ทำไมศิลปินต้องทำเพลงป็อป? บทวิเคราะห์การเปลี่ยนแนวทางเพลงของตัวเอง ผู้ฟัง ปัจจัย [ยินดีให้แชร์]

วิว
#รีวิว

บทความด้านล่างมาจากเพจ Listeners Hub เป็นเพจรีวิวเพลงไทย สากล เกาหลีเล็กๆน่ารักๆ ต้องการเพื่อนๆมาช่วยกดไลค์มาเป็นครอบครัวเดียวกัน หากชอบก็อย่าลืมตามไปกดไลค์นะครับ ลิงก์อยู่ด้านล่างเลย เข้าไปดูก่อนก็ได้น้าา
กดตรงนี้!!!! -> https://www.facebook.com/ListenersHubTH/ 

---------------------------------------------------------------------------------------



#
วิเคราะห์จริงจัง
 : ศิลปินที่เปลี่ยนแนวทางเพลงของตัวเอง ผู้ฟัง และผลลัพธ์

สำหรับใครก็ตามที่ติดตามวงการเพลง โดยเฉพาะกลุ่มเพลงตะวันตก ในช่วงหลังๆมานี้ ศิลปินสายดนตรี ไม่ว่าจะเป็นศิลปินเดี่ยวหรือวงดนตรีก็ตาม หลายๆคนได้มีการเลือกที่จะเปลี่ยนแนวทางเพงของตัวเอง ตัวอย่างง่ายๆก็เช่น Linkin Park, ONE OK ROCK, 5 Second of Summers, Kodaline และอื่นๆอีกมากมาย

เอาจริงๆแล้ว การเปลี่ยนแนวเพลงในวงการเพลงป็อปแทบจะเป็นเรื่องปกตินะครับ เพราะจุดประสงค์หลักของการทำเพลงสายป็อปนั้น คือการปรับดนตรีตัวเองให้เข้ากับ Mainstream ในขณะนั้น โดยคุณไม่จำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์หรือตัวตนคุณมากเท่าไหร่ แค่ยังมีกลิ่นอายของตัวเองที่เป็นเอกลักษณ์นิดหน่อยก็สามารถเปลี่ยนแนวเพลงได้โดยไม่มีปัญหาแล้ว

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ มันลามไปถึงวงการอื่นๆเช่น Rock หรือ Hip-Hop โดยได้เลือกที่จะเปลี่ยนตัวเองให้เข้ามามีความป็อปมากขึ้น ซึ่งบางคนก็เห็นด้วย บางคนก็ไม่เห็นด้วย เกิดเป็นคำถามหลักว่า ควรเปลี่ยนแนวเพลงไหม เปลี่ยนทำไม ทำไมไม่รักษาเอกลักษณ์ตัวเอง ฯลฯ

เท่าที่ผมฟังเพลงสายป็อปมามากพอสมควร ผมคิดว่าเราสามารถแบ่งสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงแนวทางเพลงของศิลปินได้เป็นข้อๆประมาณนี้ครับ

1. การปรับตัวให้เข้ากับ Mainstream
สิ่งนี้ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในวงการดนตรีเลยครับ เพราะทิศทางของเพลงหรือศิลปินส่วนมากมันจะต้องไหลไปตามกระแสนิยมอยู่แล้ว เช่นดนตรีประเภทไหนที่กำลังไวรัล คนฟังฟังเยอะในช่้วงนั้น ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเงิน แต่บางวงอยากจะได้ฐานผู้ฟังเพิ่มขึ้น จึงต้องทำเพลงตามกระแสหลักอย่างเลี่ยงไม่ได้

2. เข้าถึงผู้ฟังกลุ่มใหม่
ข้อนี้จะสืบเนื่องจากข้อแรกนะครับ หากวงเลือกจะทำเพลงแนวเดิมๆ กลุ่มผู้ฟังก็จะเป็นกลุ่มเดิมๆ เข้าถึงผุ้ฟังแบบเดิมๆ หากวงเลือกจะเปลี่ยนแนวทางให้ ป็อปนิดๆ Catchy หน่อยๆ วิทยุเพลงฮิตคงไม่ลังเลจะหยิบเพลงนั้นขึ้นไปเปิดและพูดถึงครับ

3. วงต้องการทำอะไรใหม่ๆ ไม่ซ้ำซาก
เหตุผลข้อนี้ฟังดูเหมือนจะโลกสวยไปนิดนึงนะครับ แต่หากเรามองในมุมมองคนทำดนตรี การนั่งจดจ่อกับอะไรเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง มันจะทำให้พวกเขาเป็นบ้าครับ ศิลปินบางคนเบื่อที่ต้องมาทำเพลงแนวเดิมๆเหมือนการย่ำอยู่กับที่ ไม่พัฒนา อีกอย่างการที่ศิลปินทำเพลงแนวเดิมๆ มันทำให้ตัวศิลปินมองไม่เห็นตัวเองว่า ตัวเองกำลังอยู่ในจุดที่พัฒนาอยู่หรือไม่

4. ความเข้าใจผิดของแฟนเพลง
นี่ถือเป็นเหตุผลที่โคตรจะดูงี่เง่าไปหน่อย แต่ในบางกรณีเป็นอย่างงั้นจริงๆครับ ศิลปินเกิดใหม่หลายๆคนยังต้องใช้เวลาจูนตัวเองเข้ากับแนวเพลงที่ต้องการทำและสื่อสาร การทำเพลงให้หลากหลายแนวในช่วงแรกๆของการเดบิวต์ชีวิตศิลปินเป็นเรื่องปกติครับ แต่ในบางครั้งเพลงที่มันดังและทำให้คนทั่วไปรู้จักศิลปินคนนี้มันอาจจะเป็นแค่แนวทางลองผิดลองถูกของตัวศิลปินก็ได้ คราวนี้มันก็ถึงคราวของศิลปิน ว่าจะเลือกยอมทนทำเพลงในแนวนี้เนื่องจากคนทั่วไปรู้จักเขาจากแนวเพลงนี้ หรือจะเสี่ยงเปลี่ยนไปทำแนวเพลงที่ตัวเองถนัด แล้วยอมเสียแฟนคลับบางส่วนไป

เท่าที่เราดูมา เหตุผลในการเปลี่ยนแนวทางเพลงของศิลปิน 3 จาก 4 ข้อ ขึ้นอยู่กับตัวผู้ฟังใช่มั้ยครับ นั่นทำให้เราได้เห็นชัดเจนเลยครับ ว่าตัวแฟนคลับ มีอิทธิพลต่อแนวทางเพลงขนาดไหน เช่นกันครับ แฟนคลับก็มีหลายประเภทเหมือนกัน เรามาลองดูกันสักหน่อย ว่าคุณอยู่ไหนประเภทไหน

1. ยอมรับและเข้าใจในการเปลี่ยนแปลง
ผู้ฟังประเภทนี้ฟังดูคล้่ายๆนกสองหัวนิดๆนะครับ แต่ดูไปดูมาก็ไม่ใช่หรอก ผู้ฟังในประเภทนี้จะทำความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลง และเคารพในเหตุผลของศิลปิน และติดตามต่อไป แต่หากศิลปินเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่อธิบายไม่ได้ ผู้ฟังประเภทนี้ก็กล้าที่จะติ ต่อว่า ตัวศิลปินนะครับ

2. ยึดติดกับแนวทางของศิลปิน
ในกรณีนี้ชัดเจนเลยว่า พวกเขารักและเคารพในแนวทางของเพลงเป็นหลัก ส่วนใหญ่ผู้ฟังประเภทนี้จะเข้าใจว่า ศิลปินกลุ่มหนึ่ง ต้องทำเพลงในแนวนี้เท่านั้น หากเกิดการเปลี่ยนแปลง มีโอกาสอย่างมากที่จะไม่ติดตามต่อ แต่ถ้าศิลปินคนไหนยึดมั่นแนวทาง ผู้ฟังประเภทนี้จะรักและติดตามศิลปินอย่างมากเลยล่ะ

3. ยึดติดกับตัวศิลปิน
ประเภทนี้อาจจะชอบในไลฟ์สไตล์ หน้าตา หรืออะไรก็ตามเกี่ยวกับตัวศิลปิน ประเด็นเรื่องเพลงจะถูกลดลงไปเป็นการประกอบการตัดสินใจส่วนรอง ฉะนั้นไม่ว่าศิลปินจะเปลี่ยนแนวเพลงจนหลุดโลก เขาก็จะติดตามต่ออยู่ดีแหละครับ

4. โนวสนโนวแคร์
พวกนี้จะพูดง่ายๆคือไม่แคร์อะไรน่ะครับ เขาจะเลือกฟังเฉพาะที่อยากฟัง ไม่ได้ซีเรียส อยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนไป ถ้าชอบเดียวก็ฟังเอง

แต่ละประเภทก็มีทั้งข้อดีข้อเสียกันไปนะครับ แต่ไม่มีประเภทไหนที่เรียกว่าถูกหรือผิดหรอก เพราะการเสพสื่อศิลปะ มันมีแค่พอใจกับไม่พอใจ หากคุณพอใจกับอะไร ก็เลือกสิ่งนั้นแหละครับ55555

ก่อนจะจบผมอยากจะพูดถึงข้อดี - ข้อเสียของการเปลี่ยนแนวเพลงศิลปินสักหน่อยแล้วกันนะครับ

ข้อดีของการเปลี่้ยนแนวเพลงก็คงจะเป็นเรื่องการเข้าถึงที่มากขึ้นของผู้ฟังแหละครับ นอกจากนั้นตัวศิลปินยังมีโอกาสได้ลองทำอะไรใหม่ๆด้วย

ในส่วนของข้อเสียก็คงจะเป็นการที่เสียกลุ่มผู้ฟังบางคนไป ความน่าเชื่อถือในการทำเพลง และเอกลักษณ์ของตัวเองอาจจะไม่โดดเด่น

ก็สำหรับวิเคราะห์จริงจังในครั้งนี้ก็ขอจบแค่นี้นะครับ เพราะเขียนแต่ละทีรู้สึกเปลืองพลังงานมากอ่ะ ส่วนครั้งหน้าจะเป็นอะไรก็รอติดตามกันนะครับ ถ้าชอบก็กดแชร์ แล้วอย่าลืมกดไลค์เพจเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ ไว้เจอกันครับ 

#ListenersHubTH #Francis_Team

ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป