/>

ตอนเด็กเป็นคนโมโหร้าย โตมาไม่โหโมใส่คนอื่นแต่ชอบทำร้ายตัวเองแทน [ยินดีให้แชร์]

เฝ้ารอ
Guest IP
วิว
#ปรึกษาปัญหาชีวิต #ทำร้ายตัวเอง
ขอปรึกษาค่ะ
ตอนเด็กๆเราเป็นคนขี้โมโหมาก(อนุบาล-ประถม3) เวลาไม่พอใจจะกริ๊ด ตะโกนเสียงดัง แล้วก็ปาข้าวของ แต่จะทำเฉพาะที่บ้านเท่านั้นค่ะ ไม่กล้าโวยวายนอกบ้าน อายเขา 5555
แต่พอโตมาเรื่อยๆก็ไม่ได้โมโหร้ายค่ะ(ม.1ขึ้นไป) แต่เหมือนสลับขั้วเลยคือเป็นคนอารมณ์นิ่งๆ แบบว่าอารมณ์เสียยากมาก นานๆทีจะรู้สึกหงุดหงิดตัวเอง
แต่-ช่วงที่นานๆทีนี่แหละ ชอบเอาหัวโขกกำแพงไม่ก็ข่วนแขนตัวเอง ที่ทำ2อย่างนี้คือจะไม่มีใครเห็นร่องรอย รอยข่วนทิ้งไว้ชั่วโมงนึงก็จางแล้ว รู้สึกอยากเรียกร้องความสนใจแต่ก็ไม่อยากให้ใครสังเกตุเห็นอ่ะค่ะ งงมะ เราก็งง 5555
เหมือนพอทำแล้วรู้สึกดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายหรอกค่ะ เหมือนทำแล้วมันระบายอารมณ์ได้นิดนึงแล้วก็ไม่เดือดร้อนคนอื่น
ตอนนี้คิดอยู่ว่าความจริงแล้วนิสัยตอนเด็กๆเรามันไม่ได้หายไป แต่มันแค่ถูกซ่อนไว้ในเบื้องลึกของจิตใจค่ะ
ใครมีทางแก้นอกจากไปหาหมอไหมคะ อยากรู้ว่ามีใครเป็นแบบเราหรือเปล่า แล้วแก้ปัญหากันยังไง
(อาจจะอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องนิดนึง เพราะไม่ค่อยได้เขียนไรแบบนี้ค่ะ)
ขอบคุณค่ะ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

13 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อยากให้จขกท.ลองไปสูดอากาศเย็นๆ ทำใจให้สงบนะคะ บางทีเครียดเกินไปก็ทำร้ายตัวเองได้(ไม่ดีเลยน้า) เพราะงั้นลองทำให้สิ่งที่ตัวเองชอบหรือสนใจ อาการเหล่านี้ก็จะค่อยๆคลายลงค่ะ บางทีไม่ต้องมีเพื่อนก็ทำให้เรามีความสุข(อย่างเราเอง)ขี้เกียจตามเพื่อนไปไหนๆ ไปทำบุญไรทำให้จิตใจสว่าง ก็เป็นทางเลือกที่ดีอย่างนึงค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      รอรอ
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็เป็น ตอนเด็กๆ โกธรก็ทำร้ายข้าวของ ตอนนี้กลับเป็นคนนิ่งมาก นิ่งจนหยิ่ง เก็บอารมณ์ทุกอย่าง โกรธก็ทำร้ายตัวเองแทนทั้งหยิก ตีตัวเอง อดข้าว เป็นเหมือนกัน แต่คนอื่นไม่เห็นรอยนะ ทำใต้ร่มผ้า หยิกจนเลือดออกอ่ะ เคยทำแบบทดสอบซึมเศร้า ผลออกมาเป็น แต่ไม่เคยหาหมอเลยไม่รู้จริงมั้ย แอบกลัวบวกตังค์ไม่พอ งงตัวเองเหมือนกัน 5555 ตอนนี้อารมณ์ อีกสักพักดิ่ง หงุดหงิด ก็เอาอีกเเล้ว ขอหาทางรักษาด้วยคน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คุณจขกท ลองไปปรึกษาจิตแพทย์ หรือ ฟังเพลง

      คลาสสิกดูก็ได้ค่ะ เช่น เพลงรักหวานๆ ในประเทศ

      ไทย เช่น อยากส่งความรัก ของวง Paradox หรือ

      วงอื่นๆ ก็ได้ค่ะ การฟังเพลงสามารถช่วยให้คนเรา

      สบายใจได้กว่าที่คิด และ มีสมาธิอยู่กับเพลง และ

      ช่วยคลายความซีเรียสได้เป็นอย่างดีค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คิดว่า กว่าแม่จะคลอดเราออกมา ระหว่างตั้งท้อง เกือบปี แม่ระวังขนาดไหน เพื่อไม่ให้กระเทือนเราในท้อง กว่าจะโตได้ขนาดนี้ เราใช้เงินที่พ่อแม่หามาอย่างยากลำบากไปเท่าไหร่ เพื่อให้ร่างกายเราเติบโตสมบูรณ์ เราทำร้ายตัวเอง ก็เหมือนทำร้ายคนที่เลี้ยงเรามา ก็จะกลายเป็นคนอกตัญญู คนที่เรารัก จะไม่สนใจความรู้สึกเรา เพราะเราเองที่ทำร้ายตัวเอง ยังไม่สนใจความรู้สึกของคนที่เขารักเราเลยว่าเขาจะรู้สึกยังไง ถ้ารู้ว่าเราทำลายตัวเอง ถ้าอยากมีอนาคตที่มีคนรักที่แคร์ความรู้สึกเรา ก็แคร์ความรู้สึกของคนที่เลี้ยงเรามา เลิกทำร้ายตัวเองที่เติบโตมาได้เพราะเงินของเขาเหล่านั้นเขาหามาอย่างยากลำบาก ถ้าเราหาเงินมาอย่างยากลำบากเพื่อเลี้ยงบำรุงคนๆหนึ่ง แต่เขากลับทำร้ายตัวเอง เราจะคิดยังไง จะเสียใจไหม เพราะฉะนั้น เลิกทำค่ะ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #4-1

        เข้าใจว่าหวังดีครับ แต่บางคนมีต้นเหตุมาจากพ่อแม่ตัวเองนั่นแหละ การยกเรื่อง 'อกตัญญู' ขึ้นมาจะทำให้คุณถูกเหมารวมว่านิสัยไม่ต่างจากพ่อแม่ของพวกเขาไปด้วยก็ได้ แล้วมันจะทำให้เขาอาการหนักกว่าเดิมเพราะรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจครับ


        ผมเคยโดนแม่ของตัวเอง 'ทารุณกรรม' มาก่อน พอเจอคำแนะนำอย่างนี้เลยรู้สึกเกลียดผู้ใหญ่เข้าไส้ ส่งผลให้ไม่ไว้ใจใครไปพักใหญ่เลยครับ แล้วยิ่งคนที่พูดดันเป็น 'พระ' ผมเลยพลอยเกลียดศาสนาไปด้วยอีกทอดนึง กว่าจะรักษาจนหายได้เล่นเอาวุ่นวายพอดู

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เข้าใจอยู่
      Guest IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อันนี้ต้องบอกก่อนว่าพี่ไม่ได้เป็นแบบน้องนะ แต่ก็พอเข้าใจได้ พี่ว่าก็อย่างที่น้องคิดนั้นแหละว่านิสัยเก่าของน้องไม่ได้หายไปแต่อยู่ในตัวน้องหรือเอาง่ายๆก็คือเก็บกดนั้นแหละ คือบางทีคนที่นิ่งมากๆเนี่ยจะมีอยู่2ประเภท(สำหรับพี่นะ)คือ คนที่มีสมาธิ กับอีกประเภทคือคนเก็บกด ซึ่งน้องเป็นอย่างหลัง วิธีรักษาไม่ตายตัว อยู่ที่ความตั้งใจ น้องต้องระบายความรู้สึกบ้าง อาจจะเป็นเขียนไดอารี่หรือวาดรูป พี่ว่า2อย่างนี้น่าจะแหมะกับน้องนะ(อยากเรียกร้องความสนใจแต่ไม่อยากให้ใครสนใจ) แต่พี่ว่าน้องอาจมีอีกปัญหาคือการควบคุมอารมณ์ ซึ่งอันนี้แนะนำฝึกสมาธิ+สวดมนต์ จะช่วยให้ควบคุมตัวเองได้มากขึ้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจและความสม่ำเสมอของน้องแล้วล่ะ มันอาจไม่หายในทันทีแต่จะค่อยๆดีขึ้น บางคนหายแต่บางคนก็ไม่หาย อย่างที่บอกอยู่ที่คน ต้องเรียนรู้ที่ตะอยู่กับมันให้ได้ แล้วก็ครอบครัวควรรับรู้ด้วย เพราะกำลังใจเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเยียวยาน้อง สู้ๆเดี๋ยวก็ดีขึ้นและสุดท้ายคิดบวกเข้าไว้ คนคิดดีอย่างไรก็จะเจอสิ่งดีๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เหมือนเราเลย

      ตอนเด็กเราชอบแกล้งน้อง

      พอโดมาหน่อย โดนเพื่อนแกล้ง รู้สึกไม่ชอบ ก้คิดได้ว่าถ้าเราทำแบบนี้ คนอืนก็คงไม่ชอบเหมือนกัน ก็เลยเลิกทำคนอื่น ประมาณมาเก็บกดมั้ง

      ถึงจะทำเป็นไม่สนใจ แน่นอนว่านิสัยเดิมยังอยู่ ตอนเครียดเราก็ชอบทำร้ายตัวเอง ถึงเจ็บแต่ก็รู้สึกดีขึ้น

      ตอนนี้พยายามลด ไม่สนใจเรื่องที่ทำให้เครียด พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ หาวิธีคลายเครียดอื่นๆ หาไรทำไม่ให้ตัวเองมีเวลาว่างคิดเรื่องนั้น

      ลองหาวิธีคลายเครียดจากสิ่งที่สนใจดูจ้า

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไปหาจิตแพทย์ก็น่าจะดีนะคะ ปล่อยไว้เราว่าอาการคุณแย่กว่าเดิมนะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แนะนำให้ลองไปหาโค้ช NLP ให้ช่วยบำบัดดูครับ คนพวกนี้จะเชียวชาญเรื่องจิตใต้สำนึกและการแก้นิสัยแปลกๆที่หมอรักษาไม่ได้ อาจจะต้องรบกวนเงินพ่อแม่อยู่บ้างแต่เชื่อเถอะครับว่ามันคุ้ม


      เพราะพี่เองก็เคยเป็นแต่ตรงกันข้ามกับน้อง ตอนเด็กๆพี่อดทนและเก็บกดเอามากๆ พอโตมามันถึงจุดนึงที่เครียดจนถึงขีดสุดแล้วกลายเป็นคนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ขนาดแม่แท้ๆของตัวเองพี่ยังเคยหลุดปากด่าไม่ยั้งมาแล้ว พอไปหาจิตแพทย์เขาก็ดันเข้าหาไม่ถูกวิธีจนพี่กลับมากินยาฆ่าตัวตายไป 2 ครั้ง


      - หวังดี

      - รู้วิธีรักษา(ทางกฎหมายโค้ชห้ามใช้คำนี้)

      - รู้วิธีเข้าหา


      สามอย่างนี้โค้ช NLP เขามีกันครับ ถ้าจะไปหาจิตแพทย์จริงๆ แนะนำให้เลือกโรงพยาบาลที่พอมั่นใจได้ว่าหมอต้องเก่งจริงเช่น ศรีธัญญา พวกเรามันนิสัยเสียล้อว่าคนบ้าเท่านั้นถึงต้องไปอยู่ที่นั่นจนกลายเป็นทิ้งหมอเก่งๆกันไปหมด หมอบางคนก็เป็นโค้ช NLP ด้วยเหมือนกัน ถ้าหาเจอยิ่งดีเลยครับ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #8-1

        อย่าไปเด็ดขาดนะคะจขกท. NLP ไม่เคยได้การยอมรับจากมหาลัยฯไหนทั้งนั้น NLP เป็นแค่พวกคนที่ตั้งตนเองมาโค้ชคนอื่นแค่นั้นแหละค่ะ ลองหาข่าว ดร.Pop (ปัจจุบันลดดีกรีตัวเองเหลือ Master Pop) ดูนะคะ ที่มีแม่ส่งเด็กที่เป็นโรคซึมเศร้าไปเข้าคอร์สของเขา ทำให้เด็กทั้งโดนไล่ให้ไปตาย ทั้งโดนด่าหยาบคาย โดนเอาไปขังแยก โดนหาว่าเรียกร้องความสนใจ ดร Pop บอกว่าเป็นวิธีปลดล็อกชีวิต เท่าที่เราเห็นมันเป็นวิธีทำให้ผู้ป่วยแย่ลงด้วยซ้ำ ลองดูคลิปที่ตัว ดร Pop ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วดูสิ่งที่จิตแพทย์โต้กลับจะรู้เลยว่าแนวคิดของทั้งสองคนต่างมาก จิตแพทย์ดูจะมีความเมตตาปรานี เข้าใจผู้ป่วยดีกว่าเยอะ

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      โพสท์
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คะดุ้งกิคะดุ้งกิ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็เป็นแบบเจ้าของกระทู้เลยค่ะ เวลาโกรธหรือโมโหไม่รู้จะไปลงกับอะไร ไม่อยากทำลายข้าวของ ก็ลงกับตัวเองนี่แหละ ข่วนแขน จิกขาตัวเอง จนเริ่มรู้สึกวามันมีแผลเป็นเกิดตามตัว เลยพยายามเลิกทำ เวลารู้สึกไม่ดีเราจะหากิจกรรมที่ได้ออกแรงทำแทนค่ะ ออกกำลังกาย เล่นกีฬา เต้น พอเหนื่อยแล้วเหมือนความโกรธมันถูกระบายออกไปด้วย ลองทำดูนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอนเด็กๆเราไม่ได้โมโหร้ายเท่าไหร่นะ แค่ขี้โมโหนิดหน่อย555 เราโมโหแล้วทำลายข้าวของ กระทีบนู่นนี่นั่น แล้วมีเ ี้ยตัวนึงมันบอกว่า เวลาโมโหอย่าทำลายข้าวของ ของเสียหาย ต้องเสียตังซื้อใหม่ ทีหลังโมโหให้ทำร้ายตัวเอง ตอนนั้นเราอยู่ช่วง ม.1 อยู่ในวัยแปลปรวน เราเวลาหงุดหงิดจนยากทำลายข้าวของ เราก็เอาห่วงผวงกุญแจง้างออก แล้วก็เอามาคูดที่แขน แผลไม่ลึกแต่ก็ช่วยให้หายหงุดได้ บางทีเราก็เอาเล็บขูดแขนขา ลากเป็นทางยาวจนเลือดซิบๆ บางทีก็เอาเล็บจิกตัวเองเวลาโมโหมากๆ เราเครียดเรื่องเพื่อน เรื่องครอบครัว พร้อมๆกัน เราไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้ เพราะเราก็มีปัญหาพร้อมกันทั้งสองอย่าง บางทีการเจ็บปวดทางกาย มันช่วยรักษาอาการทางใจได้ เราเหมือนเด็กมีปัญช่วงนั้น มันมีหลายอย่างที่ซับซ้อน พอ-เลวนั้นมันเห็นแผลที่แขน ก็ถามว่าทำทำไม โรคจิตหรอ กรือเรียกร้องความสนใจ ทั้งๆทั้งมันเป็นคนพูดเองแท้ๆ ว่าอย่าไปลงกับข้าวของ ให้ลงที่ตัวเอง เราก็ทำร้ายตัวเองมาเรื่อยๆ ต่อยกำแพงบ้าง เจ็บตัวแต่ไม่มีแผชเป็นให้ใครสักเกตุ เราเป็นมาจนถึง ม.4 หลังจากที่ไม่มี-เวรนั่นออกไปจากชีวิตแม่ เราก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ดีขึ้นทุกด้าน มีอะไรก็ปรึกษาแม่ทุกเรื่อง คุยได้ทุกเรื่อง เราก็เลิกทำร้ายตัวเอง เพราะเราเริ่มโตแล้วเริ่มมีสติ เริ่มมีความคิดว่าที่ทำมันมีแต่เสีย เพราะการเริ่มทำร้ายตัวเองมันเกิดจากคนในครอบครัว ทุกวันนี้เราอยู่ปี3 เวลาเรามีความสุขในช่วงนี้ พอมองย้อนไปในอดีตมันก็ยังทำให้เรายังรู้สึกเจ็บปวดเสมอ ยิ่งมีแผลที่แขนคอยย้ำเตือนว่าเราเจ็บปวดมากแค่ไหนแต่ก่อน ครอบครัวสำคัญนะคะ อยากให้คนที่เป็นพ่อแม่ถ้าเห็นความคิดเห็นนี้ ก็ใส่ใจลูกให้มากๆ คำพูดของคุณมันทำให้เด็กคนนึงเสียอนาคตได้เลยนะคะ แล้วมันไม่ใช่ทุกคนนะ ที่จะคิดได้แบบเราตอนนี้ เอ๊ะ จะมาให้กำลังใจ จขกท. ดันมาดราม่าซะเอง55555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขั้นแรกที่น้องต้องคิดคือน้องรู้สึกว่าตัวเองมีคนไม่รักหรือไม่ รู้สึกเพื่อนไม่รักหรือไม่ จึงทำให้น้องอยากประชด อยากเรียนร้องความสนใจ


      น้องต้องมีเพื่อนคอยแนะนำ หากไม่มีพี่ยินดีเป็นที่ปรึกษาให้ครับ (แต่ตัวเองเอาไม่รอดนะ 5555)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เบื้องต้น แนะนำจขกท.ลองโทรหาเบอร์ที่รับปรึกษาสุขภาพจิต

      -1323 จำง่ายสุด แต่ไม่ค่อยแนะนำเพราะคู่สายเขาไม่เพียงพอ กว่าจะโทรติดช้าเวอร์ นั่งฟังเพลงรอสายจนหลับได้(ว่ากันว่าบางทีคนที่มารับสายเป็นแค่อาสาสมัคร ไม่ใช่แพทย์หรือนักจิตฯทั้งหมด อาจจะให้คำปรึกษาได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ส่วนตัวก็ไม่รู้ว่าตกลงเขาเลือกคนมายังไง อบรมก่อนยังไงบ้าง) จากที่เคยรับคำปรึกษา มีทั้งดีและไม่ดีค่ะ(ไม่ดีในที่นี้หมายถึง ใช้คำพูดแบบที่เรามั่นใจว่านักจิตฯกับหมอไม่พูดแน่ๆ)

      -สมาคมสะมาริตันส์ อันนี้ไม่เคยลองโทร เคยแต่อ่านบทความในหนังสือพิมพ์ เท่าที่ทราบเป็นอาสาสมัคร มีการอบรมในการให้คำปรึกษา

      -เบอร์ร.พ.ที่มีแผนกจิตเวช


      ถ้าสะดวกไปหาหมอ ลองไปรพ.เลยก็ได้ ถ้ารพ.รัฐแล้วจขกท.มีสิทธิเบิกได้(เช่น ลูกข้าราชการ)นี่เสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก

      ตอบกลับ
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป