ซ่อน
แสดง

แชร์ประสบการณ์สอบ sat จาก 1180 จนได้ 1350 [ยินดีให้แชร์]

วิว
#อินเตอร์ #bbacu #bbatu #sat
หลังจากคะแนนรอบ oct 2018 พึ่งออกกันไปสดๆร้อนๆ เราก็จะขอมาแชร์ประสบการณ์สอบ sat จากคะแนน 1180 จนได้ 1350 กันนะ


ก่อนอื่นก็จะบอกไว้ก่อนว่าคะแนนที่เราได้มันก็ไม่ได้ถือว่าเยอะมาก แต่ที่เราอยากมาแชร์ประสบการณ์เพราะว่าคะแนนของเรามันค่อนข้างเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนะ


ในกระทู้นี้เราก็จะเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์จากการไปสอบ ปัญหาที่พบ วิธีการแก้ไข การอ่านหนังสือ รีวิวสถานที่สอบ แล้วก็อาจจะมีแนะนำหนังสือบ้างบางเล่มแต่อาจจะไม่ได้เยอะมากนะ


เราสอบ sat มา 3 รอบ
รอบแรกสอบที่ Harrow ได้ 1180 verbal ได้ 500 math ได้ 680


รอบ 2 เราสอบที่ Keerapat ได้ 1220 verbal ได้ 520 math ได้ 700


และรอบ 3 รอบ oct เราสอบที่ KIS ได้ 1350 verbal ได้ 570 math ได้ 780



งั้นเราจะมาพูดถึงการสอบรอบแรกที่ Harrow ของเราก่อนนะรอบแรกเป็นรอบที่เราลองสอบเล่นๆก่อน เอาจริงๆตอนนั้นก็ไม่ได้พร้อมหรอกแต่ว่าก็ลงไปแล้วก็ว่าจะลองสนามดู เราก็อ่านหนังสือไม่ได้มากนักเท่าไหร่ พอไปสอบปัญหาที่พบคือเราสมองล้ามาก หลังจากสอบ reading เสร็จเราไม่มีสมาธิทำ writing เลยทั้งๆที่ความจริงเราน่าจะทำ writing ได้มากกว่านี้ พอสติหายจาก writing สติก็จะกลับมาตอน math no cal แล้วก็จะเริ่มหายไปอีกทีตอน Math Cal อันนี้คือปัญหาที่เห็นได้ชัดมากๆแล้วยิ่งพอเราออกจากห้องสอบแล้วรู้สึกว่ามันดูดพลังเรามากจนมันแทบจะลุกไม่ขึ้นเลยรู้สึกว่าเรายังเตรียมตัวมาน้อยเกินไป



รอบ 2


รอบ 2 คราวนี้เราค่อนข้างตั้งใจมากๆโดยเฉพาะสัปดาห์ท้ายๆก่อนสอบเราอ่านหนังสือจนแทบจะเป็นบ้า อ่านแบบมาราธอนติดกันจนแทบอ้วก เรารู้สึกว่าเราเหนื่อยแล้วเราอยากสอบรอบนี้เป็นรอบสุดท้ายอยากสอบให้จบจบสักที พอเราไปสอบ รอบนี้ ปรากฏว่า อาการเหนื่อยจากรอบแรกมันเบาลงแต่ก็ยังคงมีอยู่ คะแนนออกมาก็ไม่ได้ต่างจากรอบแรกมาก เอาจริงๆเราค่อนข้างตั้งความหวังกับรอบนี้มากๆ แต่พอคะแนนออกมาต่างจากเดิมไม่เท่าไหร่มันเสียมันทำให้เราเสียใจมาก เราถามตัวเองตลอดเลยว่าทำไมถึงได้เท่านี้ เราอ่านไปเยอะมากๆเลยนะ ทำไมถึงได้เท่านี้ จนเราเพิ่งมารู้คำตอบว่าเพราะอะไรเราถึงได้คะแนนน้อย มันเพราะ 'เราเครียดเกินไป'  พอเครียดแล้วมันทำให้แบบประสิทธิภาพของเราออกมาไม่เต็มที่ ซึ่งเป็นอะไรที่แย่มาก มันรู้สึกกดดันมากดังนั้นเราก็จะเอาประสบการณ์จากรอบที่ 2 ไปพัฒนาในรอบที่ 3 แทน


รอบ 3


พอเราผิดหวังจากรอบที่ 2 แล้วก็ตั้งสติได้ว่าเราควรจะไปอ่านสำหรับรอบที่ 3 สักทีพอมารอบนี้เราตั้งใจอ่านมากขึ้นแต่ก็ไม่อยากกดดันตัวเองพอกลับมาทำข้อสอบดูเรารู้ว่าความจริงถ้าสมมติรอบสองเราไม่ได้กดดันตัวเองคะแนนมันจะได้ดีมากกว่านี้เยอะมากๆแต่พอเรากดดันตัวเองทำให้คะแนนเราออกมาน้อย เราก็เตรียมตัวสำหรับรอบนี้ มาเรื่อยๆตอนอยู่ในห้องเรียนบางคาบที่ครูไม่สอนหรือว่าอ่านเองได้แล้วก็จะเอาเวลาไปนั่งทำ sat สิ่งที่สำคัญในการเตรียมตัวรอบนี้จริงๆคือความสม่ำเสมอและการฝึกให้ตัวเองชินกับข้อสอบเราเป็นคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเวลาในการทำเพราะเราค่อนข้างทำเร็วแต่ว่าสิ่งที่มีปัญหามาตลอดตั้งแต่รอบ 1 กับรอบ 2 คือเรามักจะสมาธิหมดดังนั้นวิธีแก้ก็คือต้องจับเวลา ทำจริงๆ คือเราไม่ได้เป็นห่วงเรื่องว่าเราจะกลัวจะทำไม่ทันแต่ว่าเราจะดูว่าสมาธิเราจะได้ถึงแค่ขนาดไหน ดังนั้นการที่นั่งจับเวลา จริงในตอนทำเป็นเรื่องที่สำคัญมากและอีกอย่างหนึ่งก็คือความสม่ำเสมอช่วง 3 เดือนก่อนสอบเราอ่านหนังสือทุกวันเน้นว่าทุกวันไม่มีวันหยุด คือไม่ได้ตั้งเป้าหมายนะว่าจะต้องอ่านให้ได้เท่าไหร่แต่ก็คืออ่านไปเรื่อยๆอาจให้ได้ทุกวัน เอาจริงๆสิ่งที่ทำให้เราอยากอ่านไปเรื่อยๆด้วยเพราะว่าเรามี studygram ของตัวเองด้วย เอาจริงๆการมี studygram เป็นอะไรที่ช่วยเราเยอะพอสมควรนะเพราะว่าเราจะตั้งเป้าหมายว่าเราจะลงรูปอ่านหนังสือทุกวัน สำหรับคนที่ติด Social Media หรือติดโทรศัพท์เราว่าวิธีนี้ค่อนข้างเวิร์คเพราะมันจะมีแรง่านหนังสือเพราะเราอยากลงรูปไรงี้ ถ้าวันไหนไม่ได้อ่านก็ลงรูปดำไปเลย แล้วมันก็ทำให้เรามีแรงขับเคลื่อนในการอ่านหนังสือด้วยแล้วเราก้จะเขียนคำบรรยายว่าวันนี้เราอ่านอะไรไปบ้างทำโจทย์กี่ข้ออะไรประมาณนี้ มันทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลตัวเองได้ง่ายขึ้นแล้วมันยังทำให้เราอยากอ่านหนังสือเยอะๆอีกด้วย ถ้าสมมติวันไหนอ่านหนังสือได้น้อยก็จะรู้สึกว่าไม่ได้แล้วพรุ่งนี้ต้องอ่านให้มากขึ้นอะไรประมาณนี้ แต่ studygram ของเราไม่ได้เน้นสวยงามไม่ได้มีคนติดตามเป็นหลักร้อยหรือหลักพันหรอกนะเราแค่ให้เพื่อนสนิทของเราติดตาม คนติดตาม studygram เราแค่ 20 กว่าคนเอง เราแค่อยากให้มีพยานว่าเราอ่านหนังสืออยู่นะเธอเป็นพยานให้เรานะอะไรแค่นี้ก็พอ


สิ่งที่พบในการสอบรอบนี้ คือพลังสมาธิเราเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากตั้งแต่รอบแรกที่ว่าสมาธิมาหมดหลังสอบ Reading พร้อมรอบนี้เรารู้สึกว่าสมาธิเราอ่ะมันยืดมาจน part math cal ข้อท้ายๆเลย คือแบบไม่มีปัญหาเหนื่อยเลยอ่จจะเป็นเพราะ รอบนี้เราพยายามทำตัวให้ชิลๆไม่เครียดด้วย เราเลยรู้สึกว่าเราโอเคมาก จากรอบที่ 2 ที่เรากดดันตัวเองมากๆแล้วเรารู้สึกว่าเวลา 3 ชั่วโมงเป็นอะไรที่นานมากนั่งทำยังไงก็ไม่จบสักที 3 แต่พอรอบที่ 3 ไม่เครียดแล้วรู้สึกว่าทำไมเวลาผ่านไปเร็วจังเลยเรายังไม่รู้สึกเหนื่อยเลยนะ อะไรอย่างนี้ถือว่าเป็นอะไรที่ดีมากในนั้นก็จะแนะนำให้ทุกคนจับเวลา ตอนนั่งทำข้อสอบนะ แล้วรอบนี้ก็เป็นรอบที่โชคดีของเราที่เรารู้สึกว่า Math ของรอบนี้ค่อนข้างง่ายก็เลยทำออกมาได้เยอะ แต่เอาจริงๆถ้าจะพูดว่าไม่มีปัญหาเลยก็พูดไม่ได้เต็มปากเพราะว่าเรามีปัญหาเรื่องเกือบทำไม่ทันโดยเฉพาะ part writing ที่ยังเช็คแบบไม่ละเอียดพอก็หมดเวลาแล้วอันนี้เราว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับดวงเราด้วยหรือไม่ก็ข้อสอบรอบนี้มันยากหรือเปล่าวะ วิธีแก้ก็คือให้ฝึกทำไปเรื่อยๆนั่นแหละ



ต่อไปเราจะมารีวิวสถานที่สอบเรานะ



รอบแรกที่ Harrow


- เป็น รร. ที่อยู่ลึกมาก การตรวจคนเข้าห้องสอบเขาค่อนข้างเคร่งคือเขาจะให้ฝากโทรศัพท์ไว้ก่อน เข้า ห้องสอบ แล้วพอสอบเสร็จก็ต้องไปเอาโทรศัพท์จากเขาอีกทีพวกกระเป๋าของเรากระเป๋าสะพายต่างๆเขาจะเอาไว้ให้อีกห้องนึงถ้าสมมุติว่าเราสอบเสร็จแล้วอยากหาขนมกินแล้วก็ต้องเดินไปอีกห้องหนึ่งซึ่งบางทีมันก็ค่อนข้างเสียเวลา ห้องที่ใช้ในการสอบจะเป็นห้องใหญ่เลยห้องนึงมีคนสอบรวมกันน่าจะประมาณ 60 คนได้ใน 1 ห้อง ซึ่งเราก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างเยอะนะ



รอบ 2 ที่ Keerapat


- Keerapat เป็นโรงเรียนที่ลึกมากๆ อีกหนึ่งโรงเรียนตอนเราไปครั้งแรกเราเกือบจะหลงกับพ่อเพราะมันมีซอยเยอะมากๆแต่ว่าถ้าเรื่องสถานที่สอบเราโอเคเพราะว่า 
1. เขาไม่ได้เก็บโทรศัพท์เหมือนที่ Harrow


2. พวกกระเป๋าต่างๆเขาจะเอามา วางไว้ในห้องที่เราสอบซึ่งเราก็สามารถเก็บของได้สะดวกกว่า ส่วนห้องที่ใช้ในการสอบของที่นี่เขาจะแบ่งเด็กเป็นกลุ่มๆให้ห้องนึงสอบแค่ประมาณ 20 คนซึ่งก็ดูจะสามารถ ดูแลเด็กตรวจตาอะไรพวกนี้ได้ดีกว่า 
ข้อดีอีกอย่างของที่นี่คือตรงกันข้ามกับที่โรงเรียนมันจะมีพวกร้านอาหารขายของอยู่สอบเสร็จก็คือแบบไปนั่งร้านอาหารได้เลยชิวๆกินข้าว



รอบ 3 ที่ KIS


- KIS คือส่วนรวมความดีงามของศูนย์สอบ เราค่อนข้างประทับใจกับที่นี่มากๆเพราะหนึ่งจากที่เคยบ่นไปตั้งแต่สถานที่สอบรอบแรกกับรอบ 2 ที่ว่าซอยเข้าไปลึกมากๆแต่ของที่ KIS คือมันอยู่ค่อนข้างใกล้กับถนนใหญ่ หาได้ไม่ยากอันนี้คือความประทับใจอย่างหนึ่ง ถ้าถามว่าข้อเสียคืออะไรข้อเสียก็คือเก้าอี้ที่นั่งรอมันไม่ค่อยมี ถ้าใครมาช้านี้ก็อาจจะต้องยืนรอเข้าห้องสอบเลย ส่วนห้องสอบของที่นี่คือเขาค่อนข้างติส ตรงที่ว่าเขาจะพาเด็กไม่ได้ไปสอบแค่ที่ห้องเรียนอย่าง เราก็ได้ไปสอบที่ห้องสมุดของที่ KIS ซึ่งรู้สึกประทับใจมากเพราะว่าบรรยากาศมันค่อนข้างดีเหมือนแบบได้นั่งทำข้อสอบในห้องสมุดเรารู้สึกว่าเราโอเคมากๆเลย และก็ว่ากระเป๋าอย่างนี้ก็สามารถเอาเข้าห้องเหมือนที่ Keerapat คนที่คุมห้องสอบเราเป็นชาวต่างชาติซึ่งก็ใจดีมากๆเลย สรุปคือค่อนข้างประทับใจกับที่นี่มากๆ



ต่อมาเราจะมาแนะนำวิธีการอ่านหนังสือต่างๆนะ


เริ่มที่เราก่อนเราบอกไว้ก่อนว่าเราก็ไม่ได้เก่งอังกฤษมากๆ แล้วก็ที่ผ่านอันนี้มาได้ก็เพราะเรียนพิเศษด้วยเราเรียนส่วนตัวเอา คืออยากจะแนะนำครูที่สอนพิเศษนะแต่คุณครูส่วนมากที่เขาสอนเราเขาก็เลิกสอนไปแล้ว ก็ขอโทษด้วยมา ณ ที่นี้ ส่วนหนังสือเราค่อนข้างชอบของ ies แล้วก็ panda นะ ies เล่มเหลือง กับเล่มฝึก writing ที่มี 10 practices ก็โอเคเลย writing ของ panda ก็ดีเหมือนกัน



Key ในการทำ reading ให้ได้คะแนนดีๆสำหรับเราคือ การฝึกอ่านภาษาให้เป็นเหมือนกิจวัตรประจำวัน ช่วงก่อนสอบเราจะมานั่งอ่าน passage ไปเรื่อยๆอ่านวันละ 1-2 เรื่องให้สมองเราชินกับการอ่านเพราะว่าเราเคยมีปัญหาที่ว่าอ่านอ่านไปแล้วตัวหนังสือมันเยอะตาลายอ่านเยอะๆแล้วจะอ้วก การอ่าน passage วันละบท2บท จะเป็นวิธีแก้ที่ดีก็คือทำให้ตัวเองชินกับอะไรที่มันยาวๆเอาไว้ส่วน แหล่งที่เราเอามาอ่าน เราก็จะอ่านพวก science news แล้วก็ newyoker อะไรพวกนี้ แล้วก็ไม่ใช่อ่านแบบไม่มีจุดมุ่งหมายก็คืออ่านพยายามเก็บว่าเขาต้องการจะ inform เราเรื่องอะไร จุดประสงค์เขาคืออะไร อ่านเสร็จแล้วก็จะเขียนสรุปความลงตรงกระดาษว่างๆ 1 แผ่น ประมาณนี้



Key ของ writing สำหรับเราคือ ต้องเน้นแกรมม่าถ้าสมมุติทำมาเรื่อยๆแล้วคะแนนยังไม่เพิ่มแล้วรู้สึกว่าเราควรจะกลับไปอ่านกลับมาอีกทีหรือไม่เวลาทำอย่างนี้ก็อาจจะจดก็ได้ว่าแบบข้อนี้ผิดเรื่องอะไรผิดเรื่อง punctuation ผิดเรื่อง Tense อะไรแบบนี้ แล้วค่อยกลับไปอ่านใหม่อีกรอบ ต่อไปก็คือทำไปเรื่อยๆให้มันคุ้นชิน สิ่งที่สำคัญสำหรับการทำ writing จริงๆคือการฝึกทำไปบ่อยๆให้เราจับทางข้อสอบได้



Key ของ Math ก่อนอื่นเราขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่าเราไม่ใช่คนที่เก่ง math เวอร์ๆ เรียกให้ถูกคือพอถูๆไถๆมากกว่า สิ่งที่สำคัญในการทำ Math คือถ้าเราผิดข้อไหนเราต้องไปหาวิธีทำมาให้ได้ ส่วนตัวเราไม่ได้เรียนพิเศษMath เราจะใช้วิธีคือส่งไปให้เพื่อนที่เก่งเลขช่วยดูข้อที่เราผิดให้ แล้วเราก็จดข้อที่ผิดพร้อมวิธีทำใส่สมุดอีกเล่มหนึ่ง ตัวช่วยอีกอย่างก็คือส่วนตัวเรารู้สึกว่า UWorld แนวมันค่อนข้างใกล้เคียงกับข้อสอบจริงมากกว่า Khan อีก และก็พวกแบบฝึกหัดคือเราก็จะ พยายามเลือกทำแต่โจทย์ที่แนวมันตรงๆ เราเคยลองทำเล่มหนึ่งซึ่งแบบมันยากมากๆทำให้รู้สึกท้อมากๆแต่พอเรากลับไปดูของ college board ทำให้เรารู้ว่าที่เราทำไปอ่ะคือมันไม่ตรงแนวเลยมันยากเกินไป คนที่เก่งเลขแล้วอาจจะทำตรงนี้ถือว่าเป็นการฝึกฝนฝีมือไป แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยเก่งเลขอย่างเรา เรารู้สึกว่าการทำอะไรที่มันยากเกินไปแล้วก็ไม่ตรงแนวมันที่เสียเวลาแล้วก็เสียกำลังใจด้วย เอาจริงๆข้อสอบ math ที่เรารู้สึกว่ามันดีมีอยู่แค่ 3 ที่คือ 8 practices ของ college board, ข้อสอบเก่า แล้วก็ Uworld เราไม่อ่านอย่างอื่นเลยนอกจาก 3 อย่างนี้แล้วก็ทำไปเรื่อยๆทำไปเรื่อยๆอย่างของ college board เราทำไป 3 รอบ ข้อสอบเก่าเราก็ทำไป 2 รอบ ทำจนกว่าเราจะตอบข้อที่เคยผิดถูกอะ



ก็นั่นแหละเรารู้สึกว่า สิ่งที่สำคัญในการอัพคะแนนให้ได้เยอะๆคือการฝึกทำไปเรื่อยๆแล้วก็มาดูว่าข้อไหนที่เราผิด หรือที่เราได้คะแนนน้อยปัญหามันเกิดจากอะไรแล้วมานั่งวิเคราะห์ดู เราจะได้ไม่ผิดอีกแล้วก็ที่อยากจะเน้นก็คืออยากให้อ่านหนังสือทำโจทย์ทุกวันพร้อมกับจับเวลาจริงเพราะมันเป็นอะไรที่สำคัญมากๆและก็ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งไม่แพ้กันคืออย่ากดดันตัวเองมากเกินไป อันนี้เป็นบทเรียนสำคัญของเรามากๆเลย การกดดันตัวเองมากเกินไปมันเหมือนการเอาอะไรมาบังตาไว้ ทำให้เราสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ไม่ครอบคลุม บางทีข้อที่มันง่าย พอเรากดดันตัวเองมันก็อาจจะทำให้เราตอบข้อง่ายๆข้อนั้นผิดก็ได้ ตอนทำก็ให้เชื่อมั่นในความพยายามของตัวเองเอาไว้ ก่อนสอบก็อย่าไปเครียดมากเราเอาหนังสือการ์ตูนเล่นๆไปนั่งอาจรอทำให้ใจมันสงบลง ก่อนสอบนี้ก็อาจจะนั่งสมาธิทำสมาธิเล็กน้อยแบบนี้ก็ได้ 

สำหรับคนที่จะสอบรอบถัดไปก็ขออวยพรให้ทุกคนสู้ๆนะ ขอให้ทุกคนได้คะแนนดีๆตามที่ตัวเองพยายามเอาไว้อย่างที่บอกไปตั้งแต่ครั้งแรกว่าคะแนนเราถึงจะไม่ได้สูงมากเท่าไหร่ แต่เราก็ค่อนข้างภูมิใจที่เราเพิ่มคะแนนตัวเองได้มาถึงตรงนี้ 

สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็ขอบคุณที่อ่านกระทู้ของเราจนจบนะ สอบก็สู้ๆนะ!!

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

7 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป