/>

สบู่เจนี่ Parrot VS. สบู่ญาญ่าญิ๋ง Protex ก้อนไหนคือตัวจริงเรื่องวิตซี ? [ยินดีให้แชร์]

วิว
สวัสดีจ้า มาค่ะ! วันนี้ว่างๆเลยอยากมาระบาย เอ้ย! มิใช่ๆ มาเล่า มาเผยมาบอกต่อมารีวิวถึงสบู่สูตรวิตซีว่าตัวไหนคือตัวจริง!? เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมาเราอินกับการใช้สบู่วิตซีมากๆ ได้ลอง 2 ตัวที่เค้าว่าเด็ดเลยอยากเอามาเปรียบเทียบเป็นตัวเลือกให้เพื่อนๆ ได้เอาไปประกอบการตัดสินใจดู ไปค่ะ! ไม่พูดเยอะเดี๋ยวเจ็บคอ 55555 เริ่มกันเลยดีฟ่า


ผ่ามมม และนี่คือหน้าตาของผู้เข้าชิงทั้ง 2 สบู่เจนี่ parrot VS. สบู่ญาญ่าญิ๋ง protex นั่นเองค่า​

ขอบอกเลยว่าเราใช้ทั้ง 2 ยี่ห้อหมดไปแล้วทั้งคู่เลย เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง เห็นถึงความแตกต่างเลยอยากมาเขียนรีวิวกระทู้นี้ค่ะ และที่ทุ่มทุนไปกว่านั้นคือไปซื้อก้อนใหม่มาเพื่อถ่ายรูปเขียนกระทู้นี้เลย 55555 กด 9 เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ 55555​

มาเริ่มกันที่ตัวแรกเลยดีฟ่า ขอเริ่มที่ตัว สบู่เจนี่ Parrot Herbal สูตรมะนาวคาเวียร์+วิตามินซีจากญี่ปุ่น ขนาด 120 กรัม ราคา 48.-​

ตัวนี้เราเห็น Bloggers รีวิวมาเยอะเหมือนกันค่ะ และเห็นจากในโฆษณาทีวีด้วย ใครๆก็บอกว่าดี ใช้แล้วผิวนุ่ม ชุ่มชื่นไม่แห้งตึง ความรู้สึกหลังอาบไม่เหมือนอาบสบู่ก้อนเลย เพราะผิวไม่แห้งตึง ไม่แสบ ไม่คันหลังใช้ เราก็เลยตัดสินใจสอยมาลองดู เราใช้ทั้งอาบน้ำและล้างหน้าเลยนะคะ ต้องบอกเลยว่าพอได้ลองแล้วประทับใจจริงๆ เพราะเราเคยใช้สบู่วิตซีแบบก้อนเจ้าดังยี่ห้อหนึ่งเอามาล้างหน้า หลังล้างแล้วแสบหน้ามาก จนไม่กล้าเอามาล้างอีก แต่ตัวสบู่วิตซีของ Parrot Herbal ไม่แสบเลยจ้า ไม่รู้สึกแสบหน้า ไม่แสบผิวเลยจริงๆ เพราะว่าเค้ามีส่วนผสมจาก Aloe Vera ช่วยปลอบประโลมผิว อ่อนโยนต่อผิวและช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น มีสารสกัดจากมะนาวคาเวียร์ ที่มี Vitamin C มากกว่าส้มถึง 3 เท่า ซึ่งช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่แบบอ่อนโยน ไม่กัด ไม่แสบผิว มีส่วนผสมจากวิตามินซีญี่ปุ่นที่เหมือนเคาน์เตอร์แบรนด์แพงๆใช้ ช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใสแบบเป็นธรรมชาติ ต้องบอกเลยว่าหลังจากที่เราใช้ตัว Parrot Herbal มาได้ประมาณแค่อาทิตย์กว่าๆ ผิวมันดูขาวกระจ่างใสขึ้นจริงๆ จนเพื่อนทักเลยว่าไปทำอะไร เห็นผลไวมากแถมยังไม่อันตราย ไม่ทำร้ายผิว ไม่แสบ ไม่แห้ง ไม่แพ้ ตัวนี้ประทับใจเลยเหมือนที่คนรีวิวเลยว่าดีจริง​

มาต่อกันที่ตัวที่ 2 สบู่ญาญ่าญิ๋ง protex ไทย เทอราพี วิตามินซี และ อี ปริมาณ 130 กรัม ราคา 48.-​

ตัวนี้ก็มีรีวิวเช่นกันในทวิตเตอร์ เลยไปซื้อมาลองใช้บ้าง ตัวนี้เรื่องความกระจ่างใสเราว่าเห็นผลดีในระดับนึงเลย ถ้าเทียบกับตัว parrot คือให้เท่ากันเลย ผิวดูกระจ่างใสขึ้นภายใน 1 อาทิตย์ แต่!! ถ้าถามเรื่องความอ่อนโยนต่อผิว ตัวนี้คือแพ้ขาดลอย เราใช้ตัวสบู่ Protex ล้างหน้าไม่ได้เลย ใช้แล้วแสบหน้ามากๆ เหมือนวิตามินซี และ อี ที่เค้าใช้มันเป็นกรดที่ค่อนข้างแรง ใช้ถูตัวก็แสบผิว หลังอาบแล้วผิวแห้งตึง แสบ ถ้าไม่ทาโลชั่นตามทันที คือแสบคันผิวมาก บอกเลยว่าตัวนี้ค่อนข้างแรงจริงๆ คนผิวแพ้ง่ายไม่เหมาะแน่นอน ขนาดเราผิวค่อนข้างด้านแล้วนะ 55555 ยังแอบพัง คนผิวแพ้ง่ายไม่ต้องพูดถึงไม่รอดแน่ๆ แต่ข้อดีของตัวนี้ก็มีนะคะ เราว่ากลิ่นเค้าหอมดี หอมสไตล์กลิ่นส้มๆ ใช้แล้วผิวขาวขึ้นจริง อาจจะเป็นเพราะกรดวิตามินที่เค้าใช้ค่อนข้างแรงด้วยแหละ แต่บางคนใช้แล้วดีก็มีเยอะนะคะ อย่างที่เค้ารีวิวกันเลย เราอาจจะเป็นส่วนน้อยที่ใช้แล้วไม่ประทับใจก็ได้ ถือว่าเป็น คหสต. เป็นอีกหนึ่งความเห็นแล้วกันนะคะ​

สรุป

เรื่องของฟองสบู่เราว่าทำออกมาได้ดีพอๆ กันเลย คือฟองไม่เยอะและไม่น้อยจนเกินไป แต่ฟองของ Parrot จะนุ่ม ฟู และดูเนียนกว่า ฟองของ Protex จะไม่ค่อยแน่น ไม่ฟูเท่าไหร่

เรื่องกลิ่นอันนี้เราว่าแล้วแต่คนชอบเลย กลิ่นของ Parrot จะหอมแบบสมุนไพรผู้ดีๆ กลิ่นหอมสดชื่น เฟรชๆประมาณนั้น ส่วนของ Protex จะเป็นกลิ่นหอมแบบสบู่วิตซีทั่วไปเลย คือมีกลิ่นหอมแบบกลิ่นส้ม ไม่แตกต่างจากแบรนด์อื่นเท่าไหร่

ความรู้สึกหลังอาบ ส่วนตัวทั้ง 2 อัน ล้างออกง่ายไม่ทิ้งความลื่นไว้บนผิวเลย แต่ของ Parrot หลังอาบแล้วผิวไม่แห้งตึง ไม่แสบ ต่อให้อาบเสร็จแล้วยังไม่ทาโลชั่นผิวก็ยังชุ่มชื้นอยู่อาจจะเป็นเพราะเค้ามี Aloe Vera เลยทำให้ผิวชุ่มชื่นนานกว่าปกติ ส่วนของ Protex อย่างที่บอกเราใช้แล้วผิวแห้ง แสบ เลยไม่ค่อยประทับใจสักเท่าไหร่

ผลลัพธ์หลังใช้ เราให้ทั้ง 2 ตัวพอกันเลย เพราะว่าทั้ง 2 ตัวหลังใช้แบบติดต่อกันประมาณ 1-2 อาทิตย์ แล้วผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้นจริงๆ ไม่ได้ขาวเว่อร์ แต่ค่อยๆขาวขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ดูผิวสุขภาพดี

ความอ่อนโยนต่อผิว ยกให้ Parrot เลยจ้า ไม่แห้ง ไม่แสบ ไม่แพ้ ไม่ระคายเคืองผิว ตัวนี้คนผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้แน่นอน อ่อนโยนต่อผิวมากๆ คอนเฟิร์มเลยจ้า ส่วนของ Protex เราว่าแรงไปอ่า (คหสต.) ใช้แล้วแสบผิวมากๆ อันนี้ใครใช้แล้วเป็นหรือไม่เป็นแบบเรามาแชร์กันได้นะคะ

ราคาและความคุ้มค่า Parrot คิดว่าคุ้มกว่า เพราะว่าทั้ง 2 อัน มาในปริมาณเท่าๆกันคือ ตอนใช้ Parrot รู้สึกว่าสบู่ละลายช้า และฟองเยอะออกไปทางเนื้อวิปเลยนะ เทียบกับสบู่อื่นๆทั่วไปที่เคยใช้ก้ดีกว่า คุ้มกว่าจริงๆนะ

สุดท้ายนี้ถ้าจะให้เราแนะนำระหว่าง 2 ตัวนี้ ระหว่าง สบู่เจนี่ Parrot VS. สบู่ญาญ่าญิ๋ง protex ก้อนไหนคือตัวจริงเรื่องวิตซี ? เราขอเชียร์ตัว Parrot เพราะว่าจากการใช้มารู้สึกว่าผิวขาวขึ้นจริงๆ แถมผิวยังไม่ระคายเคือง ไม่แสบ ไม่แห้งตึงเหมือนสบู่วิตซีทั่วไป เลยอยากแนะนำเป็นตัว Parrot มากกว่า แต่ถ้าใครชอบแบบแรงๆ แสบๆ ชอบความซาดิส 5555555 ใช้ Protex ได้เลยจ้า ขาวเหมือนกันแต่ก็จะแสบๆ คันๆ ผิวนิดนุงงง​

หวังว่ากระทู้ของเราจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ ถ้าหากมีข้อผิดพลาดประการใดไปต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยน้า ทั้งหมดก็เป็นเพียง คหสต. ของเรา สุดท้ายก็อยู่ที่การตัดสินใจของทุกคนเลยจ้าว่าจะเลือกแบบไหน เราแค่อยากเอาความรู้สึกของเรามาแชร์ต่อเท่านั้น ขอขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ น่ารักที่สุดเลยย
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป