/>

ท้องอืดแก้ได้ไม่ยากหากใส่ใจสุขภาพของคุณ [ยินดีให้แชร์]

วิว

ท้องอืดคืออะไร
ท้องอืด คือ โรคชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวกับอาการที่ผิดปกติของท้องหรือลำไส้ อาจด้วยสาเหตุที่มาจากการทานอาหารหรือระบบย่อยอาหาร ซึ่งโรคชนิดนี้จะมีการแสดงอาการในบริเวณตรงกลางของท้องในส่วนบน ซึ่งอยู่ระหว่างใต้ลิ้นปี่และเหนือสะดือนั่นเอง

สาเหตุของโรคท้องอืด
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคท้องอืดมาจากพฤติกรรมการทานอาหารในแต่ละวัน และมาจากการที่ระบบย่อยอาหารของคนเราทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จึงทำให้เกิดปริมาณแก๊สและกรดส่วนเกินในกระเพาะอาหาร รวมทั้งมาจากการใช้ยาบางชนิด การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของสารคาเฟอีนอย่างชาและกาแฟ และจากการสูบบุหรี่เป็นต้น

อาการของโรคท้องอืด
ในส่วนของอาการของโรคท้องอืดนั้นจะมีอาการแน่นท้อง จุกเสียด มีการบีบรัดของลำไส้ และมีอาการท้องหลามตึงๆ อืดๆ คล้ายมีลมหรือก๊าซในกระเพาะอาหาร ในบางช่วงที่มีอาการเรอออกมาจะส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยว และบางช่วงจะมีอาการแสบร้อนในบริเวณหน้าอกเหนือลิ้นปี่ และในบางรายอาจมีอาการที่รุนแรง เช่น อิ่มเร็ว คลื่นไส้ และอาเจียน แต่ที่น่าเป็นกังวลก็คือในบางรายจะมีหลายอาการร่วมอยู่นั่นเอง
วิธีรักษาโรคท้องอืดด้วยตนเอง
1.หลีกเลี่ยงการทานผักดิบ
2.เคลื่อนไหวร่างกายเมื่อมีอาการจุกเสียด
3.ทานมื้อเล็กพร้อมเคี้ยวให้ละเอียด
4.ดื่มน้ำอุ่น
5.ลดอาหารหวาน ของมันและเนื้อสัตว์
6.หลีกเลี่ยงการทานผลไม้พร้อมกับเนื้อสัตว์
วิธีการป้องกันโรคท้องอืด
1. ห้ามเอนตัวนอนทันทีหลังจากทานอาหาร 
พฤติกรรมนี้ อาจเป็นพฤติกรรมยอดฮิตที่คนเรามักทำกันจนติดเป็นนิสัย โดยเฉพาะหลังจากกลับจากทำงานเหนื่อยๆ มานั่งทานอาหาร เสร็จจากทานอาหารอาหารก็รีบเอนตัวนอนทันที และนั่นจึงทำให้เกิดอาการท้องอืดตามมาแบบติดๆ เพราะการที่คนเราเอนตัวนอนทันทีนั้น จะทำให้กรดไหลย้อนขึ้นได้ง่าย 2. ทานอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง การทานอาหารมื้อสุดท้ายของวัน ควรอยู่ในช่วงก่อนเข้านอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพื่อลดการเกิดอาการกรดไหลย้อนนั่นเอง แต่หากมันยังแสดงอาการท้องอืด ก็ควรเขยิบเวลาอาหารมื้อสุดท้ายให้เร็วขึ้นคราวละ 1-2 ชั่วโมง เช่น จากเดิมทานในช่วง 6 โมงเย็น ก็เปลี่ยนมาเป็น 5 โมงเย็น 3. ลดอาหารประเภทที่มีมัน 
ควรลดปริมาณการทานอาหารจำพวกของมัน เช่น อาหารประเภททอด อาหารที่มีส่วนผสมของครีม เนย หรือแม้แต่เนื้อสำเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้น หรือไส้กรอก เป็นต้น ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการท้องอืดได้ง่าย 4. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่ง หลายคนอาจมีพฤติกรรมชอบเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือบางคนถึงขั้นขาดหมากฝรั่งไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการท้องอืด จึงควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่งจะเป็นการดีที่สุด เพราะหมากฝรั่งจะมีส่วนผสมของน้ำตาลเทียม 
 5. หมั่นเดินเล่นหลังจากทานอาหาร การเดินเล่นประมาณ 5-10 นาทีหลังจากทานอาหารแต่ละมื้อ จะช่วยป้องกันการเกิดอาการท้องอืดได้ เพราะวิธีนี้จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารสามารถทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 6. รักษามาตรฐานของน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ การรักษาน้ำหนักของร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์นั้น จะส่งผลดีทั้งในเรื่องของสุขภาพร่างกาย และรวมไปถึงเรื่องของการป้องกันโรคต่างๆ ได้ 
7. บอกลาเสื้อผ้าที่คับ การสวมใส่เสื้อผ้าที่คับหรือฟิต จะส่งผลทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ง่าย โดยเฉพาะการสวมใส่กางเกงหรือกระโปรงที่รัดเข็มขัดแน่นจนเกินไป 
8. งดเครื่องดื่มบางชนิดและบุหรี่ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการท้องอืดมาจากการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มบางชนิด  
9. ควบคุมการทานมื้อใหญ่ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะการทานมื้อใหญ่ในปริมาณที่มากจนเกินไป จะทำให้เกิดการหลั่งกรดที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
โรคท้องอืดถือเป็นโรคที่สามารถแก้ไขและป้องกันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเอาใจใส่ในเรื่องการทานอาหารและการปฏิบัติตัวในแต่ละวัน รวมทั้งการรู้จักควบคุมและงดพฤติกรรมต้องห้าม ที่ส่งผลทำให้เกิดอาการท้องอืดด้วยเช่นกัน และแน่นอนว่าการไร้ซึ่งอาการท้องอืดจะช่วยให้สุขภาพร่างกายสามารถดำเนินไปได้อย่างสะดวก ในขณะที่ร่างกายที่เผชิญกับอาการดังกล่าวไม่สามารถทำอะไรได้อย่างสะดวกสบายได้เลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.honestdocs.co/bloating-treatment-causes
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป