หาข้อมูลการเรียนในมหาลัย เพื่อนนำมาแต่งนิยายค่ะ [ยินดีให้แชร์]

#มหาลัย #การเรียน #เรื่องราว #ตารางเรียน #ชีวิตมหาลัย
อย่างที่ข้อความในหัวข้อได้กล่าวไว้ค่ะ เรายังเรียนม.ปลาย แต่จะแต่งนิยายในรั่วมหาลัย ซึ่งมีแนวการเรียนการสอน อยากรู้ว่าตารางการเรียนการสอนในมหาลัยแต่ละคณะเป็นแบบไหน?  เพื่อหาข้อมูลมาเขียนนิยายค่ะ (_ _) 


ป.ล.ถ้าใครมีนิยายแนวมหาลัย ก็ช่วยแนะนำได้นะคะ><


ขอบคุณค่ะ(_ _)+
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

7 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      งั้นขายของเลยละกันขอรับ


      Time Line @ Chiangmai วันนี้คุณรักใครหรือยัง


      ครั้งแรกที่เจอกันหมอนี่กำลังนั่งหลับอยู่หลังห้อง ตอนอาจารย์วิชาเศรษฐศาสตร์ขานชื่อแถมยังเป็นเด็กที่ดรอปเรียนมาสองปี แถมครั้งที่สองก็ถูกหญิงสาวดาวคณะอาละวาดใส่ เฮ่อ!ผู้ชายที่สุดจะคาดเดา คนที่ดูเหมือนจะมีดีแค่เปลือกนอก สุดท้ายจะสามารถเข้ามานั่งอยู่ในใจเธอได้หรือไม่


      “คุณเคยไหมกับการที่ถ่ายรูปลง Facebook แล้วมีใครก็ไม่รู้โผล่เข้ามาร่วมในกล้องแบบไม่ได้ตั้งใจ แถมไปที่ไหนก็เจอหมอนี่มาเสนอหน้าตลอด ๆ เอิ่ม!ตกลงนายเป็นผีหรือเป็นคน ทำไมจ้องเวรฉันตลอดเลย”


      กับฉากรักกุ๊กกิ๊กและวิวทิวทัศน์สุดบรรเจิดในเชียงใหม่ ถ้าใครได้มาเที่ยวสักครั้งคุณอาจจะหลงรักเชียงใหม่ก็ได้ กับ Time Line @ Chiangmai วันนี้คุณรักใครหรือยัง


      https://writer.dek-d.com/softkid1/writer/view.php?id=1849980

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มหาลัยจะไม่ได้มีตารางเรียนทั้งวันแบบมัธยมนะ อาจจะเรียนวันละวิชาสองวิชา อย่างมากก็สาม แต่วิชาละสองชั่วโมง สามชั่วโมงไรงี้ แล้วแต่วิชา บางวันเรียนเช้าว่างบ่าย บางวันบ่ายว่างเช้า บางวันบ่ายแล้วต่อค่ำอีก เลิกสองทุ่มก็มี ถ้าอาจารย์สอนชดเชยบางทีก็เลิกสี่ทุ่ม ไม่ก็ต้องตื่นมาเรียนตั้งแต่แปดโมง TT (เหมือนบ่นอ่ะ 5555) ที่สำคัญคือนักศึกษาจะเป็นคนจัดตารางเรียนเอง คือแผนการเรียนก็จะมีให้ แต่ก็แล้วแต่ว่าจะลงตามนั้นมั้ย จะลงทันรึเปล่า (เพื่อนวิศวะลงทันแค่วิชาเดียวยังมีเลย 5555) ส่วนการเรียนการสอน คือคณะเราคนไม่เยอะก็จะบรรยากาศการเรียนเหมือนในห้องเรียนมัธยม มีการบ้านบ้างแล้วแต่วิชา มีโปรเจคใหญ่ๆ กับงานกลุ่มบ้างนานๆที ส่วนวิชาที่เรียนรวมกับคณะอื่นเยอะๆก็จะเรียนห้องใหญ่ อารมณ์เหมือนไปฟังบรรยาย แต่พอเลือกสาขามาแล้วคนเรียนน้อยมากเลยเหมือนเรียนกับอาจารย์ตัวต่อตัว ใกล้ชิดมาก 55555

      ก็ประมาณนี้มั้ง ไม่รู้จะเป็นประโยชน์รึเปล่า สงสัยตรงไหนถามอีกได้นะคะ มีเรื่องเม้าเยอะ 555555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อย่างของผมเรียนนิเทศศาสตร์

      การลงเรียนของผมในปีแรกก็จะเป็นวิชาพื้นฐานทั้งหลาย

      เช่น หลัก...นั่นนี่นู่น เพราะงั้นช่วงปีแรกตารางก็จะค่อนข้างแน่นหน่อย

      ใกล้เคียงกับการเรียนสมัยมัธยม แต่จำนวนวิชาจะน้อยกว่า อาจมีวันละ 2-3 วิชา

      แต่เรียนวิชาละ 2-3 ชั่วโมง


      พอขึ้นปีที่สองวิชาพื้นฐานก็จะลดลง จำนวนวันก็อาจลดลงด้วย อาจเหลือสี่วัน หรือสามวันครึ่ง

      จำได้ว่าช่วงสบายสุดคือปีสามเทอมสองเป็นต้นมา เรียนสัปดาห์ละสองวันครึ่ง


      ทั้งนี้คือมันขึ้นอยู่กับวิชาที่ลงเรียนครับ บางทีวิชาเดียวกันก็มีให้เลือกว่าจะลงเรียนคาบเช้าหรือบ่าย

      อย่างผมชอบเรียนเช้าผมก็ลงเช้า แล้วบ่ายก็ว่าง ปล่อยเซอร์ไป


      พอปีสี่ก็เรียนเทอมนึง แล้วก็ฝึกงานอีกเทอมนึง


      คือมันก็จะแตกต่างกันไปตามระบบของแต่ละมหาวิทยาลัยครับ ไม่งั้นคุณลองไปโหลดระเบียบการลงทะเบียนเรียนของคณะ มหาลัยใดๆสักที่มาดูเทียบก็ได้ ในนั้นจะบอกวิชา จำนวนหน่วยกิตเอาไว้อยู่ครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นำเสนอตารางเรียนของศิลปกรรมม.แห่งหนึ่งที่มีคลองหลังม.สะดวกแก่การนั่งเรือไปเรียนหากบ้านใกล้ท่าเรือใดท่าเรือหนึ่ง

      ตารางเรียนปีแรกๆจะเกือบเต็มทุกวัน แต่เรียนพื้นฐานปรับพื้น(เป็นทุกคณะนะเรียนปรับพื้น) จันถึงศุกร์วิชาพื้นฐาน(ไม่ใช่วิชาเอก=ไม่เกี่ยวกับคณะหรือเอกมากขนาดนั้นแต่ก็ต้องเรียน) พวกภาษา สังคม จิตวิทยาสังคม วิชาบูรณาการ ฯลฯ
      วิชาเอกจะมีเล็กๆน้อยๆ ประปราย หนึ่งวันเรียนแค่สองวิชา ครึ่งวันเช้ากับครึ่งวันบ่ายเลิกเร็วช้าขึ้นกับวิชา พวกวิชาพื้นฐานของมหาลัยเก็บคะแนนละเอียดมีสอบมีเทส มีการบ้านมีการเข้าตรงเวลาเช็คชื่อทุกคาบ

      พอขึ้นปีสองปีโตวิชาพื้นฐานจะน้อยลงแล้วเพิ่มวิชาคณะกับเอก
      ศิลปกรรมวิชาต่างกันไปตามอาจารย์บางคนถนัดลงภาคสนามอาจมีนัดเรียนนอกมหาลัยบ่อยอย่างไปวัด ไปพิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวข้องกับเอก บางทีไม่มีห้องเรียนให้ใช้ก็นั่งเรียนสตาร์บัค(ถ้าเอกคนไม่ถึงสิบก็ทำได้อ่ะ เพราะคุยแค่ความคืบหน้างานส่งงานว่าทำอะไรถึงไหนจะแก้จรงไหน อ.เขาจะช่วยดูแล้วบอกให้ว่าคุณควรทำไงต่อหรือที่ทำมามันไม่ควร ฯลฯ

      ป.ล.วิชาพื้นฐานการบ้านกุ้งกิ้งน่ารักเหมือนม.ปลาย มีชีทมีรายงาน แต่วิชาเอกงานแต่ละชิ้นนี่ถ้าไม่ทำสะสมไว้มีแววส่งไม่ทัน
      ป.ล.2 แต่ละคณะของแต่ละมหาลัยก็ต่างกันไป อย่างได้กลิ่นไอม.ไหน... ไว้เรียนถึงน่าจะแต่งให้อินได้ง่าย ทุกคณะล้วยตายลงกับกองงานและสอบทั้งนั้น เว้นพวกสถาปัต ศิลปกรรม อาจจะวิศวะอีกคณะที่มีงานประเภท "โมเดลทำมือ" ตัดโมกันโต้รุ่ง(จริงๆอันนี้มันก็แล้วแต่คนว่ากลับบ้านไปทำงานหรือไปเที่ยวแล้วทำงานทีหลังไฟมันก็จะลนตูดหน่อยๆ อย่างที่ว่าใช้กับทุกคนไม่ได้เพราะเราเองอยู่คณะที่เพื่อนหลายคนทำงานกันโต้รุ่งเสร็จเช้าก่อนตรวจ โ๖้รุ่งทำงานวันเดียว แต่เราเองก็ได้นอนปกตินะคะ เพราะไม่ค่อยไปเที่ยวไหนเลิกเสร็จกลับบ้านอย่างเดียวขก. แค่งานทั้งกองก็ไม่มีเวลาเที่ยวละ ขอเลือกนอนอย่างสบายใจแทนไปเที่ยวค่ะ!)
      ป.ล.3 ระวังเรื่องเวลาว่างของแต่ละคณะในการแต่งด้วย เด็กอ่านอาจจะสนุกแต่ถ้าอยากให้ผู้ใหญ่สนุกด้วยบางทีมันไม่อินกับการรู้ว่าเรื่องในนิยายมันเกิดได้ยากละเกินอย่างหมอว่างไปเต๊าะคนคณะอื่น
      ป.ล.4 ไม่เรียกครูเรียนอาจารย์ ไม่มีผอ.มีแต่อธิการบดี ศึกษาตำแหน่งต่างๆของคณาจารย์ได้จากอากู๋


      ความจริงอีกข้อนึงคือ เราแทบไม่เจอเพื่อนต่างคณะเลยถ้าไม่ใช่วิชารวมตอนปีต้น(วิชาพื้นฐานของมหาลัยในตึกอาคารเรียนรวม) หรือช่วงพักกับเลิกเรียน(ซึ่งก็ไม่เคยเลิกตรงกัน555) จากที่ชอบส่องเพื่อนแล้วปีแรกๆมีโอกาสจะได้แฟนต่างคณะสูง แต่พอปีหลังๆถ้าเลิกกันมีแววจะคบกันเองในคณะมากกว่าแค่ต่างเอก

      การช่วยตัดโมแล้วกำเนิดแฟนอินยาก เพราะในความเป็นจริงทำอะไรที่ทำง่ายๆม่ก่อความเสียหายให้งานอย่างตัดเส้น ตัดกระดาษดีกว่า เพราะถ้าช่วยได้แสดงว่าคนช่วยจะต้องทำงานดีในระดับหนึ่ง เราโตขึ้นต้องมีความรับผิดชอบ งานส่งอ.ต้องดีแม้ว่าทั้งอาทิตย์จะไม่ได้เรียนเขาวิชาเดียวแต่งานต้องออกมาดูดีเหมือนทำมาทั้งอาทิตย์ให้ได้... ; u ;

      การโยนงานทิ้งเกิดขึ้นจริงในบางม. และบางม.ไม่นิยมการทำลายโมนศ. แต่พูดแทงใจแทน ได้แค่นี้? คุณมีเวลาทั้งอาทิตย์? ผมว่าไม่ได้สั่งยากเลยนะ?

      อ.ไม่ทวงงานนะไม่มีส่งคือคะแนนช่องนั้นว่างส่งย้อนหลังไม่ได้ถ้าเขาไม่อนุญาต ตายอีกทีตอนรวมคะแนนแล้วงานไม่ครบไม่มีสิทธิ์สอบหรือผ่านวิชา ลงใหม่ปีหน้าจ้า รับผิดชอบตัวเองมากๆ อย่าคิดแต่เที่ยว/ร้องไห้/ แต่ถ้าคิดว่าโต้รุ่งทำงานได้ก็ไม่มีปัญหา

      มันมีอะไรอีกเย๊อะที่พิมพ์ไม่หมดต้องเจอกับตัวแล้วจะรู้ว่ามหาลัยหรรษามาก... รับน้องน่ารักๆนี่มีแค่ในคณะเรียบร้อยพยาบาล นิติ สังคม หมอ ครู หรือเพราะไม่เดินผ่านก็เลยไม่เห็นเขารับกันโหด (นอกนั้นฮาร์ดคอว์หมดว้ากเยอะ แกล้งน้องเยอะ/คนอื่นอาจจะอินแต่ไม่รู้เรารู้สึกไม่อินกับการรับน้องเท่าไหร่ คณะศิลปกรรม พละ วิศวะ การแสดง นี่บางวันมาเต้นแร้งเต้นกากลางมหาลัยกลางโรงอาหารคือปกติพี่บอกให้ทำ) มีพี่มีน้องจะได้ช่วยกัน... สายรหัสสายเทคที่เหนียวแน่ก็เป็นงั้นอ่ะน่ารักๆ แต่มันก็มีสายขาดสายเทด้วย ไม่สนิทกันทุกคนก็มีแล้วแต่คน คือจะเจอคนหลากหลายมากๆ อาจจะได้เจอคน(ทั้งในรุ่นหรือนอกรุ่น)ที่แบบเห้ย มันมีคนนิสัยอย่างนี้ในโลกจริงๆด้วยหรอ นึกว่าหลุดมาจากนิยาย(เชิงลบนะ...) ตลกแบบแปลกๆดี

      สไตล์การสอนไม่เหมือนโรงเรียนมาก แต่กแล้วแต่อ.กับคณะ คณะเราเน้นสอนแล้วให้ไปฝึกทำ แต่วันส่งงานจะชี้ชะตามากเพราะงานห่วยคะแนนอย่างดิ่ง การขัดโฟมแปะสีโป้วดูง่ายมากแต่ทำจริงโคตรยาก และใดใด งานมือกับโมเดล ควรรู้จักปกป้องตัวเองอย่างใส่หน้ากากอนามัยแบบกรองฝุ่นที่เล็กมากๆได้ ทั้งฝุ่นโฟมละเอียด ฝุ่นเรซิ่น สีโป้วพลาสติก ของพวกนี้ทำให้ทางเดินหายใจมีปัญหาได้ วิธีแก้อีกอย่างคือขัดด้วยกระดาษทราน้ำ(ชุบน้ำแล้วขัด/แตกต่างกับกระดาษทรายไม้ทั่วไปเพราะกระดาษทรายธรรมดาถูกน้ำแล้วทรายบนกระดาษลอกหายนะเออ กระดาษทรายชุบน้ำได้ไม่ลอกเป็นแบบขัดเหล็กแค่สีก็ต่างกันแล้ว อันจุ้มน้ำแล้วทรายขัดหายคือสีน้ำตาล อันจุ้มน้ำขัดได้คือสีเทาๆ)

      ป.ล. สุดท้าย ประสบการณ์ตรง ขนาดเพื่อนจากม.ปลายที่เดียวกัน อยู่ม.เดียวกัน(3คน) ตึกคณะไม่ห่างกันตลอดสี่ปีมานี้เคยเจอกันแค่... 4 ครั้ง...และอย่างยิ่งแค่ช่วงปีหนึ่งปีสอง ปีสามปีสี่ทุกคนหัวฟูกับวิชาเอกที่ยากขึ้นมากๆ กับการเตรียมตัวทำธีสิส

      ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นี่ก็จบมหาลัยมา 13 ปี ยังบังอาจเขียนนิยายที่เป็นวัยนี้อีก ขอบคุณที่เปิดกระทู้ค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรียนสถาปัตย์มาค่ะ ชีวิตไม่ค่อยว่าง เรียนไม่ค่อยเยอะแต่งานเยอะแบบใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากกว่าในมหาลัย วิชานอกโดดได้ก็โดดกันเป็นกิจวัตร

      ตาดำเป็นแพนด้า งานสุมชนิดจะกินก็ไม่ได้กินจะนอนก็ไม่ได้นอน[บางช่วง] และงานสุมชนิดธรรมดาแบบไม่ค่อยมีเวลาเที่ยว และงานน้อยชีวิตว๊างว่างในช่วงที่ทั้งมหาลัยมีสอบ? [เพราะคณะเราไม่มีสอบ อ่าวๆ 55+]

      มีแฟนคณะอื่นก็โดนเขาทิ้ง ข้อหาไม่มีเวลาให้เลยต้องกินกันเอง...

      เวลามีแฟนก็ต้องเป็นคนที่เข้าใจหัวอกเราจริงๆ เราไม่ว่างงงง มาช่วยเราเผางานบ่อยๆคอยส่งข้าวส่งน้ำ

      อะไรแบบนี้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มหายลัยก็มีหลายคณะ แต่ละคณะก็จะแตกต่างกันไปตามแต่การเรียนของคณะนั้นๆค่ะ

      ขอยกตัวอย่างคณะตัวเองแล้วกัน เราเรียน Graphic Design ค่ะ

      ปีแรกจะเรียนพวกวิชาพื้นฐานทั่วไป พวกเลข เขียนเว็ป ดรออิ้ง อะไรพวกนี้ค่ะ ตารางเรียนอาจารย์จะมีจัดให้ในเทอมแรก แต่พอเทอม 2 เป็นต้นไปเราจะต้องจัดตารางและลงเรียนเอง

      คณะเราด้วยความที่นักศึกษาไม่เยอะ(+อาจารย์ที่สอนก็ไม่เยอะ) เพราะฉะนั้นเซคที่ลงได้ก็จะมีน้อยค่ะ นักศึกษาก็จะไปตายกันตอนลงเซคซะส่วนใหญ่ เพราะถ้าเซคเต็มก็เรียนวิชานั้นๆ ไม่ได้ต้องหาวิชาใหม่ลงหรือไม่ก็รอลงเทอมอื่น ก็จะมีการนั่งเฝ้าหน้าจอหรือวิ่งควายกันไปลงเซค(มีให้ลงทั้งในเน็ตและลงเองที่มหาลัย)

      วิชาเรียนตั้งแต่ปี 2 ขึ้นไปจะเป็นวิชาของคณะทั้งหมดค่ะ คณะเราด้วยความอินดี้ของท่านอาจารย์ก็จะไม่มีสอบมีแต่ทำงานส่ง(หรืออาจารย์บางคนจะจัดสอบเองก็เสี่ยงดวงกันไป) แต่ส่วนใหญ่แล้วคือไม่มีสอบ วันที่คนอื่นสอบคือวันว่างของเรา แต่วันที่คนอื่นเข้าเรียนฟังเลคเชอร์กันชิวๆ คือวันนรกในการปั่นงานของเรา

      วิชาเรียนก็จะมีตั้งแต่ ฟิล์ม ถ่ายรูป ตัดต่อ ดรออิ้ง ทำโม ทำวารสาร ทำเว็ป ออกแบบดีไซน์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ บลาๆๆๆ เรียกว่าค่อนข้างจับฉ่ายอยู่ที่เราจะเลือกลงอะไรก็ได้ตามแต่อยากเรียน

      โปรเจคแต่ละอย่างก็จะมีเวลาให้ทำเกือบทั้งเทอม(ถ้าเป็นโปรเจคใหญ่) หรือบางทีก็ให้เวลาเดือนเดียว(สำหรับโปรเจคเล็กๆ) แต่เอาจริงๆ คนมาทำกันจริงก็ตอนไฟลนก้นก่อนส่งงานนั่นแหละค่ะ ห้องแล็ปก็จะเต็มไปด้วยคน ห้องคอมก็ไม่ว่าง ปริ้นเตอร์ก็ต้องรอคิว เมาส์ปากกา กล้อง บลาๆๆ ก็จะถูกยืมไปหมด เป็นช่วงเวลาที่ถ้าใครมีอุปกรณ์เป็นของตัวเองคือสบายไป ใครไม่มีก็วิ่งควายไปยืมมหาลัยค่ะ


      จบๆ การเรียนกเท่านี้ กิจกรรมในมหาลัยเรามีเยอะมาก แต่จะเลือกเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมก็ได้(แต่จะมีคะแนนกิจกรรมอยู่นะคือถ้าไม่เข้าเลยก็จะจบไม่ได้ต้องเข้าบ้าง)

      มหาลัยเราไม่มีรับน้องค่ะ (อาจจะมีบางคณะไม่รู้ คณะเราไม่มี) แต่จะมีเลาน์จที่รวมพวกรุ่นพี่รุ่นน้องให้ไปนั่งทำกิจกรรมกันได้ ถ้าไปที่นั่นก็จะเจอรู้จักรุ่นพี่แต่ถ้าไม่ไปก็คงไม่รู้จักกันหรอกแทบไม่เจอกันเลย ชั้นเรียนส่วนใหญ่ก็รุ่นเดียวกันทั้งนั้น ความสัมพันธ์ของแต่ละรุ่นเลยไม่มีอะไรมาก(ถ้าเป็นเด็กกิจกรรมจะเจอรุ่นพี่เยอะนะ)


      ทั้งหมดก็ประมาณนี้แหละค่ะ

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป