/>

รู้สึกว่าสภาพจิตใจเริ่มย่ำแย่ สับสนไปหมด [ยินดีให้แชร์]

วิว
#เข้ามาสิ #ช่วยด้วย #สับสน #โรงเรียน #ปัญหาชีวิต
ในบางครั้ง ผมสำรวจตัวเองแล้วก็พบว่าเราไม่มีความเป็นตัวเอง ความรู้สึกเวลามองโลกรอบตัวก็เหมือนกับนิ่งเฉย ไม่คิดอะไร รู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวทั้งที่มีเพื่อน ไม่สนใจสังคม คิดสวนทางกับคนอื่นๆ มันว่างเปล่าเหมือนกับแก้วน้ำที่ไม่มีอะไรอยู่เลย นิ่งเฉยกับสังคมและผู้คน เหมือนกับแท้จริงเราไม่มีอะไร กระทั่งความรู้สึกหรือบุคลิกแท้จริงของตัวเองผมก็เริ่มลืมไปแล้ว ว่าเราเป็นยังไง อยา่กจะทำอะไร กระทั่งสิ่งที่เคยตอบตัวเองได้ ผมก็ละอายกับมัน




เช่น เรียนกฎหมาย เพราะอยากใช้ความรู้นั้นช่วยเหลือปกป้องความสุขของคนอื่น แต่ถ้าผมไม่ได้เก่งเลยล่ะ ถ้าผมทำไม่ได้ แล้วล้มเหลวในทางตันที่เลือกไปแล้ว ชีวิตผมจะพังในสิ่งที่ไม่รู้ว่าเรียนไปทำไม ถ้าหากอาจจะทำไม่ได้ มันทำให้ผมกลัวเหลือเกินว่าที่ผ่านมาผมทำอะไรอยู่





ผมพยายามทำตัวมั่นใจ เข้มแข็ง พยายามทำตัวน่าเชื่อถือเพื่อจะเป็นที่พึ่งของคนอื่น และช่วยเหลือเขา จนเริ่มรวมภาพลวงตาเหล่านั้นเป็นตัวตนของตัวเอง แต่ตัวของผมมันไม่มีอีกแล้ว เพราะหลงลืมไปว่าตัวเองควรจะทำตัวยังไง





ทั้งที่ใจจริงก็แค่อยากจะช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งให้กับคนที่เดือดร้อน อยากจะเดินไปบนวิถีของตัวเอง แต่ตอนนี้ตัวผมเองหายไปเพราะถูกกลืนไปกับภาพมายา และแล้วมันก็ว่างเปล่า ผมไม่รู้สึกอะไรที่มันมาจากใจจริง หาไม่เจอ หลงลืมใจของตัวเองไปจนหมด กอบกู้ตัวตนเดิมไม่ได้อีกแล้ว ผมก็แค่กล่องเปล่า ที่ถูกยัดของลงมั่วๆ ที่เมื่อเทออกก็ไม่เหลืออะไร
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อยากเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้ มันก็ดีแล้วนะคะ แต่ชีวิตคนมันไม่เพอร์เฟ็กต์ทุกอย่างอะ

      คุณเองก็มีบางเวลาที่ต้องการหาที่พึ่งเหมือนกัน ตอนนี้ก็อาจจะเป็นเวลานั้น

      วางความรู้สึกที่ อยากสำเร็จๆๆๆ ไว้ก่อนก็ได้ แล้วพักผ่อนตัวเอง

      ให้โอกาสตัวเองล้มเหลวเหมือนคนธรรมดาๆบ้าง


      อีกอย่าง มันไม่ใช่ว่าเลือกเรียนกฎหมาย (หรือวิชาใดวิชาหนึ่ง) ไปแล้ว

      เราจะต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ ถ้าไม่เก่งคือทางตัน

      คนครึ่งหนึ่งในสังคม ไม่ได้ทำอาชีพตรงสายที่เรียนมาหรอกค่ะ จริงๆนะ

      แล้วก็ไม่ได้ตามฝันด้วย (ฝันทำไม ในเมื่อมีโลกความเป็นจริง)

      ชะตาชีวิตมันพัดพาเราไปหาอย่างอื่นได้เยอะแยะ


      เช่น บางคน ทีแรกอาจจะเข้าทำงานในบริษัท ฝ่ายกฎหมาย

      แต่ไปๆมาๆต้องแปลกฎหมายเป็นภาษาอังกฤษ เลยย้ายไปอยู่ฝ่ายต่างประเทศ

      ทำไปสองสามปีชักเก่ง หัวหน้าให้เป็นผู้จัดการไปอยู่ต่างประเทศจริงๆเลย

      พออยู่ต่างประเทศแล้วก็ต้องหาคนเพิ่ม เลยกลายเป็นทำฝ่ายบุคคลและบัญชี เป็นต้น


      อย่าไปคิดว่าเราจะต้องทำทักษะเดียว ตั้งเกือบ 50 ปีไปจนตาย มันไม่ใช่

      ชีวิตมันโยนอะไรมาใส่ เราก็ต้องปรับตัวทำตามนั้นแหละ

      ฟังดูน่ากลัวและไม่แน่นอน (เอ้าคนเราตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้ ถูกไหม) แต่ความจริงมันก็เป็นแบบนั้น

      ยอมรับมันสบายๆ บทจะล้มบ้างก็ล้ม ถึงทีลุกได้ก็ลุก

      ทำดีที่สุดเต็มความสามารถในปัจจุบันขณะนี้ พอแล้วค่ะ อนาคตก็เป็นเรื่องของอนาคต

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป