ซ่อน
แสดง

เมื่อเรียนเภสัช2ปี แล้วพบว่ามันไม่ใช่ตัวเรา [ยินดีให้แชร์]

...
Guest IP
วิว
ท้อนะ...
เริ่มแรกบอกตามตรงว่าไม่เคยคิดเรียนเภสัช ไม่เคยชอบอะไรก็ตามที่ต้องท่องจำ และไม่เคยชอบการทำงานสายวิทย์สุขภาพด้วย
แต่ตอนนั้นพ่อแม่ คนรอบข้าง และโรงเรียน บอกกับเราว่า...

"หนูเรียนเก่ง เป็นถึงคนที่ได้ top 10 ด้านผลการเรียนดีเยี่ยมทุกเทอม หนูต้องเข้าคณะเกี่ยวกับวิทย์สุขภาพนะ"

นั่นแหละ...จุดเริ่มต้น

เราสมัครสอบไปหลายคณะในหลายๆมหาลัยที่เป็นคณะเกี่ยวกับวิทย์สุขภาพ และเราก็ติดทุกเภสัช

ตอนแรกมันก็ดีใจตามเพื่อน พ่อแม่ แต่พออยู่คนเดียวเรากลับยิ้มไม่ออกมันเหมือนดีใจไม่สุดยังไงไม่รู้

พอมาเรียนปี1 เราเรียนไม่ดีเลย ผลการเรียนมันอยู่แค่ระดับกลางๆ เรารู้สึกแย่ที่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง เพราะพวกท่านคาดหวังให้เราเรียนเก่ง เป็นเภสัชกร พวกท่านบอกให้เราทนเรียนไปก่อน เราก็ทน

จนมาปี2 เราก็พบมันไม่ใช่ตัวของเราเลย ต้องมานั่งจำอะไรมากมาย ต้องมาศึกษาการดูแลบริบาลคนอื่น ยิ่งเราไม่ชอบผลการเรียนเรายิ่งแย่ พ่อแม่ก็กดดัน สภาพแวดล้อมในคณะก็กดดัน อาจารย์ที่ปรึกษาก็กดดัน ทุกอย่างกดดันเราจนเริ่มเป็นโรคซึมเศร้า

เรารู้สึกอยากออกไปจากตรงนี้ ตรงที่คณะนี้มันไม่ใช่ของเรา มันไม่ใช่ตัวเราเลย แต่เราออกไม่ได้ เราซิ่วไม่ได้เพราะเราเดินมาเกือบครึ่งทางแล้ว และทุกคนไม่อนุญาตให้เราลาออก

เรารู้สึกไม่ดีเลย...
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

15 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เด็กน้อยในสายลม
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ระบายด้วยคน

      นี่เรียนเภฯ ปีหนึ่ง โดยส่วนตัวเราพอเข้ามาเรียนเภสัชเนี่ย ผลการเรียนหล่นจาก top โรงเรียนมาท้ายคณะเลยล่ะค่ะ อีก 2-3 คะแนนก็เป็น min เซคละมั้ง 555

      เข้าใจค่ะว่าสภาพแวดล้อมมันกดดัน เพราะนี่ก็โดนบีบคั้นจนสมองเละละมั้ง 555

      รุ่นพี่บางคนบอกมาว่า 'ปีหนึ่ง ใช้ชีวิตให้สนุกเถอะน้อง' สนุกบ้านพี่เด้! หนูไม่ได้เรียนเก่งแบบพี่นะ!

      เรียนทีนี่เริ่มเห็นอนาคตละ เกรด F ลอยมากับสายลม สอบตกได้ห่วยระดับที่ไม่เคยห่วยขนาดนี้เลยสมัยมัธยม TT

      แต่พอมองไปที่เพื่อนๆ ทุกคนก็สะบักสะบอมพอกันเลยนะ ถึงเผินๆ จะมองเหมือนว่าเพื่อนดูสบายๆ กันก็เถอะ แต่ทุกคนก็เก็บซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายใน

      ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็เครียดเหมือนกัน กดดันเหมือนกัน แบกรับความคาดหวังเหมือนกัน และอ่านหนังสือแทบตายเหมือนกันหมดแหละค่ะ

      แต่เราก็ไม่คิดซิ่วนะ เราโชคดีที่มีความชอบด้านวิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิม เลยรู้สึกว่าพอจะเข้ากับคณะนี้ได้ (แม้จะสะบักสะบอมก็ตาม)

      เรื่องนึงที่ต้องยอมรับคือเภสัชก็เป็นคณะที่มีอนาคตดีนั่นแหละค่ะ อย่างน้อยตอนนี้เราก็มองออกว่าเรากำลังพยายามไปเพื่ออะไร อนาคตเราจะได้เป็นอะไร จะได้ใช้ชีวิตแบบไหน

      พี่ก็สู้ๆ เข้านะคะ มันต้องมีสักวันที่เป็นวันของเราค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าไม่ใช่จริงๆ และที่บ้านไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงิน

      อยากให้ลองคุยกับที่บ้านอย่างจริงจัง และหากรู้สึก depress มากเกินไปแนะนำให้ปรึกษาทางจิตเวชค่ะ

      เพื่อนเราหลายคนกดดัน (ไม่ใช่เภสัช แต่ทางวิทย์สุขภาพเหมือนกัน) จนต้องไปปรึกษาจิตแพทย์ บ้างก็ดีขึ้น บ้างก็ต้องได้รับยาต้าน บ้างก็ถึงขั้นแอดมิทเพราะถึงขั้นทำร้ายตัวเอง


      จริงๆ แล้วปีสองยังกลับตัวทันนะคะ เข้าใจว่าปี 1 เรียนพื้นฐาน ปี 2 เพิ่งเริ่มเข้าวิชาคณะ

      ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เข้าใจคณะตัวเองมากขึ้นว่าต้องเจอกันอะไร

      ยิ่งเรียนปีสูงๆ จะยิ่งกดดันมากขึ้นค่ะ ตอนนี้ยังไม่ถึงครึ่งทางเลย เพราะต้องเรียนถึง 6 ปี


      ยังไงเป็นกำลังใจให้นะคะ เข้าใจว่าการเรียนสิ่งที่ไม่ชอบนี่ันรู้สึกยังไง แต่เราติดที่ว่าด้วยสถานภาพทุนและครอบครัว ไม่เอื้อต่อการซิ่วค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เป็นกำลังใจให้
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าคิดจะลาออกก็ควรจะมีแผนรองรับไปคุยกับพ่อแม่นะ เช่น หลังจากออกมาแล้วจะไปสอบเข้าคณะอะไรต่อ แล้วคณะที่จะเข้านั่นมันใช่ตัวเราจริงๆ จบแล้วจะประกอบอาชีพอะไร เราว่าจบกทก็โตแล้วยังไงก็ควรวางแผนกับอนาคตตัวเองให้ได้นะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Faaah
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่ใช่ก็ออกค่ะ ทนเรียนจนจบออกมาทำก็ไม่เต็มที่ เพราะใจไม่รัก สายสุขภาพต้องขยันศึกษาเพิ่มเติมตลอด แต่ถ้าไม่ชอบมันก็เท่านั้น

      รายได้ดีจริงไม่เถียง แต่อาชีพมันเกี่ยวข้องกับชีวิตนะคะ พลาดไปก็ส่งผลกระทบหลายฝ่าย ดูอย่างสัตแพทย์เรียนจบมาเปิดคลินิคเงินดี แต่ไม่มีความเมตตาสัตว์สักนิด คิดแต่จะเอาเงิน เดือดร้อนสัตว์ต้องมาตายฟรี คนเลี้ยงต้องเสียใจอีก

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ชีวิตเราก็คล้ายๆแกนะ เราเรียนทันตะนะ เราเรียนปี1เกรดร่วงแต่ก็ประคองได้3.3กว่า แต่ะอเทอมล่าสุดปี2เทอม1เราเริ่มเรียนหนักมากแบบตก2.5 อมก. แล้วตอนเรียนพบว่ามันไม่ใช่แล้วอ่ะ เราทนชีวิตแบบนี้ไม่ได้อ่ะ บอกพ่อแม่แล้วว่าไม่อยากเรียนแล้วนะ ไม่ชอบจริงๆ เกลียดการใช้ชีวิตแบบนี้ แม่ก็บอกทนๆเรียนไปๆ เราก็ไม่รู้ว่าความอดทนเราจะจบลงตอนไหน ...

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ^^^^
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ครึ่งทางคือครึ่งทางของอะไรคะ ปริญญา หรือชีวิต ชีวิตนี้เป็นของเรานะคะ เรามีคุณค่าเสมอไม่ว่าเราจะเป็นอะไรนะ ถึงแม้ตอนนี้มองไปจะเห็นแต่กำแพงก็ตาม แต่ขอให้มีความกล้า และเชื่อมั่นนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าสมมติว่าคุยกับผู้ปกครองให้เข้าใจกันทั้งสองฝ่ายได้แล้ว

      และเขาอนุญาติให้ออกได้

      เจ้าของกระทู้สนใจจะไปเข้าคณะอะไรเหรอคะ

      เจ้าของกระทู้รู้ใจตัวเองรึยังคะ?

      แล้วถ้าเรียนคณะนั้นแล้ว เรียนจบมา ตั้งใจจะทำงานอะไร ประมาณไหนคะ?

      อะไรการันตีว่าคุณจะสามารถทำได้เหรอคะ?

      ลองตอบคำถามพวกนี้ให้ได้ด้วยนะคะ

      (ไม่ได้ถามเพื่อกดดันนะคะ แต่การจะซิ่ว ปกติจะเจอคำถามประมาณนี้ปนมาด้วย ซึ่งคุณต้องตอบให้ได้และทำให้ได้ด้วยนะคะ)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      นศ.ภ.ผู้โดดเดี่ยว
      Guest IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าไม่ไหวพี่ว่าเราไม่ควรอยู่ต่อนะคะ ยิ่งปีสูงขึ้นมันยิ่งจะหนักขึ้น ตอนนี้กลับไปยังทัน ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับทางเดินชีวิตค่ะ ถ้าเกิดทางบ้านไม่ได้ตัดขัดเรื่องการเงินก็ลองหาแผนสำรองไว้เลยว่าถ้าออกไปจะเรียนอะไร ค้นหาตัวเองดี ๆ ว่าชอบสิ่งที่จะเลือกอีกรอบจริง ๆ มั้ยเพราะถ้าเกิดไปเรียนแล้วยังไม่ชอบอีกมันก็จะวนลูปไปเรื่อย ๆ จากประสบการณ์ของพี่เอง พี่เลือกซิ่วมาเพราะพ่อแม่ขอด้วยและคิดว่าตัวเองชอบมันด้วย แต่พอมาเรียนจริง ๆ แล้วมันกลับไม่ใช่เลย มันทรมานมากเพราะมันเป็นสิ่งที่เราคิดว่าเราชอบแต่จริง ๆ แล้วเราไม่ได้ชอบมันจริง ๆ พี่เข้าใจดีค่ะ จะซิ่วอีกรอบก็ไม่ได้แล้วเพราะว่ากว่าจะรู้ตัวว่าไม่ชอบก็มาถึงปีสาม พ่อกับแม่ก็กดดันไม่อนุญาตให้ซิ่วอีกรอบ แต่ถ้าเราไปไหนไม่ได้แล้วพี่ว่าเราก็คงต้องสู้ต่อไปค่ะ หาสิ่งที่เราชอบในสิ่งที่เรากำลังเรียนอยู่ ่ไม่ต้องทำให้มันดีเลิศ เอาแค่รอดก็พอก็ได้ แล้วถ้าหน่วยกิตเหลือและทำได้ลองไปลงเรียนวิชาคณะอื่น ๆ ที่ไม่ใช่คณะเราดูค่ะ พี่ก็ทำอยู่ทุกวันนี้ อย่างน้อยก็ยังมีสิ่งที่เราชอบและทำไว้คลายเครียด มหาลัยพี่ลงเรียนเป็น Visitor ได้ คือเรียนแต่ไม่ต้องสอบและไม่เอาเกรด ก็เป็นกำลังใจเล็ก ๆ ในแต่ละเทอมได้นะคะ ท้ายที่สุดเป็นกำลังใจให้น้องเข้มแข็งและสู้ต่อไปนะคะ มีคนที่รู้สึกเหมือนเราอีกเยอะเลย เป็นกำลังใจให้คุยกับพ่อแม่ให้ได้ด้วยเช่นกัน แล้วก็ถ้ารู้สึกทนไม่ไหว เครียดมาก พี่แนะนำให้ปรึกษากับจิตแพทย์ค่ะ เพราะคนในคณะพี่เป็นแบบนี้หลายคนจนเกิดอาการซึมเศร้าและทำร้ายร่างกายตัวเองไปแล้วหลายคน พี่ไม่อยากให้เราไปถึงขั้นนั้นนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      รุ่นพี่
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พี่กำลังเรียนอยู่ปี 6 นะคะ

      ตอนเรียนมอปลายก็เป็นเด็กเกรด 3.6-3.7

      พอมาเรียนก็... เกรด 2 บ้าง 2 นิดๆบ้าง

      ปัญหาไม่ได้อยู่ตอนปี 1-2 นะคะ

      มันจะหน่วงสุดคือ ปี 3-4 ที่เรียนวิชาคณะ

      เเละพีคมากๆๆๆ เมื่อน้องฝึกงานปีสุดท้าย(โดนเฉพาะสายคลินิก) ลองทบทวนอีกทีนะคะ ว่าที่ไม่ไหวเพราะเราหวังว่ามันต้องทำได้ดีกว่านี้ไหม ถ้าใช่ยังไงก็ต้องสำเร็จถ้าเราตั้งใจที่จำทำ หรือถ้าไม่ชอบจริงๆ ไม่เรียนไม่เอาเเล้ว ลองไปคุยกับที่บ้านดูนะคะ เอาเเผนสำรองไปคุยกันดูว่าไม่เรียนเภสัชเเล้วน้องจะทำอะไรต่อ ... ปี 2 ยังไม่ใช่ชีวิตจริงของการเรียนเภสัชนะ (ปล.ที่คณะลาออกเเละดรอปเรียนทุกปี)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ffff
      Guest IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอออกตัวก่อนไม่เคยตอบกระทู้ในเด็กดีเลย นี่ครั้งแรก อ่านแล้วเหมือนตัวเองมาพิมพ์ อยากเข้ามาให้กำลังใจน้องแล้วแชร์ประสบการณ์ พี่ก็เคยผ่านจุดนี้มาตอนปี2 เครียดมาก ตอนปี1เกรดพี่โอเคนะ แต่พอเข้าปี2เริ่มเรียนวิชาในคณะรู้สึกไม่ใช่ทางอย่างแรง เหมือนตัวพี่นะจะค่อนข้างชอบทางคณิตศาสตร์อะไรทำนองนี้มากกว่า อยากลาออกไปเรียนบัญชี เอาคะแนนแอดยื่นแอดเข้าบัญชีฬได้แต่ทางบ้านไม่ให้ไป จริงๆตอนนั้นเครียดจนเป็นanxietyเลย ต้องกินยาอยู่เรื่อยๆ กินๆหยุดๆ เป็นๆหายๆ ตอนนี้พี่อยู่ปี4แล้ว ค่อนข้างทำใจได้แล้วพอมานึกย้อนกลับไปถามว่าเสียใจไหมที่ตอนนั้นไม่ลาออกบอกเลยว่าเสียใจมาก ทุกวันนี้คือยิ่งเรียนปีสูงๆเหมือนยิ่งต้องอยู่กับอะไรที่ไม่ชอบ ยิ่งนึกถึงอนาคตยิ่งเครียดรู้สึกว่าไม่ชอบไม่อยากทำงานอะไรในด้านนี้เลย เอาจริงๆทุกวันนี้ก็เรียนเพื่อให้ได้ใบปริญญาเฉยๆ จบมายังไม่มีแพลนเลยว่าจะทำอะไร5555 อยากบอกน้องว่าไม่ต้องแคร์ทางบ้านมาก เลือกไปเลยทำในสิ่งที่ตัวเองชอบดีกว่าจริงๆ แต่ถ้าน้องยังไม่แน่ใจลองคุยกับรุ่นพี่ในคณะเภสัชหรือรุ่นพี่ในคณะที่น้องสนใจดูก่อนว่าการเรียนการทำงานเป็นยังไง ลองถามเพื่อนๆให้ลองวิเคราะห์ดูว่าอย่างเราน่าจะเหมาะกับอะไร แต่ที่สำคัญที่สุดดคือตัวเองนะ ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางเลยพยายามหาในสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่ต้องสนใจทางบ้านเชื่อพี่เถอะ เพราะพี่ก็ซัฟเฟอร์กับชีวิตมากก55555 ไม่รุ้ว่ามหาลัยของน้องเข้าแล้วเลือกภาคเลยไหม แต่ของพี่ค่อนข้างโชคดีที่เลือกภาคหลังจากเรียนวิชาในคณะไปบ้างแล้ว พี่เลยเลือกสายโรงงาน เพราะไม่ไหวกับสายบริบาลจริงๆแต่ก็ไม่ได้ชอบสายโรงงานนะ55555

      เห็นน้องเครียดเรื่องเกรดกับการแข่งขันในคณะ เอาจริงเกรดพี่ก็ไม่ได้ดี5555 3นิดๆไม่ถึง3.5 แต่อยากจะแนะนำในกรณีที่น้องเลือกจะเรียนต่อ เอาจริงๆเรื่องเกรดพี่ก็ปลงๆเรียนแบบปล่อยๆแต่ก็พยายามถูๆไถๆไม่ให้F5555 เอาจริงมันก็เศร้าเหมือนกันเมื่อก่อนคือเป็นคนทุ่มเทกับการเรียนมาก เดี๋ยวนี้คือเรียนพอผ่าน พยายามทำใจ ยืมเพื่อนลอกบ้างอะอันไหนที่ไม่เข้าใจ เอาจริงๆถ้าเราไม่ไหวมากๆ ทำวิธีพี่พอได้นะ ฟังไม่เข้าใจหรือยังไงก็ปรึกษาเพื่อนอะไรเงี้ยก็โอเคอยู่

      แต่สำคัญอยากให้ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางเลยเรื่องนี้ไม่ต้องแคร์ทางบ้านจริงๆเพราะเราต้องอยู่กับมันไปทั้งชีวิต สุดท้ายก็แล้วแต่น้องตัดสินใจนะ สู้ๆนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      mpsw
      Guest IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เหมือนเราเลย เราไม่ได้อยากเรียนเภสัช แต่สมัครไว้ให้ที่บ้านสบายใจ แล้วดันสอบติด (จริงๆเราสอบติดอีกคณะที่ตั้งใจไว้ มหาลัยเดียวกันเลย แต่ Clearing House สุดท้ายที่บ้านก็ให้เลือกเภสัช) ตอนเรียนปี 1 เทอม 1 มันก็ไม่ได้ยากมากนะ พื้นฐาน แต่เราไปเรียนแบบไม่มี motivation เลยอ่ะ จากม.ปลายเกรดได้สวยๆ เข้าเภสัช เกรดมหาลัยครั้งแรกได้ระดับกลางๆ เพราะวิชาที่ไม่ชอบในสายวิทย์บางวิชาถ้าเราแอนตี้คือมันก็ทำไม่ค่อยได้


      แต่ความหายนะคือปี 1 เทอม 2 ที่เริ่มเรียนวิชาเฉพาะมากขึ้น เราโคตรไม่ชอบ ตอนนั้นรู้ตัวแล้วว่าไม่ใช่ทางแน่ๆ เลยแอบไปสมัครยื่นคะแนน Admission 61 ใช้คะแนนเก่าไว้ พอเกรดปี 1 เทอม 2 ออก เราได้ F มาวิชานึง ทำให้เรียนต่อในวิชาผลิตยาไม่ได้ ซึ่งมันมี 5 ตัว เรียนต่อกันตั้งแต่ปี 2 เทอม 1 ไปจนถึง ปี 4 เทอม 1 (พวก ยาเม็ด ครีม น้ำ ไรงี้) ทำให้เราต้องจบช้ากว่าเพื่อนไป 1 ปี เพราะถ้าเก็บวิชาสายนี้ไม่ครบ ก็ไปฝึกงานไม่ได้ และฝึกงานปี 6 มันเป็นแบบรายปี ถึงเราจะเก็บครบในครึ่งปี สุดท้ายก็ต้องรอเค้าฝึกพร้อมกันทั่วประเทศในอีกปีนึง


      พอประกาศผลแอด เราติด IR คณะที่อยากเข้า (ที่ปีที่แล้วไม่กล้ายื่น แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรให้เสี่ยงเลยลองยื่นไป) และเป็นมหาลัยในฝันที่เป็นฝันสูงสุดของเราเลยนะ เราโคตรดีใจ เราก็บอกที่บ้าน แต่เค้าก็ไม่ยอม ยังไงก็จะให้เรียนเภสัช ถึงจะจบช้า 1 ปีก็ไม่เป็นไร เราก็คุย เราง้อ ยื้อจนใกล้วันสอบสัมภาษณ์ เราต้องบินไปสัมภาษณ์อีกม.นึงซึ่งไกลจากม.ที่เราเรียนมากๆ ซึ่งตอนนั้นตรงกับเรียนซัมเมอร์พอดี และวันสอบสัม ดันตรงกับสอบไฟนอลซัมเมอร์ คือเราต้องเลือกระหว่าง บินไปสัมแล้วได้ F ขาดสอบทันที กับสอบไฟนอลซัมเมอร์และทิ้งฝันของเราไป


      สุดท้ายก็ไม่ทันอยู่ดี ที่บ้านไม่ยอมให้ไป ไม่ support ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายที่กินที่พักใดๆ เราก็เลยต้องทิ้งมันไป และเรียนเภสัชของเราต่อ และพอเทครั้งนี้ พอลงทะเบียนวิชาของปี 2 จะไม่สามารถสมัครได้อีกแล้ว ถ้าจะยื่นคะแนน ต้องลาออกก่อนเท่านั้น ทีนี้เคว้งคว้างเลยสิ


      พอเปิดเทอมปี 2 เทอม 1 เริ่มมีวิชาฝั่งแพทย์ อนาโตมี่ สรีรวิทยา พวกนี้ เราโคตร suffer แบบคนรอบข้างยังดูออกว่าเราไม่ค่อยยิ้ม ไม่ค่อยพูดติดตลกแบบเมื่อก่อน แต่เราดูตัวเองตลอดนะ ไปทดสอบสุขภาพจิตอะไรพวกนี้ ก็คือไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า (ตอนนี้ยังนะ อนาคตไม่รู้ 5555) ก็โอเค เรียนต่อไปได้ เกรดออกมาคือย่ำแย่มาก ได้ F สะสมมาเพิ่มอีก 1 ตัวแล้ว แต่ที่บ้านก็ยังให้เรียนต่อไป มีการปลอบใจ ไม่เป็นไร สู้ต่อ จบช้าแต่ชัวร์อะไรก็ว่าไป มันให้เรียนได้เกินไปเป็น 12 ปีก็เรียนไป เฮ้อออออออออ


      ตอนนี้เพิ่งเปิดเทอม 2 ของชีวิตปี 2 เราเรียนคาบแรกก็พอจะมองอนาคตตัวเองในวันประกาศเกรดออกละ 55555+ ก็ต้องสู้ต่อไป


      ตอนที่อาจารย์ที่ปรึกษาเรียกพบ เค้าก็เข้าใจเรานะ แต่คือ ถ้าจบเภสัชไปมันก็ยังมีใบประกอบวิชาชีพติดตัว ถ้าไม่อยากเป็นเภสัช อยากทำอย่างอื่น สุดท้ายจริงๆถ้ามันไม่สำเร็จก็ยังมีใบประกอบวิชาชีพนี้ช่วยเราได้ ให้เราทำงานในสายงานที่ไม่ใช่ว่าใครจะมาทำแบบเราได้


      ตอนดูเกรด อาจารย์ก็รู้เลย พวกวิชาสายวิทย์ตัวแพทย์ เราเกรดแย่มาก

      แต่ฝั่งวิชาสังคม กฎหมาย ภาษา เราลงภาษาที่ 3-4 ด้วย คือฝั่งนั้นเรา A เกือบทั้งหมด อาจารย์ก็แนะนำว่าให้เราลองใช้ทักษะตรงนี้ของเราต่อยอดในวิชาชีพเภสัชได้มั้ย ถ้าที่บ้านยังยืนยันให้เรียนจริงๆ ซึ่งตรงนี้เราก็จะลองไปคิดดู


      ตอนนี้เรายังอายุไม่ถึง 20 แต่เราลองคิดดูว่า ถ้าเอาครบ 20 เมื่อไหร่ เราจะสามารถทำเรื่องลาออกเองได้โดยที่ไม่ต้องมีผู้ปกครองมาเซ็นรับรองแล้ว เราจะแอบลาออกแล้วไปเรียนในสายที่เราชอบดีมั้ยน้าาาาา 5555555555 เซอร์ไพรส์ที่บ้านไปเล้ยยยยยยย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แล้วจะทนอยู่กับสิ่งที่ไม่ชอบไปตลอดชีวิตหรอ คิดดูว่า 2 ปียังขนาดนี้ ถ้าทำทั้งชีวิตจะขนาดไหน


      พูดให้พ่อแม่เข้าใจเถอะค่ะ บอกเค้าว่าเราไม่สามารถทำมันได้ตลอดชีวิต โชคดีแล้วที่รู้ตั้งแต่ 2 ปีแรก ดีกว่าเรียนจบแล้วเพิ่งรู้ว่าไม่ชอบ


      เรียนในสิ่งที่ตัวเองสนใจ ลองดูจากงานอดิเรกก็ได้ค่ะว่าชอบทำอะไร หรือเวลาทำอะไรได้เราภูมิใจ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกดีกับสิ่งที่เราทำก็แปลว่าเราชอบมันนั่นแหละ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Miss J
      Guest IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จากใจเด็กเรียนจบเภสัช ตอนม.ปลายรู้แค่ว่าตัวเองชอบ เคมี คณิต ฟิสิก สอบติดวิศวะ ชอบเรียน แต่สังคมผู้ชายเต็มไปหมด เราเป็นหญิง ถึงจะบอกว่าเท่าเทียมแต่ความจริงในวิชาชีพคือ เราต้องแมนๆ พอคุมลูกน้อง แต่เรามุ้งมิ้ง เฮ้ยยย เลยหันมาเรียนเภสัช พอมาเรียนโอ้วโหวววว เราถนัดคิดคำนวน จิตนาการ ท่องจำไม่ถนัด งานเข้ามากกกกก ตอนเรียนทรมานมากกกก....กัดฟันเรียนสุดๆ เพราะในครอบครัวไม่มีใครสายสุขภาพ เราเป็นความหวังพ่อแม่แก่ ป่วยเข้าโรงพยาบาล คำศัพท์อะไร พ่อเราเป็นอะไร งงๆคุยกับหมอ พอนึกถึงตรงนี้แล้วมีแรงฮึดขึ้นมา ตั้งใจเรียนจนจบ... พอจบมา ตั้งใจทำงานหาเงิน...ทำโรงพยาบาล กับร้านยา คนไข้ บัตรทอง เงินสด ประกันสังคม ประกันสุขภาพ ...จ่ายยาให้ความรู้แบบกระชับ แต่จัดเต็มทุกเม็ดที่สำคัญ รู้สึกเหมือนเค้าเป็นญาติ ...จ่ายยาไปนึกถึงพ่อที่เป็นความดัน เคย สูบบุหรี่กินเหล้า ผลเป็นยังไง...ยาที่จำเป็นต้องกินคือต้องกินนะ ห้ามหยุดยาเอง สมุนไพรดี แต่ในโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดัน ไขมัน มะเร็ง และบลาๆ ควรยึดยาเเผนปัจจุบัน เพราะมีปริมาณสารสำคัญเท่ากันทุกเม็ด เช่น 5mg เท่ากันทุกเม็ด แต่สมุนไพร 1ใบเท่ากัน แต่ในหนึ่งมี 5mg อีกใบมี10mg สารสำคัญไม่เท่ากัน ผลกันรักษาไม่สม่ำเสมอ ซึ่งตามการรักษา ต่างกันแค่ 5mg กับ 10mg มีผลทำให้อาการทรุดนอนโรงยาบาลได้เลย ดังนั้นอย่ากลัว ยาแผนปัจจุบัน บอกกลัว ตับ ไต พัง ไม่จริง หากกินตามปริมาณ เกณฑ์ ที่เภสัชกรคำนวนให้มันน้อยมากปลอดภัย ร่างกายขับส่วนของเสียออกมาได้ไม่ต้องเป็นห่วง ยกเว้นในบางสภาวะเท่านั้น ที่เสี่ยงตับไต แต่อาจเพราะโรคอยู่แล้ว หรือต้องเลือกชีวิตมาก่อน...พิมพ์ซะยาว...สรุปนะคะ...อาชีพเภสัชกรเป็นอาชีพที่ดีมากตรง ได้เข้าใจสุขภาพ ของตนเอง พ่อ แม่ ผู้อื่น ใช่มันเรียนยากเลือดตากระเด็น เพราะต้องแบกรับความรับผิดชอบของชีวิต...ลักษณะงาน โรงพยาบาล ร้านยา โรงงานยา องค์การเภสัชกรรม อย. สสจ เรียน คลีนิก กฏหมาย ควบคุมคุณภาพยา ผลิต สกัดสมุนไพร โครงสร้างยา ซึ่งพอทำงานจริงความรู้มันอัพเดทเราต้องสืบค้นจากเน็ท และหาคำตอบๆคนไข้ หมอ พยาบาล หรือเพื่อนความงาน ที่ช่วยกันหาข้อมูลให้ได้ในเวลาจำกัด...ทุกอาชีพที่สุจริต มีขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา สิ่งต่างๆ ลองคิดทบทวนดูคะ ว่าปัญหาอะไร ที่น้องสามารถแก้ได้ สนุกกับมันได้ มีรายได้เลี้ยงตนเองพ่อแม่ได้อิ่มท้อง ไม่ลำบาก ทุกวันนี้ เจอคนไข้ชมมากมาย กับความรู้ ความจริงใจ ที่เราไม่เคยกัก แต่ก็มีเจอเหวียงเช่นกัน เราเข้าใจ ได้เพราะเค้าป่วย อาจหงุดหงิด ใจร้อนมากกว่าปกติ ก็ go on คะ ก้าวผ่านปัญหาได้ปัญหาหนึ่ง น้องก็จะโตขึ้น ค่อยๆ เเก้ปัญหาไปทีละ ปัญหาที่เราแก้ได้ แล้วมันจะค่อยๆดีขึ้นอย่างแน่นอน อย่าท้อนะคะ ทำเต็มทีในทุกๆเรื่อง แล้วสิ่งที่เราอย่างทำจริงๆมันจะออกมา ลองถามจิตใต้สำนึกตัวเองลึกๆสุดๆดูคะ เป้าหมายชีวิตสูงสุดเราคือ อะไร 1 รองลงไป 2. รองลงไป 3.,4,5 อะไรที่เราทำได้ตอนนี้บ้าง เพื่อ 1,2,3,4,5 ลองดูคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Summer
      Guest IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่ใช่เธอคนเดียวหรอที่รู้สึกแบบนี้ เธอไม่ได้แปลกแยกหรือแตกต่งจากคนอื่นหรอก ลองมองรอบๆอย่างน้อยก็มีคนมี่มาเม้นนี้แหละที่รู้สึกเหมือนเธอ เราก็เช่นกัน555 มีทางเลือก2ทางสำหรับคนแบบเราๆ คือ1 ลาออกไปเดินทางอื่นซึ่งสำคัญคือเราต้องตอบให้ได้ว่าออกไปแล้วจะทำยังไงต่อ ไปเรียนอะไร หนทางเป็นยังไง แต่เราตอบตัวเองไม่ได้เลยต้องเป็นข้อ2คือ ทนเรียนต่อ มีอยู่ช่วงนึงเราดาวน์มาก ไม่รู้จะไปต่อยังไงเลยหาคลิปพัฒนาจิตดู เจอthe standard แนะแนว ของพี่ลูกกอล์ฟ ตอนที่แม่โอปมา แม่พูดว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ทำในสิ่งที่รัก แต่คนที่ทำในสิ่งที่ไม่รักได้ดี ไม่ว่าอะไรนอกจากนี้เขาก็ทำได้ ตอนนี้เรากำลังพยายามอยู่ เราเชื่อว่าสักวันเราจะเจอสิ่งที่รักและอยากทำมันจริงๆ ระหว่างนี้เราก็ค่อยๆเติบโตอย่างแข็งแรง พร้อมรับทุกโอกาส#หวังว่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย55

      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เสียที่คนอยากเป็นเภสัชกรจริงๆ


      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป