ชั่วโมงต่อวัน วันละวิชา ไล่ไปเรื่อยๆ ถ้าน้องกลัวจะมีบางวิชาไม่ได้เตรียมตัวก่อนเพราะเวลาไม่พอ ก็จัดเป็นวันละ 2 วิชาก็ได้ พอปิดเทอม ม.5 – ม.6 พี่ก็เพิ่มเวลาเป็น 6 ชั่วโมง ปิดเทอมเล็ก ม.6 ก็ 6 – 8 ชั่วโมง  สังเกตได้ว่าต่อวันนี่มันไม่ได้เยอะอะไรเลย ปกติแค่ 4 เอง พี่มีเวลาทำงานอดิเรกได้เยอะมากเลย พอจะสอบก็ต้องปรับให้มากขึ้น ค่อยๆปรับไปทีละนิดเดี๋ยวก็ชินไปเอง

ตัวอย่างหนังสือที่พี่ใช้

คณิตศาสตร์

ฟิสิกส์

เนื้อหาและโจทย์

เคมี

ชีวะ

สังคม

ภาษาอังกฤษ

Link ตัวอย่างคลิปสอนออนไลน์ที่พี่ใช้

คณิตศาสตร์

บทเรียนคณิตศาสตร์ (คลิปยาวมาก แต่สอนเข้าใจสุดๆเลย)

https://www.youtube.com/channel/UCtT60ezuvy72JBDbgKthykw

ฟิสิกส์

บทเรียน และโจทย์ต่างๆ

https://www.youtube.com/user/physicskoake

https://www.youtube.com/watch?v=kSf_962XvG0&list=PL_iRSc0r8KOot5OBXDEwkxi5KEqYBQxun

เคมี

บทเรียนเคมี

https://www.youtube.com/watch?v=ukzydIyRsuE&list=PLRTCpiAcZ3xRpXYGV0i5ydbjanb2TxAjc

เฉลยโจทย์ 9 วิชาสามัญ

https://www.youtube.com/channel/UCHoubz8LU5o4xcHw2D4wMbA

รวมหลายๆวิชา

หาคลิป สอนศาสตร์ ของทรูปลูกปัญญาดูค่ะ จะมีพี่ๆติวเตอร์ดังๆมาสอนให้เพียบเลย

2. ตั้งใจเรียนในห้อง ข้อนี้สำคัญมากๆ เพราะถ้าบวกกับข้อ 1 แล้วจะทำให้เราเข้าใจพื้นฐานแต่ละวิชาและจดจำมันได้นานขึ้น ยิ่งถ้าโรงเรียนของน้องมีการเรียนการสอนที่ยากอยู่แล้ว ยิ่งดีสำหรับการสอบเข้าแม้จะไม่ดีกับเกรดจบก็เถอะ ถามว่าตั้งใจเรียนต้องทำอย่างไร อย่างพี่ ก็แค่โฟกัสกับที่ครูสอน ไม่หลุดช่วงสำคัญ จดตามตลอด (อยากให้ลองแยกประสาท จดไปด้วยฟังเลกเชอร์ไปด้วยแล้วคาบนึงจะได้อะไรเยอะมากกก) ไม่คุยเยอะ ไม่เล่นโทรศัพท์ พยายามมี interaction กับครูตลอดเพราะมันทำให้เราตื่นตัว ไม่ง่วง เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆที่ส่งเสริมการสอนไม่ว่ามันจะติ๊งต๊องขนาดไหน เช่นเล่นเกม เพราะมันทำให้เราจำบางอย่างฝังลึกได้อย่างไม่รู้ตัว ตรงไหนไม่เข้าใจก็ถามครูนอกรอบ ถ้าทำได้แบบนี้ เวลาอ่านทวนน้องก็ไม่ต้องอ่านหนักมาก ทั้งยังลดภาระการเรียนพิเศษได้ด้วย 

ถ้าโรงเรียนสอนง่ายมากกกก น้องจะทำอย่างไร?

น้องก็ต้องตั้งใจเหมือนกันค่ะ ถึงมันจะง่ายมากก็ตาม ให้น้องลองเอาหนังสือที่เรียนเองนั่นแหละไปใช้ประกอบการเรียนด้วย แล้วถ้าคิดว่าวิชาไหนมันไม่เพียงพอจริงๆ ค่อยหาคลิปในยูทูปดู (จริงๆพี่ว่ามันโอเคมากนะ ระดับแบบสอบเก้าวิชาได้สบายๆอะ) ถ้าไม่พอจริงๆก็นั่นแหละ หาติวเตอร์เอาจร้า

3. ทำการบ้านเองและหมั่นทบทวนเนื้อหาที่เรียนมา โดยเฉพาะการบ้านที่มีสาระ (ไม่ใช่ว่าไม่ทำการบ้านที่น้องมองว่าไม่ได้จำเป็นนะ เพราะมันเป็นหน้าที่) อย่าพยายามลอกเพื่อน เพราะมันคือโอกาสสำคัญที่จะได้ฝึกพื้นฐานตัวเองและทบทวนวิชาที่เรียนไปแต่ละวันด้วย แล้วก็อย่าลืมทวนสิ่งที่เรียนมาด้วย ซึ่งแต่ละคนก็จะมีวิธีของตัวเอง หลายๆเจ้าจะบอกให้ทำสรุป อันนี้แล้วแต่น้องเพราะพี่ไม่เคยทำสรุปเลย 5555 พี่ขี้เกียจเกินไป เอาเป็นว่าให้รู้สึกว่ามันย้ำเข้าหัวไปก็โอเคละ

 **** 4. เรียนพิเศษ ข้อนี้น้องไม่จำเป็นต้องทำถ้ามันเป็นวิชาที่โรงเรียนก็สอนไปแล้ว ละก็เรียนเองอ่านเองแล้วพอเข้าใจชนิดที่แบบเราเติมเองได้ ถึงต้องพยายามเยอะหน่อย ถ้าน้องไม่เข้าใจเลย หรือคิดว่าวิชาไหนไม่ไหวจริงๆ ก็ไปเรียนได้นะคะ การเรียนพิเศษไม่ได้ผิดเลย มันดีด้วยซ้ำนะพี่ว่า แค่ไม่ต้องลงทุกคอร์สให้หักโหมก็พอ อย่างพี่ก็ไปเรียนคอร์สความถนัดแพทย์เพื่อดูพาร์ทเชื่อมโยงที่ไม่รู้ทำไงดีเหมือนกัน (หัวข้อมันก็แอบเป็น clickbait อะแหละ พี่ขอโทษ) ปรากฎว่าการเรียนพิเศษครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของพี่ได้ประสบการณ์ดีๆ มาเพียบเลย 

5. ทำกิจกรรมและสนุกกับชีวิต นี่ไม่ได้ล้อเล่น ตรงนี้สำคัญมาก นอกจากหากิจกรรมทำเก็บเป็นประสบการณ์และพอร์ตสวยๆ นอกควรหางานอดิเรกและใช้ชีวิตในแต่ละช่วงให้เต็มที่ เพราะในตอนที่น้องจะสอบเข้ามันจะมีความคิดแปลกๆไหลเข้ามาในหัวตลอด แบบยอดนิยมคือความคิดสไตล์ ถ้าตอนนั้นชั้นทำกิจกรรมเยอะๆก็ดี ถ้าตอนนั้นชั้นใช้เวลาให้เต็มที่กว่านี้ ไม่เครียดมาตั้งแต่ตอนนั้นก็คงดี จำไว้ว่าตอนจะสอบมันเครียดอยู่แล้วล่ะ เพราะฉะนั้นเก็บไปเครียดช่วงจะสอบดีกว่า มีความสุขกับชีวิตเสมอ ใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ตัวเอง พี่ไม่เคยรู้สึกเสียดายเวลาชีวิตตอนอยู่ม.ปลายเลย พี่ได้ทำหลายอย่างมาก ทั้งเป็นประธานชมรม จัดการแข่งขัน ออกไปแข่งนอกโรงเรียน ร้องเพลงเดี่ยว วาดรูป เป็นติ่งต่างๆ ลองทำนู่นดีนั่น ดีบ้างไม่ดีบ้างเป็นสีสันชีวิต 555 

อยากเล่าช่วงชีวิต ม.ปลายของพี่ คือ พี่อยู่เตรียมอุดม ซึ่งแค่เรียนในห้องนี่ก็ยากอยู่แล้ว สอบแต่ละทีนี่ทำลายพลังงานชีวิตมากน้องเอ๋ย เลยต้องหาอะไรทำไม่ให้เครียด แต่ด้วยธรรมชาติของพี่ที่เป็นคนจริงจังมาก แถมยังแบกรับความกดดันที่ตัวเองสร้างขึ้นเองจากการรับผิดชอบอะไรมากและความแตกต่างจากชาวบ้านที่เขาเรียนพิเศษกันหนักๆ ทำให้ช่วงม.5 พี่เครียดมาก ร้องไห้ทุกสัปดาห์ ลำบากพ่อแม่กับเพื่อนต้องคอยปลอบตลอด พี่เลยหาอะไรทำให้รู้สึกดีขึ้น จนมาเจออนิเมะที่ทำให้รู้สึกดี คือมันตลกมากและสร้างพลังบวกให้ชีวิตพี่จริงๆ หลังจากมาติ่งเรื่องนี้ พี่มีกำลังในชีวิตขึ้นจริงๆ ม.6 ที่ควรจะเครียดมาก พี่กลับรู้สึกผ่อนคลายเพราะอีเรื่องนี้แหละมีส่วนเลย 555 ก่อนเข้าห้องสอบวิชาสามัญพี่ยังเปิดหน้าพระเอกกะพระรองของเรื่องเสริมกำลังใจเลย 555 (ใครอยากรู้เรื่องอะไร มันคือเรื่องที่พระเอกผมสีเงินเกรียนๆอะ ใบ้ให้ละ) และพี่ไม่ได้ติ่งแค่นี้นะ พี่ติ่งศิลปินค่ายจอห์นนี่ส์ของญี่ปุ่นอีก 555 พ่อแม่พี่ก็เข้าใจด้วยแหละ ที่จะบอกคือ น้องควรหาสิ่งที่ทำให้สบายใจอะ ยิ่งช่วงสอบนะ มันสำคัญจริงๆ มันจะช่วยกู้ความรู้สึกน้องได้แบบไม่น่าเชื่อ ดังนั้นไม่ต้องทิ้งเรื่องติ่งไป แค่ลดเรื่องการไปตามรอย หรืออะไรที่มันหนักๆลง แบ่งเวลาติ่งหรือเวลาเล่นแล้วชีวิตจะลงตัว

ที่ต้องอธิบายเรื่องช่วงก่อนสอบนานเพราะมันจำเป็นมากน้อง คือพี่ได้บุญเก่าจากการตั้งใจเรียนเนี่ยแหละ 555 เวลาหลังเลิกนี่ขี้เกียจมากมาย

ต่อไปจะเป็นช่วงสอบนะคะ

1. จัดตารางเวลาวางแผนชีวิต น้องต้องวางแผนเป็นช่วงกว้างๆเลยล่ะว่าต่อไปนี้จะทำอะไรก่อนหลัง เดี๋ยวพี่จะกางแพลนของพี่ให้ดู

ปิดเทอมใหญ่ ม.5-6 จัดการเนื้อหา ม.6 ให้หมดก่อน ใช้เวลา 5-6 ชม. ต่อวัน

ระหว่างเทอม 1 ม.6 หาเรื่องที่ไม่ถนัดแล้วเติมช่วงเสาร์ อาทิตย์ วันธรรมดา ทบทวนบทเรียน ลงเรียนคอร์สความถนัดแพทย์ทุกวันศุกร์

ปิดเทอมเล็ก ทำข้อสอบวิชาสามัญเก่ารอบแรก และเติมจุดที่ไม่ได้ 6-7 ชม. ต่อวัน

ระหว่างเทอม 2 ม.6 หาเรื่องที่ไม่ถนัดแล้วเติมช่วงเสาร์ อาทิตย์ วันธรรมดาก็ทำการบ้าน ทบทวนบทเรียน ลงเรียนคอร์สความถนัดแพทย์ทุกวันศุกร์

ก่อนสอบแกทแพท มีเวลา 7 วัน หาโจทย์ทำ (พี่ไม่ได้ใช้แกทแพท ถ้าน้องใช้ควรเตรียมตัวทำข้อสอบตั้งแต่ปิดเทอมเล็ก) 

ก่อนสอบโอเนต มีเวลา 7 วัน ของพี่โอเนตมันง่ายก็เลยทำวิชาสามัญรอบสองไปเลย แล้วค่อยหาโจทย์โอเนตมาทำสักสองวัน

ก่อนสอบความถนัดแพทย์ มีเวลา 7 วัน ทำวิชาสามัญ 3 วัน วิชาเฉพาะ 4 วัน

ก่อนสอบวิชาสามัญ มีเวลา 8 วัน ทำวิชาสามัญเหมือนจริง

2. ลงเรียนความถนัดแพทย์ หรือวิชาเฉพาะต่างๆ จริงๆมันก็ optional นะ อันนี้โรงเรียนไม่มีสอนใช่ปะ ไปลองหาเรียนดูเพื่อความแน่ใจก็ได้ พี่เรียนของออนดีมานด์ ก็โอเคนะ แค่ของปีพี่มันออกแหวกแนวเดิมมาก คะแนนก็เลยไม่ค่อยสวยเลย ละของออนดีมานด์เค้ามีสอบจำลองด้วย ในราคาเกือบ 7000 ตอนแรกพี่ก็ตกใจนะ ไม่เคยเสียตังค์เยอะแบบนี้เลย พอมาวันนี้รู้สึกว่าคุ้มใช้ได้เลย เรียนแล้วกอย่าลืมทบทวนและทำโจทย์อย่างสม่ำเสมอนะ

3. ทำข้อสอบเก่า แหล่งหาข้อสอบเก่ามีมากมายน้อง ลองหาในเนตเอาอะ มีหมดจริงๆ มีเฉลยด้วยซ้ำ ถ้าอย่างวิชาสามัญปีพี่มี 6 ปีย้อนหลัง พี่เลยทำสามชุดแรกแบบไม่จับเวลาก่อน อีกสามชุดค่อยจับเวลาเหมือนจริง ของพี่พอทำเสร็จก็ตรวจเลย ไม่ได้ตรงไหนก็มาร์กไว้แล้วไปอ่านเพิ่ม วิชาสามัญปีนึงจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน  ส่วนความถนัดแพทย์พี่ใช้วิธีเรียนพิเศษเอา แล้วก็ทำโจทย์บ่อยๆจนนิ่ง (ส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาวันศุกร์อะ) 

ของพี่มีอีกวิธีที่จะใช้วัดผลของตัวเอง และปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติของการสอบ นอกจากการเอาข้อสอบเก่ามาทำ คือการสอบจำลองต่างๆ มันจะมีแหล่งสอบหลักๆที่พี่ลองสอบดูคือ

admission premium pre Tcas  
dek d pre Tcas 
mock exam ความถนัดแพทย์ 2 ครั้ง วิชาสามัญ 2 ครั้ง gat pat ของ ondemand (ไม่ต้องลงคอร์สก็สมัครสอบได้) 

4. ตั้งใจเรียนในห้องเหมือนเดิม

5. ดูแลสุขภาพกายและจิตใจ แบบพี่มีตารางออกกำลังกายตั้งแต่ปิดเทอม ม.5 - ม.6 ออกให้แข็งแรง ไม่ป่วย ลากสอบได้ 1 เดือนติด พี่ออกกำลังกายในบ้านเนี่ยแหละ ขี้เกียจออกนอกบ้าน พี่ออก cardio ตามคลิปในยูทูป (พี่ต้องเอาพานไปกราบยูทูปเลยมั้ง 555 ใช้บริการเยอะมากกก) มันได้ผลมากๆ พี่ไม่เจ็บไม่ป่วยเลยตลอด ม.6 แถมน้ำหนักลงด้วย อิอิ ส่วนจิตใจก็อย่างที่บอกน้อง หาอะไรที่สบายใจ คุยกับ พ่อ แม่ พี่ น้อง ครู เพื่อน นักจิตวิทยา ฟิกเกอร์ โปสเตอร์ อะไรก็ได้ที่รู้สึกดี พี่ไม่อยากให้ช่วงเวลาม.6 ของน้องมันเป็นหายไปกับการมานั่งเครียดกับสิ่งที่ยังไม่ถึงน้า ไ่ม่ต้องกดดันตัวเองด้วยการปิดไลน์ เฟส ทวิต หรือเลิกเล่นเกมต่างๆ เพราะมันจะทำให้ข้างในร้อนรุ่มเลยล่ะ จัดเวลา อ่านเสร็จแล้วค่อยเล่น หรือเอาโทรศัพท์ไปวางไกลๆตอนอ่านหนังสือก็ได้

6. ได้เวลาสอบแล้วววววว ก่อนสอบใจเย็นๆ ถ้ารู้สึกกลัว ให้เขียนความรู้สึกตัวเองลงในกระดาษระบายมันออกมาก่อน อย่าไปฝืนบอกว่าตัวเองไม่กังวล บอกไปเลยว่า ใช่ ตอนนี้ฉันกังวลมาก แต่ฉันจะผ่านมันไปให้ได้ แล้วร่างกาย สมอง ทุกอย่างมันจะหายเกร็งเอง (แต่ก่อนพี่กลัววิชาเคมีมาก เกร็งจนสอบตก พอทำแบบนี้พี่ก็คะแนนดีขึ้น) ทำสมาธิ และเริ่มทำข้อสอบ เสร็จวิชานึงก็คือจบ แก้อะไรไม่ได้แล้ว และอย่าพยายามไปถามนู่ถามนี่เกี่ยวกับข้อสอบที่ผ่านไป อันนั้นค่อยทำหลังสอบเสร็จทั้งหมด ไม่งั้นเราจะเครียดมาก ชมนกชมไม้ไปน้อง 555 

จบแล้ววววววว

ช่วงโฆษณาผลสัมฤทธิ์ เปิดชื่อกันไปเลย 5555

สุดท้ายนี้พี่ขอฝากน้องๆว่า ถึงตารางพี่มันจะดูชิลล์แปลกๆ แต่มันไม่ได้หมายถึงว่าน้องจะกินๆนอนๆ แล้วสอบติดหมอหรือคณะในฝันต่างๆได้ น้องอ่านมาถึงตรงนี้น้องน่าจะรู้ว่าพี่ต้องใช้ความพยายามมากในการวางแผนและทำตามแผนแบบที่ไม่มีใครบังคับ พี่อ่านหนังสือและตั้งใจเรียนตลอด แต่วิธีที่พี่นำเสนอ มันเป็นแบบที่ไม่กดดัน ไม่ทำลายสุขภาพกายและจิต แต่ในขณะเดียวกันน้องต้องมีวินัยมากๆ และอย่าเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่นเด็ดขาด เพราะวิธีการและลิมิตคนเราไ่ม่เหมือนกัน อยากให้น้องสู้ๆ เราไม่มีทางตายจากการพยายามมากเกินไปหรอกน้อง ตอนไหนที่น้องรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว หาใครไม่ได้จริงๆ ยังมีพี่อยู่ข้างๆตลอด เข้มแข็งไว้และมีชีวิตอย่างมีความสุขน้า

รักน้องๆทุกคนจ้า heart

twitter : @madakolife (เด็มถามทริคต่างๆได้ ติดตามผลงานศิลปะ ร้องเพลงตั่งต่างได้ แต่ถ้าไม่อยากเป็นติ่งตามพี่อย่าฟอลเด็ดขาด พี่ขี้เกียจสร้างหลายๆแอค ถถถ)

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

19 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป