/>

รีวิวสอบ CU-TEP แบบละเอียดยิบ(2018) [ยินดีให้แชร์]

วิว
        สวัสดีทุกๆคนค่า สำหรับวันนี้เราก็อยากจะมาแชร์ประสบการณ์จากการที่เราได้ไปสอบ CU-TEP ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมานะคะ ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่าเราเป็นเด็กตจวและไม่รู้หนทางหลักแหล่งอันใดในกรุงเทพเลย แต่ว่าได้เพื่อนช่วย ครั้งนี้มากัน 4 คน คือ เรา เพื่อนอีก 2 คนกับแม่ของเพื่อน โดยเพื่อนคนนึงมาสอบกับเรา ส่วนอีกคนมาเป็นไกด์นำทาง55555

CU-TEP คืออะไร?
        หลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบกันว่า CU-TEP คืออะไร มันคือแบบทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ CU ก็มาจากชื่อมหาลัย TEP นี่ย่อมาจาก Test of English Proficiency โดยคะแนน CU-TEP เนี่ย สามารถนำไปยื่นเข้ามหาลัยต่างๆได้ใน TCAS รอบที่ 1 หรือ PORTFOLIO สำหรับเด็กม.6 อย่างเราๆนะคะ(ศึกษาเกณฑ์ด้วยนะ เพราะบางที่ก็ไม่รับ) แต่คะแนนก็สามารถนำไปใช้ยื่นเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทก็ได้เหมือนกัน ซึ่งข้อสอบมีทั้งหมด 120 ข้อ 120 คะแนน แบ่งออกเป็น 3 พาร์ทก็คือ

- Listening 30 ข้อ (30 นาที)

- Reading 60 ข้อ (70 นาที)

- Writing 30 ข้อ (30 นาที)



การสมัครสอบ CU-TEP
        ก่อนอื่นเลยการที่จะสมัคร CU-TEP ได้เนี่ย ก็ต้องรู้ตารางก่อนนะคะว่าในปีนั้นๆเขาสอบกันตอนไหนบ้าง ซึ่งการสอบจะจัดขึ้นเรื่อยๆตลอดปีเลยค่ะ สามารถเช็คตารางการสอบได้จากเว็บนี้นะคะ http://www.atc.chula.ac.th/index2.html (เหมือนเห็นแวบๆว่าตารางปี 62 จะออกแล้ว)

        ขั้นตอนต่อไปหลังจากที่วางแพลนไว้แล้วว่าอยากจะไปสอบรอบไหน ต่อมาก็คือต้องดูวันเวลาที่เปิดให้รับสมัครค่ะ ไม่ใช่จู่ๆจะสมัครได้นะเออ เราต้องสมัครตามวันที่เขากำหนดเพราะมันจะมีเป็นรอบ แนะนำให้สมัครตั้งแต่วันแรกๆเลยค่ะ เดี๋ยวเต็ม(รีบ55555) อย่าลืมตั้งนาฬิกาเตือนกันไว้ด้วยล่ะ ต่อมาคือ...เราต้องสมัครลงทะเบียนก่อนนะคะ ให้ไปที่ระบบลงทะเบียนออนไลน์ แล้วทำการกรอกข้อมูล อัพโหลดรูป บัตรปชชอะไรให้เรียบร้อย พอถึงวันที่เขาเปิดให้สมัครปุ๊ป เข้าสู่ระบบ คลิกเข้าไปที่สมัครสอบได้เลย มันจะมีรอบเปิดที่เปิดให้สมัครอยู่ค่ะ




        ต่อมาเมื่อทำการสมัครและโอนเงินเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็คืออ่านหนังสือค่ะ!! อัดมันเข้าไป อัดให้สมองระเบิดไปเลยค่ะ สถานที่สอบ เลขที่นั่ง จะประกาศก่อนสอบ 1 อาทิตย์ เพราะฉะนั้น ออเจ้าจงอย่าลืมเข้าไปเช็คให้เรียบร้อยเสียล่ะ แต่จริงๆใต้ตึกมันก็มีให้เช็คนะคะ เพียงแต่มันจะเสียเวลาตามหาชื่อตัวเองเท่านั้นเอง สู้เช็คจากเว็บให้เรียบร้อยแล้วไปเช็คที่ใต้ตึกอีกทีจะดีกว่า เชื่อเรา


        เช็คสถานที่อะไรเรียบร้อยขั้นต่อมาคือการเตรียมตัวค่ะ เรานั่งเครื่องไปค่ะ เราต้องไปขึ้นเครื่องที่พิษณุโลกไปลงดอนเมือง เพื่อนเราจองตั๋วให้เรียบร้อย แนะนำว่าให้รีบจองไว้ก่อนเนิ่นๆเพราะจะได้ตั๋วในราคาที่ถูกลง ของเราสอบช่วงปลายเดือนตุลา เพื่อนเราจองให้ช่วงต้นตุลาก็ได้มาในราคาไปกลับ 1890 บาทค่ะ สำหรับใครที่คิดว่าไหวก็จัดเลยค่ะ เพราะเราว่ามันสะดวกสบายมากๆ เราเพิ่งนั่งเครื่องครั้งแรกยังคิดเลยว่ามันดีย์ เพราะ 1.รวดเร็ว(ไม่ถึงชั่วโมงดีเราก็ถึงดอนเมืองละอ่ะ) และ 2. สจ๊วตหล่อม๊ากกกก (ถือเป็นความคุ้มค่าอย่างนึงนะคะ5555) เราสอบ 21 ตุลาคม แต่เราไปตั้งแต่ 20 และกลับ 22 ครั้งนี้ได้ที่ซุกหัวนอนเพราะญาติของเพื่อนอยู่คอนโดที่ลาดพร้าวค่ะ ไม่เช่นนั้นก็อาจจะได้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มไปอีก แต่ถ้าใครที่คิดว่าไม่ไหวจริงๆกับค่าเดินทางหรือไม่สะดวกก็ยังมีวิธีเดินทางแบบอื่นๆอีกนะคะ เอาที่ทุกๆคนสะดวกเลย

เมื่อวันสอบมาถึง
        เราตื่นตีสี่ครึ่งค่ะ จริงๆตั้งปลุกตีห้า สงสัยจะตื่นเต้นไปหน่อย55555 เราออกจากคอนโดประมาณหกโมงครึ่งไปลง mrt ที่ลาดพร้าวต่อไปสถานีสามย่าน เพราะคณะที่เราสอบคือคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี พอออกจากสถานีสามย่านมาจะเจอกับจามจุรีสแควร์(ห้าง)ให้เดินทะลุตัวห้างไปเลยค่ะ แต่ตอนของเรา สงสัยจะเช้าไปหน่อยเขาเลยยังไม่เปิด สรุปคือเดินอ้อมเอา พอเดินไปถึงด้านหลังจามจุรีสแควร์ปุ๊ปเขาก็เปิดประตูปั๊ปเลย TT นั่นแหล่ะค่ะ พอเดินทะลุห้างมาแล้วก็จะเจอประตูเขาสู่จุฬาเลย เดินเข้าไปหน่อยเดียวก็เจอคณะพาณิชย์แล้ว สังเกตตรงที่มีคนเยอะๆอ่ะค่ะ ตอนเราไปเราก็แอบงงแต่ก็เดินตามคนอื่นเขาไปจนเจอ5555555 ข้างใต้ตึกจะมีโรงอาหาร ใครที่ยังไม่ได้ทานข้าวเช้าไปก็สามารถไปทานได้นะคะ ราคาไม่แพงเลย อย่าลืมดูเวลาด้วยนะ!!
        พอเรากินข้าวเสร็จก็หาที่นั่งแถวๆนั้นอ่านทวนอะไรนิดหน่อยแล้วก็ไปต่อคิวเข้าห้องน้ำ แนะนำ เป็นไปได้เข้าห้องน้ำจากที่พักมาเลยก็ดีค่ะเพราะว่ามารอเข้า คนเยอะมาก!! พอ 8.15 ปุ๊ปเขาจะประกาศเรียกให้เข้าห้องสอบ เราก็ไปตามห้องที่เราสอบเลยค่ะ โทรศัพท์ นาฬิกาข้อมือ ริสแบนด์ห้ามเอาเข้านะคะ เขาจะมีถุงซิปล็อกแจกให้ เอาใส่กระเป๋าสตางค์เข้าไปได้อย่างเดียว แล้วก็บัตรปชช ต้องใช้ในการยืนยันตัวตนนะคะ ของอื่นๆเอาไว้ด้านนอกให้หมด ไม่ต้องกลัวคนขโมยหรอกค่ะเพราะวางกองกันเต็ม ส่วนเครื่องเขียนทางมหาลัยเขามีให้ ไม่ต้องนำเข้าไปนะคะ

คำเตือน พอมาถึงตรงนี้เราอยากจะเตือนหลายๆคน เพราะทางมหาลัยเขาค่อนข้างจะเคร่งมากๆในเรื่องของการยืนยันตัวตน ถ้าใครมีหนังสือเดินทางก็ให้ติดตัวไปด้วยนะคะ แล้วก็เวลาสมัคร ขอให้ตรวจสอบข้อมูลอะไรต่างๆให้ดี ตรวจหลายๆรอบเลยค่ะเพื่อกันผิดพลาด อย่าไปขี้เกียจเพราะว่าถ้ามีข้อมูลบางส่วนที่ไม่ตรงขึ้นมา เราอาจจะไม่ได้สอบเลยนะคะ อย่างเพื่อนเราที่ไปสอบด้วยกันก็มีข้อมูลบางส่วนที่ไม่ตรงกัน เขาก็ให้ไปยื่นคำร้อง แต่ว่าเพื่อนเรามาไม่ทันเพราะห้องสอบจะปิดประตูตอน 8.40 สรุปคือเพื่อนเราไม่ได้สอบค่ะ เราอยากเตือนหลายๆคนไว้ค่ะ


สอบเป็นไงบ้าง?
        มาถึงเรื่องสอบกันบ้างดีกว่า อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆนะคะ กรุณาใช้จักรยานในการอ่าน ตอนเราเข้าไปสอบแบบ แอบเกร็งนิดหน่อยเพราะทุกคนดูแบบเคร่งเครียดกันมาก แอร์ในห้องก็เย็นแต่เรานั่งใต้แอร์เลยไม่เท่าไร เขาให้เอาเสื้อกันหนาวเข้าห้องสอบได้นะคะ มาๆ เริ่มพาร์ทแรกกันดีกว่า
Listening : สำหรับพาร์ทการฟังนี้จะใช้เป็นเสียงจากลำโพงเอา ชัดพอสมควร เราก็ฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างเพราะเป็นคนมีปัญหากับการฟังมาแต่ไหนแต่ไร มันไม่ได้ยากมากนะคะ เพียงแต่ต้องพยายามฟังให้ทันว่าบทสนมานาคุยอะไรหรือพูดเกี่ยวกับอะไร มันจะแบ่งเป็นบทสนทนาสั้น บทสนทนายาว กับเป็นคนๆเดียวพูดเป็นเรื่องเป็นราวอ่ะ เหมือนบรรยายงี้ปะ เรียกไม่ถูก บอกเลยว่าต้องใช้ความเร็วในการทำข้อสอบนิดหน่อยเพราะเขาจะเว้นจังหวะแต่ละข้อไม่นาน และฟังได้แค่รอบเดียวเท่านั้น!! เพราะฉะนั้นก็ฟังอย่างตั้งใจนะคะ
Reading : สำหรับพาร์ทนี้บอกเลยว่าเราเปิดอ่านจนตาลาย แบบมีแต่ตัวหนังสือเต็มไปหมด+เราง่วงด้วยแหล่ะ แอบสัปหงกไปแปปนึง ตามชื่อเลยค่ะ อ่านจนตาแหก คำศัพท์ก็ไม่ได้ยากมากนักแต่ก็มีหลายคำเลยที่เราไม่รู้ ส่วนใหญ่ก็จะออกพวกเรื่องวิชาการๆ วิจัยนู่นนี่นั่น ถ้าอ่านรู้เรื่องแล้วจับใจความได้ก็รอดไปค่ะ เพิ่มเติมคือเขาจะถามพวกคำศัพท์ ความรู้สึกของผู้เขียน เติมคำบ้างอะไรบ้างก็ไฝว้กันไปค่ะ ให้เวลา 70 นาทีเท่านั้น ก่อนเก็บข้อสอบ 10 นาทีเขาจะประกาศเวลาที่เหลือค่ะ เราจำได้เลยว่าตอนที่เรานั่งทำข้อสอบอยู่แล้วเขาประกาศปุ๊ป คนข้างๆเราอุทานคำว่า -เ_ี้ยดังมากเลยค่ะ 555555
Writing : พาร์ทนี้จะเป็นข้อสอบ Error ทั้งหมด ซึ่งสมองเราก็ได้ Error ตามข้อสอบไปแล้ว พิจารณาค่อนข้างยากเลยค่ะสำหรับเรา อันนี้ก็เหมือนจะถูกแล้ว อีกอันก็เหมือนจะถูกด้วย นั่งงงไปเป็นพักๆ สุดท้ายก็แล้วแต่บุญแต่กรรมที่ทำมาเลยค่ะ ทำข้อสอบพวกนี้กันไปเยอะๆนะคะ
อันนี้ก็เป็นความคิดเห็นของเรานะคะ สำหรับการเตรียมตัว เราก็ไปซื้อหนังสือเตรียมสอบ CU-TEP มา แล้วก็จดศัพท์พวกCU-TEP จากเว็บนี้ค่ะ https://www.chulatutor.com/blog/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C-cu-tep/ เราเองก็จดไม่หมดหรอก เอาเท่าที่ได้แหล่ะค่ะ พยายามให้เต็มที่มากที่สุด ตอนนี้ก็รอคะแนนออก(2 อาทิตย์หลังสอบ) ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรบ้าง แต่ก็พยายามสุดๆแล้ว ถ้ามีโอกาสเราก็อยากจะเรียนต่อจุฬานะคะ ส่วนจะได้ไม่ได้ก็รอดูกันต่อไปค่ะ55555 ก็มีเท่านี้แหล่ะค่ะสำหรับรีวิว อาจจะใช้คำผิดๆหรือเรียงข้อมูลงงๆไปบ้างก็ขอโทษด้วยนะคะ แต่เราอยากจะแชร์ประสบการณ์ของเราให้กับทุกคนที่จะสอบ CU-TEP ได้รับรู้ค่ะ อย่างน้อยก็เป็นแนวๆเนอะ ถ้าใครสงสัยอะไรก็สามารถคอมเมนท์ถามไว้ได้นะคะ แต่ถ้าอยากคุยแบบจริงจังก็หลังไมค์เอาค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนนะคะ สู้ๆ

หนังสือเล่มนี้ที่เราใช้เตรียมสอบ หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป ราคา 280 บาท

เพิ่มเติม
- ค่าสมัครสอบ 900 บาท 
- เราแต่งชุดนักเรียนไปสอบ แต่ถ้าไม่สะดวกก็ให้แต่งชุดที่เรียบร้อยไปนะคะ เขาจะมีแนะนำอยู่ว่าควรแต่งตัวแบบไหน 

 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

4 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป