ประสบการณ์เรียนโรงเรียนอินเตอร์ที่ประเทศพม่า [ยินดีให้แชร์]

วิว
#เด็กพม่า #โรงเรียนพม่า #พม่า #โรงเรียน

สวัสดีค่า ก่อนอื่นก็ต้องขอบอกเลยนะคะว่าที่ได้มีโอกาสมาเรียนที่นี่เพราะคุณพ่อมาทำงานค่ะ ตัวเราเองก็เลยได้ย้ายตามคุณพ่อมาด้วย เราได้ใช้ชีวิตที่ประเทศนี้มาเป็นเวลา3ปีแล้วค่า ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่จะอยู่ที่นี่ก็เลยตัดสินใจที่จะเขียนกระทู้นี้ค่า^ ^ โรงเรียนที่เราเรียนอยู่ชื่อว่า British International School Yangon ค่า ประสบการณ์ตอนที่มาที่นี่ครั้งแรกเราคงต้องพูดเลยค่ะว่าตื่นเต้นมากกกก เพราะเราย้ายมาที่นี่ตั้งแต่ป.4 ปีแรกเพื่อนเราบอกว่าเราเงียบมากแต่เริ่มมาบ้าเอาช่วงหลังๆ555 ตอนที่ย้ายมาเรามีปัญหากับวิชาmaths มากเพราะเราเรียนแบบระบบเมกามาไม่ใช่อังกฤษ ก็เลยงงว่าไอ add,subtract, multiply คืออะไรเพราะเราก็เรียนมาแต่ plus,minus, times 5555 แต่หลังจากนั้นเราก็เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น(รึเปล่า) ช่วงปลายเทอมแรกของโรงเรียนก็จะมีfield tripค่ะ ให้นักเรียนได้ไปเที่ยว ปีแรกของเราได้ไปMandalayค่ะ ซึ่งสนุกมากๆเพราะเป็นครั้งแรกที่เราได้ออกจากYangon เมืองMandalayถ้าไปช่วงพ..-.. จะเป็นช่วงที่อากาศค่อนค้างหนาวเลยค่า ทำให้บรรยากาศมีหมอกเต็มไปหมดสวยมากเลยล่ะค่ะ พอมาช่วง2ปีหลังเราก็ได้ทำโปรเจ็คมากขึ้นแล้วก็ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนบ่อยขึ้นด้วยค่ะเพราะตอนอยู่เมืองไทยนี่แทบไม่เคยไปใหนกับเพื่อนเลยT-T แล้วเราก็ได้เจอคนใหม่ๆหลายๆคนนับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆเลยล่ะค่ะ ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่จะได้อยู่ที่นี่แล้ว เราก็เลยอยากแชร์เรื่องราวการเรียนที่พม่าให้เพื่อนๆได้ฟังกันค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่เราไม่ได้อธิบายมากเพราะว่าเราไม่ค่อยชอบการเขียนสักเท่าใหร่ยังไงเดี๋ยวเราทิ้งภาพไว้ให้มันเล่าเรื่องละกันนะคะ(เราเป็นพระอาทิตย์เพื่อนเป็นหัวใจเหลืองจ้า) ขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาอ่านแล้วก็อย่าลืมแชร์กันเยอะๆนะคะ ขอบคุณค่า~



แล้วก็ถ้าใครอยากเข้าไปดูรูปเพิ่มเติมไปดูที่ ig :_findmeonmars_ได้นะคะเดี๋ยวเราเปิดเป็นpublicไว้ให้



#เด็กพม่า




ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #3
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เพิ่มเติมค่า(จากประสบการณ์ล้วนๆ) เราจะแบ่งเป็น2หัวข้อนะคะ

    1.ระบบโรงเรียนอังกฤษ

    -ไม่ให้ผู้ปกครองช่วยเด็กทำการบ้าน=ให้เด็กแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

    -สอนวิธีทำ=ให้นักเรียนได้แก้ปัญหาหาและคิดด้วยตัวเอง

    -ให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นโดยไม่ปิดกั้นและฝึกความเป็นผู้นำ (มีครั้งนึงเราเคยGeography ถามteacherว่าทำไมต้องเรียนเกี่ยวกับcoast ของอังกฤษเดี๋ยวทั้งๆที่อยู่พม่าต่อหน้าเพื่อนทั้งห้อง คุณครูเค้าก็ไม่ว่าอะไรเลยค่ะแล้วก็ตอบเหตุผลว่าเค้าไม่สามารถหาข้อมูลของที่นี่ได้เพราะมันจะยากว่าสำหรับเค้า ประทับใจตรงนี้มากๆ)

    -สอนแบบให้คำเนะนำเป็นแนวทางแล้วไปresearchเอาเอง (งานproject เยอะมากๆ ครูจะให้researchแล้วเขียนในความเข้าใจของตัวเอง command+c ไม่ได้นะเพราะมันเป็นplagiarism)

    -เด็กไม่จำเป็นต้องนั่งโต๊ะตลอดเวลา เพราะจะทำให้เด็กได้พูดคุยกับเพื่อนๆและทำให้ครูเข้าถึงตัวเด็กได้ง่ายขึ้น

    -ให้ความสำคัญเด็กเท่ากัน (น้องสาวเราค่อนข้างจะมีปัญหากับเรื่องเรียนค่ะเพราะว่าน้องเป็นสมาธิสั้น ตอนอยู่ไทยครูไม่สนใจน้องเลยพอกลับบ้านมาน้องก็เรียนไม่รู้เรื่อง แม่ก็เข้าไปพูดคุยกับคุณครูแต่ก็ไม่ได้รับการใส่ใจ แต่พอมาอยู่ที่teacherเค้าเห็นน้องไม่เข้าใจก็เลยเรียกผู้ปกครองไปสอบถามทันทีเลย แล้วคุณครูก็บอกคุณพ่อคุณแม่ว่าอยากลองให้น้องหยุดกินยาเพราะยาสมาธิสั้นทำให้น้องซึม ทุกวันนี้น้องไม่ต้องกินยาแล้วค่ะเพราะครูบอกว่าน้องปกติดีแล้วก็เรียนได้

    -ที่นี่ให้ความสำคัญกับการให้กำลังใจเด็กมาก(ทุกๆอาทิตย์จะมีคาบนึงชื่อว่าassembly ให้นักเรียนได้มีโอกาสpresentเรื่องราวที่ตัวเองสนใจต่อหน้าทั้งโรงเรียน และก็จะมีรางวันแจกต่างๆนาๆทุกครั้ง)

    -โรงเรียนจะเน้นเรื่องความเป็นสากลเ เรียนเรื่องที่มันกว้างกว่าเมืองไทย (เมืองไทยจะเรียนเรื่องประวัติศาสตร์ไทย,สังคมไทย,ภูมิศาสตร์ไทย แต่ที่นี่จะเน้นเป็นแบบinternational มากกว่า e.g. British Empire)

    -เนื้อหาจะสมวัยนักเรียน (เช่น เรียนอะไรที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน)

    -การประเมินผลการเรียน(ผู้ปกครองต้องมาพบกับคุณครูเพื่อพูดคุยเรื่องพัฒนาการของลูก ตามรายวิชา)

    -มีความสมดุลย์ระหว่างทางด้านดนตรี,กีฬา,art, dramaและทางด้านวิชาการ

    -จะมีparent portalให้ผู้ปกครองได้เห็นพัฒนาการอย่างชัดเจน

    2.กิจกรรมในโรงเรียนและสังคมอินเตอร์

    -มีคลับให้เลือกเข้าเยอะมากกกก ให้นักเรียนได้เลือกตามความสนใจของตัวเอง

    -มีการแข่งขันกับโรงเรียนในเครือของแต่ละประเทศ

    -ให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกับนักเรียนและการพัฒนาโรงเรียน

    -มีการแบ่งเป็นhouseอย่างชัดเจนตั้งแต่เข้าโรงเรียนครั้งแรกจนจบหรือลาออก (จะได้ทำกิจกรรมกับคนในhouse)

    -มีกฏระเบียบคล้ายกับไทย แต่ยังเปิดโอกาศให้นักเรียนมีโอกาสนำเสนอความคิดเห็น

    -ได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากหลายเชื้อชาติ(มีวันinternational day)

    -มีschool counselor เป็นผู้ปรึกษาที่เป็นนักจิตวิทยา มาให้นักเรียนได้ปรึกษาเมื่อมีเนื่องกังวลใจ และเรื่องทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับแต่ถ้าเกิดทางโรงเรียนคิดว่าควรจะแจ้งผู้ปกครอง ก็จะมีการขออนุญาตนักเรียนก่อน)

    ตอบกลับ

4 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      สวสสส
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไหนภาพ รอภาพพพพ เราไม่เล่นไอจี อยากดู

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      คุโรซากิ
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เท่าที่จำชาวเมียนม่า เขาเก่งภาษาอังกฤษ

      ด้วยไม่ใช้เหรอ ว่าแต่ระหว่างนั้น คุณจขกทไป

      เรียนสายอะไรเหยอค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เพิ่มเติมค่า(จากประสบการณ์ล้วนๆ) เราจะแบ่งเป็น2หัวข้อนะคะ

      1.ระบบโรงเรียนอังกฤษ

      -ไม่ให้ผู้ปกครองช่วยเด็กทำการบ้าน=ให้เด็กแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

      -สอนวิธีทำ=ให้นักเรียนได้แก้ปัญหาหาและคิดด้วยตัวเอง

      -ให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นโดยไม่ปิดกั้นและฝึกความเป็นผู้นำ (มีครั้งนึงเราเคยGeography ถามteacherว่าทำไมต้องเรียนเกี่ยวกับcoast ของอังกฤษเดี๋ยวทั้งๆที่อยู่พม่าต่อหน้าเพื่อนทั้งห้อง คุณครูเค้าก็ไม่ว่าอะไรเลยค่ะแล้วก็ตอบเหตุผลว่าเค้าไม่สามารถหาข้อมูลของที่นี่ได้เพราะมันจะยากว่าสำหรับเค้า ประทับใจตรงนี้มากๆ)

      -สอนแบบให้คำเนะนำเป็นแนวทางแล้วไปresearchเอาเอง (งานproject เยอะมากๆ ครูจะให้researchแล้วเขียนในความเข้าใจของตัวเอง command+c ไม่ได้นะเพราะมันเป็นplagiarism)

      -เด็กไม่จำเป็นต้องนั่งโต๊ะตลอดเวลา เพราะจะทำให้เด็กได้พูดคุยกับเพื่อนๆและทำให้ครูเข้าถึงตัวเด็กได้ง่ายขึ้น

      -ให้ความสำคัญเด็กเท่ากัน (น้องสาวเราค่อนข้างจะมีปัญหากับเรื่องเรียนค่ะเพราะว่าน้องเป็นสมาธิสั้น ตอนอยู่ไทยครูไม่สนใจน้องเลยพอกลับบ้านมาน้องก็เรียนไม่รู้เรื่อง แม่ก็เข้าไปพูดคุยกับคุณครูแต่ก็ไม่ได้รับการใส่ใจ แต่พอมาอยู่ที่teacherเค้าเห็นน้องไม่เข้าใจก็เลยเรียกผู้ปกครองไปสอบถามทันทีเลย แล้วคุณครูก็บอกคุณพ่อคุณแม่ว่าอยากลองให้น้องหยุดกินยาเพราะยาสมาธิสั้นทำให้น้องซึม ทุกวันนี้น้องไม่ต้องกินยาแล้วค่ะเพราะครูบอกว่าน้องปกติดีแล้วก็เรียนได้

      -ที่นี่ให้ความสำคัญกับการให้กำลังใจเด็กมาก(ทุกๆอาทิตย์จะมีคาบนึงชื่อว่าassembly ให้นักเรียนได้มีโอกาสpresentเรื่องราวที่ตัวเองสนใจต่อหน้าทั้งโรงเรียน และก็จะมีรางวันแจกต่างๆนาๆทุกครั้ง)

      -โรงเรียนจะเน้นเรื่องความเป็นสากลเ เรียนเรื่องที่มันกว้างกว่าเมืองไทย (เมืองไทยจะเรียนเรื่องประวัติศาสตร์ไทย,สังคมไทย,ภูมิศาสตร์ไทย แต่ที่นี่จะเน้นเป็นแบบinternational มากกว่า e.g. British Empire)

      -เนื้อหาจะสมวัยนักเรียน (เช่น เรียนอะไรที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน)

      -การประเมินผลการเรียน(ผู้ปกครองต้องมาพบกับคุณครูเพื่อพูดคุยเรื่องพัฒนาการของลูก ตามรายวิชา)

      -มีความสมดุลย์ระหว่างทางด้านดนตรี,กีฬา,art, dramaและทางด้านวิชาการ

      -จะมีparent portalให้ผู้ปกครองได้เห็นพัฒนาการอย่างชัดเจน

      2.กิจกรรมในโรงเรียนและสังคมอินเตอร์

      -มีคลับให้เลือกเข้าเยอะมากกกก ให้นักเรียนได้เลือกตามความสนใจของตัวเอง

      -มีการแข่งขันกับโรงเรียนในเครือของแต่ละประเทศ

      -ให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกับนักเรียนและการพัฒนาโรงเรียน

      -มีการแบ่งเป็นhouseอย่างชัดเจนตั้งแต่เข้าโรงเรียนครั้งแรกจนจบหรือลาออก (จะได้ทำกิจกรรมกับคนในhouse)

      -มีกฏระเบียบคล้ายกับไทย แต่ยังเปิดโอกาศให้นักเรียนมีโอกาสนำเสนอความคิดเห็น

      -ได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากหลายเชื้อชาติ(มีวันinternational day)

      -มีschool counselor เป็นผู้ปรึกษาที่เป็นนักจิตวิทยา มาให้นักเรียนได้ปรึกษาเมื่อมีเนื่องกังวลใจ และเรื่องทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับแต่ถ้าเกิดทางโรงเรียนคิดว่าควรจะแจ้งผู้ปกครอง ก็จะมีการขออนุญาตนักเรียนก่อน)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      National
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ค่าเทอมแพงไหมคะ

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป