/>

รู้สึกหมดPassionกับทุกอย่าง รู้สึกหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ควรทำอย่างไรดีคะ? [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ปัญหาที่โรงเรียน #ปัญหาที่บ้าน #อยากตาย #สิ้นหวัง #ท้อแท้
สวัสดีค่ะทุกคน ก่อนอื่นเราขอแนะนำตัวก่อนนะคะ เราอายุ17ปีค่ะ ศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 เป็นลูกคนโตและเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน ปัจจุบันพักอยู่ที่หอค่ะ
เราจะมาเริ่มเล่าแล้วนะคะ พักหลังๆมานี้เราเจอเรื่องมากมายมากเลยค่ะ หนักๆก็คือเรื่องของครอบครัว เราทะเลาะกับที่บ้านมากขึ้นและบ่อยขึ้น นั่นก็คือพ่อของเราค่ะ เวลาทะเลาะกับท่านทีไรมันบั่นทอนจิตใจเราทุกทีเลยค่ะ ทำให้เราไม่อยากทำอะไรเลย ทำให้เราไม่กินไม่นอน จน1อาทิตย์น้ำหนักลงมา4-5โลและเราก็โทรมลงมาก เราเหนื่อยค่ะ เราท้อด้วย เราเหนื่อยที่จะต้องทะเลาะกับพ่อ เราเหนื่อยที่จะต้องฟังเสียงร้องไห้ที่แม่โทรมาหาในทุกๆวัน แต่ละเรื่องที่แม่โทรมาเล่าให้ฟัง โทรมาบอก มันบั่นทอนจิตใจเรามากค่ะ เราเหนื่อยและเราไม่อยากรับรู้ไม่อยากจะฟัง แต่จะให้เราทำไงได้ล่ะคะ...เราเลือกไม่ได้ เราเคยบอกท่านว่าเราไม่อยากฟังแล้ว ขอร้องล่ะอย่าเล่าเรื่องแบบนี้ให้ฟังอีกได้มั้ยเราขอร้อง แต่แม่ก็บอกว่านอกจากเราท่านก็ไม่เหลือใครเลย แล้วก็ร้องไห้ คิดว่าเราทำอะไรได้ไหมคะ ก็ไม่ค่ะ เราทำอะไรไม่ได้เลย เราก็ต้องทนฟัง แล้วพอเราคุยกับแม่เสร็จเรากับพ่อก็จะทะเลาะกันทุกที เพราะแต่ละเรื่องที่แม่เล่านั้นมันเกินไปจริงๆในสิ่งที่พ่อทำ แรกๆพ่อก็ยังฟังเราอยู่นะคะ แต่มาพักหลังๆมานี้...พ่อเราเปลี่ยนไปค่ะ พ่อเราไม่เหมือนเดิมมากขึ้น พ่อเราเริ่มไม่ไว้ใจเรา พ่อเราเริ่มไม่เหมือนเดิม พ่อเริ่มระแวงเราเริ่มสงสัยเรา ตรวจสอบเรามากขึ้น พูดจากระแทกเราทุกครั้งที่โทรมา มันเจ็บและทรมานมากนะคะที่คนที่เรารักมากๆอย่างคนที่เราเรียกเขาว่าพ่อ เขาทำกับเราแบบนี้ได้ไง... เขารักผู้หญิงคนนั้นมากกว่าแม่ รักผู้หญิงคนนั้นมากกว่าเรา รักลูกติดของผู้หญิงคนนั้นมากกว่าลูกแท้ๆอย่างเรา เรากับแม่ยอมพ่อแทบทุกอย่างแล้ว ยอมให้พ่อมีเขายอมให้พ่อไปหาเขา แต่เหมือนยิ่งยอมก็ยิ่งแย่ค่ะ ความดีไม่สามารถเอาชนะความมักมากของคนได้เลย ตอนนี้เราเครียดมากๆ เราจิตตก เรากินไม่ค่อยได้ เรานอนไม่หลับ เราเหนื่อยเราท้อ เรารู้สึกหมดกำลังใจในทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง รวมถึงการไปโรงเรียน เราขาดเรียนบ่อยมากช่วงนี้ เราจะขาดเรียนทุกครั้งที่เราทะเลาะกับพ่อหรือในทุกๆครั้งที่แม่โทรมาร้องไห้ให้ฟัง สัปดาห์นี้เราก็ไม่ไปโรงเรียนมาสามวันแล้วค่ะ นับตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันนี้ เราไม่ไหวแล้วค่ะ เราเหนื่อย เราทรมาน เราอยากตาย เราขาดสติถึงขั้นกรีดข้อมือตัวเอง เราขาดสติถึงขั้นกินยาพาราเข้าไป3เม็ด เราคิดว่าเราจะตาย...แต่เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งเราเลยค่ะ เพราะเรายังฟื้นกลับมาได้ พอเราเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนมันก็แบบอีกแล้วเหรอ ประมาณว่ารำคาญเราอ่ะค่ะ เราก็เลยเงียบ เราก็เลยเลือกที่จะไม่เล่า เราเครียดมากค่ะ มันมืดแปดด้าน ชีวิตเคว้งคว้างมากเหมือนอยู่ตัวคนเดียวเลยค่ะ เรารู้สึกท้อแท้รู้สึกว่าโลกนี้ไม่เหลือใครแล้ว เราอยากระบายมากๆเลยค่ะแต่ก็ไม่มีใครฟังเรา และเราก็ไม่อยากให้คนอื่นไม่สบายใจเพราะเราด้วย ส่วนตอนนี้เพื่อนก็มองเราเป็นคนขี้เกียจเพราะเราเริ่มขาดเรียนบ่อย เรารู้ค่ะในจุดนี้ แต่เราก็ยังตามงานนะคะ แต่เป็นเพื่อนเสียมากกว่าที่ไม่ค่อยบอกงานเรา มันน่าน้อยใจนะคะ...ต่อในเม้นนะคะ
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    การที่เราให้เพื่อนบอกงานเรานั้น เราไม่ได้ขอลอกหรือขอให้เพื่อนทำให้นะคะ เราขอแค่ให้เพื่อนบอกเราว่าอาจารย์สั่งอะไรให้ทำบ้าง แล้วทำแบบไหนยังไง แค่ให้อธิบายหน่อย แต่เพื่อนมันก็เงียบ ทั้งๆที่ในตอนที่พวกมันไม่มาโรงเรียนนั้นเราบอกการบ้านตลอด เราถ่ายส่งให้ดู บางอันเราก็ทำให้ถ้าเราว่าง ขนาดบางทีเราไม่ว่างแต่เพื่อนขอช่วยให้ทำให้ เราเห็นว่าเป็นเพื่อนค่ะ เราก็ทำให้

    เราไม่ได้อยากทวงบุญคุณนะคะที่พูดแบบนี้ เราแค่รู้สึกเปรียบเทียบแล้วมันรู้สึกน้อยใจค่ะ


    ส่วนเรื่องที่เราบอกว่าพ่อไม่เหมือนเดิม ระแวงเรา สงสัยเรา ไม่ไว้ใจเรา และชอบพูดจากระแทกเรา

    พ่อเพิ่งมาเป็นไม่นานมานี้เองค่ะหลังจากกลับมาจากไปหาผู้หญิงคนนั้น

    เรามีเรื่องเดือดร้อนเรื่องเงิน มันเป็นค่าเทอมของรามค่ะ เราเรียนควบพรีดีกรีราม แบบเสร็จยอดมันอยู่ที่2,500โดยประมาณ เราบอกพ่อแต่พ่อกลับไม่เชื่อเราค่ะ พ่อตรวจสอบเรา พ่อหาว่าเราโกหก พ่อเล่าเรื่องของเราให้ผู้หญิงคนนั้นฟังทุกอย่าง แตกต่างกับเราที่แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นเลยเพราะพ่อปิดบัง พ่อเลือกที่จะเล่าให้ผู้หญิงคนนั้นฟัง เลือกที่จะเล่าให้คนนอกฟัง เลือกที่จะไปปรึกษาคนอื่น ค่ะ...และพ่อก็เชื่อคนอื่น เราไม่เข้าใจเลยค่ะทั้งๆที่พ่อเป็นคนให้เราไปเรียนเองแท้ๆทั้งๆที่เราไม่ได้อยากเรียนนิติศาสตร์เลย แต่เพื่อพ่อเราทำได้ค่ะ แต่มาตอนนี้พ่อกลับมาระแวงเรา พ่อบอกว่าไปดูดวงกับผู้หญิงคนนั้นมา หมอบอกว่าเราจะหลอกพ่อ... ค่ะ...พ่อเชื่อหมอ พ่อเชื่อดวง พ่อเชื่อผู้หญิงคนนั้น พ่อเชื่อคนนอก แต่ไม่เชื่อเรา ตลกดีนะคะ ความรู้สึกเรามันแหลกเป็นจุนๆเลยค่ะ


    ย่าเราน่ะตัวดีเลยค่ะ ชอบพูดจานินทาว่าแม่เรา ชอบฟ้องพ่อเราว่าแม่เราพูดไม่ดี ทั้งๆที่ตัวเองนั่นแหละค่ะเป็นคนว่าพ่อเอง แต่ก็มาโทษว่าแม่เราเป็นคนว่า ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าตัวเองไม่ได้พูด ย่าเราชอบนินทาพ่อเราซึ่งเป็นลูกตัวเองให้ลูกสะใภ้ฟัง ชอบนินทาแม่เราให้เพื่อนแม่ของเราฟัง เราเกลียดย่ามากๆเลยค่ะ แม้แต่ตัวเราเองก็ยังโดนนินทา เราเกลียดย่ามากที่สุดเลย ครอบครัวเราคงรักกันได้มากกว่านี้ถ้าไม่มีย่า


    อันที่จริงพ่อกับแม่เรากำลังจะกลับมาดีกันนะคะ แต่ย่าดันเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเล่าให้พ่อฟัง ซึ่งเรื่องมันก็เกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคมของปีที่แล้ว ย้ำชัดนะคะว่าของปีที่แล้ว และย่าก็เป็นคนพูดเองด้วยค่ะ แต่ย่ากลับขุดเอามาเล่าพ่อและบอกว่าเรากับแม่เป็นคนพูด เราโกรธและเกลียดย่ามากๆเลยค่ะ นั่นถ้าไม่ติดว่าเป็นย่าของเรา เราคงไม่นับถือท่านแล้วจริงๆ


    ส่วนยายของเราก็ตรอมใจตายเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ค่ะ เพราะยายสงสารแม่ เห็นแม่ร้องไห้และโดนทำร้ายร่างกายและจิตใจทุกวัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นจิตใจมากกว่า ยายเราเลยตรอมใจตายค่ะ


    เราอยากให้ยายมารับเราไปอยู่ด้วยจังเลยค่ะ

    ตอบกลับ

3 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      การที่เราให้เพื่อนบอกงานเรานั้น เราไม่ได้ขอลอกหรือขอให้เพื่อนทำให้นะคะ เราขอแค่ให้เพื่อนบอกเราว่าอาจารย์สั่งอะไรให้ทำบ้าง แล้วทำแบบไหนยังไง แค่ให้อธิบายหน่อย แต่เพื่อนมันก็เงียบ ทั้งๆที่ในตอนที่พวกมันไม่มาโรงเรียนนั้นเราบอกการบ้านตลอด เราถ่ายส่งให้ดู บางอันเราก็ทำให้ถ้าเราว่าง ขนาดบางทีเราไม่ว่างแต่เพื่อนขอช่วยให้ทำให้ เราเห็นว่าเป็นเพื่อนค่ะ เราก็ทำให้

      เราไม่ได้อยากทวงบุญคุณนะคะที่พูดแบบนี้ เราแค่รู้สึกเปรียบเทียบแล้วมันรู้สึกน้อยใจค่ะ


      ส่วนเรื่องที่เราบอกว่าพ่อไม่เหมือนเดิม ระแวงเรา สงสัยเรา ไม่ไว้ใจเรา และชอบพูดจากระแทกเรา

      พ่อเพิ่งมาเป็นไม่นานมานี้เองค่ะหลังจากกลับมาจากไปหาผู้หญิงคนนั้น

      เรามีเรื่องเดือดร้อนเรื่องเงิน มันเป็นค่าเทอมของรามค่ะ เราเรียนควบพรีดีกรีราม แบบเสร็จยอดมันอยู่ที่2,500โดยประมาณ เราบอกพ่อแต่พ่อกลับไม่เชื่อเราค่ะ พ่อตรวจสอบเรา พ่อหาว่าเราโกหก พ่อเล่าเรื่องของเราให้ผู้หญิงคนนั้นฟังทุกอย่าง แตกต่างกับเราที่แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นเลยเพราะพ่อปิดบัง พ่อเลือกที่จะเล่าให้ผู้หญิงคนนั้นฟัง เลือกที่จะเล่าให้คนนอกฟัง เลือกที่จะไปปรึกษาคนอื่น ค่ะ...และพ่อก็เชื่อคนอื่น เราไม่เข้าใจเลยค่ะทั้งๆที่พ่อเป็นคนให้เราไปเรียนเองแท้ๆทั้งๆที่เราไม่ได้อยากเรียนนิติศาสตร์เลย แต่เพื่อพ่อเราทำได้ค่ะ แต่มาตอนนี้พ่อกลับมาระแวงเรา พ่อบอกว่าไปดูดวงกับผู้หญิงคนนั้นมา หมอบอกว่าเราจะหลอกพ่อ... ค่ะ...พ่อเชื่อหมอ พ่อเชื่อดวง พ่อเชื่อผู้หญิงคนนั้น พ่อเชื่อคนนอก แต่ไม่เชื่อเรา ตลกดีนะคะ ความรู้สึกเรามันแหลกเป็นจุนๆเลยค่ะ


      ย่าเราน่ะตัวดีเลยค่ะ ชอบพูดจานินทาว่าแม่เรา ชอบฟ้องพ่อเราว่าแม่เราพูดไม่ดี ทั้งๆที่ตัวเองนั่นแหละค่ะเป็นคนว่าพ่อเอง แต่ก็มาโทษว่าแม่เราเป็นคนว่า ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าตัวเองไม่ได้พูด ย่าเราชอบนินทาพ่อเราซึ่งเป็นลูกตัวเองให้ลูกสะใภ้ฟัง ชอบนินทาแม่เราให้เพื่อนแม่ของเราฟัง เราเกลียดย่ามากๆเลยค่ะ แม้แต่ตัวเราเองก็ยังโดนนินทา เราเกลียดย่ามากที่สุดเลย ครอบครัวเราคงรักกันได้มากกว่านี้ถ้าไม่มีย่า


      อันที่จริงพ่อกับแม่เรากำลังจะกลับมาดีกันนะคะ แต่ย่าดันเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเล่าให้พ่อฟัง ซึ่งเรื่องมันก็เกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคมของปีที่แล้ว ย้ำชัดนะคะว่าของปีที่แล้ว และย่าก็เป็นคนพูดเองด้วยค่ะ แต่ย่ากลับขุดเอามาเล่าพ่อและบอกว่าเรากับแม่เป็นคนพูด เราโกรธและเกลียดย่ามากๆเลยค่ะ นั่นถ้าไม่ติดว่าเป็นย่าของเรา เราคงไม่นับถือท่านแล้วจริงๆ


      ส่วนยายของเราก็ตรอมใจตายเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ค่ะ เพราะยายสงสารแม่ เห็นแม่ร้องไห้และโดนทำร้ายร่างกายและจิตใจทุกวัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นจิตใจมากกว่า ยายเราเลยตรอมใจตายค่ะ


      เราอยากให้ยายมารับเราไปอยู่ด้วยจังเลยค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เป็นปัญหาที่ รุนแรงมากอะ แต่ว่า.. พี่เป็นห่วงน้องมากว่าจะคิดสั้น ขอแค่อย่างเดียวนี่แหละ ทั้งกรีดแขน กินยา อย่าทำเด็ดขาด ถ้าร้องให้ได้ก็ร้องออกมาเลยร้องจนกว่าจะไม่เหลือน้ำตา


      อย่างน้อยมันจะช่วยให้น้องรู้สึกดีขึ้น ถ้าหมดกำลังใจ ลองหาวิธีใช้งานจากความเสียใจดู


      ชีวิตก็เหมือนการว่ายน้ำหากน้องยังคงว่ายน้ำอยู่ในทะเล แน่นอนว่าต้องเจอฉลามที่จะเข้ามากินเราแน่นอน เพราะชีวิตเรามีแค่ชีวิตเดียว หากอยากมีวันที่สดใส หากอยากมีรอยยิ้มในวันพรุ่งนี้ สู้กับมัน น้องต้องสู้กับมัน (เอามันให้ตาย!!ไปข้างหนึ่ง!!) ต่อให้ไม่เหลืออะไรแล้วในชีวิต ต่อให้มีคนดูถูก.. สิ่งที่นองทำได้มีเพียง สิ่งเดียว คือน้องต้องแกร่งขึ้น และ กล้าที่จะเอาชนะฉลามที่อยู่ในทะเล และว่ายข้ามมันต่อไป


      อย่าพึ่งท้อนะ หาวิธีรับมือ และสู้กับมัน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      tha12308
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าคุณศรัทธาในศาสนาพุทธ ก็จะเชื่่อเรื่่องวิบากกรรมที่เราได้รับมา ถ้าจะเปรียบก็เหมือนเราเป็นหนี้ เราก็ต้องใช้เขาให้หมด ตอนนี้ทางเลือกของคุณมีทางเลือกที่ชัดๆคือการเรียน ต้องมาทบทวนตัวเองว่าเราต้องเรียนให้ได้ดีที่่สุด พยายามเรียนแบบเรียนไปทำงานไป เช่นรามหรือสุโขทัย เพื่่อช่วยเราและแม่ของเราให้พ้นจากปัญหาเหล่านี้ให้ได้ ถ้าเป็นไปได้พยายามหางานที่เป็นรายวันหรือพาร์ทไทม์ช่วยให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้การทำงานจะทำให้เรามีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น ซึ่งคงจะหวังพีึ่งจากพ่อแม่คงยาก ถ้าจะดูคนอื่นที่มีชีวิตแบบคุณก็มีในโลกใบนี้ แล้วเขาก็สามารถพึ่งตนเองได้ (หาข้อมูลบุคคลสำคัญของโลกในห้องสมุดหรือทางเน็ท) เขาก็สามารถมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างดีจนรอดอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าคุณได้อ่านแล้วจะรู้ว่าความลำบากชีวิต มันมีแน่นอนถ้าเราได้เกิดมาในโลกใบนี้ แต่มันใช่ว่าจะมีตลอดช่วงชีวิตของเราตลอดก็หาไม่ คุณพ่อแม่หรือทุกๆชีวิตที่เกิดมาในโลกนี้ส่วนมากก็ไม่เกิน 100 ปี ก็ไปหมดแล้ว ความอดทนและระยะเวลาเท่านั้นจะทำให้คุณอยู่รอด และไม่แน่สิ่งที่คุณทำอาจส่งผลให้คุณพ่อแม่ของคุณกลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้งก็เป็นไปได้ ความลำบากสร้างคนความจนสร้างบัณฑิตครับ


      ตอบกลับ
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป