/>

แม่มีแฟนใหม่เรารับไม่ได้ทำงัยดี?? [ยินดีให้แชร์]

บลาบลา
Guest IP
วิว
สวัสดี เรามีเรื่องจะปรึกษาทุกคนค่ะ คือแม่เราจะมีแฟนใหม่ เรารับไม่ได้จริงๆ ที่จะมีพ่อใหม่ เพราะพ่อเราพึ่งเสียไป 5 เดือนกว่าๆ ค่ะ จากนั้นแม่ก็เริ่มคุยกับผู้ชายและคุยกันถูกคอกับผู้ชายคนนั้น เราไม่ชอบเขา เราบอกแม่ว่าเราไม่ชอบแต่พอพูดเรื่องนี้เราจะถูกมองว่างี่เง่าทุกทีเลย และแม่ก็เริ่มสนใจโทรศัพท์มากขึ้น เพราะคุยกับแฟนใหม่ในแชท (แฟนใหม่เป้นฝรั่ง) แม่เริ่มระแวงเราไม่ให้จับโทรศัพท์ของแม่ และเราไม่ชอบให้แม่ทำแบบนั้น แม่เราหลงเขามากเลย เราพยายามทำใจรับพ่อใหม่ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะคิดถึงพ่อ
เราจะทำยังงัยดีคะเรื่องทำใจรับไม่ได้?
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

10 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ทางทีดีก็อย่าไปยุ่งเกี่ยงดีกว่า เข้าใจว่าทำใจลำบากแต่เราเป็นเด็กหน้าที่ของเราคืออะไรก็ทำสิ่งนั้นไป นอกนั้นไม่ต้องเก็บมาใส่ใจหรอกครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตราบใดที่แฟนใหม่แม่ยังไม่ล่วงเกินเรา ก็ยังนับว่าเป็นเรื่องของแม่ แต่ครอบครัวมันก็มีรอยร้าวนิดๆ แล้วจากการที่แม่ไม่ให้คุณมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเปิดรับคนที่จะเข้ามาเป็น "พ่อใหม่" ในชีวิตของคุณ ให้ลองคิดแบบนี้ดู


      1) หากแม่เห็นในความดีของเขา คุณก็ต้องเชื่อใจแม่ในระดับหนึ่งนะ เพราะแม่เค้าก็ต้องเห็นความดีของพ่อมาก่อน จึงจะมีคุณเกิดขึ้นมาได้...แสดงว่าสายตาของแม่ถือเป็นสกรีนขั้นที่หนึ่ง

      2) คุณก็ดูเขาไปในระยะยาว หากเขามั่นคง เสมอต้นเสมอปลาย ก็นับว่าดี แต่ถ้าหากเขาล่วงเกินคุณ หรือไม่ใส่ใจคุณเท่าลูกคนใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สายตาของคุณก็เป็นสกรีนขั้นที่สอง

      3) สักวันคุณก็ต้องหาเลี้ยงตน ดำรงชีวิตด้วยตนเอง หากคุณไม่สบายใจในเคสแบบนี้ คุณก็วางตัวเองในตำแหน่งที่จะสามารถออกมาใช้ชีวิตคนเดียวอย่างง่ายๆ เริ่มหาจ็อบเล็กๆทำเก็บหอมรอมริบไปเรื่อยๆ การส่งเสียเลี้ยงดูพ่อ-แม่เขาก็ต้องทำอยู่แล้ว จะรับไว้ก็ไม่ผิดอะไร แต่คุณต้องเติบโตก่อนวัยอันควรแล้วล่ะ ก้าวออกมาสู้ชีวิตได้แล้ว!

      4) บางทีคุณอาจจะเห็นความดีของเขาสักวันก็ได้ วันนั้นค่อยกลับไปหลอมรวมเป็นครอบครัวอบอุ่นก็อาจไม่สายเกินไป ...ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน


      เป็นกำลังใจให้ครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Parrr
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นี่คิดว่าควรมองว่านั่นเป็นแฟนใหม่แม่ แต่ไม่ใช่พ่อใหม่

      เพราะแฟนใหม่แม่ ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อใหม่ของเรา 

      เราสามารถนับถือเขาในฐานะพี่ น้า ลุง หรืออะไรก็ได้ 

      (ถ้าถึงเวลาที่แม่จะพาใครเข้าบ้านก็แสดงจุดยืนกับแม่ไปเลยว่าเราจะนับถือเขาในฐานะอื่นที่ไม่ใช่พ่อ)


      ส่วนกับแม่ ก็คิดซะว่าเป็นความสุขของเขา

      บางทีแม่อาจจะหาทางรับมือกับความเสียใจเรื่องเสียพ่อไปอยู่ก็ได้ (คนเรามีวิธีรับมือไม่เหมือนกัน)

      แต่ก็คอยดูคอยเตือน (แบบดีๆ) ให้ระวังว่าแฟนใหม่จะมาหลอก (มันเกิดขึ้นได้)


      เวลาคุยกับแม่ก็ให้คุยแบบใจเย็น มีเหตุผล หาเวลาจับเข่าคุย อย่าไปต่อว่าหรือพูดแรงๆ จะกลายเป็นทะเลาะเปล่าๆ


      หรือถ้าเบื่อจะคุยก็เมินประเด็นนี้ไปเลย สนใจแต่เรื่องเรียน ไปเที่ยวกับเพื่อน หากิจกรรมนอกเวลาทำ แล้วก็โฟกัสว่าจะทำชีวิตยังไงให้ดี


      คือตราบใดที่แฟนใหม่แม่ไม่ได้มายุ่งกับเราก็ไม่ต้องไปใส่ใจ เพื่อสุขภาพจิตของเราเอง


      ยังไงก็ลองเก็บไปไตร่ตรองดูน้าา หวังว่าจะช่วยได้ :)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      มนุษย์โลก
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ในเน็ตจะมีพวกที่เรียกว่าแสกมเมอร์ หรือพวกมิจฉาชีพต่างๆ เยอะมาก ที่จะมาหลอกนั่นนี่ หรือถ้าเป็นตัวเป็นๆก็ยังอันตรายอยู่ เพราะมีฝรั่งบางจำพวกที่เข้าหาผู้หญิงไทยด้วยจุดมุ่งหมายสกปรกบางอย่าง จริงๆก็ไม่จำเป็นต้องเป็นฝรั่ง และน้องไม่จำเป็นต้องคิดว่าเขาเป็นพ่อ เพราะเขาไม่ใช่ ให้น้องระวังเอาไว้เสมอ อย่างไรเสียเขาก็คือคนอื่น อย่าไว้ใจใคร แล้วแม่น้องหลงเขามาก น้องก็ไม่ควรหลับหูหลับตาทำ เมื่อใครให้ทำอะไรบางอย่างที่ไม่เหมาะไม่ควร เอาความปลอดภัยตัวเองไว้ก่อน ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน มุ่งมั่นหาทางใช้ชีวิตด้วยตัวของน้องเองให้เร็วที่สุด พี่อาจจะคิดในแง่ร้ายไป แต่ระวังไว้ก็ไม่เสียหายอะไร สู้ๆนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      FilmKung
      Guest IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มองว่านี่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ครับผม เราไม่สามารถห้ามแม่ให้มีแฟนใหม่ได้หรอก ผมก็เคยไม่อยากให้แม่มีแฟนใหม่เหมือนกันนะครับ สุดท้ายปัจจุบันเขาก็มี แต่ผมก็ไม่ได้โกรธอะไรนะครับเพราะคิดว่าเป็นความสุขของเขา แตเราก็ไม่จำเป็นต้องเรียกเขาว่าพ่อก็ได้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเป็นคนนึงที่ผ่านเหตุการณ์แบบนี้มา แต่ในกรณีของเราพ่อไม่ได้เสีย เราคิดอย่างนี้นะ ว่า นั่นเป็นชีวิตของแม่ เรามีน้องชายอีกคน เราคุยกันว่าเราจะไม่ปิดกั้นชีวิตแม่ แม่จะมีใหม่เราไม่ห้าม แต่แม่ดีตรงที่ว่ารับฟังเรา บางคนเข้ามานิสัยเข้ากับเราไม่ได้ แม่เลิกยุ่งเลย ปัจจุบันแม่กับน้า(แฟนใหม่)อยู่กันมา 6 ปีแล้ว ซึ่งพวกเราอยู่ด้วยกันได้ เราไม่อยากให้จขกท.คิดว่าเขาจะต้องเป็นพ่อใหม่ พ่อเรามีคนเดียวค่ะ แต่ถ้าเขาดีมากๆอยู่ไป 5 10 20 ปี จะนับถือเขาเรียกเขาพ่ออันนั้นก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้ให้คิดซะว่าเป็นพี่ น้า ลุง คนที่เข้ามาทำให้ชีวิตของแม่เรามีความสุข เรื่องมือถือแม่เราก็เป็นคล้ายๆกัน แต่เราถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวนะ เราไม่ยุ่ง คิดทางที่ดีซะว่าให้แม่มีคนคุยด้วยจะได้ไม่เหงา


      คุณพ่อเสียไปแล้ว เหลือจขกท.กับแม่ รับฟังกัน ช่วยกันทำชีวิตให้มีความสุข ช่วยกันสร้างครอบครัวที่อบอุ่น คนอยู่ต้องเดินหน้าต่อไปค่ะ เปิดใจกับสิ่งใหม่ๆ ถึงวันนี้แม่ไม่มีใหม่ วันหน้าแม่ก็ต้องเจอคนที่ดีเข้ามาค่ะ ถึงคุณพ่อจะไม่อยู่ข้างๆเรา แต่เขาก็อยู่ในใจของเราค่ะ ไม่มีใครแทนได้ สู้ๆค่ะ


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      S.s.
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เเม่เราก็มีเหมือนกันแต่ว่าเราไม่ได้ยุ่งกับเขาเลยค่ะ แม่จะมีก็มีไปเราไม่ได้ขัดอะไร ขอแค่อย่ามายุ่งกับเราหรืออย่ามาหลอกแม่เราก็พอ เราแค่ดูแลแม่เราให้ดีที่สุดเท่าที่ลูกคนนึงจะทำได้ ถ้าแม่มีความสุขกับเค้าเราก็ไม่ขัดค่ะ แล้วเราก็ไม่ได้รับเขาเป็นพ่อเพราะสำหรับเราพ่อมีคนเดียวแม่มีคนเดียวคนอื่นที่เข้ามาเราจะเรียกเป็นลุงป้าน้าหมดเลย ดีตรงที่ว่าแม่เราไม่ได้บังคับให้เรียกพ่อค่ะ เพราะมันเป็นสิทธิ์ของเราที่จะเรียกหรือไม่เรียกก็ได้ และอีกอย่างคือแม่และเราจะไม่ค่อยยุ่งเรื่องแบบนี้ของกันและกันมากเท่าไหร่จะปล่อยให้ตัดสินใจเอง แต่ก็จะมีเตือนๆกันบ้างค่ะ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ ถ้าไม่อยากรับก็ไม่ต้องรับก็ได้ค่ะแค่คอยดูแลแม่ดีๆก็พอ ไม่ต้องไปยุ่งกับเค้าอยู่ส่วนใครส่วนมันก็พอ บางทีแม่เค้าก็คงจะเหงาและเสียใจที่เสียคุณพ่อของคุณไป แต่เราเชื่อว่าแม่ยังคงรักคุณและคุณพ่อของคุณอยู่แน่นอนค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Mazzmello
      Guest IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      5 เดือนนานไหม ถ้าคิดว่าไม่นานก็ไม่นาน แต่ถ้าคิดจริงๆคนเราต้องอมทุกข์กี่ปีถึงจะมีคนใหม่ได้?


      เขาก็ผู้หญิงคนนึงที่ต้องดูแลลูกคนเดียว ก็อยากมีคนเข้าใจ ห่วงใยเหมือนกันนั่นแหละ เรามีสิทธิแค่เป็นห่วงเขาได้ แต่ไม่มีสิทธิไปห้ามเขา เพราะนั่นก็ชีวิตเขา


      แฟนใหม่แม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นพ่อใหม่เรา เรียกลุง เรียกน้าไปสิ แม่เราก็มีแฟนใหม่ เรายังเรียกแค่ลุงเลย


      อย่าเพิ่งคิดน้อยใจแม่เลย คิดซะว่าอย่างน้อยแม่ก็มีคนคอยดูแล เราจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก เราก็เอาเวลาที่เหลือไปใช้ชีวิต

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เกย์อักษรฯเอกปรัชญา
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      หลายคนชอบใช้คำว่า "เป็นผู้ใหญ่" กับ "เป็นเด็ก" กันพร่ำเพรื่อ ซึ่งส่อให้เห็นถึงอาวุโสนิยมที่ถูกปลูงฝังกันมา ทั้งๆที่กรณีนี้สามารถให้เหตุผลได้โดยที่ไม่ต้องอิงเรื่องความเป็นเด็กหรือความเป็นผู้ใหญ่ แต่ที่หลายคนหยิบยกความเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็เพื่อที่จะใช้อำนาจเหนือเหตุผลจัดการสถานการณ์ ซึ่งบ่อยครัั้งก็ไม่เป็นธรรมแก่เด็กๆ


      กรณีของคุณ จขกท. ไม่แปลกฮะที่จะรับพ่อใหม่ไม่ได้เพราะยังไม่รู้จักกัน หากรู้จักกันมากขึ้น เดี๋ยวน้องก็รู้เองแหละว่าเขาก็คงมีดีในแบบของเขา ซึ่งเรายังมองไม่เห็นและยังไม่ยอมเปิดใจมองให้เห็น คนเราก็มีดีมีเลวในตัวเองน่ะ นี่แหละความเป็นมนุษย์ จะมองเห็นแต่ด้านแย่ๆของพ่อใหม่หรือ?

      ส่วนที่แม่ตัดสินใจจะมีแฟนเป็นคนนี้ ไม่จำเป็นต้องมองว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนต่างหาก สิทธิที่แม่จะพึงมีได้ น้องจะไปตัดสิทธิในการเลือกคู่ครองของแม่ไม่ได้

      ทุกท่านเห็นไหมว่าเรื่องนี้คลี่คลายได้โดยไม่ต้องอิงความเป็นผู้ใหญ่หรือความเป็นเด็ก??

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราขอเสนอในมุมของแม่นะคะ เราเคยมีเพื่อนคนนึง ให้ชื่อว่าเอนะคะ ซึ่งเราก็สนิทกับแม่ของเอเหมือนกันค่ะ แม่ของเอก็มาบ่นๆแกมปรึกษาเราค่ะว่ารู้สึกว่าเอทำตัวเป็นเด็ก หวงแม่แต่ไม่มองว่าแฟนแม่โอเครึป่าว เราเลยพอจะเข้าใจว่าแม่คิดยังไง เราเลยอยากมาแนนำจขกท.ว่า ถ้าจขกทไม่โอเคกับการที่แม่ติดโทรศัพมากขึ้น ก็ให้พูดแต่เรื่องโทรศัพไปค่ะ เดินเข้าไปพูดกับท่านดีๆว่าเราเคารพในการตัดสินใจแต่ขอให้ใส่ใจเราเหมือนเดิม แล้วก็ให้ระวังตัวเอาไว้ด้วย แต่เราว่าไม่ต้องบอกแม่หรอกค่ะว่าต้องระวังยังไง เพราะไม่งั้นจะกลายเป้นทะเลาะกันเพราะแม่อาจคิดว่าเราไปสอนเค้า เราว่าแม่เป็นผู้ใหญ่แล้วน่าจะรุ้วิธีการระวังตัว ดังนั้นเราแค่บอกนิดเดียวเพื่อแสดงให้เค้ารู้ว่าเราเป้นห่วงแต่เราจะม่ก้าวแก่ายเท่านั้นก้พอค่ะ

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป