ซ่อน
แสดง

รีวิวสอบเภสัช ม.รังสิต 2562 (รอบที่ 1) + สิ่งที่ได้รับและควรทำ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#เภสัชรังสิต #ม.รังสิต #เภสัชศาสตร์

     สวัสดีค่ะเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนและผู้คนที่หลงเข้ามาเยี่ยมเยียนกระทู้นี้นะคะ     ที่มาของการเขียนกระทู้นี้ก็คือ เราสัญญากับตัวเองไว้ว่าถ้าเราสอบติดตัวจริง เราจะมาบอกเล่าประสบการณ์ให้ทุกคนได้อ่านกันนะคะ หวังว่าจะเป็นกระทู้ที่มีประโยชน์ต่อคนที่อยากจะไปสอบเภสัช ม.รังสิตในรอบถัดไปค่ะ

     อย่างแรกที่เราอยากจะบอกให้ทุกคนทราบก่อนก็คือ ก่อนหน้านี้เราเป็นเด็กที่ขี้เกียจมาก+ปล่อยชิลและเล่นมาตลอดเลย  พอเราได้เห็นที่นี่รับสมัครเราก็รีบยื่นใบสมัครทันที  และกว่าเราจะเพิ่งคิดได้และสปีดตัวเองอย่างจริงจังก็เป็นช่วงก่อนสอบที่ ม.รังสิต ประมาณ 4 - 5 วันแล้ว (ซึ่งไม่มีความพร้อมมากๆ+ไม่มีความรู้อะไรเลยที่จะไปสอบ)

     ซึ่งเป้าหมายคณะที่เราจะเข้านั้นคือคณะแพทยศาสตร์ค่ะ     แต่ตอนที่เราไปกรอกใบสมัครสอบของ ม.รังสิต เขาจะให้เราเรียงลำดับคณะที่จะเข้าได้ถึง 4 อันดับ  ดังนั้นเราจึงกรอกเพิ่มไป สรุปได้ว่าทั้งหมดที่เรากรอกไปมี 3 อันดับ (ส่วนตัวคือเราอยากเรียนเพทย์เท่านั้นค่ะ แต่ที่เราลำดับไปเพิ่มเพราะเราอยากรู้ว่าถ้าเราไม่ได้แพทย์ เราจะอยู่ในลำดับไหนของตัวเลือกหรือเราจะไม่ได้อยู่ในตัวเลือกเลย)

1. แพทยศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี
2. ทันตแพทยศาสตร์ (Bilingual)
3. เภสัชกรรมอุตสาหการ



     และแล้วเราก็มาถึงการรีวิวของข้อสอบกัน  เชื่อว่าหลายๆคนรีบเลื่อนมาตรงประเด็นนี้แน่ๆ แต่การรีวิวของเรานั้นจะรีวิวข้อสอบในมุมมองของเรานะคะ เพราะความถนัดในแต่ละวิชาของคนแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ (แต่อย่าเพิ่งกังวลไปนะคะ เพราะคนเราก็สามารถแก้ไขความไม่ถนัดของตัวเองได้โดยการเรียนรู้และฝึกฝนค่ะ)





ภาษาอังกฤษ


     สำหรับเราคิดว่าข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษค่อนข้างง่ายค่ะ คำศัพท์ที่ใช้ไม่ได้ยากจนเดาไม่ออก เราคิดว่าใครที่ทักษะภาษาอังกฤษอยู่ระดับกลางขึ้นไปก็จะทำได้สบายๆเลยค่ะ

เรียงพาร์ทจากการเก็บคะแนนง่ายไปยากนะคะ

•Conversation (เป็นพาร์ทที่ควรเก็บค่ะเพราะเก็บง่าย ความหมายตรงตัว เป็นประโยคที่อยู่ในชีวิตประจำวัน)

•Reading (เป็นพาร์ทที่ง่ายรองมาจาก Conversation พาร์ทนี้อาศัยการตีโจทย์หาคีย์เวิร์ดที่ถูกตามที่โจทย์ถามค่ะ อันนี้ไม่ยากค่ะ ถ้าฝึกบ่อยๆพาร์ทนี้คะแนนจะหนีไปไหนไม่ได้เลย)

•Vocabulary (พาร์ทนี้จะค่อนข้างยากสำหรับคนที่ไม่ถนัดเรื่องคำศัพท์ค่ะ เพราะถ้าเราไม่รู้ความหมายคำในตัวเลือกเลย พาร์ทนี้จะถือว่าเป็นพาร์ทที่ยาก)

   ที่เหลือก็จะเป็นพวกโจทย์ ERROR+GRAMMAR+ดูรูปแล้วพิจารณาก่อนตอบคำถาม ปะปนกันไปค่ะ


   อย่างที่ได้บอกไปกันก่อนหน้าว่าเป็นข้อสอบที่ง่ายค่ะ ดังนั้นถ้าใครจะไปสอบ ขอให้เตรียมตัวกับวิชาภาษาอังกฤษเพราะเราคิดว่าเป็นวิชาที่ค่อนข้างปล่อยคะแนนให้กับนักเรียนที่ไปสอบค่ะ


สิ่งที่ควรทำ

   ท่องศัพท์ > เพราะศัพท์เป็นสิ่งสำคัญมากๆในการเรียนภาษาค่ะ ยิ่งรู้เยอะยิ่งมีประโยชน์กับตัวเรา (ทางที่ดีควรจำพวกหน้าที่ของคำ+synonym+antonym  ไปด้วยยิ่งดีค่ะ)   

   อ่านโจทย์ภาษาอังกฤษ > ยิ่งอ่านบ่อย ยิ่งจับใจความได้ และทำให้อ่านได้ไวขึ้นค่ะ   

   ฝึกทำโจทย์บ่อยๆ > ตรงนี้สำคัญมากค่ะเพราะเราจะสามารถเจอคำศัพท์ที่ไม่รู้เพิ่มมาเรื่อยๆในข้อสอบแต่ละชุดที่ทำ+มีความชำนาญมากขึ้นในการหลบการหลอกของโจทย์+จับประเด็นตรงจุดได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน





 คณิตศาสตร์

 
    เราเชื่อว่าใครหลายๆคนแค่เห็นชื่อวิชาก็เริ่มมีเสียง แอร่ก! หรืออยากจะขอ Bye กันในใจแน่นอน  และเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันค่ะ

     สำหรับข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์นั้น เราจำไม่ได้ว่าออกหัวเรื่องอะไรบ้าง แต่ตอนที่เจอข้อสอบจริงๆนั้นเราว่าข้อสอบคณิตไม่ได้ยากกว่าที่คิดไว้ค่ะ ค่อนข้างเป็นวิชาที่ปล่อยคะแนนเหมือนกัน แต่ความยากมีมากกว่า เพราะบางข้อดูมีข้อสอบ pat 1 ปะปนมาด้วย

     ส่วนใหญ่จะเป็นคำถามที่เราสามารถตอบได้โดยไม่จำเป็นต้องนึกสูตร  หลายข้อเราทำได้เพราะตีโจทย์ออกว่า โจทย์ให้อะไรมาบ้าง โจทย์ต้องการอะไรประมาณนี้ค่ะ


สิ่งที่ควรทำ   

   ทบทวนเนื้อหาวิชา > เพื่อรากฐานที่ดีในการทำความเข้าใจโจทย์

   ท่องสูตร > เพราะคณิตนั้นเป็นวิชาที่ส่วนใหญ่จะใช้สูตรในการแก้ปัญหา

   ฝึกทำข้อสอบพวก O-NET / GAT-PAT / วิชาสามัญ > อันนี้สำคัญมากค่ะเพราะการทำโจทย์และเจอข้อสอบบ่อยๆจะทำให้เรามีความพร้อมมากขึ้นและยังเจอโจทย์หลากหลายรูปแบบอีกด้วย





เคมีและชีวะ


     2 วิชานี้เป็นวิชาที่เราทำข้อสอบไม่ค่อยได้ค่ะ อย่างเคมีเราก็ไม่ค่อยได้ชอบเท่าไหร่ ส่วนชีวะเป็นวิชาที่เราชอบนะคะแต่เรายังเก็บเนื้อหาไม่หมดจึงทำให้การสอบออกมาไม่ดีเท่าที่ควร

     เนื้อหาเรื่องที่สอบในเคมี ถามว่าจริงๆมันยากมั้ย เราว่ามันก็ไม่ได้ยากเวอร์ค่ะ ส่วนใหญ่ก็เป็นข้อสอบแนวที่เคยผ่านตามาหลายข้อ แต่ที่ทำไม่ได้ก็เพราะเราไม่ถนัดและจำอะไรที่เรียนไปไม่ได้จริงๆค่ะ  ก็มีบางข้อที่พอจะทำได้แต่คิดว่าวิชานี้ทำได้น้อยกว่าครึ่งเยอะเลยค่ะ

     เนื้อหาเรื่องที่สอบในชีวะ อันนี้บอกได้เลยว่ายากมากๆ เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเรื่องที่อยู่ใน ม.ปลาย เลยค่ะ  มีพวกศัพท์ทางแพทย์เยอะด้วยค่ะ วิชานี้เราให้ความยากที่สุดของการสอบทุกวิชาเลย (ได้ยินเพื่อนพูดกันว่าเป็นข้อสอบแนวที่พี่ปี 1 เรียนกันค่ะ)


สิ่งที่ควรทำของทั้งเคมีและชีวะ

   ทบทวนเนื้อหาวิชา > เพราะเป็นวิชาที่สามารถทำความเข้าใจได้ เราก็ควรทบทวนเพื่อสร้างพื้นฐานให้ตัวเองก่อนจะไปทำโจทย์ (ส่วนชีวะ: ถ้าหากมีเวลาว่างลองหาพวกไฟล์ระบบการทำงานของอวัยวะมาอ่านค่ะ)

   ฝึกทำโจทย์ > เพราะโจทย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด(อีกแล้ว) โจทย์ที่เราต้องทำบ่อยๆเพราะมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากค่ะ ประยุกต์บ้างแต่ก็นิดหน่อย







        หลังจากที่เราสอบเสร็จ เราก็มีสิทธิ์สอบเภสัชกรรมอุตสาการค่ะ ซึ่งมีสอบข้อกา, Lapและสัมภาษณ์



สอบข้อกา: เกี่ยวกับสมุนไพรว่ารักษาโรคอะไรได้บ้าง สมุนไพรตัวไหนใช้แทนกันได้บ้าง สมุนไพรตัวไหนที่ใช้มากๆแล้วตาบอดอะไรประมาณนี้ค่ะ ไม่ยากค่ะ / เกี่ยวกับยาว่าตัวนี้ใช้สำหรับอาการอะไร ต้องใช้ยาตัวนี้กี่มิลลิกรัม สัญลักษณ์ของเภสัชกรรม 

ควรอ่าน: ตั้งหัวข้อกว้างๆว่าต้องอ่านเรื่องสมุนไพรและยาเอาไว้ค่ะเพราะออกเยอะที่สุด





Lap: อันนี้ตรวจตาบอดสี+หยดสารละลาย

สิ่งที่ควรทำ: แนะนำให้ลองไปดูพวกการใช้อุปกรณ์ในห้องวิทยาศาสตร์ค่ะ เพราะอาจารย์จะดูขั้นตอนวิธีการใช้อุปกรณ์ของเราค่ะ





สัมภาษณ์: อาจารย์จะมี 2 คนนั่งข้างๆเราค่ะ ประกบซ้ายขวาเลยค่ะ  อาจารย์จะให้แนะนำตัวเอง แล้วก็ถามเรื่องที่บ้าน+การเงิน+ผลการเรียน+การใช้ชีวิตของเราในบ้านและโรงเรียน (ในส่วนตรงนี้จะถูกถามเยอะหรือน้อยน่าจะขึ้นอยู่ที่อาจารย์ที่สัมภาษณ์เรา+การแนะนำตัวและตอบคำถามของเราค่ะ)

สิ่งที่ควรทำระหว่างการสอบสัมภาษณ์: ส่วนใหญ่จะเป็นพวกมารยาทและบุคลิกภาพค่ะ (หัดมือไม้อ่อนเมื่อเจอผู้ใหญ่+พูดจามีหางเสียง+ใช้น้ำเสียงที่อ่อนหวาน+ไม่หมุนเก้าอี้ระหว่างสัมภาษณ์+ควรผายมือเวลาจะชี้อะไรให้อาจารย์ทราบ(ห้ามใช้นิ้วชี้เด็ดขาด)+ใครที่มีนิสัยชอบเลียปาก ต้องห้ามตัวเองให้ทำนะคะ+ยิ้มแย้มตลอดเวลาที่สัมภาษณ์เสมอ+ความจริงใจ





     หลังจากที่ประกาศผลรอบสัมภาษณ์ เราก็ติดตัวจริงของเภสัชกรรมอุตสาหการนะคะ













ส่งท้าย



    อยากจะขอฝากความคิดเล็กไว้ในใจทุกคนนะคะว่า ไม่ว่าจะสอบสนามไหน รอบอะไร เราควรมีความเตรียมพร้อมในบทเนื้อหาที่เราเรียนอยู่เสมอเพราะเรายังเป็นนักเรียน เราควรให้ความสำคัญกับหน้าที่ในสิ่งที่ตัวเองควรทำ   นอกจากการเรียน เราก็ควรฝึกบุคลิกภาพและมารยาทที่ดีให้ติดเป็นนิสัยของตัวเอง  เพราะการที่เราเป็นเด็กที่เก่งบุคลิกดีและนอบน้อม ย่อมเป็นสิ่งที่ดีและน่าชื่นชมที่ใครหลายๆคนเห็นก็รักและเอ็นดู












เราขอจบการรีวิวไว้เพียงเท่านี้นะคะ   ขอบคุณค่ะ

หากใครมีข้อสงสัย สามารถแสดงความคิดเห็นไว้ได้นะคะ
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป