ซ่อน
แสดง

[รัฐศาสตร์ The Series!!] รีวิว "5" สายอาชีพชาวสิงห์ฉบับไม่ง้อราชการ!! (เงินดีด้วย!) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#รัฐศาสตร์ #dek62 #bmir #รัฐศาสตร์ จุฬาฯ #รัฐศาสตร์ มธ.
จบรัฐศาสตร์! ไม่เป็นปลัด!!! ไม่สอบทูต!!! แล้วจะไปทำมาหากินอะไร!!??

สวัสดีครับน้องๆ ทุกคน


เห็นหัวข้อกระทู้ของพี่แล้วเชื่อว่าหลายคนคงหาว่าพี่เป็นบ้า! เพราะถ้าจะอุตส่าห์ไปเรียนคณะที่กว่าจะสอบเข้าไปได้ก็ยากแสนยากแบบนี้แล้วไม่ออกมาเป็นข้าราชการที่ก็คงเป็นคนสติไม่ดีแน่ๆ! เพราะคนที่จบรัฐศาสตร์ไม่ใช่ว่าจะมี skill เฉพาะตัวอะไรที่จะเอาไปหาเงินทางอื่นได้ จะไปรักษาคนเหมือนหมอก็ไม่ได้! จะรู้กฎหมายก็คงไม่เท่าคนที่เขาจบทนายมา! ทำบัญชีก็ไม่ถึงกับเชี่ยวชาญ! หรือจะให้ไปขับรถถัง / จับผู้ร้ายเหมือนทหารตำรวจก็คงไม่ไหว!

แล้วจะให้เอาไง...สุดท้ายมันก็ต้องไปจบลงที่สนามสอบของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง!

แต่แล้วน้องเคยคิดบ้างไหม ว่าถ้าน้องบังเอิญสอบมาเป็นสิบสนามแล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จสักที เส้นสายอะไรก็ไม่มี หรือบางทีสอบเข้าไปแล้วรับระบบไม่ได้...อยากลาออก! แล้วชีวิตของน้องจะไปต่อยังไง...???

ที่พูดมานี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะยุให้น้องไม่เรียนคณะนี้นะครับ...ตรงกันข้าม!...พี่เขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะสนับสนุนให้คนที่กำลังคิดจะเข้าคณะนี้...สู้ต่อไป!!! จนประสบความสำเร็จในการ "เป็นสิงห์" อย่างที่วาดฝันเอาไว้ต่างหาก!

คนที่บอกว่าเรียนคณะรัฐศาสตร์แล้วจบมาทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเข้าราชการ พี่ขอค้านหัวชนฝาครับว่ามันไม่จริง! ต่อไปนี้คือตัวอย่างสายอาชีพจากประสบการณ์ทั้งของตัวเองและคนรู้จัก ที่จบมาจากคณะรัฐศาสตร์แล้วตัดสินใจไม่ใช้ชีวิตเป็นข้าราชการ แถมยังได้เงินดีกว่าอีกตั้งหลายเท่าด้วยนะจะบอกให้!!!

 
สายงานเลขานุการ

 



สายงานนี้เป็นสายงานที่ไม่ได้ require คณะใดคณะหนึ่งในการรับคนเข้าทำงาน เป็นสายงานที่จะรุ่งหรือไม่รุ่งมักขึ้นอยู่กับ common sense ของผู้ที่ทำงานเองมากกว่าว่าจะสามารถปรับตัวเข้าหา "ผู้เป็นนาย" หรือมีไหวพริบพอที่จะเรียนรู้ได้ด้วยตนเองหรือเปล่าว่าสิ่งที่ควรจะ "คิดแทนนาย" มีอะไรบ้าง ซึ่งผู้ที่เรียนมาทางรัฐศาสตร์นั้นเป็นที่แน่นอนว่าจะต้องได้เรียนเกี่ยวกับ "การศึกษาผู้นำ" ไม่ว่าจะเป็นสายปกครองหรือว่า IR

การใช้ "ทฤษฎี" หรือ "มุมมองที่หลากหลาย" ในการวิเคราะห์ภาวะการตัดสินใจของบุคคลภายใต้สถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งของนักรัฐศาสตร์ถือเป็นข้อได้เปรียบ เพราะ "คน" คือปัจจัยหลักในการผลักดันให้กิจการภายใต้รัฐบนโลกนี้ดำเนินไป จุดนี้ทำให้นักรัฐศาสตร์ต้องเป็นคน "รู้คน" ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ทำให้มีความเหมาะสมกับตำแหน่งงาน เพราะว่าเลขา คือคนที่จะต้องเข้าใจนาย สามารถวิเคราะห์ความคิดของนาย ตลอดจนบริหารจัดการแทนนายได้ และสามารถเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาผ่านมุมมองที่หลากหลาย

ซึ่งในบางครั้งผู้เป็นนายบางคนอาจเป็นคนที่มีโลกทัศน์ที่แคบ หรือยึดติดอยู่ในกรอบแนวคิดเดิมๆ จนไม่อาจเข้าใจสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงภายในองค์กร ซึ่งเลขาที่มีความคิดแบบนักรัฐศาสตร์จะสามารถเติมเต็มในส่วนที่ขาดไปตรงนี้ของนายได้ จนถ้าหากน้องมีความอดทนพอที่จะอยู่เรียนรู้นายของน้องไปจนทะลุปรุโปร่ง น้องก็จะกลายเป็นคนที่เจ้านาย "ขาดไม่ได้" เลยทีเดียว!

 
สายงานทรัพยากรบุคคล




ดังที่กล่าวไว้แล้วว่าการเรียนรัฐศาสตร์ทำให้เป็นคน "รู้คน" ดังนั้นอีกสายงานซึ่งองค์กรทุกองค์กรไม่สามารถขาดได้เลยนั้นก็คือ "แผนกทรัพยากรมนุษย์" หรือฝ่าย HR ตามที่เรียกกันทั่วๆ ไป

คุณลักษณะของนักรัฐศาสตร์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรเหล่านี้ก็เช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้วในหัวข้อของ "เลขา" เพียงแต่น้องจะเปลี่ยนจากการทำงานเพื่อคนๆ เดียวมาเป็นการทำงานเพื่อ "องค์กร" เปลี่ยนจากทำงานคนเดียวมาทำงานเป็นทีม ร่วมกับคนในทีมของน้องในการวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ในองค์กร อันเนื่องมาจาก "คน" หลากสายหลายพันธ์ุที่สิงสถิตอยู่ในองค์กรนั้นๆ ที่จะทำให้น้องได้ใช้ทักษะในการคิดวิเคราะห์จากที่เรียนมาจากคณะรัฐศาสตร์อย่างเต็มที่

เพราะว่าระบบของ "รัฐ" แท้จริงแล้วก็มีความคล้ายคลึงกันกับ "องค์กร" คือมีความเป็น "การเมือง" มีการ "แบ่งฝักแบ่งฝ่าย" มี "ความร่วมมือ" และ "ความขัดแย้ง" มีการตกลงกันเกี่ยวกับ "ผลประโยชน์" มี "ผู้น้อย" มี "ผู้ใหญ่" มีการแบ่งก๊กแบ่งเหล่าชิงดีชิงเด่นและการหาเสียงเพื่อเรียกคนมาเป็น "พรรค / พวก" อยู่ตลอดเวลา

ดังนั้นจะมีใครเหมาะกับงานสาย HR มากไปกว่านักรัฐศาสตร์!


 
สายงานสื่อสารองค์กร / ฝ่ายประสานหน่วยงานภาครัฐ

 



ยุคนี้เป็นยุคที่ความเป็น "ประชารัฐ" ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง หมายถึงแม้ว่าคุณจะเป็นหน่วยงานเอกชนที่เกลียดงานภาครัฐแค่ไหนก็ตามที่ คุณก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ ยิ่งถ้าคุณเป็นเอกชนมือเติบที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำปีละแสนล้านบาท หน่วยงานของคุณจะต้องเป็นที่หมายปองของบรรดาผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองในการดึงเข้ามามีส่วนร่วมในการ "ช่วยบริหารบ้านเมือง" อย่างแน่นอน

เช่นนั้นแล้ว บุคลากรประเภทไหนที่หน่วยงานเอกชนเหล่านี้จะต้องไปเสาะแสวงหามาเพื่อมารองรับการประสานงานภาครัฐเหล่านี้ คำตอบก็คือกลุ่ม "นักรัฐศาสตร์" นั่นเอง!

มีโครงการมากมายที่บรรดาเศรษฐีมีชื่อของประเทศถูกดึงให้เข้าไปมีส่วนร่วมกับผู้ใหญ่ในบ้านในเมือง ซึ่งเศรษฐีเหล่านี้ก็ย่อมต้องการมีคณะทำงานนอกเหนือจากงานทั่วไปในบริษัทเพื่อมาช่วยงานที่ตนเองไม่เชี่ยวชาญเหล่านี้โดยเฉพาะ ตำแหน่ง "ผู้ประสานงานภาครัฐ" ซึ่งมักจะถูกควบรวมอยู่กับงานของ "ฝ่ายสื่อสารองค์กร" จึงเป็นที่ต้องการของแทบทุกบริษัทใหญ่ในยุคนี้ ซึ่งถ้าหากบุคคลที่บริษัทเหล่านี้ว่าจ้างเข้ามามีความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างองค์กรภาครัฐ กระบวนการทำงานภาครัฐ การเขียนหนังสือราชการ การเขียน flow การทำงานของหน่วยงานราชการและสามารถอธิบายให้บริษัทเอกชนเข้าใจได้ หรือมีเครือข่าย "สิงห์" ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้อยู่ตามกระทรวงต่างๆ

ตัวเลขค่าตอบแทนของบุคคลเหล่านี้ก็สูงจนน่าใจหายเลยทีเดียว!


 
สายงานบริษัทข้ามชาติ

 




หนึ่งในองค์กรที่มีบทบาทเป็นตัวแสดงนำของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และมี "ผลประโยชน์" ที่เกี่ยวข้องด้วยค่อนข้างสูงและสัมพันธ์กับหลายภาคส่วนก็คือ "บรรษัทข้ามชาติ" จึงไม่ต้องสงสัยว่าบรรษัทเหล่านี้จะต้องการคนที่มีความรู้เกี่ยวกับภาครัฐหรือติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐได้ นักรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาว IR จึงควรพิจารณาทางเลือกนี้เป็นอีกทางที่น่าสนใจอีกทางนอกเหนือจากกระทรวงการต่างประเทศหรือ (ซึ่งก็รู้กันอยู่ว่าน่าไปอยู๋แล้ว) 

นักรัฐศาสตร์สาย IR จะมีภาษีค่อนข้างสูงหากสามารถเจาะเข้าถึงหน่วยงานเหล่านี้ได้จริงๆ เพราะสิ่งที่น้องเรียนมาจะได้เอามาใช้แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษาเพราะแน่นอนว่าน้องจะต้องติดต่อกับคู่ค้า หรือบริษัทต่างชาติที่อาจเป็นผู้รับบริการจากบริษัทที่น้องกำลังทำงานอยู่ เช่น ผู้ให้บริการทั้งอากาศยานปีกแข็งและปีกหมุน หรือผู้ได้รับสัมปทานธุรกิจบางประเภทจากทางรัฐบาล ฯลฯ ซึ่งคนเหล่านี้ก็เป็นชาวต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่

นอกจากนั้นน้องจะต้องมีทักษะในการตีความกฎหมายระหว่างประเทศ เพราะ Agreement และ Amendment ที่บริษัทเหล่านี้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้นถือเป็น "ผลประโยชน์มหาศาล" ที่เราจะยอมให้มีช่องโหว่ให้อีกฝ่ายมาเอาเปรียบทีหลังไม่ได้ และเอกสารเหล่านี้ก็จะมีการทำขึ้น / แก้ไขซ้ำไปซ้ำมาจนเรียกได้ว่าความหนาเกือบจะเท่าพระคัมภีร์เลยทีเดียว ถ้าน้องเป็นคนที่แตกฉานในเรื่องของภาษา มีทักษะในการประสานงานภาครัฐ และไม่เหนื่อยหน่ายกับแฟ้มเอกสารหนาเป็นปึกๆ (***ที่เราจะต้องช่วยนายทำความเข้าใจและจัดระบบทั้งหมด) นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจครับ!

 
สายงานวิชาการกลุ่มบริษัท Localization





หนึ่งในตัวเลือกของนักรัฐศาสตร์ที่ได้ยินติดปากกันจนเกร่อหูก็คือพอเรียนจบจะเข้าทำงานงานสายวิชาการ แต่น้องจะมั่นใจได้อย่างไรว่าน้องมีความพยายามพอจะจบดอกเตอร์! แล้วถ้าเป็นดอกเตอร์แล้วน้องมีเพื่อนฝูงพอจะแนะนำเข้าไปทำงานในมหาวิทยาลัยดีๆ ไหม น้องกลัวนโยบายโละอาจารย์ทิ้งที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้หรือเปล่า?

ธุรกิจ Localization เป็นธุรกิจทางเลือกที่กำลังเติบโตอยู่ในเมืองไทย พูดง่ายๆ คือเป็นธุรกิจ "งานแปลครอบจักรวาล" น้องจะได้มีส่วนร่วมกับทีมงานคนรุ่นใหม่ในบรรยากาศการทำงานที่เป็นกันเองมากๆ โดยมีบอสที่เป็นฝรั่งหรือจีนสักคนคอยติดตามงาน ภารกิจของน้องอาจเป็นการประสานงานกับ outsource หรือทีมนักแปลภายในบริษัทเพื่อแปลตำราทางวิชาการเล่มหนาหายาก เช่น จากภาษา 'ฟิลิปปินส์' เป็น 'ทมิฬฮินดู' ภายใต้กรอบเวลาอันจำกัดและต่างกันของซีกโลก ลูกค้าของน้องอาจจะอยู่ในอาเซียนแต่ทีมแปลของน้องอยู่ที่ศรีลังกา น้องจึงมีสิทธิเริ่มงาน 11.00 น. แต่อาจต้องเลิกงานสัก 20.30 น. ซึ่งก็ไม่น่าเป็นปัญหาเพราะ...เงินดี!

นอกจากหนังสือประเภท manual ที่หายากแล้ว ขณะนี้บริษัทเหล่านี้ในไทยกำลังขยายกลุ่มลูกค้าไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การทำ subtitle / การพากย์เสียงภาพยนตร์ และเกมส์ออนไลน์ชื่อดังมากมาย

ถ้าน้องเป็นสิงห์รัฐศาสตร์สาย IR แต่เบื่อกับการทำงานวิชาการภายใต้กรอบความคิดเก่าๆ พี่ขอแนะนำสายนี้เลย!

--------------------------------------

เห็นไหมล่ะครับว่าจบรัฐศาสตร์ไม่ได้แปลว่าต้องสอบราชการเสมอไป โลกนี้ยังมีอะไรอีกเยอะให้ "สิงห์แกร่ง" อย่างน้องออกไปค้นหา ขอแค่มีโอกาสแล้วคว้า...พี่เชื่อว่าน้องจะต้องทำมันสำเร็จอย่างแน่นอน!

//The Chariot

สุดท้ายนี้ ถ้าน้องอ่านบทความของพี่แล้วเกิดความฮึดสู้! ต้องการที่จะมุ่งไปสู่เป้าหมายคือความเป็น "สิงห์"! พี่ก็จะขออาสาเป็นคนติดอาวุธ / ขับรถม้า / พาน้องเข้าสนามสอบเพื่อไปให้ถึงเส้นชัยด้วยกันนะครับ!! มาเจอกันที่ "รัฐศาสตร์หัวหมอ" กันเถอะ!!




อยากดูสาระดีๆเพื่อชาวว่าที่รัฐศาสตร์ต่อก็คลิกได้เลย!
https://www.facebook.com/RudtasadHuaMor

 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

3 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป