ขอถามความเห็น ที่บอกว่า “ เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน” [ยินดีให้แชร์]

เด็กมอปลาย
Guest IP
วิว
ขอถามความเห็น ที่บอกว่า “ เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน” นี่จริงมั้ยคะ อยากทราบความเห็นและมุมมองค่ะ ไปอ่านมาหลายที่ละแต่ยังคาใจ ทั้งการเรียน ค่านิยม โอกาสในการได้ทำงานบริษัทดัง แสดงความเห็นหน่อยค่ะ รับฟังทุกความเห็นค่ะ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

26 ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ต่างกันในส่วนของวิธีการสอนค่ะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้เรียนด้วยค่ะ ถ้าผู้เรียนขยันใฝ่รู้ เรียนที่ไหนก็ไม่เป็นปัญหาอย่างที่เค้าบอกค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เด็กมอปลาย
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คือคิดว่าคงจะลงเรียนที่มอเอกชนน่ะค่ะ พวกหอการค้า กรุงเทพ รังสิต อยากทราบว่าถ้าจบแล้วโอกาสในการทำงานจะดีไหมคะ คิดว่าตัวเองคงมีโอกาสในการสอบเข้ามอรัฐดังๆได้น้อย รับฟังทุกความเห็นค่ะ ขอบคุณนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ตามนั้น
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มันก็แล้วแต่ละคนจะสรุปแหละ แต่คนที่จะสรุปได้ก็ต่อเมื่อผ่านประสายการณ์นั้น ๆ มาแล้วระดับหนึ่ง (เช่น คนที่เรียนจบแล้ว) ซึ่งการสรุปว่ามีผลหรือไม่มีผล มันก็อยู่ที่ว่าเขาเจออะไรมาด้วย


      อย่างสมมติ นาย เอ เรียนมอชื่อไม่ดัง เกรดปานกลาง กับนายบี เรียนมอเดียวกัน เกรดปานกลางเหมือนกัน

      นายเอ ไปสมัครงานและได้งานที่ดีระดับที่เขารับได้ ไม่เจอเพื่อนร่วมงานแย่ ๆ กับนายบี ที่ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่ได้ และดันไปได้ทีนึง ซึ่งเจอเพื่อนและนายที่จบจากมอดัง แล้วเขาจับกลุ่มคุยกันเอง นายบีก็ไม่พอใจ



      นายบี ก็เลยสรุปผลว่า การเรียนที่ไหนไม่เหมือนกัน เพราะเขาเจอประสบการณ์ที่ไม่ดี เลยสรุปแบบนั้นทันที

      แต่นายเอ มีความสุข ก็เลยสบายใจ บอกได้ว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน



      เข้าใจปะ



      แต่ คหสต เรา บอกเลยว่า "ไม่เหมือนกัน" แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่โปรไฟล์และความสามารถเราส่วนตัวด้วย มันไม่ต่างกันมากในระดับมหาวิทยาลัย แต่การเรียนที่ที่ดีกว่า มีโอกาสสูงกว่าจริง ๆ เจอมาเอง


      ปอลอ เราเรียนจบทำงานแล้ว

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มีทั้งจริงและไม่จริง


      ส่วนที่จริงคือ สำหรับสาขาที่ต้องได้รับการรับรองจากองค์กรวิชาชีพ ก่อนเปิดรับนักศึกษา หลักสูตร สัดส่วนอาจารย์ เครื่องมือต่างๆ ต้องผ่านการตรวจสอบโดยสภาวิชาชีพก่อน เมื่อหลักสูตรได้รับการรับรอง ก็จะสามารถสอบเข้าเพื่อรับใบประกอววิชาชีพได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น ม.รัฐ หรือเอกชน


      ส่วนที่ไม่จริงคือสภาพแวดล้อม มหาวิทยาลัยที่คะแนนสอบเข้าสูงๆ ย่อมมีเด็กเก่งเยอะกว่า เมื่อเด็กเก่งเยอะการตัดเกรดก็ย่อมเข้มข้น เพื่อไม่ให้เกรดเฟ้อมาจนเกินไป ทำให้เด็กเกิดการตื่นตัว ในขณะที่ ม ที่คะแนนสอบเข้าต่ำ ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ดี แต่แรงกระตุ้นในการแข่งขันจะต่ำกว่า และสืบเนื่องจากประการแรก แม้ว่าหลักสูตรจะต้องผ่านการรับรองจากองค์กรวิชาชีพ แต่ก็จะพิจารณาในสาระสำคัญเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าทุก ม หลักสูตรจะหมือนกัน เรียนเหมือนกันทุกวิชา บาง ม ได้เรียนภาษาอังกฤษมากกว่า บาง ม วิชาศึกษาทั่วไป เด็กที่จบมาก็จะต่างกันครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เป็นคำพูดปลอบใจตัวเองของพวกขี้แพ้ที่สอบไม่ติดค่ะ

      แทนที่จะยอมรับความพ่ายแพ้แล้วไปเลือกมหาวิทยาลัยอื่นๆที่พอจะเข้าได้

      กลับไปโทษคนอื่นๆที่สอบติดด้วยความสามารถว่า "แย่งที่" หรือ "ใช้เส้นสาย"

      ทั้งๆที่คนอื่นๆที่สอบติดก็ใช้ความสามารถเหมือนกัน

      พวกเด็กสายวิทย์ที่สอบติดคณะทางสายศิลป์โดนพวกเด็กสายศิลป์ขี้แพ้บางคนแขวะบ่อยมาก

      แทนที่จะรอสมัครในรอบต่อไปกลับมาแขวะ มาแซะเด็กสายวิทย์ที่สอบติดคณะทางศิลป์

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เป๋า
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ฟังธงให้ว่าแตกต่างกันครับ

      ม.รัฐ กับ ม.เอกชน เขาแยกไว้คนละตะกร้าเพื่อรอสัมภาษณ์ครับ

      ระหว่าง ม.รัฐก็แตกต่างกัน

      ระหว่าง ม.เอกชนยังแตกต่างกันเลยครับ


      ในเบื้องต้นคือ ม.รัฐต้องสอบแข่งขันเข้าเรียน แต่ ม.เอกชนแค่สมัครเรียนก็ได้แล้ว คิดว่าเด็ก2กลุ่มนี้มีศักยภาพแตกต่างกันหรือไม่?


      หากเราเป็นบริษัท คิดว่าอยากเลือกเด็กกลุ่มไหนก่อน



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าพูดแบบไม่ปลอบใจคงต้องบอกว่ามันคือเรื่องจริงในสังคมนะที่ต้องเจออะไรแบบนี้

      ลองไปเดินสยามแล้วจะรู้เลยว่าพวก ม.ดังนี่เดินเฉิดฉายกันมากมันดูมีออร่าแบบที่อธิบาย

      ไม่ถูกจริงๆ เราขอพูดในอดีตฐานะเลือดสีเขียว ที่เคยไปเข้าค่ายร่วมกับมหาลัยต่างๆ

      จะบอกว่าการเรียนการสอนต่างกันจริงค่ะ มหาลัยไหนเข้าง่ายมหาลัยนั้นค่อนข้างจะสอนง่ายนะ

      ในความคิดเรา เพื่อนเรานี่แบบโอโหสอนแบบนี้เหมือนไปเรียน ม.ปลายใหม่อีกครั้งเลย

      ในขณะที่ม.ที่เข้ายาก การเรียนข้างในยิ่งสาหัส

      ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่า ม.ดัง มีอิทธิพลมาก

      ไม่ต้องถามเอกเชนกันรัฐเลยค่ะต้องโดนเปรียบเทียบอยู่แล้ว แม้แต่รัฐกับรัฐเองยังมีแบ่งเกรด เคยอ่านผ่านเรื่องแบบนี้ pantip เหมือนกันเถียงกันดุเดือดมาก

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      อัศวินมหากาฬ
      Guest IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ในกรณีอาจเป็นส่งเข้าฝึกงาน เตรียมส่งเข้าบรรจุ

      ในส่วนที่ทางมหาวิทยาลัยรัฐได้ถือหุ่นจำนวนหนึ่ง

      ชึ่งสามารถทดสอบงานเตรียมรอบรรจุได้เลย แต่

      ในกรณี ถ้ามีอาจารย์ท่านใดก็สามารถมีงานทำได้

      เหมือนกัน มหาลัยก็เหมือนกันเอาไว้สำหรับคน ที่

      มีนิสัย เก่งจริง อ่อนน้อมเป็น และ รู้จักเข้าหาผู้หลัก

      ผู้ใหญ่ได้ คนกลุ่มนี้ มีคติว่า "เรียนที่ไหนก็เหมือน

      กัน แต่จงเลือกที่เหมาะสมกับลักษณะนิสัยด้วย

      เช่น เดียวกันค่ะ" ชึ่งมหาวิทยาลัยเอกชนที่เป็น ที่

      รู้จัก และ บริษัทเอกชนยอมรับมีไม่กี่ที่ หรอกครับ


      ชึ่งตรงจุดนี้ คุณจขกทแยกคัดออกมา และ มหา

      วิทยาลัยเหล่านั้น ประเภทเข้าง่ายออกยาก ครับ

      ไม่ใช้มหาวิทยาลัยไหน ก็ได้บางคนตาบอดสี มัน

      ไม่ใช้ ความจริงเด็กครึ่งหนึ่ง สังคมของมหาลัย

      ครึ่งหนึ่ง เด็กบางคนโปรไฟล์ดี้ดี เหอะ!! แต่นิสัย

      ไม่ได้เรื่องชอบยกตนข่มเมฆ ความสามารถคุณ

      หนูเยียบขี้ไก่ไม่ฟอ ใช้เรอะ ( ̄へ ̄) อย่าหาว่า

      แรงไปเลย น่าถีบ....

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      LieR
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน เราว่าไม่เหมือนค่ะ ถ้าเป็น "มหาลัย" เพราะแต่ละคนถึงมาสายเดียวกัน ก็ถนัดต่างกัน หลักสูตรแต่ละที่ก็แตกต่างกันไป ถ้าเลือกเรียนถูกที่ เหมาะกับเรา ตรงกับที่ต้องการ สภาพแวดล้อมดี จะทำให้มีความสุขมากกว่า ไม่เครียดหรือกดดันตัวเองมากเกินไปค่ะ ส่วนในเรื่อง "การทำงาน" เราว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกันค่ะ เพราะมันอยู่ที่เราเลือก และประสบการณ์ที่ผ่านมา และที่สำคัญก็คือ "การทำงานร่วมกัน" ค่ะ สำคัญมาก ไม่ว่าจะระดับไหน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Eatateeaten
      Guest IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มันก็มีทั้งต่างและไม่ต่าง แต่ต่างอะจะเป็นปัจจัยหลักๆเลยปะ เพราะแบบแค่สังคมก็ต่างแล้วอะ ถ้าไม่ดูสังคมในแต่ละที่ดีๆ เอาจริง อยู่ไปก็ไม่มีความสุขหรอก -ที่บอกว่าแบบต้องเลือกเพื่อนเอง มันก็มีทุกรูปแบบแหละ มันก็ใช่ แต่ประเด็นคือบางทีเราก็เลือกไม่ได้เยอะขนาดนั้นปะ เก็ตฟิลแมะ คือบางทีเราว่าสังคมมันเป็นปัจจัยหลักมากสุดละอะ รองมาก็การเรียนการสอนเลย แต่ละที่ก็จะมีแนวทางของเค้าต่างกันบ้าง เหมือนกันบ้างตามคณะตามมหาลัย เลือกสังคมที่คิดว่าใช่สำหรับเราดีกว่า แต่ตัดสินใจจากการไปopen houseก็ไม่ได้นะ อันนี้คือทุกคนต้องทำเพื่อให้ทุกคนอยากเข้ามหาลัยของตัวเองอยู่แล้ว สร้างภาพกันก็เยอะแยะนะ อันนี้คือไม่ได้ด่าหรือไรนะ แต่ว่าสำหรับเราคือจริงๆ เข้าไปมันก็เป็นอีกแบบแล้ว ต้องดูจากแบบ กิจกรรมที่เค้าทำกัน อะไรพวกนี้อะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      อัศวินมหากาฬ
      Guest IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่เข้าใจตรงไหนครับ หรือ หัวไม่ไวพอครับ !!

      ที่ผมอธิบายมานั้น เกี่ยวกับระบบสังคมไทย และ

      การบริหารธุรกิจล้วนๆ ชึ่งทางมหาวิทยาลัยทั้ง

      ของทางรัฐ และ เอกชน ต่างก็บริหารในเชิงธุรกิจ

      สัมพันธภาพ ชึ่งเชื่อมโยงห่วงโซ่ทางด้านเศรษฐกิจ

      การเงิน รวมทั้งการลงทุน


      เอ๊าะ.... อ๋อ ลืมไป คุณจขกทเป็นเด็ก ม.ปลาย

      ไม่เคยสนใจเรื่องเศรษฐกิจสัมพันธภาพ การเมือง

      การเงิน ค่าครองชีพ การใช้จ่ายในแต่ละวัน


      ชึ่งตรงจุดนี้ ที่ผมถามคุณจขกท คุณจขกทเข้าใจ

      มากน้อยแค่ไหน ที่ผมพิมพ์มาทั้งหมด เปรียบ

      เสมือนบททดสอบในมหาวิทยาลัยแนวหน้าแล้วละ

      ขึ้นอยู่กับว่า คุณเด็ก ม.ป สอบผ่านหรือไม่


      คิดให้ดีๆ ก่อนตอบ "กิริยาส่อวาจา มารยาทส่อ

      สกุลนะครับ" ผมไม่เคยเสียมารยาทกับคุณจขกท

      เลยสักนิด ผมแค่เพิ่มแรงกดดัน เหมือนที่ HR ทำ

      กัน ว่าคุณจขกทตัดสินใจอย่างไร ก็เมื่อคุณจขกท

      สงสัย ผมก็ยืนแบบทดสอบให้ หรือ คุณ เด็ก ม.ป


      หัวไม่ไว แต่นี้.... คุณเด็ก ม.ปลาย กลับมาแสดง

      กิริยากับผมอย่างนี้ ผมถึงผิดหวังกับเด็กยุคใหม่

      บางกลุ่มยังไงละครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ปสก. พี่ผ่านทั้งรัฐและเอกชน ผ่านรัฐมาออกเพราะรำคาญโซตัสอะไรหนักหนามาอยู่เอกชน (สรุปโซตัสไม่ได้ช่วยอะไรเลยอยู่ดีตอนหาที่ฝึกงาน)

      แค่รับน้องก็ไม่เหมือนกันแล้ว การเรียนต่างกันมาก พี่เรียนสาขาเดิมและคนละมอก็แตกต่างกันแล้ว


      อยู่ม.เอกชน แต่ได้ที่ทำงานง่าย องค์กรไม่ใหญ่ระดับประเทศ(บริษัทสาขาใหญ่อยู่ตปท. เราทำสาขาประเทศไทย) แต่ได้เงินสูง(ได้ ขั้นต่ำ30,000 เยอะกว่าบ.ดังให้เด็กจบใหม่อีก) 

      พี่เกรดดีและหัวไว ตอนฝึกงานตั้งใจฟังพี่เขา อ่อนน้อมถ่อมตน อย่าทำตัวขวางกระแส อย่าไปเล่นโทรศัพท์ตอนทำงาน หาความรู้ใส่ตัวบ่อยๆ



      แต่พี่เราอีกคนจบม.รัฐ เรียนเหมือนแต่ไม่รู้จักหางาน ไม่เข้าหาผู้ใหญ่ ได้เงินเดือนหมื่นนิดๆ


      สรุปอยู่ที่คนและนิสัย จบม.รัฐหยิ่งก็ไม่มีใครเอา จบเอกชนหยิ่งก็ไม่มีใครเอา


      เราเรียนด้านไอที เป็นโปรแกรมเมอร์ developerแล้วแต่จะเรียก 

      คนไม่ค่อยดูที่มอหรอก เขาดูที่ฝีมือ

      แต่ไม่รู้คณะอื่นนะ อาจจะดูชื่อมหาลัยอยู่


      ส่วนตัวไม่สนใจบริษัทใหญ่ สนใจบริษัทที่ให้เงินเราเยอะที่สุด กิกิกิ บริษัทสตาร์ทอัพให้เงินเยอะจะตาย เพราะดีลกับลูกค้าตรงๆ ไม่ผ่านหลายแผนกแบบบริษัทใหญ่ บริษัทใหญ่บางทีมาจ้างบริษัทสตาร์ทอัพทำแอพด้วยซ้ำ อิอิอิ




      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      andalada
      Guest IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จากใจคนทำงานสาย HR นะคะ พี่กล้าพูดได้เลยว่าไม่เหมือนกัน


      ถ้าไม่ใช่สาขาที่มีสอนเฉพาะที่ หลายๆ ครั้งจะมีรีเควสจากแต่ละแผนกมาเลยว่าตำแหน่งที่เพิ่งเปิดรับอยากได้เด็กม.ไหน ไม่เอาม.ไหนบ้าง


      คนที่จบจากม.ที่มีชื่อเสียงมีโอกาสในการได้งานและการเลือกทำงานกับบ.มากกว่าคนที่จบจากสถาบันที่มีชื่อเสียงน้อยกว่าค่ะ

      เกณฑ์นี้จะใช้มากกับน้องๆ ที่เพิ่งจบ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน แต่ก็ไม่ใช่กับทุกตำแหน่งนะคะ :)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      1 ตอนสมัครงาน นิยมแบรนด์ไหน

      2 เกณฑ์วัดตอนที่เรียน ทางม.คาดหวังว่านศ.ของสถาบันควรมีศักยภาพแค่ไหน


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      wawawaw
      Guest IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรียนที่ไหนก็ไม่เหมือนกันแน่นอน

      ความสามารถของแต่ละคน มีตัวเลขสมมุติ ชุดหนึ่งกำกับอยู่ เช่น 80


      นาย80 ถ้าไปอยู่ใน มอ จฬ นาย 80 อยู่ท้ายห้อง

      แต่ถ้า นาย80 ไปอยู่ มอบี นาย80 เรียนโดดเด่นมาก ได้เกรด A เป็นว่าเล่น


      อยู่ที่นาย80 จะเลือก


      ถ้าเลือก จฬ นาย80 จบไปเกรด งั้นๆ สมัครงานไหนก็ผ่าน สมัครงาน ปตท ได้งานทำ

      มีลูกมีแฟน มีงานทำ ชีวิต สุขสบาย รอแก่ .....


      ถ้าเลือก มอบี นาย80 ได้ทุน การศึกษา ไปเรียน อเมริกา ต่อ ป.เอก ม.ดังปานกลาง UCLA USC....

      จบมา ทำงาน ปตท .... ตำแหน่งวิ่งเอา ๆ..... ลั้นลา


      แล้วแต่จะเลือกครับ

      ความสามารถคน มีจำกัด จาก นาย80 จะให้เป็นนาย99 ไม่ง่ายครับ รู้จักเลือก






      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      haohao
      Guest IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ได้ยินมาแต่เด็ก แต่ไม่จริงเลยค่ะ มันจริงถ้าคุณเรียน ความก้าวหน้าที่ต้องการอยู่ในระดับธรรมดา คือจะเข้าคณะไหน ก็ดูว่ามหาลัยไหนดังคณะไหน ถ้าเลือกได้ควรเลือกแบบนั้นเพราะมันจะเปิดโอกาสมาก ยกตัวอย่าง รุ่นพี่ที่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล กับเพื่อน ที่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ ม. ... เป็นมหาลัยดังเหมือนกันแต่อาจจะไม่ได้ดังเว่อในคณะวิทยาศาสตร์ ทั้งรุ่นพี่และเพื่อนเพื่อนขยัน เกรดระดับเกียรตินิยมทั้งสอง แต่ในขณะที่รุ่นพี่เราได้มีโอกาสไปดูงานไม่รู้กี่ประเทศต่อกี่ประเทศ แต่เพื่อนเราก็คือเก่งแต่ไม่ได้ไปไหนเลย ชัดเลยถ้าเพื่อนเราต้องการไปเหมือนรุ่นพี่ก็ต้องพยายามอีกกี่เท่าอะถึงจะได้โอกาสแบบนั้น อันนี้ไม่พูดเรื่องการสอยนะพูดในแง่ของโอกาสว่าแต่ละมหาลัยมันไม่เหมือนกันจริงๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตรงๆมั้ย ไม่จริงจ้าทุกที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง / องค์ความรู้เบสิคที่สอนอาจมีเหมือนกันบ้าง แต่ข้อยิบย้อยจากนั้นเป็นของแถมล้วนๆ / ความอินดี้ความสโลไลฟ์ความสนุกทั้งหลายแตกต่างกันไปแต่ละ ม. / ความเก่งจะมาจากรายคน+ผลงานกิจกรรมที่ทำมากกว่าแค่เป็นเฮดมหาลัยจากภาคนั้นๆก็เก๋พอแล้ว / ผู้ประกอบการเองก็ต้องการลูกจ้างหลายๆแบบหลายๆ ม จ้าไม่ได้จะเอาจาก ม เดียวมันแคบไป555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ไม่จริงค่ะ
      Guest IP
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่จริง หลักสูตรต่าง อาจารย์คนละคน มารตฐานคนละมารตฐาน สภาพแวดล้อมต่าง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #19
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สำคัญสุดคือมันใช่ สาขาคณะที่เราชอบไหม เลือกที่เราชอบดีที่สุดค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Dowit
      Guest IP
      #20
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน เป็น ความคิดที่ไม่ค่อยจะถูกนะ เเต่ ละมหาลัย ก็มีการเรียนการสอน สังคม อาจารย์ เเตกต่างกันพอสมควร ถึงเเม้จะเป็นคณะเดียวกัน หรือภาควิชาเดียวกัน ทำให้ นักศึกษามีศักยภาพเเตกต่างกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วยนะ ว่า มีความพยายามเเค่ไหน ส่วนในมุมมองของ บริษัท ในการรับคน อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีผลเเค่ไหน ต้องลองถามhr เเต่สำหรับตัวพี่ พี่ว่าเเต่ละบริษัทก็คงดูชื่อมหาลัยก่อน เพราะถ้าเป็นพี่ พี่ก็ดูชื่อมหาลัยก่อน เพราะมันเป็นหลักประกันชิ้นเเรก ว่า เด็กคนนี้น่าจะมีความสามารถ

      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 26

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป