/>

จากคนที่โดนบุลลี่(ประสบการณ์ที่เกือบฆ่าตัวตาย) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ปัญหาชีวิต #เครียด #เพื่อน #โรงเรียน #บุลลี่
สวัสดีค่ะ เราจะมาพูดเรื่องการถูกบุลลี่ของเราที่ตอนนี้เราเจออยู่ เราอยู่โรงเรียนหญิงล้วนแห่งนึง เราอยู่โรงเรียนมา 10 ปีค่ะ (อีก 2 จบ) เรามีความสุขมาตลอดกับการที่อยู่โรงเรียนนี้ แต่เพื่อนที่เราคบอยู่คือแย่มากๆ เราทะเลาะกันประจำเพราะเรื่องเล็กน้อยมากๆ แต่นางทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตมากจนเราต้องเลิกเป็นเพื่อนกัน

ตอนเราอยู่ม.1 เราถูกเพื่อนบุลลี่เพียงเพราะคบกับเพื่อนคนนึงที่ทั้งชั้นแอนตี้ เราคิดว่าเราเริ่มมีนิสัยแบบนั้นตาม แต่เราหยุดทัน แต่สุดท้ายเราก็ถูกบุลลี่อยู่ดี เราพยายามปรับตัว เอาใจเพื่อน เปลี่ยนตัวเองให้เงียบๆมากขึ้น แต่เราก็โดนอยู่ดี ตั้งแต่วันนั้น มันเป็นจุดเรื่มต้นที่ทำให้เราอยากย้ายโรงเรียน

ม.2-ม.3 เรากลับมาคบกับเพื่อนที่เราเคยคบมาด้วยตอนประถม แต่เราก็ต้องเจอแบบเดิม เราทั้งโดนเพื่อนคนนี้ด่าว่าครอบครัว เช่น ตอนแม่เราซื้อรถใหม่ เพื่อนคนนี้ก็ว่าแม่เราว่าเห็นจะต้องซื้อเลย มีสมองปะเนี้ย เอาเงินตรงนี้ไปทำอย่างอื่นได้ตั้งเยอะแยะ และมีเรื่องอื่นๆอีกมากมาย เราก็เตือนนางอย่างใจเย็น อธิบายให้ฟังว่าไม่ควรทำแบบนี้และบอกด้วยเหตุผล

พอขึ้นม.4 เราได้รู้จักเพื่อนใหม่ ตอนที่คุยครั้งแรก เพื่อนคนนี้ดีกับเรามากเลย และเป็นเพื่อนที่ทำให้เรามีเพื่อนมากยิ่งขึ้น ทีนี้เพื่อนคนที่เราคบด้วยอยู่เห็นเรามีเพื่อนคนใหม่ นางเลยไปตอแยยันเพื่อนใหม่ และสร้างเรื่องให้ต่างๆมากมายจนเราทนไม่ไหว เราเลยขอให้นางปรับปรุงตัว ถ้านางปรับปรุงตัวได้แล้ว ไว้เราค่อยกลับมาคุยกันอีก ซึ่งเราก็ตัดสินใจเดินเข้าหาเพื่อนกลุ่มใหม่

ปัญหาหนักสุดของเราอยู่ตรงนี้ค่ะ มีเพื่อนในกลุ่มมีปัญหากัน ทุกคนจากแอนตี้เพื่อนคนนี้เพราะนางชอบทำตัวอวดรวย และสำเนียงการพูดแปลกๆ นางเลยถูกเฉดออกจากลุ่มไป ตอนนั้นเพื่อนคนนี้เป็นหัวข้อนินทาในกลุ่มเราอย่างเมามันส์เลย ทุกคนต่างเราเรื่องเล็กๆน้อยๆขึ้นมานินทา เอาขึ้นมาพูดให้เพื่อนคนอื่นๆต่างเกลียดนางมากขึ้น มีบางส่วนที่เราเห็นด้วย แต่เราไม่ได้พูดออกไป เรานั้งฟังเพื่อนเราคุยเงียบๆ มีเพื่อนคนนึงหันมาถามเราว่า "- มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับมันมะ กูจะได้เอาไปนินทาต่อ" เราเลยตอบกลับไปว่า "ฮ่าๆๆ ไม่รู้สิ" เพื่อนเราก็ตอบแค่ "อ๋ออออ" แล้วก็หันกลับไปหากลุ่มเพื่อนที่นั้งอยู่ด้วยและซุบซิบกัน พอหลายๆวันต่อมา เราสังเกตุได้ว่าเพื่อนดูคุยกับเราน้อยลง เราเลยคิดว่า อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้หยิบหัวข้อของคนนี้ไปนินทากับเพื่อนคนอื่นล่ะมั้ง 

สาเหตุเพราะว่าเราเคยเจอแบบนี้มาก่อน เราเคยโดนนินทามาก่อน แต่ตอนนั้นมันหนักกว่านี้ เราเลยฝังใจและไม่อยากให้คนๆนั้นเจอแบบเรา เราเอาเรื่งอไปพูดกับเพื่อนเรา และเพื่อนเราก็ตอบกลับมาว่า "อ๋อออ โลกสวยดีว่ะ" ไม่รู้เราคิดไปเองรึปล่าวนะ แต่เรารู้สึกได้ว่า เรากำลังจะเป็นท็อปปิกต่อไป

มีอยู่วันนึงเราไปหัวหินเพื่อไปเข้าค่ายของที่โรงเรียนกับเพื่อนๆ คืนสุดท้ายก่อนกลับจากหัวหิน เรานั้งเล่นเกม "แวร์วูฟ" มันมีเรื่องเข้าใจผิดกันเกิดขึ้นนิดหน่อย เพื่อนคิดว่าเราโกงเกม แอบลืมตาขึ้นมาดู แต่ความจริงเราแค่แสบตาเราเลยเงยหน้าขึ้นเพดานแต่เราก็ไม่ได้เห็นเพื่อนอะไรเพื่อนเลย จากนั้นเพื่อนก็โกรธเราเลย เราเข้าไปถามตรงๆว่าเป็นอะไร โกรธเรารึปล่าว เพื่อนกลับตอบเสียงแข็งและห้วนว่า "ก็ไม่" ด้วยความไม่รู้และกลัวเพื่อนเรารำคาญเราจึงปล่อยเลยไปจนผ่านไป 4-5 วัน

ตลอด 4-5 วันที่ผ่านมา เราทั้งถูกเพื่อนกันออกจากกลุ่ม นินทาทั้งต่อหน้าและลับหลัง มีมาเหน็บแนมถึงโต๊ะเรียน เมินเราเหมือนเราเป็นอากาศ ชวนไปไหนก็ไม่ไปด้วย เราพึ่งมารู้ตอนที่มีเพื่อนคนนึงวาดรูปล้อเลียนเราและมาติดไว้ที่โต๊ะพร้อมเขียนด่าเราเต็มไปหมด ตอแหลบ้าง เ-้ยบ้าง หน้าด้านบ้าง  ใช่ว่าเราไม่พูดคำหยาบนะ ตอนนั้นเราก็ุทานเมือนกันว่า เ-้ยไรเนี้ย เรารู้สึกว่าเริ่มไม่ใช่แล้ว เราเลยส่งไลน์ไปเคลียร์กับเพื่อนที่มีีปัญหาด้วย แต่นางก็บอกว่าให้ดูเอาเองว่าทำอะไบ้าง เราอยากบอกเพื่อนนะว่าเราไม่สามารถรู้ตัวเองได้หรอกว่าเราทำผิดอะไร ถึงจะรู้แต่ก็ไม่แน่ใจ เราก็คุยกับนางด้วยเหตุผล เพราะถ้าใช่มันก็คือเรื่องเล็กน้อยที่เข้าใจผิด เราเลยอยากให้เพื่อนบอกว่าเราทำอะไรผิด บอกตรงๆเลยได้มั้ย เราจะได้ปรับตัวให้ ตอนนั้นเราเครียดมากเลยเพราะเพื่อนไม่ตอบไลน์เราเลย เราเลยไม่รู้สักทีว่าเราผิดตรงไหน ขอโทษก็แล้วแต่ไม่หาย

ตลอด 1 อาทิตย์นั้นเหมือน 1 อาทิตย์นรกเลยล่ะ เราเริ่มโดนบุลลี่หนักกว่าเดิม มากขึ้นๆๆๆเรื่อยๆ เราก็ไม่กล้าเอาเรื่องนี้ไปบอกครูเพราะเราคิดว่าถ้าบอกแล้ว เรื่องใหญ่กว่าเดิมแน่ๆ เราเลยเลือกที่จะเก็บเงียบๆเอาไว้ไม่บอกใครและทนเป็นขี้ปากของเพื่อนๆต่อไป เพื่อนคนอื่นๆก็เชื่อเพื่อนคนนี้ปหมด ไปรู้ว่าไปพูดอะไรไว้บ้าง ทุกคืนเราจะร้องไห้เพราะกลัวการไปโรงเรียนพรุ่งนี้ แล้วเราก็จะนอนไม่หลับ ตอนเช้าเราก็จะร้องไห้กับแม่ว่าไม่อยากไปโรงเรียน แต่แม่ก็ไม่เข้าใจ

ตอนนั้นเราคิดมากแบบมากจริงๆ เพราะลองคิดตามนะ เพื่อนกลุ่มนั้นคือเพื่อนที่เราต้องอยู่ด้วยกันอีก 2-3 ปี ต้องทำงานกลุ่มด้วยกัน ต้อวจับกลุ่มทำกิจกรรมด้วยกัน แต่คือพวกนางต่างไม่อยากได้เรากันหมด เราไม่มีแม้แต่โอกาสจะอธิบาย เราได้แต่ก้มหน้าให้คนอื่นนินทาต่อไป

มีอยู่วันนึงเราทนไม่ไหว เราตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตายเพราะทนกับความกดดันนี้ไม่ไหวจริงๆ ตอนนั้นมันเหมือนมีฉากสโลโมชั่นเหมือนในซีรี่ย์หรือในละครเลยล่ะ ทุกการกระทำมันดูช้าไปหมด เราพูดเหมือนภาษานิยายใช่มั้ยล่ะ ฮ่าๆๆ แต่มันก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆน ก่อนลงมือทำ เรามาคิดได้ว่ากว่าเราจะเกิดมา มันไม่ใช่ง่ายๆ ทุกคนต่างบอกเสมอ หนึ่งชีวิตมีค่า มีความฝันเหมือนกันหมด เราก็มีความฝัน เราฝันว่าเราอยากไปออดิชั่นเป็นไอดอลเกาหลีบ้าง แต่เรายังไม่มีโอกาส และการแก้ปัญหานี้ไม่ได้มีแค่ฆ่าตัวตายเพียงทางเดียว เราเลยตัดสินใจยกเลิกและกลับขึ้นไปนอน

...แต่ตอนนั้นมันเป็นแค่การบอกตัวเองให้สู้ในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น

เราก็ยังคงถูกบุลลี่อยู่(บ้าง) เผลอๆหนักกว่าเดิม แต่เราก็เหมือนเดิม ไม่สามารถทำอะไรได้ เราก็ต้องร้องไห้แบบนี้ทุกๆวัน เราอยากขอย้ายโรงเรียนออก แต่นี่มันคือกลางปี มันยากมากเลยที่จะทนได้ แต่โชคดีมากที่ตอนนนี้เราทนจนจบมาได้ แต่ก็โดนค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ตอนนี้เราก็อยู่มหาลัยแล้ว เพื่อนมหาลัยก็ดีขึ้น แต่การเคยถูกบุลลี่มันก็ยังคงฝังใจเรา เพราะเราย้ายโรงเรียนแบบปุปปับมากเลย ฝั่งใจมากๆ ฮ่าๆๆ ตอนนั้นงงอยู่ว่าสังคมตอนนั้นเราทนอยู่มาได้ไงวะ ฮ่าๆๆ ตอนนั้นเราจำได้เลยว่าเราไม่สามารถอยู่คนเดียวได้เลยเพราะถ้าอยู่คนเดียวเราก็โดนบุลลี่หนักกว่าเดิมเพราะเพื่อนใจ หาเพื่อนคบอีกกลุ่มตอนนั้นก็กลัวเพื่อนๆไม่โอกับเราอีก แล้วก็ทนมาตลอด ตอนนี้คือผ่านมาได้คือที่สุดแล้ว ดีจริง ปรบมือ!!

 
แด่ทุกคนที่เข้ามาอ่าน

เราจะบอกว่าในมุมมองของคนที่ถูกบุลลี่มันไม่มีความสุขหรอกนะ ความจริงเราเจออะไรมามากกว่านี้เยอะ แต่เราเอามาเขียนแค่นี้ จริงอยู่ที่โรงเรียนหลายๆโรงเรียนสอนเด็กเรื่องการรณรงค์ลดการบุลลี่ บางโรงเรียนให้เด็กเขียนว่า "คุณสามารถแก้ไขปัญหาบุลลี่ในโรงเรียนได้อย่างไร" แน่นอนทุกคนย่อมเขียนได้ แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ คนที่เขียนกลับกลายเป็นคนที่บุลลี่คนอื่น 

หลายคนที่เข้ามาอ่าน อาจจะมองว่าที่เราเขียนไปเป็นเหมือนนิยายเล่มนึง แต่เราจะบอกว่า ตอนนี้มันคือความจริงที่เราเจอ เราต้องทนอยู่มาอย่างงี้เรื่อยๆ เราอยากให้หลายๆคนลองมองดูว่า การบุลลี่มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย หากคุณเป็นคนเจอเอง ช่วงเวลานั้นของคุณมันจะเป็นช่วงเวลานรกเลย ความจริงอาจจะมีอีกหลายคนที่โดนบุลลี่เหมือนเรา บางคนก็คิดสั้นฆ่าตัวตาย บางคนก็สู้กับมัน แต่ส่วนมาก มีน้อยมากเลยนะที่จะสู้กับมันถ้าใจไม่แข็งพอจริง สำหรับก็คนที่คิดจะฆ่าตัวตายเพราะเรื่องเพื่อน เราเข้าใจว่ามันยากๆที่จะให้เพื่อนกลับมาโอเค คุณลองมองกลับมาอีกครั้งตอนอนาคต เผลอๆปัญหานี้จะเล็กไปเมื่อมีคนที่รักคุณและคอยซับพอร์ตคุณอย่างจริงจัง อย่าคิดสั้นฆ่าตัวตายแบบเราเลย โตขึ้นมาเรายังมองว่าที่เราทำไปคือไร้สาระจริงๆเลย ฮ่าๆๆ(แต่ตอนนั้นคือหนักมากจริงๆ) ตอนนี้ก็มีรุ่นน้องเราที่เจอการบุลลี่แบบนี้เหมือนกันแต่จากที่ฟังรุ่นน้องคือของรุ่นน้องหนักกว่าของเราอีก เราเลยแนะนำไปว่า คลิกแคลกบาดาดิงบาดาบูมไปเลยไม่ก็บูมชักกาลักกาไปเลย เพราะเราเคยเจอเรื่องนี้มาก่อน เรื่องนี้ยิ่งไปบอกครูก็ยิ่งเรื่งอใหญ่ แต่ถ้าสู้หนักกลับมากเกินไปก็โดนได้ ทางที่ดีคือพอดี 

ขอเถอะค่ะ วงเวียนนี้ไม่ใช้วงเวียนความสุขเลยสักนิด ใครที่เจอต่างก็ทุกข์ทั้งนั้น และทุกข์นี้ก็จะเป็นปัญหาติดตัวไปตลอด จะทำให้เราระแวงไปตลอด ทำให้เรากลายเป็นคนคิดมาก คุณที่เคยบุลลี่ใครมา "คุณลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดู" เรารู้ว่าประโยคนี้มันเป็นประโยคโลกสวย ใครๆก็พูดได้ แต่ในชีวิตจริงมันช่วยจริงๆค่ะ ชีวิตคุณจะดีขึ้นเยอะเลย สู้ไปด้วยกันเนอะ!!






ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและรับฟังเรานะคะ หลายๆคนอาจจะคิดว่าเราเขียนขึ้นมาเพราะเราต้องการเรียกร้องความสนใจ แต่ความจริงเราแค่ต้องการที่จะมาแชร์มุมมองของคนที่ถูกบุลลี่เพียงเท่านั้น และเราอยากมาให้แง่คิดกับคนอื่น ขอบคุณมากๆจริงๆนะคะที่เข้ามาอ่าน



จาก : คนที่เคยถูกบุลลี่คนนึง
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

17 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อืม เป็นความเข้าใจผิดกันไปใหญ่ จริงๆแล้วที่พ่อแม่ส่งให้ไปโรงเรียนเนี่ย ให้ไปเรียนหนังสือหาความรู้ สาระสำคัญจริงๆคือการไปต่อ หรือพูดตรงๆก็คือการสอบเข้ามหาลัย เพื่อนเป็นส่วนประกอบที่จะเรียกว่าไม่สำคัญจนถึงระดับไม่จำเป็นเลยก็ว่าได้ จะฆ่าตัวตายเพราะเพื่อนไม่คบหรือจับกลุ่มนินทาทำไมครับ ถ้ามันเลวร้ายนักก็อยู่คนเดียวครับ พยายามเรียนให้จบแล้วไปหาเพื่อนเอาใหม่ก็ได้ เพื่อนที่มีอยู่ตอนนี้เอาจริงๆพอจบแยกย้ายกันไปแล้วเนี่ยจะพบเจอจะติดต่อกันอีกกี่คนก็ยังไม่รู้ อย่าไปยึดติด อย่าไปใส่ใจอะไรขนาดนั้น ยังไงก็เข้มแข็งเข้าไว้ สู้ๆ


      ~ ขยันพิมพ์จังนะครับ ยาวมากเลย ^ ^


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผู้หญิงเรื่องเยอะจริงๆ นิดๆหน่อยๆ ก็หาเรื่องทะเลาะกันได้แล้ว สู้ๆค่ะ ไปออดิชั่นให้พวกนั้นเงิบไปเลยค่ะ จากนั้นก็เขียนด่าๆมันไป เพื่อนก็เพื่อนสิคะ เขาไม่ได้เลี้ยงข้าว เลี้ยงเราสักหน่อย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Columnist IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เคยอยู่โรงเรียนหญิงล้วนมา 12 ปีเหมือนกันค่ะ แต่จะบอกว่า พี่โชคดีที่มีเพื่อนดีมากๆ แกล้งกันหน่อมแน้ม โกรธกันก็ขำๆ วันสองวัน แต่สำหรับน้อง ถ้าให้พี่มองอะ คนเหล่านั้นแทบไม่ใช่เพื่อนเลย


      เพื่อนกันมีอะไรก็คุยก็เคลียร์กันได้ แถมเข้าใจผิดเรื่องเล็กๆ ทำเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ดูแบบไม่ใช่ละ แบบนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์ที่จะคบต่อไป ยกเว้นเรื่องที่ต้องทำงานร่วมกัน


      ถ้าแนะนำได้ ลองเปลี่ยนกลุ่ม เปลี่ยนเพื่อนใหม่ไหวมั้ยคะ เพื่อนไม่ต้องเยอะ แค่มีสักคนสองคนที่เข้าใจ และอยู่ข้างเราก็พอ แต่ถ้าไม่ได้ อาจจะต้องลองปรึกษาครูแหละค่ะ ครูที่เราไว้ใจได้ ว่าขอเปลี่ยนกลุ่มได้มั้ย หรือยังไง


      จริงๆ จะบอกให้อดทนต่อเพื่อนต่อไปก็ได้ แต่เชื่อว่า น้องมาถึงจุดนี้อะ คงแย่มากๆ ไม่อยากให้ทนอยู่ในสภาพที่มันแย่ๆ ต่อไป


      สุดท้าย อยากให้ลองปรึกษาจิตแพทย์ หรือสายด่วนสุขภาพจิตดูค่ะ ไม่ใช่ว่าบ้าหรืออะไรนะ ใครมีปัญหาไม่สบายใจก็ปรึกษาได้ อย่างน้อยก็มีหมอกับผู้เชี่ยวชาญที่เค้าจะคอยบอก ให้คำปรึกษาเรื่องการจัดการอารมณ์ของตัวเอง และการแก้ปัญหาต่างๆ ค่ะ


      เอาใจช่วยนะคะ มีอะไรไม่สบายใจมาปรึกษาหรือตั้งกระทู้ได้เลย ยินดีรับฟังนะ ^^

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สู้ ๆ ค่ะ เคยมีประสบการณ์เจอเรื่องแบบนี้มาก่อนที่อยู่ดี ๆ ก็โดนเพื่อนกลุ่มใหญ่นินทา โดยที่นึกไม่ออกเหมือนกันว่าไปทำอะไรเขา 55 ผู้หญิงอยู่รวมกับเยอะ ๆ มากคน มากความค่ะ เจอมาหลายรูปแบบ แบบที่ใครลุกจากโต๊ะโดนนินทาทันทียังเคยเห็นเลย

      ม. ปลายย้าย รร. ปัญหาน้อยลงมาก พอดี รร ที่เรียนการแข่งขันสูง ไม่มีใครสนใจเรื่องไร้สาระ กลุ่มใครกลุ่มมัน หาที่เรียนพิเศษเรียนกวดวิชากัน (มีเขม่นกันเรื่องหวงความรู้แทน มีอะไรดี ๆ ก็แชร์แค่กลุ่มตัวเอง) ไม่ค่อยหาเรื่องทะเลาะกันเท่าไหร่แล้ว

      เข้่าใจความรู้สึกนะคะ แต่ตอนนี้โตแล้ว เรื่องพวกนั้นเรียกว่าจิ๊บ ๆ มาก

      เด็ก ๆ ทะเลาะกันเพราะหมั่นไส้ มันก็แค่นั้น

      พอโตมาสังคมที่ทำงาน มีเรื่องเงินเรื่องผลงานมาเกี่ยวข้อง ต้องแกร่งกว่านี้ค่ะ

      เรื่องนี้ถือว่าซ้อมมือละกันนะคะ เมื่อผ่านตรงนี้มาได้ถือว่าผ่านสนามรบเล็ก ๆ แห่งหนึ่งได้ เป็นความน่าภูมิใจอย่างนึงค่ะ


      แต่ถ้ายังมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย โลกหมองหม่น ไปพบหมอค่ะ อย่าปล่อยให้ตัวเองมีความคิดแบบนี้เลยนะคะ

      ถ้าตายขึ้นมาจริง คนเสียใจคือคนที่รักเราค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เข้าใจค่ะ ในวัยมัธยมยังไงก็อดมองว่าเพื่อนสำคัญไม่ได้ ทำงานกลุ่มก็ลำบากถ้าไม่มีเพื่อน


      อดทน พอผ่านมันมาแล้ว

      เราจะได้อะไรจากมันเยอะมากๆ

      อย่างเราเอง ทุกวันนี้เราไปไหนมาไหนด้วยตัวคนเดียวได้ ทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง (ทั้งๆที่ตอนนี้เราก็มีเพื่อนกลุ่มใหญ่แล้วนะ) เพราะเคยโดนบูลลี่ช่วงมัธยม

      การโดนบูลลี่มันสอนอะไรเยอะมากๆจริงๆ


      จขกท.ก็ต้องอยู่คนเดียวให้เก่งๆนะ

      ถ้าจะมีเพื่อน แต่เพื่อนชั่ว

      ไม่มีน่ะดีแล้ว อย่าเอาตัวไปแปดเปื้อนเลย

      อะไรเลวๆ ที่คนอื่นทำ(อาจจะเป็นคนหมู่มากในร.ร.)

      แต่จขกท.ไม่ได้ทำ ให้ภูมิใจในตัวเองเถอะ

      ว่าเราแตกต่างอย่างสร้างสรรค์


      ถ้าจบไปแล้ว ได้เจอสังคมใหม่ๆ

      จะถูกดึงดูดเข้าหาคนดีๆเอง

      โลกมันกว้างกว่านั้นเยอะ



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Mayying
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เคยโดนแบบนี้มาเหมือนกันค่ะ การที่เราอยู่เฉยๆไม่ได้ทำอะไรกับใคร หรือมีtopicมาคุยหรือนินทาตามกระเเสสังคมยังโดนเลย อยู่ๆวันหนึ่งก็โดนหนักมากจนรู้สึกเครียดมาก หายใจไม่ออก เป็นครั้งแรกที่รู้สึกทรมานแบบใกล้ตาย โดนปล่อยข่าวลือไม่ดี..ทั้งที่เราไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย มีอะไรไม่เคยยอมคุยกับเราตรงๆ ใส่ร้ายเราจนเราไม่มีที่ยืนในสังคม จนเพื่อนคนอื่นไม่อยากคบเรา มีงานกลุ่มหรือกิจกรรมกลุ่มก็จะเป็นเศษตลอด ไม่มีใครเลยค่ะตอนนั้น ผ่านมาได้ก็จริงแต่เจ็บช้ำจนต้องย้ายออกมา โดนทุกชั่วโมง ทุกวินาทีที่เจอหน้า นินทาแบบให้ได้ยินข้างหลังเราตลอด เกลียดการแซะแบบนี้มากมาตบหน้าเลยไหม555 เพื่อนที่ไม่อะไรหรือเฉยๆกับเราเขาก็ไม่กล้าช่วยเราเพราะกลัวโดนไปด้วย ส่วนมากคนที่ถูกแบนจะมาอยู่รวมกันอีกที เคยไปหาที่ปรึกษาคุยเรื่องนี้แต่มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น คือคนบูลลี่ไม่หยุด เรื่องก็ไม่ยอมจบ เราเป็นคนเงียบๆด้วยไง เสียงเรามันเล็กอยู่แล้ว นางชอบว่าเราแอ๊บสวยนู่นนี่นั่น ต*แหลบ้าง ทั้งที่เราก็เป็นของเรามาตั้งนานแล้ว (พูดๆไปเหมือนย้อนแย้งเข้าตัวนางหมดเลย)เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ ประเทศเราติดอันดับโลกเรื่องการบูลลี่ เราเห็นคนโดนแต่ไม่ยอมเข้าไปช่วย เห็นเป็นเรื่องปกติ ไม่เข้าใจ"เรื่องนิดเดียวเองอย่าไปใส่ใจ" บางทีพ่อแม่ขาดความเข้าใจเพราะไม่ได้โดนเอง สังคมยุคเขาต่างกับเรา เทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น ผู้คนเข้าถึงกันง่ายแค่ปลายนิ้ว ขอร้องเถอะค่ะ ถ้าคุณกำลังเกลียดหรือไม่ชอบใครโปรดเก็บไว้ไประบายกับสิ่งอื่นแทน อย่างการทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม คำพูดเล็กๆน้อยๆของคุณมีผลต่อคนอื่นเสมอ เเละถ้าเจอคนที่โดนบูลลี่เข้าไปช่วยเขาเถอะค่ะ อย่าปล่อยตามเลยไป อย่าเห็นเรื่องผิดเป็นถูกเป็นค่านิยมที่ผิดๆ ถ้าเพื่อนทำอะไรที่ไม่ดีหรือถูกใจก็ควรจะคุยกันตรงๆเป็นการส่วนตัวไม่นิยมหมาหมู่ เคลียกันไปเลยแบบเปิดใจ

      เรื่องจะได้จบกันแค่ตรงนั้น เพื่อนจะได้รับรู้และปรับปรุงตนเอง ไม่ใช่การใช้วิธีทางอ้อมด้วยการบูลลี่ แบนเพื่อน บางทีเขาก็ไม่รู้หรอกว่าเขาทำอะไรผิด สังคมเราจะดีกว่านี้ถ้ารับฟังการด้วยหัวใจ เกลียดง่ายอะไรกันขนาดนั้นอ่ะคนเรา

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      แล้วแต่เบย
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เกิดเป็นผู้หญิง สิ่งที่เรารำคาญมากที่สุดนอกจากการมีประจำเดือนแล้วก็คือ การถูกนินทา หรือไม่ชอบขี้หน้าด้วยเรื่องหยุมหยิม เคยโดนตอนช่วง ม.ต้น รู้สึกมันเลวร้ายมาก ไม่อยากไป รร เลยงี้... แต่ ม.3 ก็ผ่านมาได้ เพราะมีเพื่อนสนิทบางคนที่ยังเชื่อในตัวเรา


      ขนาดเป็น ญ ทุกวันนี้ยังไม่ค่อยเข้าใจ ผู้ ญ ด้วยกันเลยค่ะ เรื่องนินทามันก็สนุกจริงแหละ แต่คนโดนมันไม่สนุกด้วย แล้วแปลก ชอบจับผิด โน่นนี่ คนฟังก็ดันเชื่อทั้งที่ไม่รู้จักเราด้วยซ้ำ สรุปว่า ผู้ ญ ด้วยกันนี่มันน่ารำคาญจริงๆ โดยเฉพาะมาแนวนี้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      StopBullies
      Guest IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรื่องโดนบุลลี่นี่ยอมไม่ได้นะคะ ถ้าโดนต้องตอบโต้ทันที ใจเขาใจเรา ใช่ แต่คนที่บุลลี่มักเป็นพวกนอมมี่ ไม่เข้ามาอ่านอะไรแบบนี้หรอก การจะทำให้คนเหล่านั้นเข้าใจว่าใจเขาใจเราคือการตอบโต้ ถ้าเขาไม่รู้สึกเจ็บบ้าง โดนบุลลี่กลับบ้างก็จะไม่เข้าใจ ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ ยอมโดนทัณบนสักรอบ ทะเลาะแตกหักให้มันจบๆไปเลยก็ได้ค่ะ รู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่กล้าทำแบบนี้ได้ แต่ถ้าคุณมัวแต่กลัว ก็จะเป็นคนขี้แพ้ให้เขาบุลลี่ตลอดไปจนจบการศึกษานั่นแหละค่ะ นอกรั้วโรงเรียนไม่ใช่ว่าคุณไม่มีทางเจอการบุลลี่อีกแล้ว ในชีวิตมหาลัยรึที่ทำงานก็มีค่ะ อาจไม่ใช่ทางตรงแต่เป็นทางอ้อม ถ้าไม่สู้คุณก็ต้องย้ายหนีไปเรื่อยๆ เป็นการหนีปัญหาไปตลอด


      ลุกขึ้นมาค่ะ พูดกับมันตรงๆ ถ้าเหตุผลใช้ไม่ได้ ทำให้มันเข้าใจไม่ได้ ก็ต้องใช้มือใช้เท้าบ้าง ถ้ารู้ตัวว่าสู้ไม่ได้อย่าสู้ ให้ถอยไปหาเพื่อนมาช่วยสู้ สู้แพ้จะยิ่งโดนหนักกว่าเก่า เราก็เคยโดนบุลลี่ค่ะ สมัยม.2 เพื่อนกันเราออกจากกลุ่มเพราะเราไปช่วยเพื่อนอีกคนที่โดนบุลลี่ด้วย หาว่าทำตัวเป็นนางเอกบ้างไรบ้าง ชอบแหลไรงี้ เอาลิกขวิดมาทาโต๊ะเทลงกระเป๋า เขียนอะไรเลอะเทอะไปหมด ก็บอกเลยวันนั้นไม่ทนมันแล้ว ไม่ต้องพูดจาไรทั้งนั้นแหละ กำหมัดแน่นตั๊นหน้ามันให้แรงที่สุดทีนึง แล้วตะโกนบอกคนทั้งห้องว่าเราทำไปเพราะอะไร เด็กกลุ่มเดิมจะมารุม เราเลยวิ่งหนีไปหาเพื่อนห้อง 4 ให้มาช่วย ห้องนั้นออกเถื่อนๆด้วยน่ะก็จบไม่ค่อยสวยนักเพราะโดนทัณบนกันยกกลุ่ม


      แต่พูดได้เลยว่ามันเป็นอะไรที่คุ้ม ถ้ากฏหมายช่วยอะไรไม่ได้ บางทีก็ต้องใช้กฏหมู่กันบ้างเพื่อป้องกันตัวเอง ฟ้องครูไม่ช่วยอะไรหรอก เคยฟ้องแล้ว แล้วเป็นไง ครูก็แค่เชิญเด็กกลุ่มดังกล่าวไปพูด แล้วก็ปล่อยกลับมาบุลลี่เราต่อหนักกว่าเดิม เป็นอะไรที่สะใจที่สุด เราตามบุลลี่คนที่มันเป็นตัวเริ่มกลับอยู่ราวๆ 2 อาทิตย์ ล้อมันทุกวันนี่แหละ ต่อยกะกุอีกป่าว ชอบพระจันทร์บนหัวมั้ย เปาวุ่นจิ้นว้ะ แล้วพาเพื่อนห้อง 4 มาเดินวนๆหน้าห้องกดดันมันเรื่อยๆ จนเป็นพวกหงอหงอยไปตลอดจนจบม.ต้น แต่นี่ไม่อยากเป็นมันซะเอง ก็หยุดแค่นี้ ชีวิตหลังจากนั้นก็ไม่มีใครมาเคยบุลลี่อีกเลย


      ในที่ทำงาน มีคนมาโยนงานให้ เราก็พูดตรงๆ อ่าวเห้ย ความรับผิดชอบของคุณ ทำไมไม่ทำเอง ไม่ต้องไปกลัวเสียหน้าอะไรทั้งนั้นค่ะ กลัวว่าตัวเองจะต้องลำบากเพราะเรื่องไม่เข้าเรื่องไปตลอดดีกว่า หยุดกลัว แล้วลุกขึ้นซะ คือหนทางที่จะทำให้คุณหลุดพ้นจากการโดนบุลลี่

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พี่ก็โดนบูลลี่ในรร.เหมือนกัน ความรู้สึกน้องพี่เข้าใจเต็มๆ แต่พี่ยังไม่คิดฆ่าตัวตายเพราะพี่ยังมีกำลังใจดีอยู่ แต่พอผ่านมาได้จนตอนนี้เข้าโหมดชีวิตจริงนอกรร. นอกมหา'ลัย นั่นแหละของจริง พี่เหมือนตกนรกเลย พี่เครียดจนอยากฆ่าตัวตาย พอดีมีคนบอกโทรไปเบอร์กรมสุขภาพจิต พี่ลองโทรไปร้องไห้ไปพูดไปได้ครึ่งทาง เจ้าหน้าที่เหมือนหงุดหงิด น้ำเสียงรำคาญบอกว่าคุณควรเปิดใจคุยกับแฟน ...คือ-ที่จะเล่ายังฟังไม่จบเลย มาสรุปให้เราแล้ว แบบเหมือนเบอร์นี้มันไม่ใช่จิตอาสาจริงอะ ตอนนั้นพี่วางหูเลย ยืนอยู่บนระเบียงชั้น6 ในใจลอยลงไปข้างล่างแล้ว คิดว่าตกลงไปจะตายเลยมั้ย ไม่อยากพิการ อยากตายมากไม่อยากทนรับความรู้สึกแย่ๆ ไม่อยากต้องมาเจอกับคนหน้าไหว้หลังหลอก แต่สิ่งที่พี่คิดขึ้นได้คือ ตายไปไม่มีใครเสียใจหรอก มีแต่คนสมเพช เอาเป็นว่าเป็นกำลังใจให้น้องนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      คนนึงที่เคยโดนบูลลี่
      Guest IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็เคยโดนบูลลี่นะ ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำมั้งว่ามันคือการบูลลี่อ่ะ เราเรียนหญิงล้วนมาเหมือนกัน ถึงตอนประถมจะเป็นสหก็เถอะ แต่ความที่ผช.น้อยมากๆ ไง เพราะฉะนั้นส่วนมากก็เป็นปัญหาจากเพื่อนผญ.ทั้งนั้น และจะบอกว่าก็โดนมาตั้งแต่ช่วงประถมปลายเลยล่ะ 

      พอมีการย้ายห้อง ต้องหาเพื่อนใหม่ พอมีเพื่อนสนิท ก็โดนลากกันไปเข้ากลุ่มใหญ่ขึ้นแต่เค้าไม่เอาเราด้วยไง ก็เหมือนพยายามจะผลักเราออกมา ซึ่งช่วงนั้นคือไม่เข้าใจเลยจริงๆนะ ว่าเฮ้ยเราทำไรผิด เราเป็นเพื่อนคนนี้มาก่อนนะ ทำไมต้องทำแบบนี้ แต่ขนาดเพื่อนเรายังไม่ช่วยอะไรเราเลย เพราะฉะนั้นก็เดินออกมาดีกว่า แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ดี เพราะเหมือนคนในกลุ่มนี้เค้าเอาเราไปนินทากับคนทั้งห้องไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องน้อยอะไร ซึ่งเราเคยสู้กลับนะแต่ผลลัพธ์มันไม่โอเคเลย มันแย่กว่าเดิม ก็ไปอยู่กับคนที่เพื่อนทั้งห้องก็ไม่ค่อยชอบ เราเองก็คิดแค่ว่าทำยังให้แต่ละวันมันผ่านไปจบประถมแยกย้ายกันไปก็พอ

      พอมอต้นมีการย้ายห้องทุกๆปี แน่ล่ะว่าเพื่อนก็ไม่ได้สนิทกันมาก แต่มอต้นปีสุดท้ายคือหนักสุดสำหรับเราเลย อยู่ในภาวะที่โดนแบนจากคนในกลุ่ม แต่เราก็ยังรู้สึกว่าอย่างน้อยเค้าก็ไม่ได้ทำเหมือนเพื่อนประถมที่บอกคนทั้งห้องอ่ะนะ แล้วก็เพื่อนในห้องคนอื่นก็พยายามช่วยเราจนถึงที่สุดเหมือนกัน คือก็พยายามประคับประคองไม่ให้มันเป็นเรื่องใหญ่มากกว่า และบอกว่าสำหรับเพื่อนนอกกลุ่มเราไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เพื่อนนอกกลุ่มไม่ได้เห็นเราแบบเพื่อนในกลุ่มเห็น เค้ารับเราได้ตรงนี้ เรารู้สึกขอบคุณมาก ซึ่งคราวนี้เราเลือกจะเดินออกมาโดยไม่ตอบโต้อะไรจากเพื่อนกลุ่มนั้น

      พอมอปลายตอนแรกเราได้ปรับความเข้าใจกับเพื่อนมอต้นคนนึงที่เคยอยู่กลุ่มเดียวกันแล้วได้มาอยู่ด้วยกันอีก แต่ก็มีเพื่อนใหม่อีกคนที่เราก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเรื่องมันยิ่งแย่และหนักมากขึ้นกว่าเดิม ก็แบบเดิมคือเลือกที่จะออกมา และคิดว่าการไม่ตอบโต้จะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ตอนแรกเราคบเพื่อนคนนึงที่ดูไม่ค่อยเอาใครในห้องมากนักเพราะสนิทกับเพื่อนต่างห้องมากกว่า แต่คนนี้ก็ไม่ใส่ใจอะไรเราเช่นกัน และเหมือนเค้าแค่ได้ประโยชน์จากการคบเราเลยทำให้เค้าคบเราและกันเราจากเพื่อนคนอื่น จนวันนึงเรารุ้สึกไม่ไหวและตัดสินใจเล่าให้เพื่อนกลุ่มใหม่ฟัง เพราะเราก็อัดอั้นจากการทะเลาะกับเพื่อนมอต้นมาแล้วจนถึงคนนี้ รู้สึกดีกับเพื่อนกลุ่มนี้มากจริงๆ และรุ้สึกว่าพวกเราได้ใช้เวลาร่วมกันตอนมอปลายน้อยไปรึป่าวนะ จนถึงตอนนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่เลยค่ะ

      แต่พออยู่มหาลัย คนละเรื่อง เราอยู่ในแบบสหก็จริง แต่สังคมผู้หญิงมากเลย กลุ่มเพื่อนก็หญิงล้วน ปัญหาก็เยอะแยะเล็กๆน้อยๆ ก็ใหญ่โตได้มากกว่าตอนอยู่โรงเรียนเสียอีก ไม่ใช่แค่เรื่องนิสัย เรื่องเรียนก็เยอะ แถมมันยังยากที่จะเปลี่ยนกลุ่มแบบที่โรงเรียน ทำได้แค่ทนกับกลุ่มที่มี เหมือนจับฉลากมาแล้วต้องยอมรับอ่ะ ซึ่งเราจะถอยก็ไม่ได้ ที่ทำคือพยามเคลียร์ให้เข้าใจ ขอโทษถ้าผิด แล้วก็อยู่กันไป โดยที่รู้ว่ามันคงสนิทใจเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว แต่อาจจะเพราะมหาลัยเรารู้สึกว่าความผิดเราไม่ได้ร้ายแรงแล้วเราโตขึ้นและคิดได้มากกว่าตอนเด็กๆมั้ง เลยไม่ได้เอามันมาใส่ใจอะไร

      พอมองย้อนกลับไป ก็รู้สึกว่าเราผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกันนะ เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างที่มันทำให้เราพัฒนาตัวเองได้ เราเริ่มรู้สึกเฉยๆกับเพื่อนมากขึ้น เพื่อนดีก็รักษาไว้ เพื่อนไม่ดีก็ปล่อยเค้าไป เราเลือกได้นี่ว่าอยากให้ใครเข้ามาอยู่ในชีวิตของเรา มหาลัยจขกท.อาจจะเจออะไรที่หลายรูปแบบกว่าตอนเรียนที่โรงเรียนก็ได้นะ แต่ถ้าผ่านตอนนั้นมาแล้ว คุณก็ต้องผ่านมันไปให้ได้เหมือนกัน เรื่องเพื่อนเราว่ามันอาจจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับชีวิตเด็กวัยรุ่นนะ แต่ถ้ามองไปไกลมากขึ้นมันอาจจะแค่ส่วนนึงในชีวิตที่ไม่ได้กระทบอะไรกับเรามากก็ได้นะคะ สู้ๆเนอะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เห็นด้วยมากๆ ที่ว่าคนเราควรจะรู้จักเห็นใจคนอื่นให้มากกว่านี้ ลองคิดง่ายๆ ว่าถ้าเราโดนแบบที่เราทำกับคนอื่น เราจะรับได้และจะพอใจมั้ย


      เป็นกำลังใจให้นะคะ ถึงเราเองก็ยังคงก้าวข้ามมันไปไม่ได้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Four
      Guest IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จากที่อ่านของเจ้าของกระทู้กับหลายๆคอมเม้นต์ เรารู้สึกว่าคนที่บุลลี่พวกคุณคือคนที่เห็นได้เด่นชัดว่าเป็นคนไม่ดี แต่ของเรานี่สิโดนบุลลี่จากคนที่คิดว่าตัวเองดี เพราะเขาชอบทำกิจกรรม การเรียนดี เพื่อนไว้ใจ ครูไว้ใจ คนที่ดูดีขนาดนี้กลับมาอิจฉาและบุลลี่เราเพราะเราเป็นผู้หญิงคนเดียวที่การเรียนดีกว่าเขา (ที่บอกว่าผญคนเดียวเพราะคนที่เก่งกว่าเขาด้านการเรียนคนอื่นเป็นผช.หมด) เรามีดีแค่นี้เอง เรามีนิสัยที่ค่อนข้างแปลกด้วยแหละแต่ความแปลกของเราก็ไม่เคยทำร้ายใคร เขากลับมีความสามารถดึงความแปลกของเราให้เป็นหัวข้อสนทนาในเรื่องร้ายๆได้ซะงั้น นับถือจริงๆ รู้สึกดีมากที่จบมาโดยไม่มีความคิดจะฆ่าตัวตาย ด้วยผลบุญที่ไม่เคยตอบโต้หรืออะไรก็ไม่รู้ทุกวันนี้ได้มาเจอกับสังคมที่ดีสุดๆเลย เพื่อนร่วมงานหลายคนจบมาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงเรื่องการศึกษาด้วยล่ะมั้ง เลยไม่มีปัญหาเรื่องจับกลุ่มนินทากันเพราะเอาเวลาไปทำผลงานแข่งกันขึ้นเงินเดือนกันมากกว่า ฮ่าๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      isme
      Guest IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็เคยโดนมาค่ะ เริ่มจากเป็นคนเงียบๆ ถูกทิ้งห่างตั้งแต่ยังอนุบาล ไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนป.2 คือครั้งแรกที่เราพยายามจะฆ่าตัวตาย เราโดนล้อค่ะ โดนรุมล้อทั้งห้อง 40กว่าคน และเราโดนทำร้ายร่างกาย เราตัวคนเดียว ฟ้องครูไม่ได้ เพราะครูเนี่ยแหละ ยืนดูและหัวเราะ มีทั้งแผลใจ และแผลกาย เรากระโดดออกจากหน้าต่างแล้ว แต่แม่มาคว้าไว้ เรามีปัญหาโดนแอนตี้มาตลอดตั้งแต่ตอนนั้นแม้จะย้ายรร.แล้ว เราพูดไม่เก่ง แต่งตัวเรียบร้อย ก็เลยโดนตลอดทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าผิดอะไร โดนทั้งไล่ไปตาย เราทำมาทุกอย่าง ทำร้ายตัวเอง พยายามฆ่าตัวตาย ตอนนี้มหาลัยแล้วค่ะ บูลลี่ไม่ค่อยเจอ แต่เครียดกับอะไรอีกหลายอย่าง สุดท้ายตัดสินไปใจพบจิตแพทย์ กินยามาจะปีแล้วค่ะ แต่ก็ยังมีความคิดที่จะอยากตายลอยมาอยู่อีก เอาตรงๆ พ่อแม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง เพราะเขาไม่ฟังปัญหาจากปากเรา ..ยังไงก็พยายามไปด้วยกันนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เห้อ..พอพูดถึงเรื่องเพื่อนนี่ไม่อยากไปโรงเรียนเลยค่ะ เหนื่อยกับวันพรุ่งนี้เหลือเกิน..https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-03.png

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      การบุลลี่ส่วนใหญ่ทักจะเป็นการตั้งฉายาล้อเลียน

      เราโดนตั้งแต่ประถมต้นอะ

      ตั้งฉายานี่มากจนขี้เกียจจะนับ

      แต่เราไม่เคยบุลลี่คนอื่นนะ

      คือที่โดนแบบทนไปสักพักก่อนพอผ่านไปจนควบคุมได้ก็แบบ

      เพื่อน:อ้วน เตี้ย

      เรา : ไม่เผือกดิ

      เอาให้มันหน้าหงาย555+

      ทําจนสะใจอะ

      เพื่อน:เมินไม่ให้เข้ากลุ่ม

      เรา :รอกลุ่มเหลือแล้วเอางาน ตบหน้ามันแบบงานเราชนะ

      ถือสะว่ามันเป็นเด็กไม่รู้จักโต

      แล้วด่ามันในใจ คงเรียกร้องความสนใจมั้งบางคน

      ถ้ามีเพื่อนที่เชื่อข่าวลือเลิกคบไปโง่ไว้ใจไม่ได้เดี๋ยวไปไปมามามันมาด่าเรา

      เพื่อนกินหาง่ายเพื่อนตายหายาก




      ยาวแฮะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมก็ได้แต่เงียบไว้ เหมือนเดิม เพราะไม่สามารถทำอะไรได้เลย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Ruby
      Guest IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอนนี้หนูก็โดนบูลลี่ มันเกิดจากเพื่อนสนิท(สนิทมากมีอะไรหนูก็ระบายกับเค้าทุกอย่าง)นางงอนที่หนูคุยกะเพื่อนคนอื่นแบบถามการบ้านไรงี้ นางก้ถามว่าทำไมถึงไม่มาถามนาง เราทะเลาะเพราะเรื่องแบบนี้มาหลายรอบมาก จนนางไปสนิทกะเพื่อนอีกคนนึงซึ่งนางเรียนประถมที่เดียวกัน นางก็คุยแต่กับคนนั้นตลอด คือหนูไม่ได้อะไรนะที่นางจะไปคุยกับคนอื่น แต่นางงอนที่หนูคุยกะเพื่อนคนอื่น แต่พอหนูจะคุยกับนาง เพื่อนอีกคนนึงก็คอยเเทรกตลอด ละมีกัน3คนหนูก็เหมือนส่วนเกิน จนทะเลาะกันหนักมากนางบอกให้หนูเป้นแค่เพื่อนก้พอไม่ต้องเป็นเพื่อนสนิทเเล้ว ละวันถัดมา2คนนั้นก็เมินหนู แต่เอาไปบอกคนอื่นว่าหนูไม่คุยด้วย แล้วเวลาหนูกำลังจะสนิทจะเพื่อนคนไหน2คนนี้ก็จะคอยกันตลอด ละเอาเรื่องหนูไปพูดลับหลัง(อันนี้หนูแอบได้ยิน2คนนั้นคุยพอดี) มันอีกตั้งปีกว่าๆที่หนูต้องอยู่รร.นี้ หนูอยากย้ายรร.นะเพราะมันไม่ไหวจริงๆ บอกตัวเองว่าทนนะ อีกแปปเดียวแต่มันไม่ไหวจริงๆหยุดส-อา คือหนูดีใจมากอะ พอวันจันทร์มันก็แบบนรก ทั้งๆที่เค้าเมินหนูแต่กลับไปบอกคนอื่นว่าหนูไม่คุยด้วย แล้วคนอื่นก้ไม่มีใครถามหนูซักคนว่าเรื่องเป็นยังไง เพื่อนทุกคนเอาแต่เชื่อ2คนนั้น หนูเลยเงียบๆทำตัวเป็นเงาในห้อง

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป