Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

แชร์ประสบการณ์ 1 อาทิตย์ในดินแดนแห่ง Chinggis Kaan [โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเมืองพี่เมืองน้อง กรุงเทพมหานครกับกรุงอูลานบาตอร์] [ยินดีให้แชร์]

วิว
#Mongolia #international
 
สวัสดีค่าทุกคน
เราชื่อนางสาวรินรดา พุทธพงษ์ (ปอ) เป็นตัวแทนเยาวชนกรุงเทพมหานครร่วมโครงการแลกเปลี่ยนเมืองพี่เมืองน้องระหว่างกรุงเทพมหานครกับกรุงอูลานบาตอร์ ประจำปี 2561
ในกระทู้นี้ก็เป็นกระทู้ที่เราจะมาแชร์ขั้นตอนการสอบคัดเลือก การเตรียมตัวต่างๆ และประสบการณ์ดีๆ ที่เรามีโอกาสได้รับจากทางกรุงเทพมหานครและกรุงอูลานบาตอร์
กระทู้นี้เราเขียนขึ้นเพื่อจะได้เป็นแนวทางให้น้องๆ ที่จะได้มาเข้าร่วมโครงการนี้ในรุ่นต่อไปมีไว้เป็นไกด์และให้ทุก ๆ คนที่ยังไม่รู้จักประเทศมองโกเลียได้มารู้จักประเทศนี้กันมากขึ้น!!! 

ก่อนอื่นเลยดิฉันขอขอบคุณทางสำนักงานการต่างประเทศ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร มา ณ ที่นี้ด้วย ที่จัดโครงการดีๆ แบบนี้ขึ้น ทำให้ดิฉันได้ประสบการณ์ชีวิตที่มีค่ามาก ๆ มามากมาย กรุงเทพ ชีวิตดีๆ ที่ลงตัวจริงๆ 

ถ้าทุกคนรู้ว่ามองโกเลียมีแต่ทุ่งหญ้าหรือเปล่า
หรืออยากรู้จักกับประเทศมองโกเลียแล้ว ก็ไปค่ะ!!!

ก็กว่าจะมาถึงจุดนี้ที่ยืนอยู่สนามบินสุวรรณภูมิได้ เยาวชนตัวแทนกรุงเทพมหานครทั้ง 10 คนก็ต้องผ่านรามคำแหง ผ่านบ้านทับช้าง มาก่อน.... ไม่ใช่มั้ยล่ะ!!! ตลกเก่ง! เอ้อออ เข้าเรื่องก่อนที่เราจะได้ไปมันก็จะต้องมีการสอบคัดเลือกนะคะ โดยปีของเรารับทั้งหมด 10 คน โดยแบ่งเป็นนักเรียนจากโรงเรียนกทม. 5 คน และนักเรียนทั่วไป 5 คน ก็จะสอบ 2 รอบด้วยกันคือสอบข้อเขียน แบบเขียนจริงๆ ทุกคน เตรียมความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองไว้แล้วนำมาใช้ซะ รอบที่ 2 ก็จะเป็นการสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ หรือใครจะโชว์เหนือตอบเป็นภาษามองโกเลีย ก็ได้แต่พี่ๆ ก็จะฟังไม่เข้าใจแค่นั้นเอง 55555 หลังจากที่ได้ตัวแทนทั้ง 10 ชีวิตแล้วเราก็จะมีการอบรมณ์เป็นการ Pre-departure ก่อนไปเจอสถานการณ์จริงทั้งหมด 3 วัน ให้เราได้ได้รู้จักกับเพื่อนร่วมทริป รู้จักกับประเทศมองโกเลียเบื้องต้น และอบรมการณ์ใช้ภาษาอังกฤษค่ะ และที่สำคัญโครงการนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายจ้า ก็คืออยากเอาไปส่วนตัวเท่าไหนจ่ายเท่านั้นแต่ค่ากินอยู่ดำเนินการต่างๆ ก็คือไม่ต้องเลยค่ะ

และแล้วก็ถึงเวลา........และแล้วเธอก็ต้องไป
เส้นทางการบินจากประเทศไทยไปประเทศมองโกเลียก็ค่อนข้างที่จะทรหดนิดหน่อย ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง และคนไทยก็ไม่นิยมไปด้วยเลยเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ไฟล์ทบินตรงแทบหาไม่ได้ เพราะฉะนั้นทริปนี้นะคะ เราก็จะบิน
กรุงเทพ-ไทเป-โซล-มองโกเลีย ทริปเดียวได้แวะเพิ่มอีก 2 ประเทศไปอีก เก๋ๆ 
และนี้ก็คือโฉมหน้าของผู้ผ่านเข้ารอบทั้งหมดจากประเทศจีน ประเทศเกาหลี
และประเทศไทย ค่าาาาา!!!!!!
ฉากที่ทุกคนเห็นด้านหลังก็คืออนุเสาวรีย์ Chinggis Khaan ณ Sukhbaatar square บุคคลสวมสูทแถวหน้าไม่ใช่คณะครูแต่อย่างใด แต่พวกเขาก็คือตัวแทนเยาวชนจากกทม.นั่นเอง!!! วันนี้เป็นวันที่ต้องเข้าคารวะผู้หลักผู้ใหญ่ของเมืองก็แต่งตัวให้เป็นผู้เป็นคนกันหน่อย
ก็จะประมาณนี้มีการเข้าคารวะทักทายมอบของที่ระลึกจากประเทศไทย เป็นการเปิดงานอย่างเป็นทางการนั่นเอง ถ้าถามว่าโครงการนี้สำคัญกับทางประเทศมองโกเลียขนาดไหนก็อยากจะให้กดเข้าในลิงก์นี้เลย ตรงนี้! เป็นคลิปข่าวจากประเทศมองโกเลียนั่นเอง!!!

ในการเยือนประเทศมองโกเลียในครั้งนี้ พวกเราได้เข้าเยี่ยมชมในหลายๆ สถานที่ด้วยกัน ทั้งสถานที่สำคัญทางศาสนา พระราชวังเดิม อนุเสาวรีย์ และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ

ที่เห็นข้างหลังนี้ไม่ใช่วัดนะคะทุกคน แต่คือWinter palace of the Bogd Khaan ซึ่งซุ้มประตูนั้นมี 3 ทางเข้าทางซ้ายสุดเป็นทางเข้าของข้าราชการ ตรงกลางเป็นของกษัตริย์และราชวงศ์ และทางขวาสุดเป็นของนักบวช
ซึ่งภายในไม่อนุญาต ให้ถ่ายภาพเพราะฉะนั้นต้องหาโอกาสไปดูด้วยตาตัวเองนะคะ 


นอกจากนี้ก็ยังได้ไปที่ Zaisan Memorial ซึ่งเป็นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 
หลังจากนั้นเราก็ได้ไปที่ศูนย์แสดงศิลปะของเด็กๆ นอกจากจะได้ชมผลงานต่างๆ
แล้วยังมีโอกาสได้ลงมือปฏิบัติจริงอีกด้วย

ก่อนอื่นเลยเราจะบอกทุกคนว่ามองโกเลียเป็นประเทศที่มีภาษาเป็นของตัวเองนะคะ เหมือนประเทศไทยนี่แหละบางคนอาจจะเห็นตัวอักษรรัสเซียในมองโกเลียเลยคิดว่าใช้ภาษารัสเซีย
หรือเปล่า? แต่จริงๆ ไม่ใช่นะคะแต่ว่าอักษรมองโกเลียโบราณยากเกินกว่าที่จะเขียนและเข้าใจได้ เวลาต้องการความรวดเร็วและใช้ในทางราชการก็เข้าใจได้ยากจึงมีการยืมตัวอักษรรัสเซียมาใช้นั่นเอง!!


ชื่อเราเอง "รินรดา" ในตัวเขียนภาษามองโกเลีย
นี่ก็คือชื่อของเราเองในภาษามองโกเลียโบราณ

ในศูนย์แสดงศิลปะก็ยังให้เราได้ตัดกระดาษให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและให้เราได้วาดรูปเหมือนอีกด้วย ซึ่งในส่วนของภาพเสมือนจริงนั้น........ก็แล้วแต่บุญแต่กรรมที่ได้ทำมา
แล้วกันเนอะ


55555555555555555555555555555555


อนุเสาวรีย์ Chinggis Khaan!! หมายคนคงอาจจะคุ้นหูกับชื่อนี้ใช่ไหมคะ แต่ทารบไหมว่าจริงๆ แล้วคำว่า Khaan แปลว่ากษัตริย์ ที่เห็นว่ากษัตริย์มองโกเลียต้องลงท้ายด้วย Khaan ไม่ใช่ว่ามาจากตระกูลเดียวกันหมดเลยแต่มันแปลว่ากษัตริย์ นั่นเอง

คนมองโกเลียให้ความสำคัญกับท่าน Chinggis มากจริงๆ นะทุกคนคือไปที่ไหนก็เจอแต่ชื่อของกษัตริย์ Chinggis สนามบินก็ชื่อนี้ โรงแรมที่เราไปพักก็ชื่อนี้ แม้แต่เครื่องดืมแอลกอฮอล์ก็ชื่อนี้เป็นประเทศที่ยูนีคจริงๆ นับถือใจกับความเอาชื่อมาใช้ในทุกสถานการณ์


ระหว่างการเดินทางไปที่ต่างๆ ก็สอนเพื่อนชาวจีนเล่น A B C ตามวิถีเด็กไทย ตีมือกันจนมือแดง หน้าแดง หัวแดงไปหมด 5555
อ๊ะ....ต่อไป


โอ้เมื่อมีไฟ ไฟ ไฟ ลุกขึ้นแจ่มจ้าาาาาาาา

ใช่แล้วทุกคนเราจะเล่นรอบกองไฟ เราก้ต้องไปค่าย!!!
ซึ่งค่ายที่เราไปเป็น Tourist Camp ใน Terelj National Park
กิจกรรมในค่ายที่เราได้ทำก็มีมากมาย

มีม้าให้ได้ลองขี่ เป็นการแบบทดลองเป็นนักรบมองโกเลีย เพราะมองโกเลียเป็นชาติที่รบด้วยม้าเก่งมากๆ สามารถขยายอาณาเขตไปได้ไกลจนถึงยุโรปก็ด้วยม้านี่แหละทุกคน


ถ้าไม่ชอบขี่ม้า ก็ไปลองรีดนมจามรีได้นะ น้องน่ารักมากๆ แต่น้องแบบสาบอะ
น้องต้องอาบน้ำบ้างนะลูก



ถ้าไม่ชอบสัตว์ ก็ไป Hiking เดินขึ้นเขาสวยๆ ขึ้นมาได้แค่ครึ่งทางวิวก็จะประมาณนี้ ถ้าขึ้นมาแล้วมันมีความรู้สึกว่ากลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อก็ไปไม่ถึง เราอยากให้ทุกคนสู้
เพื่อพิชิตยอดเขาและวิวแบบนี้!!




อากาศข้างบนคือดีมากจริงๆ ลมแบบ 200 กม/ชม (เวอร์ไป) พัดหัวปลิวสุด พัดเก่งเหลือเกิน ภาพข้างบนคือ No filter จริงๆ แสงจากดวงอาทิตย์ลอดผ่านมฆมาเป็นช่องๆ คือมันดี มันเก๋ และสวยงามมากๆ



นี่ก็คือโฉมหน้าของผู้พิชิตยอดเขาที่แคมป์ได้สำเร็จ เย่!! ซึ่งหลังจากรูปนี้เจ้าหน้าที่ชาวมองโกเลียที่มาดูแลเราก็บอกว่า "ทุกคนครับระวังนะครับในหินมันมีงู" พี่!! คือช่วยดูเพื่อนหนูที่นอนลงไปด้วย 55555

กิจกรรมในแคมป์ก็ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ถ้ายังไม่พอใจในการเดินขึ้นเขาอีกก็มีการจัดกีฬา
กระชับมิตร ไทย-เกาหลี-จีน
ใครใคร่เล่นบอลเล่น ใครใคร่เล่นวอลเล่ย์เล่น

ชายฉกรรจ์จาก Hohhot, China และ Namyangju, South Korea
ใคร่เตะบอลกระชับมิตรก็เล่นไป


ส่วนทางเราหญิงไทยใจบอบบาง ก็เหมาะกับกีฬาวอลเล่ย์บอลมากกว่า
ถึงแม้ว่าร้อยละ 80 ที่เล่นจะเป็นการวิ่งเก็บบอลก็ตาม


กลางคืนก็มีรอบกองไฟ มีเกมแบบหอยเปลี่ยนฝา การแสดงจาก 3 ประเทศ และส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือ Free Hug จ้าาา

และที่อยู่ของเราในคือค่ายนี้ก็คือ Ger จ้าจริงแท้แน่นอน


หลังจากค่ายนี้แล้วเราก็ได้ไปเยี่ยมชมสิ่งมหัศจรรย์ก็คือหินเต่า ไม่ใช่เต่างอย แต่คือหินรูปเต่า


อ๊ะ....ต่อไป



การไปในครั้งนี้ เราก็จะต้องนำวัฒนธรรมของประเทศไทยไปเผยแพร่ ในครั้งนี้เราเลือกนำ
การแสดงนาฏศิลป์ไทยไปเผยแพร่ให้เยาวชนจากมองโกเลีย รัสเซีย เกาหลี และจีน ได้เห็นถึงความสวยงามและความอ่อนช้อยของการรำไทย
(ถึงแม้ว่าดูจากรูปจะเหมือนว่ามีสกิลการรำเป็น 0 ก็ตาม 5555)


บรรยากาศจากค่ายเยาวชนนานาชาติที่เราได้ไปแสดงนาฏศิลป์ไทยกัน
เด็กๆชาวมองโกเลีย ที่ค่ายเยาวชนนานาชาติและตัวแทนเยาวชนจากกรุงเทพมหานคร



หลังจากที่เราได้แสดงวัฒนธรรมของเราไปแล้วทางมองโกเลียก็จัดใหญ่ จัดหนัก จัดเต็มให้เราเหมือนกัน ขนาดที่ว่าจำลองเทศกาล Naadam มาให้ดูกันเลย


นี่ก็คือกีฬาของมองโกเลีย หลายคนอาจจะงงว่าทำไมต้องแต่งชุดเปิดแหวกอะไรขนาดนี้
มันมีเรื่องมาก่อนหน้านี้จ้า
คือเมื่อก่อนเสื้อมันก็ปิดหน้าอกหมดนั่นแหละ ต้องบอกก่อนว่าจริงๆกีฬานี้เล่นได้เฉพาะผู้ชาย แต่ครั้งหนึ่งมีผู้หญิงปลอมตัวมาเล่นแล้วชนะผู้ชายทั้งหมดเลย ตั้งแต่นั้นมาเลยเปลี่ยนการแต่งตัวให้เป็นแบบนี้ นั่นเอง!!!

นี่ก็เป็นการละเล่นอีกอย่างหนึ่งของเด็กมองโกเลียเรียกว่า Ankle Bone
เอามาจากกระดูกแกะจริงๆ
วิธีการเล่นก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเล่นยังไงไว้ใครไปก็กลับมาสอนเราเล่นหน่อยนะ

น้องก็มาโชว์ยิงธนู คือน้องอายุ 3-4 ขวบแต่ยิงแม่นมากๆ คือออกจากท้องแท่ก็คาบลูกดอกออกมาด้วยไรแบบนี้

นี่คือเครื่องดนตรีของมองโกเลีย จากการที่เราได้ฟังได้ดูโชว์ทั้งการเล่นดนตรีและการเต้นระบำไรแบบนี้มันทำให้เรานึกถึงเสียงธรรมชาติแบบเสียงลม เสียงน้ำ การเคลื่อนไหนแบบนก หรือแบบทุกคนลองคิดถึงที่อยู่ของเผ่า M'baku ใน Black Panther ไรแบบนั้นอะที่หน้าเป็นหิมะแต่ได้ยินเสียงแบบธรรมชาติเสียงลม 

นี่คือ Friendship Tree รดน้ำต้นไม้ร่วมกันจะได้เป็นเพื่อนกันตลอดไปไรแบบนี้ แต่ก่อนอื่นนะเลิกมองกล้องแล้วช่วยกันยกน้ำก่อน!!!
 
ได้เป็นเยี่ยมโรงงานผลิต Dairy Product APU แต่งตัวแบบนึกว่านี่ทีมแพทย์ 5555



และนี่ก็คือวัดในมองโกเลีย ซึ่งก็อีกนั่นแหละค่ะไม่สามารถที่จะเก็บรูปในวัดได้ ต้องไปดูด้วยตา
ตัวเองเท่านั้นเลยจ้า


ศาสนาพุทธที่นี่ก็จะได้รับอิทธิพลมาจากทิเบต เป็นนิกายมหายาน อย่างที่บ้านเราต้องตีระฆังใช่มั้ยคะที่นั่นก็จะให้หมุนที่คล้ายๆ ถังหมุนรอบอาคารโบสถ์ 1 รอบคล้ายๆ ที่จีน
ที่ฮ่องกงอะไรแบบนั้น

แต่จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ชาวมองโกเลียที่ดูแลเราเขาบอกวาส่วนใหญ่คนมองโกเลียนับถือธรรมชาติแบบขอพรจากท้องฟ้าและพระอาทิตย์ ดูแลธรรมชาติ
เขาบอกว่าสมัย Chinggis Khaan แค่แบบซักผ้าในแม่น้ำคือโดนประหารชีวิต เพราะทำให้ธรรมชาติสกปรก เราว่านี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งหตุผลที่ทำให้ประเทศมองโกเลียยังเป็นประเทศที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติสูงมากๆ อยู่ สำหรับเรา เราคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะเขาคิดว่าธรรมชาติมากก่อนมนุษย์ก็คือมนุยษ์ต้องปรับตัวเข้าหาธรรมชาติไม่ใช่ทำลายธรรมชาติเพื่อให้เข้ากับมนุษย์มันทำให้สภาพแวดล้อมเป็นไปในแบบที่ควรจะเป็นด้วย


คืนสุดท้ายที่มองโกเลียแล้วววววว ก็เป็นงานเลี้ยงปิดท้าย อยากเรียกว่าคือปล่อยผี 555
เพราะเป็นคืนที่ทุกคนได้มาสนุกด้วยกันจริงๆ เราแบบไม่เคยเห็นใครรั่ว ไม่เคยได้ยินใครพูดมันก็จะเกิดขึ้นคืนนี้แหละ 


ประเทศไทยเป็นกลุ่มแรกที่จะเดินทางออกจากประเทศมองโกเลียถึงแม้ว่าเราจะต้องออกจากโรงแรมเช้ามากแต่เพื่อน ก็ยังตื่นมาส่งพวกเรา ขอบคุณจริงๆ



เรารู้สึกประทับใจการเดินทางในครั้งนี้มากๆ ที่ทำให้เราได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิตได้
ทำหลายๆอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ทำให้เรากล้าแสดงออกมากขึ้น ฝึกฝนเราให้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ฝึกให้เราได้ดูแลตัวเอง ได้ดูแลเพื่อนร่วมทริป และขอบคุณเพื่อนด้วยที่ดูแลเรา ได้ให้เราเผยแพร่วัฒนธรรมที่ดีของประเทศไทย ทำให้เราได้ภูมิใจในชาติตัวเอง และที่สำคัญขอบคุณที่การเดินทางครั้งนี้ทำให้เราได้สานสัมพันธ์ได้มีมิตรภาพดีกับเพื่อนใหม่ๆ ถึงแม้ระยะเวลาที่เรามีจะสั้นเพียง 7 วัน แต่ประสบการณ์ที่ได้ออกไปท่องโลกที่มองโกเลียให้เรามา
เกินความคาดหมายจริงๆ

____________________________________________________________________

แถม!!
****ลืมบอกไปว่าส่วนใหญ่อาหารที่คนมองโกเลียกินจะเป็นพวกเนื้อวัวเนื้อแกะนะคะ
Fun fact : 1. ประเทศมองโกเลียใช้รถเมล์ที่มีภาษาเกาหลีแปะอยู่เยอะมาก
                  คาดว่าจะเป็นมือ 2 จากโครยอมาอีกที
               2. ของที่มองโกเลียแปะป้ายว่า No Brand ไม่ใช่ว่าไร้ยี่ห้อแต่มันคือชื่อ                       ยี่ห้อ (งงมั้ย? เพราะนี่ก็งง)
               3. Chinggis Khaan เก่งการรบบนหลังม้ามากๆ ได้เป็นKhaan ก็เพราะ                       การนี้แต่บั้นปลายชีวิตคือ เสียชีวิตเพราะตกม้า (เอ้า!!!!!)
         
 



หันหนีกล้องเหมือนโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง "พระจากฟ้า" 5555





ความเขียวขจีในมองโกเลีย

นอกจากความเขียวแล้วก็ยังมีความเมืองเช่นกัน


นี่คือโรงแรมที่เราไปพัก

คือถ้าใครได้ไปจะเห็นตึกแบบมีหัวเสาตะวันตกมากที่เป็นแบบดอริก ไอออนิก โคริเทียน แต่แบบตัวอาคารมันโมเดินเกิ๊น
ศิลปะที่อยู่อยู่อาศัยคือแบบงงๆ โก๊งๆ แต่ก็แบบเออ นี่แหละมองโกเลีย


____________________________________________________________________

ขอบคุณทุกคนที่อ่านกันมาถึงจุดนี้
ยอมรับว่ายาวมากด้วยรูปภาพต่างๆ แต่ก็คืออยากให้เห็นจริงๆ 
ใครมีข้อสงสัยอยากรู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเทศมองโกเลียหรือโครงการนี้
ก็ Comment ไว้ใต้ล่างเลย
อะไรที่เราตอบได้ก็จะมาตอบให้นะคะ หรือถ้าไม่ได้ก็จะพยามหาคำตอบมาให้นะคะ


 
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป