(ชวนถาม+ชวนคุย)ขอถามเรื่องที่ค้างคาใจหน่อยค่ะ [ยินดีให้แชร์]

วิว
.
 .
.
.
ทุกคนเคยแลกของขวัญในห้องกันไหมคะ? เราเคยค่ะ
ทุกๆปีจะมีการแลกของขวัญ เราก็ตื่นเต้นที่จะได้ของขวัญค่ะ
พอถึงการแลกของขวัญ-เราก็ตื่นเต้นมากๆ อยากได้ของคนที่เรารักมากๆค่ะ
ครูซุ่มเลขที่เป็นเวลาต่อมา
คนที่ถูกได้รางวัลเพื่อนก็จะโห่กันใหญ่เลยรวมถึงเราด้วยค่ะ
แต่พอครูประกาศเลขที่เรา
กลับ....
ไม่มีเสียงเพื่อนสักคนค่ะ
ไม่มีใครโห่เราแบบคนอื่นๆเลยค่ะ
เราก็ได้แต่เอาหน้ากากปิดความเสียใจเอาไว้ค่ะ
พอจบการแลก
เราก็ค้างคาใจมากๆว่าทำไมถึงไม่แสดงความเห็นอะไรเลยแม้แต่คนเดียวค่ะ
เป็นแบบนี้ทุกปีค่ะบางคนก็ซุบซิบอะไรตอนแลกของขวัญค่ะ
คาใจมากๆ
ใครก็ได้ถ้ารู้ก็ตอบได้นะคะ
จะได้เข้าใจ

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #6
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้


    (ชวนถาม+ชวนคุย)ขอถามเรื่องที่ค้างคาใจหน่อยค่ะ





    ใครก็ได้ถ้ารู้ก็ตอบได้นะคะ

    จะได้เข้าใจ



    สวัสดีค่ะ


    โอเคค่ะ ช่วยตอบเพื่อเป็นการแบ่งปันประสบการณ์กันเล่นๆสนุกๆนะคะ


    และเหตุการณ์ที่จะแบ่งปันนี้หรือ ก็เป็นเหตุการณ์ของเจ้าของเม้นต์เองค่ะ



    ก่อนอื่น เม้นต์นี้...การตอบเม้นต์ต่อไปนี้...เข้าใจว่าต้องลากยาวๆ เพื่อที่จะเห็นได้ซึ่งเหตุการณ์โดยรวม...ซึ่งเกิดขึ้นในห้องเรียน หรือแม้ในสังคมของห้องเรียน และวัฒนธรรมของโรงเรียนค่ะ


    เพราะจริงแล้ววัฒนธรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในสถานที่นั้นๆ ก็มีส่วน...ทำให้นักเรียน คิด ทำ เป็น ความแตกต่างกันผ่านการแสดงออกนั้น...ก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ


    เพราะฉะนั้นเม้นต์นี้ดูจะต้องยาวๆ คือจะตอบเป็นคล้ายการเล่า เป็นเรื่งสั้น ตอนยาวๆ หนึ่งตอนนะคะ


    คุณจ้าของกระทู้ได้เห็นภาพเหตุการณ์ เห็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนค่ะ


    คุณอ่านเล่นๆ ไม่ซีเรียสนะคะ


    ก่อนอื่นนะคะ เข้าใจว่าวัฒนธรรมการแลกของขวัญนี้หากจำไมผิดจะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงอนุบาล จนไปถึงมัธยม3 หรือบางที่ทางโรงเรียนอาจจะจัดขึ้นไปจนถึงมัธยม6 ซึ่งเป็นวัฒนธรรมพื้นฐานของโรงเรียน หรือของห้องเรียนนั้นๆนะคะ


    และการจัดงานการแลกของขวัญนี้ก็จะจัดในช่วงปีใหม่ หรืออาทิตย์สุดท้าย...ในเดือนธันวาคมก่อนโรงเรียนปิดในช่วงเทศกาลค้อนรับปีใหม่นะคะ

    (เจ้าของเม้นต์นี้ชอบห่อกล่องของขวัญเป็นช็อคโกแล็ตกล่องใหญ่ๆโดยขอให้ทางบ้านช่วยเป็นภาระซื้อให้ค่ะ คืออยากให้ผู้ที่ได้ไปยินดีด้วยนะ)


    งานนี้สนุก ตื่นเต้น ทุกปีจริงด้วยสิเนาะ


    ตื่นเต้นนะว่าใครจะได้กล่องของเราไป555


    และเราจะได้กล่องของใครมานะ


    หากแต่จำไม่ผิดในโรงเรียนที่เรียนอยู่ไม่มีการโห่ร้อง หรือไม่มีการแซวกันค่ะ


    เพราะที่โรงเรียนเคร่งครัดเรื่องความเป็นระเบียบ คือไม่ให้เกิดความอื้ออึง หรือเกียวกราวเกินไป หากแต่ให้ปรบมือให้กันและกัน เมื่อเพื่อนอีกคนเปิดกล่องที่ตนได้


    ทุกครั้งที่เพื่อนๆเปิดกล่องทุกๆคนก็ปรบมือ


    และยิ้มให้ด้วยความยินดี หลังจากช่วยลุ้นด้วยความตื่นเต้นในขณะที่เขา หรือเธอทำการ แกะหรือเปิดกล่อง


    สนุก ตื่นเต้นจริงด้วยสิเนาะ


    ส่วนในเรื่องของความรู้สึกที่หวังว่าคนที่เราถูกชะตาเป็นพิเศษ หรือที่เราภาคภูมิใจในตัวเขาเป็นพิเศษนั้น อาจจะมีอยู่เช่นกันนะ


    คือในส่วนลึกๆเรา ซึ่งอยู่ในช่วงวัยนั้น หากจำไม่ผิดความรู้สึกต่อการแลกของขวัญนี้ จำได้ในปีที่เรียนอยู่ในชั้นป.6(คือเราทุกๆคนกำลังอยู่ในวัยซุกซน และไร้เดียงสาจริงด้วยสินะ555)คืออยากให้เขาได้ กล่องของเราจริงด้วยสิ


    และเพื่อนคนนั้นในห้อง คือหัวหน้าชั้นค่ะ


    อยากให้เขาได้กล่องของเรา อยากให้ช็อคโกแล็ตกล่องโตให้เขาได้เป็นของขวัญจากเรานะ


    หัวหน้าชั้นนะ เขาเป็นผู้ชาย หน้าตาดี นิสัยดี เรียนเก่ง เป็นผู้ใหญ่เกินตัว มีความรับผิดชอบสูง เป็นคนที่สามารถพูดคุย แลกเปลี่ยนอะไรๆได้มากมายจากครูประจำชั้น หรือแม้กับผอ. คือเขาทำหน้าที่แทนทุกๆคนในห้องเรียนได้ดีเยี่ยม



    เรานะก็แอบสังเกตุตลอดมา เก่งจริงด้วยสิ ภูมิใจในตัวหัวหน้าของเรานะ5555 จริงแล้วเขาถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าตั้งแต่ชั้นป.1 คือเราเห็นผลงานเขาตลอดมา


    จากเวลาที่ผ่านมาเรารู้จักคุณภาพของเขาเป็นอย่างดี



    และก็นะ แน่นอนหล่ะว่า...หัวหน้าของเราก็เป็นที่กล่าวขานของเพื่อนๆทั้งหญิง และชายในห้องเรียน หรือแม้ทั้งโรงเรียนเลยด้วย(เขามีแววดี เป็นที่สะดุุดตาของทุกๆคนเป็นธรรมดามั้งเนาะ เขาเป็นที่รักใคร่ ภูมิใจของครูทุกๆคนด้วย)


    เคยได้ยินเพื่อนๆผู้หญิงด้วยกันพูดเล่นๆกัน หรือล้อเล่นกันว่า หรือจริงเราไม่รู้ได้ ว่าหลายๆคนมีความรู้สึกพิเศษกับหัวหน้าชั้น คือเราเดินผ่านๆกลุ่มไปก็ได้ยินแว่วๆ


    เมื่อได้ยินก็รับรู้ไว้ เข้าใจด้วยนะว่าเขา หัวหน้าเป็นคนที่หลายๆคนมีความรู้สึกดีด้วย คือเข้าใจว่าเหตุนี้เกิดขึ้นได้เป็นธรรมดานะ แม้เราเองก็รู้สึกภูมิใจในตัวเขาด้วยเช่นกัน


    หากแต่โดยส่วนตัวเป็นเพียงความรู้สึกว่าภูมิใจที่เขาเก่ง เขามีความรับผิดชอบ เขารับหน้าที่เป็นหัวหน้าชั้น เพื่อเป็นผู้ที่รับงานหลายๆอย่างเพื่อเราทุกคนในห้อง ก็เท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านั้นค่ะ



    อีกอย่างนะ เราเอง คือเจ้าของเม้นต์เป็นคนที่ซุกซนมากๆโดยนิสัยส่วนตัว ชอบปีนป่าย เลิกโรงเรียนแล้วก็ไปต่อ เรียนอดิเรกวิทยายุทธการต่อสู้บ้าง หรือไปเรียนขี่ม้าบ้าง หรือไปเรียนวินเซิร์ฟ หรือเรียนยิงธนูบ้าง หรือไปเรียนฟันดาบ วันเสาร์ วันอาทิตย์วันหยุดก็ชอบที่จะให้ผู้ใหญ่พาไปทะเล ไปว่ายนํ้า ไปดำนํ้า หรือไปภูเขา ขึ้นเขา ปีนเขา หรือเข้าป่าเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ตัวเล็กๆเลยด้วย


    และเวลาเล็กน้อยที่เหลือ ผู้ปกครองก็พาไปวัดค่ะ5555 คือจริงแล้วไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นนะ


    ชอบอดิเรกที่ผาดโผนมากๆ ตั้งแต่รู้ความ คือเราเป็นคนที่ดูไม่ใช่ผู้หญิงนะ หลายๆคนจึงรู้สึกว่าเราน่าจะเป็นทอมด้วยซํ้า5555


    คือจริงแล้วภาพลักษณ์ของเราอาจจะไม่เคยได้รู้สึกใส่ใจเพื่อนๆผู้ชายคนใด เป็นพิเศษเช่นผู้หญิงคนอื่นๆ


    นอกเสียจากในโอกาสที่ต้องรำ หรือฟ้อน หรือร้องเพลง หรืออาจจะเป็นกิจกรรมที่ต้องทำในกิจกกรรมร่วม หรือที่รับหน้าที่เพื่อเป็นตัวแทนของชั้นเรียน หรือของโรงเรียน คือต้องฝึก...และต้องร้อง ต้องรำ ต้องฟ้อน ก็จะตั้งใจมากมาย เพราะชอบมากด้วยเช่นนะ


    และทุกครั้งจะถูกเพื่อนๆแซว...ว่าถึงเวลาแล้วที่เรานะต้องแปลงร่างหล่ะนะ5555


    เป็นนางรำ ได้แต่งตัวสวยๆก็ชอบมากๆด้วยเช่นกันค่ะ งานนี้ออกฉากเมื่อไรนะคะ เสียงโห่ร้องสนั่นหวั่นไหว555 ทั้งเพื่อนผู้หญิง ผู้ชายนะ


    คืองานเช่นนี้อาจจะเป็นวันครู หรืองานกิจกรรมกลางแจ้งในวันสำคัยต่างๆ ถูกจัดขึ้นเป็นเวทีกลางแจ้ง ทั้งโรงเรียนทำงานร่วมกัน งานเช่นนี้ทางโรงเรียนปล่อยผี คือปล่อยให้โห่ร้องได้


    เสียงโห่ร้องนั้นทำให้เรามีความมั่นใจยิ่งขึ้น มีความตั้งใจที่จะทำให้ดีที่สุดเพื่อเพื่อนๆด้วย รู้สึกเช่นนั้นนะ


    มาถึงตรงนี้...เราก็ปล่อยยิ้มหวานได้หล่ะ555

    (ทำให้นางรำหน้าตาดีมีราศรีเพิ่มขึ้นเนาะ5555)


    หากแต่เพือนๆผู้หญิงบางคนเคยบอกว่าเรานะ เกิดมาหล่อกระแทกใจ ปากนิดจมูกหน่อย ลงตัวเป๊ะๆ5555 ในโอกาสที่เรารับบทเป็นตัวละครชาย เช่นเมื่อเล่นเป็นพระรามเป็นต้น

    (เป็นผู้หญิงเกิดมาหล่อ กรรม สินะเรา ในเลขห้ามีนํ้าตาซ่อนอยู่ ฮื้ออ)



    คือทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...และสิ่งแวดล้อมในส่วนบุคคลในห้องเรียนในช่วงนั้นค่ะ


    คืออยากบอกคุณว่าจริงแล้วในช่วงวัยดังกล่าวการละเล่น การพูดคุย หรือการโห่ร้อง หรืออารมณ์มากมายที่เกิดขึ้นได้จากเพื่อนๆ หรือก็มีความแตกต่างกันไปได้เป็นธรรมดาค่ะ


    สรุปคือการแลกของขวัญของเข้าของเม้นต์นี้ ไม่มีอะไรตื่นเต้น เป็นพิเศษค่ะ


    ความรู้สึกตื่นเต้นนั้นมีเกิดขึ้นจริงนะ แต่ไม่มีอะไรพิเศษกว่าที่เราสนุกสนานร่วมกันค่ะ


    หากแต่เมื่อวันที่จบป.6 วันที่เราๆจะต้องบอกลาเพื่อนๆร่วมห้อง...ในการที่เราต้องจากกันแบบจริงจังในวันนี้ เป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกพิเศษซึ่งเราสามารถสัมผัสได้จริงด้วยสินะ


    คืออารมณ์ที่อาลัย อาวรณ์ ที่มีต่อเพื่อนๆค่ะ


    สำหรับตนนั้นรู้สึกเศร้าโศรก และอาลัย อาวรณ์มากมาย เพราะเป็นคนที่เปราะบางมากๆในอารมณ์เหล่านี้ คือเสียใจมากมายนะ


    และวันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายที่เราจะมีโอกาสได้เห็นหน้าพูดคุยกันเช่นทุกๆวัน คือในทุกๆวันที่ผ่านมาในทุกๆคนอยู่ในห้องเรียนด้วยกันวันละหลายๆชั่วโมง เรามีโอกาสทำกิจกรรมมากมายร่วมกันมาเป็นเวลายาวนาน เกิดเป็นความเคยชิน ต่อกันและกันเป็นธรรมดา


    และโดยธรรมชาติของเด็กๆในวัยนั้น ความรู้สึกเหล่านี้ เป็นอะไรที่วิเศษมากมายนัก


    เราเรียนด้วยกัน เราเล่นด้วยกัน เราทำกิจกรรมต่างๆด้วยกันมามากมาย คือเรามีส่วนร่วม...ต่อกันและกัน มันทำให้มีคุณค่า มีความหมายต่อความรู้สึกจริงด้วยสิ


    และวันนั้น...วันสุดท้าย หัวหน้าห้องคนเก่งก็เอ่ยขึ้นเป็นทางการในชั่วโมงสุดท้ายก่อนเราจะต้องจากกัน


    เขาบอกว่าขอให้ทุกๆแลกรูป1ใบ(คือทางโรงเรียนสั่งให้ถ่ายรูปของแต่ละคนไปด้วยคนละ12ใบ)ของตนด้วยความสมัครใจต่อเพื่อนคนที่ตนคิดว่าเขา หรือเธอรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษด้วยความสมัครใจ และรูปที่เหลือให้ทุกๆคนแลกกันเพื่อเก็บรูปเพื่อนไว้เป็นความทรงจำ หรือเป็นอนุสรณ์


    และเขาเอง คือหัวหน้าชั้น เขาขอนุญาตขอแลกเปลี่ยนเป็นคนแลก


    ทุกคนเห็นด้วย และยินดียิ่ง


    และ คนที่เขาขอแลกคือเราเอง...ค่ะ


    และทั้งห้องเงียบกริบไปพักหนึ่ง และสักพักก็มีเสียงปรบมือสนั่น


    เราเองหรือ ก็ช็อคสิคะ 5555 วันนี้หัวเราะได้หล่ะ แต่วันนั้นซ็อคจนเกร็งเลยด้วย แม้เราจะเป็นเด็กในวัยนั้นก็จริงแต่ทำให้เรางง และสับสนได้จริงด้วยสินะ


    ถามเขาขึ้นมาว่าเป็นความจริงหรือ เขาเอ่ยชื่อผิดหรือไม่ เขาบอกว่าไม่ เอารูปของเธอมา เราแลกกัน


    พูดแล้วเขาก็คว้ารูปของเราที่กองอยู่บนโต๊ะของเรา และวางรูปของเขาลงที่โต๊ะ ให้เรา


    จริงแล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยแสดงอาการที่ว่าเขารู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนร่วมห้องที่พิเศษแก่เขาแต่อย่างใด เขาให้ความเป็นกันเอง ช่วยเหลือเพื่อนๆร่วมห้องไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่างไร ในยามที่เขาต้องช่วย


    ในวันนั้นนะงง ช็อค ดีหน่อยที่เรามีเวลาที่บอกลากันไม่ถึงชั่วโมง เพราะเป็นชั่วโมงสุดท้ายสำหรับการจบ หรือสิ้นสุดในภาคเรียนนี้ ช่วยให้ความสึกงง งวยนั้นผ่านไปได้ในที่สุด

    (ในเหตุการณ์นั้นทำให้เราเกิดความปลาบปลื้ม ปิติ ยินดี บอกกับตัวเองว่าเรานะโชคดีเสมอเลย ขอบคุณชีวิต ขอบคุณหัวหน้า แม้เราจะมีความรู้สึกงง แต่ความยินดี ปรีดิ์ดาก็มีมาล้นเหลือ)


    และเมื่อเดินออกมาเพื่อไปขึ้นรถ มีเพื่อนๆหลายๆคนบอกว่าเธอกับหัวหน้านะมีรูปภาพที่สวยงาม เหมาะสมกันมาก เราทุกๆคนรู้มานานแล้วด้วยว่าเหมาะสมมกันดี พูดแล้วเขาก็เอารูปของเรา และหัวหน้ามาเทียบกันให้ดู


    ดูแล้วก็เกิดเป็นความรู้สึก...แปลกๆได้จริงด้วยสินะ แปลกมากเลย แต่ก็เป็นปลื้มค่ะ


    และในที่สุดเราๆทุกๆคนก็จากกันไป


    หลังจากวันนั้น ทุกคนต่างแยกย้ายกันไป ตามวาระ บางคนต้องมีอันโยกย้ายตามคุณพ่อคุณแม่ไปเรียนต่อที่ต่างๆ ห่างไกลกันไป


    เวลาผ่านไปพักใหญ่ เจ้าของเม้นต์ก็ได้มีโอกาสพบเจอเพื่อนบางคนซึ่งเรียนห้องเดียวกันในวันนั้น และเขาก็ให้ข่าวคราวมาว่า หัวหน้าชั้นของเราได้เป็นนายแบบแนวหน้าชั้นนำ...และได้ย้ายตัวเขาเองไปเป็นนายแบบที่ญี่ปุ่น...ในขณะนั้น


    ซึ่งมาถึงวันนี้...กาลเวลาก็ผ่านมาพักหนึ่งหล่ะ



    ทั้งหมดนั้น...เป็นเหตุการณ์...ในช่วงวัยซึ่งคงไม่ต่างจากเจ้าของกระทู้ ในวัยเดียวกันนี้ แต่ในดีเทลที่อาจจะแตกต่างกันนั้นหรือ ก็เป็นธรรมดาที่เกิดขึ้นได้นะคะ



    สรุปคือ หากจะตอบความค้างคาใจของคุณ...ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นกับคุณในเหตุการณ์ที่คล้ายกัน...



    (ชวนถาม+ชวนคุย)ขอถามเรื่องที่ค้างคาใจหน่อยค่ะ



     

    ไม่มีเสียงเพื่อนสักคนค่ะ


    ไม่มีใครโห่เราแบบคนอื่นๆเลยค่ะ


    เราก็ได้แต่เอาหน้ากากปิดความเสียใจเอาไว้ค่ะ

    พอจบการแลก


    เราก็ค้างคาใจมากๆว่าทำไมถึงไม่แสดงความเห็นอะไรเลยแม้แต่คนเดียวค่ะ

    เป็นแบบนี้ทุกปีค่ะบางคนก็ซุบซิบอะไรตอนแลกของขวัญค่ะ




    ตรงนี้ ตอบคุณว่า...อาจจะเป็นวัฒนธรรม ของสังคม หรือของเหตุการณ์ที่อาจจะแตกต่าง...ในโรงเรียนนั้นๆค่ะ ว่าโรงเรียนมีกฎระเบียบแบบไหน?


    นักเรียนสามารถแสดงอะไรออกมาได้บ้างในเหตุการณ์ต่างๆกันไป


    และเหตุที่ว่า นักเรียนในวัยประถม หรือมัธยมมีความรู้สึกพิเศษ เช่นความรัก ความเสน่ห์หากันได้นี้ ในบางโรงเรียนเคร่งครัด ไม่อนุญาต ไม่ให้เกิดขึ้น หรือเป็นการไม่สมควรที่จะนำมาพูดคุยกันเล่น


    หรือแม้การกระทำ หรือไม่ทำที่อาจจะเป็นวัฒนธรรมส่วนบุคคล นั้นทางโรงเรียนจะอนุญาตให้ทำในโรงเรียนหรือไม่...


    คือเป็นอะไรที่ไม่สมควร หรือไม่ มีกฎระเบียบอย่างไรนั้นล้วนมีส่วนด้วยค่ะ


    และเรื่องโห่ร้อง ส่วนของเจ้าของเม้นต์ในวันนั้น ไม่ให้โห่ร้องค่ะ


    ให้ปรบมือเท่านั้นค่ะ



    ไม่มีเสียงเพื่อนสักคนค่ะ


    ไม่มีใครโห่เราแบบคนอื่นๆเลยค่ะ


    คาใจมากๆ

    ใครก็ได้ถ้ารู้ก็ตอบได้นะคะ

    จะได้เข้าใจ



    ตรงนี้ตอบคุณว่า คือจริงแล้ว เป็นความธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ค่ะเจ้าของกระทู้ คืออะไรๆก็เกิดขึ้นได้ค่ะ


     หากแต่คุณไม่ได้ทำอะไรที่ผิดแปลกจากความเป็นปรกติในทุกๆวัน คุณก็ไม่ต้องใส่ใจนะคะ


    ใครเขาจะทำ หรือไม่ทำอะไร อย่างไร ก็เรื่องของเขาสิคะ


    ที่สำคัญให้คุณรู้ว่าคุณเองค่ะที่ต้องรู้ว่าคุณทำอะไรอยู่


    เจ้าของเม้นต์นี้เข้าใจคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ ในความรู้สึกมากมายต่อเหตุการณ์มากมายซึ่งเกิดขึ้นได้รอบๆตัวคุณ หรือในสังคมของคุณ ทั้งหมด ทั้งมวลนั้นอาจจะทำให้คุณสับสนได้บ้าง


    ก็อยากให้คุณรู้ว่าเหตุการณ์มากมาย ที่เกิดขึ้นได้ และที่แตกต่างนั้น สามารถเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดานะคะ


    อย่าคิดมากไปค่ะ ตราบใดที่คุณรู้ว่าคุณทำอะไรอยู่ และในสิ่งที่คุณทำนั้นไม่ผิดแปลกแต่อย่างใด


    คือคุณต้องมีความเชือมั่นในตัวตนของคุณเอง และในสิ่งที่คุณทำนะคะ


    คุณจึงจะสงบสุข เบาสบาย และมีพลังที่จะทำ หรืออยู่ในสังคมได้ ด้วยความสันติค่ะ




    เป็นกำลังใจให้คุณค่ะ


    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png


    สู้สู้นะคะ



    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-13.png




    ตอบกลับ

8 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สุ่มเขียนแบบนี้ค่ะ


      อาจจะเพราะเราอินดี้มังคะเราจึงไม่ค่อยสนใจอะไรรอบตัวสักเท่าไร ยิ่งเรียนสูงขึ้นยิ่งไม่ค่อยสนใครนอกจากเพื่อนในกลุ่มที่เขาก็ไม่ได้หวังอะไรจากเรา


      เราจะลงเรียนวิชาเลือกตามที่เราสนใจค่ะ โดยไม่สนใจว่าจะมีเพื่อนเรียนกับเราไหม มีครั้งหนึ่งสอบกลางภาคเสร็จ ซึ่งวิชาที่เราไปลงเรียนเป็นของภาค B แต่เพื่อนที่รู้จัก ภาค D มาเจอเราเลยทักว่า ได้ยินว่าไปท็อปข้ามภาควิชามาเลยนี่ (ในคณะเรามี 5 ภาควิชา เราอยู่ภาค E) เราก็งงสิเพราะยังไม่ถึงวันเรียนวิชานั้นเลย


      AKA แปลว่าโดนนินทาข้ามภาคน่ะ สำหรับเราก็ปล่อยๆ ไปเหอะ คิดมากฉี่เหลืองเปล่าๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตามเม้นแรกเลยค่ะ ปล่อยไปค่ะ ไม่สนใจก็เป็นพอค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ส่วนเราเราเป็นคล้ายๆเจ้าของกระทู้ คือ Introvert แต่ไม่ได้กลับมาสนใจมาก

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าเป็นกรณีผม ผมจะไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะผมไม่ได้สุงสิงกับใครขนาดนั้น ส่วนพวกที่ผมสุงสิงด้วยก็เป็นประเภทที่รู้จักกันดีอยู่แล้วว่าเป็นคนยังไง ต่อให้เงียบกริบท้อง ผมก็ไม่แคร์

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อาจจะเป็นเพราะ...ไม่รู้จะแสดงออกยังไง

      ถ้าโห่ทำให้จขกทไม่พอใจหรือเปล่า

      เลยเลือกจะเงียบ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้


      (ชวนถาม+ชวนคุย)ขอถามเรื่องที่ค้างคาใจหน่อยค่ะ





      ใครก็ได้ถ้ารู้ก็ตอบได้นะคะ

      จะได้เข้าใจ



      สวัสดีค่ะ


      โอเคค่ะ ช่วยตอบเพื่อเป็นการแบ่งปันประสบการณ์กันเล่นๆสนุกๆนะคะ


      และเหตุการณ์ที่จะแบ่งปันนี้หรือ ก็เป็นเหตุการณ์ของเจ้าของเม้นต์เองค่ะ



      ก่อนอื่น เม้นต์นี้...การตอบเม้นต์ต่อไปนี้...เข้าใจว่าต้องลากยาวๆ เพื่อที่จะเห็นได้ซึ่งเหตุการณ์โดยรวม...ซึ่งเกิดขึ้นในห้องเรียน หรือแม้ในสังคมของห้องเรียน และวัฒนธรรมของโรงเรียนค่ะ


      เพราะจริงแล้ววัฒนธรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในสถานที่นั้นๆ ก็มีส่วน...ทำให้นักเรียน คิด ทำ เป็น ความแตกต่างกันผ่านการแสดงออกนั้น...ก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ


      เพราะฉะนั้นเม้นต์นี้ดูจะต้องยาวๆ คือจะตอบเป็นคล้ายการเล่า เป็นเรื่งสั้น ตอนยาวๆ หนึ่งตอนนะคะ


      คุณจ้าของกระทู้ได้เห็นภาพเหตุการณ์ เห็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนค่ะ


      คุณอ่านเล่นๆ ไม่ซีเรียสนะคะ


      ก่อนอื่นนะคะ เข้าใจว่าวัฒนธรรมการแลกของขวัญนี้หากจำไมผิดจะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงอนุบาล จนไปถึงมัธยม3 หรือบางที่ทางโรงเรียนอาจจะจัดขึ้นไปจนถึงมัธยม6 ซึ่งเป็นวัฒนธรรมพื้นฐานของโรงเรียน หรือของห้องเรียนนั้นๆนะคะ


      และการจัดงานการแลกของขวัญนี้ก็จะจัดในช่วงปีใหม่ หรืออาทิตย์สุดท้าย...ในเดือนธันวาคมก่อนโรงเรียนปิดในช่วงเทศกาลค้อนรับปีใหม่นะคะ

      (เจ้าของเม้นต์นี้ชอบห่อกล่องของขวัญเป็นช็อคโกแล็ตกล่องใหญ่ๆโดยขอให้ทางบ้านช่วยเป็นภาระซื้อให้ค่ะ คืออยากให้ผู้ที่ได้ไปยินดีด้วยนะ)


      งานนี้สนุก ตื่นเต้น ทุกปีจริงด้วยสิเนาะ


      ตื่นเต้นนะว่าใครจะได้กล่องของเราไป555


      และเราจะได้กล่องของใครมานะ


      หากแต่จำไม่ผิดในโรงเรียนที่เรียนอยู่ไม่มีการโห่ร้อง หรือไม่มีการแซวกันค่ะ


      เพราะที่โรงเรียนเคร่งครัดเรื่องความเป็นระเบียบ คือไม่ให้เกิดความอื้ออึง หรือเกียวกราวเกินไป หากแต่ให้ปรบมือให้กันและกัน เมื่อเพื่อนอีกคนเปิดกล่องที่ตนได้


      ทุกครั้งที่เพื่อนๆเปิดกล่องทุกๆคนก็ปรบมือ


      และยิ้มให้ด้วยความยินดี หลังจากช่วยลุ้นด้วยความตื่นเต้นในขณะที่เขา หรือเธอทำการ แกะหรือเปิดกล่อง


      สนุก ตื่นเต้นจริงด้วยสิเนาะ


      ส่วนในเรื่องของความรู้สึกที่หวังว่าคนที่เราถูกชะตาเป็นพิเศษ หรือที่เราภาคภูมิใจในตัวเขาเป็นพิเศษนั้น อาจจะมีอยู่เช่นกันนะ


      คือในส่วนลึกๆเรา ซึ่งอยู่ในช่วงวัยนั้น หากจำไม่ผิดความรู้สึกต่อการแลกของขวัญนี้ จำได้ในปีที่เรียนอยู่ในชั้นป.6(คือเราทุกๆคนกำลังอยู่ในวัยซุกซน และไร้เดียงสาจริงด้วยสินะ555)คืออยากให้เขาได้ กล่องของเราจริงด้วยสิ


      และเพื่อนคนนั้นในห้อง คือหัวหน้าชั้นค่ะ


      อยากให้เขาได้กล่องของเรา อยากให้ช็อคโกแล็ตกล่องโตให้เขาได้เป็นของขวัญจากเรานะ


      หัวหน้าชั้นนะ เขาเป็นผู้ชาย หน้าตาดี นิสัยดี เรียนเก่ง เป็นผู้ใหญ่เกินตัว มีความรับผิดชอบสูง เป็นคนที่สามารถพูดคุย แลกเปลี่ยนอะไรๆได้มากมายจากครูประจำชั้น หรือแม้กับผอ. คือเขาทำหน้าที่แทนทุกๆคนในห้องเรียนได้ดีเยี่ยม



      เรานะก็แอบสังเกตุตลอดมา เก่งจริงด้วยสิ ภูมิใจในตัวหัวหน้าของเรานะ5555 จริงแล้วเขาถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าตั้งแต่ชั้นป.1 คือเราเห็นผลงานเขาตลอดมา


      จากเวลาที่ผ่านมาเรารู้จักคุณภาพของเขาเป็นอย่างดี



      และก็นะ แน่นอนหล่ะว่า...หัวหน้าของเราก็เป็นที่กล่าวขานของเพื่อนๆทั้งหญิง และชายในห้องเรียน หรือแม้ทั้งโรงเรียนเลยด้วย(เขามีแววดี เป็นที่สะดุุดตาของทุกๆคนเป็นธรรมดามั้งเนาะ เขาเป็นที่รักใคร่ ภูมิใจของครูทุกๆคนด้วย)


      เคยได้ยินเพื่อนๆผู้หญิงด้วยกันพูดเล่นๆกัน หรือล้อเล่นกันว่า หรือจริงเราไม่รู้ได้ ว่าหลายๆคนมีความรู้สึกพิเศษกับหัวหน้าชั้น คือเราเดินผ่านๆกลุ่มไปก็ได้ยินแว่วๆ


      เมื่อได้ยินก็รับรู้ไว้ เข้าใจด้วยนะว่าเขา หัวหน้าเป็นคนที่หลายๆคนมีความรู้สึกดีด้วย คือเข้าใจว่าเหตุนี้เกิดขึ้นได้เป็นธรรมดานะ แม้เราเองก็รู้สึกภูมิใจในตัวเขาด้วยเช่นกัน


      หากแต่โดยส่วนตัวเป็นเพียงความรู้สึกว่าภูมิใจที่เขาเก่ง เขามีความรับผิดชอบ เขารับหน้าที่เป็นหัวหน้าชั้น เพื่อเป็นผู้ที่รับงานหลายๆอย่างเพื่อเราทุกคนในห้อง ก็เท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านั้นค่ะ



      อีกอย่างนะ เราเอง คือเจ้าของเม้นต์เป็นคนที่ซุกซนมากๆโดยนิสัยส่วนตัว ชอบปีนป่าย เลิกโรงเรียนแล้วก็ไปต่อ เรียนอดิเรกวิทยายุทธการต่อสู้บ้าง หรือไปเรียนขี่ม้าบ้าง หรือไปเรียนวินเซิร์ฟ หรือเรียนยิงธนูบ้าง หรือไปเรียนฟันดาบ วันเสาร์ วันอาทิตย์วันหยุดก็ชอบที่จะให้ผู้ใหญ่พาไปทะเล ไปว่ายนํ้า ไปดำนํ้า หรือไปภูเขา ขึ้นเขา ปีนเขา หรือเข้าป่าเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ตัวเล็กๆเลยด้วย


      และเวลาเล็กน้อยที่เหลือ ผู้ปกครองก็พาไปวัดค่ะ5555 คือจริงแล้วไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นนะ


      ชอบอดิเรกที่ผาดโผนมากๆ ตั้งแต่รู้ความ คือเราเป็นคนที่ดูไม่ใช่ผู้หญิงนะ หลายๆคนจึงรู้สึกว่าเราน่าจะเป็นทอมด้วยซํ้า5555


      คือจริงแล้วภาพลักษณ์ของเราอาจจะไม่เคยได้รู้สึกใส่ใจเพื่อนๆผู้ชายคนใด เป็นพิเศษเช่นผู้หญิงคนอื่นๆ


      นอกเสียจากในโอกาสที่ต้องรำ หรือฟ้อน หรือร้องเพลง หรืออาจจะเป็นกิจกรรมที่ต้องทำในกิจกกรรมร่วม หรือที่รับหน้าที่เพื่อเป็นตัวแทนของชั้นเรียน หรือของโรงเรียน คือต้องฝึก...และต้องร้อง ต้องรำ ต้องฟ้อน ก็จะตั้งใจมากมาย เพราะชอบมากด้วยเช่นนะ


      และทุกครั้งจะถูกเพื่อนๆแซว...ว่าถึงเวลาแล้วที่เรานะต้องแปลงร่างหล่ะนะ5555


      เป็นนางรำ ได้แต่งตัวสวยๆก็ชอบมากๆด้วยเช่นกันค่ะ งานนี้ออกฉากเมื่อไรนะคะ เสียงโห่ร้องสนั่นหวั่นไหว555 ทั้งเพื่อนผู้หญิง ผู้ชายนะ


      คืองานเช่นนี้อาจจะเป็นวันครู หรืองานกิจกรรมกลางแจ้งในวันสำคัยต่างๆ ถูกจัดขึ้นเป็นเวทีกลางแจ้ง ทั้งโรงเรียนทำงานร่วมกัน งานเช่นนี้ทางโรงเรียนปล่อยผี คือปล่อยให้โห่ร้องได้


      เสียงโห่ร้องนั้นทำให้เรามีความมั่นใจยิ่งขึ้น มีความตั้งใจที่จะทำให้ดีที่สุดเพื่อเพื่อนๆด้วย รู้สึกเช่นนั้นนะ


      มาถึงตรงนี้...เราก็ปล่อยยิ้มหวานได้หล่ะ555

      (ทำให้นางรำหน้าตาดีมีราศรีเพิ่มขึ้นเนาะ5555)


      หากแต่เพือนๆผู้หญิงบางคนเคยบอกว่าเรานะ เกิดมาหล่อกระแทกใจ ปากนิดจมูกหน่อย ลงตัวเป๊ะๆ5555 ในโอกาสที่เรารับบทเป็นตัวละครชาย เช่นเมื่อเล่นเป็นพระรามเป็นต้น

      (เป็นผู้หญิงเกิดมาหล่อ กรรม สินะเรา ในเลขห้ามีนํ้าตาซ่อนอยู่ ฮื้ออ)



      คือทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...และสิ่งแวดล้อมในส่วนบุคคลในห้องเรียนในช่วงนั้นค่ะ


      คืออยากบอกคุณว่าจริงแล้วในช่วงวัยดังกล่าวการละเล่น การพูดคุย หรือการโห่ร้อง หรืออารมณ์มากมายที่เกิดขึ้นได้จากเพื่อนๆ หรือก็มีความแตกต่างกันไปได้เป็นธรรมดาค่ะ


      สรุปคือการแลกของขวัญของเข้าของเม้นต์นี้ ไม่มีอะไรตื่นเต้น เป็นพิเศษค่ะ


      ความรู้สึกตื่นเต้นนั้นมีเกิดขึ้นจริงนะ แต่ไม่มีอะไรพิเศษกว่าที่เราสนุกสนานร่วมกันค่ะ


      หากแต่เมื่อวันที่จบป.6 วันที่เราๆจะต้องบอกลาเพื่อนๆร่วมห้อง...ในการที่เราต้องจากกันแบบจริงจังในวันนี้ เป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกพิเศษซึ่งเราสามารถสัมผัสได้จริงด้วยสินะ


      คืออารมณ์ที่อาลัย อาวรณ์ ที่มีต่อเพื่อนๆค่ะ


      สำหรับตนนั้นรู้สึกเศร้าโศรก และอาลัย อาวรณ์มากมาย เพราะเป็นคนที่เปราะบางมากๆในอารมณ์เหล่านี้ คือเสียใจมากมายนะ


      และวันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายที่เราจะมีโอกาสได้เห็นหน้าพูดคุยกันเช่นทุกๆวัน คือในทุกๆวันที่ผ่านมาในทุกๆคนอยู่ในห้องเรียนด้วยกันวันละหลายๆชั่วโมง เรามีโอกาสทำกิจกรรมมากมายร่วมกันมาเป็นเวลายาวนาน เกิดเป็นความเคยชิน ต่อกันและกันเป็นธรรมดา


      และโดยธรรมชาติของเด็กๆในวัยนั้น ความรู้สึกเหล่านี้ เป็นอะไรที่วิเศษมากมายนัก


      เราเรียนด้วยกัน เราเล่นด้วยกัน เราทำกิจกรรมต่างๆด้วยกันมามากมาย คือเรามีส่วนร่วม...ต่อกันและกัน มันทำให้มีคุณค่า มีความหมายต่อความรู้สึกจริงด้วยสิ


      และวันนั้น...วันสุดท้าย หัวหน้าห้องคนเก่งก็เอ่ยขึ้นเป็นทางการในชั่วโมงสุดท้ายก่อนเราจะต้องจากกัน


      เขาบอกว่าขอให้ทุกๆแลกรูป1ใบ(คือทางโรงเรียนสั่งให้ถ่ายรูปของแต่ละคนไปด้วยคนละ12ใบ)ของตนด้วยความสมัครใจต่อเพื่อนคนที่ตนคิดว่าเขา หรือเธอรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษด้วยความสมัครใจ และรูปที่เหลือให้ทุกๆคนแลกกันเพื่อเก็บรูปเพื่อนไว้เป็นความทรงจำ หรือเป็นอนุสรณ์


      และเขาเอง คือหัวหน้าชั้น เขาขอนุญาตขอแลกเปลี่ยนเป็นคนแลก


      ทุกคนเห็นด้วย และยินดียิ่ง


      และ คนที่เขาขอแลกคือเราเอง...ค่ะ


      และทั้งห้องเงียบกริบไปพักหนึ่ง และสักพักก็มีเสียงปรบมือสนั่น


      เราเองหรือ ก็ช็อคสิคะ 5555 วันนี้หัวเราะได้หล่ะ แต่วันนั้นซ็อคจนเกร็งเลยด้วย แม้เราจะเป็นเด็กในวัยนั้นก็จริงแต่ทำให้เรางง และสับสนได้จริงด้วยสินะ


      ถามเขาขึ้นมาว่าเป็นความจริงหรือ เขาเอ่ยชื่อผิดหรือไม่ เขาบอกว่าไม่ เอารูปของเธอมา เราแลกกัน


      พูดแล้วเขาก็คว้ารูปของเราที่กองอยู่บนโต๊ะของเรา และวางรูปของเขาลงที่โต๊ะ ให้เรา


      จริงแล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยแสดงอาการที่ว่าเขารู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนร่วมห้องที่พิเศษแก่เขาแต่อย่างใด เขาให้ความเป็นกันเอง ช่วยเหลือเพื่อนๆร่วมห้องไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่างไร ในยามที่เขาต้องช่วย


      ในวันนั้นนะงง ช็อค ดีหน่อยที่เรามีเวลาที่บอกลากันไม่ถึงชั่วโมง เพราะเป็นชั่วโมงสุดท้ายสำหรับการจบ หรือสิ้นสุดในภาคเรียนนี้ ช่วยให้ความสึกงง งวยนั้นผ่านไปได้ในที่สุด

      (ในเหตุการณ์นั้นทำให้เราเกิดความปลาบปลื้ม ปิติ ยินดี บอกกับตัวเองว่าเรานะโชคดีเสมอเลย ขอบคุณชีวิต ขอบคุณหัวหน้า แม้เราจะมีความรู้สึกงง แต่ความยินดี ปรีดิ์ดาก็มีมาล้นเหลือ)


      และเมื่อเดินออกมาเพื่อไปขึ้นรถ มีเพื่อนๆหลายๆคนบอกว่าเธอกับหัวหน้านะมีรูปภาพที่สวยงาม เหมาะสมกันมาก เราทุกๆคนรู้มานานแล้วด้วยว่าเหมาะสมมกันดี พูดแล้วเขาก็เอารูปของเรา และหัวหน้ามาเทียบกันให้ดู


      ดูแล้วก็เกิดเป็นความรู้สึก...แปลกๆได้จริงด้วยสินะ แปลกมากเลย แต่ก็เป็นปลื้มค่ะ


      และในที่สุดเราๆทุกๆคนก็จากกันไป


      หลังจากวันนั้น ทุกคนต่างแยกย้ายกันไป ตามวาระ บางคนต้องมีอันโยกย้ายตามคุณพ่อคุณแม่ไปเรียนต่อที่ต่างๆ ห่างไกลกันไป


      เวลาผ่านไปพักใหญ่ เจ้าของเม้นต์ก็ได้มีโอกาสพบเจอเพื่อนบางคนซึ่งเรียนห้องเดียวกันในวันนั้น และเขาก็ให้ข่าวคราวมาว่า หัวหน้าชั้นของเราได้เป็นนายแบบแนวหน้าชั้นนำ...และได้ย้ายตัวเขาเองไปเป็นนายแบบที่ญี่ปุ่น...ในขณะนั้น


      ซึ่งมาถึงวันนี้...กาลเวลาก็ผ่านมาพักหนึ่งหล่ะ



      ทั้งหมดนั้น...เป็นเหตุการณ์...ในช่วงวัยซึ่งคงไม่ต่างจากเจ้าของกระทู้ ในวัยเดียวกันนี้ แต่ในดีเทลที่อาจจะแตกต่างกันนั้นหรือ ก็เป็นธรรมดาที่เกิดขึ้นได้นะคะ



      สรุปคือ หากจะตอบความค้างคาใจของคุณ...ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นกับคุณในเหตุการณ์ที่คล้ายกัน...



      (ชวนถาม+ชวนคุย)ขอถามเรื่องที่ค้างคาใจหน่อยค่ะ



       

      ไม่มีเสียงเพื่อนสักคนค่ะ


      ไม่มีใครโห่เราแบบคนอื่นๆเลยค่ะ


      เราก็ได้แต่เอาหน้ากากปิดความเสียใจเอาไว้ค่ะ

      พอจบการแลก


      เราก็ค้างคาใจมากๆว่าทำไมถึงไม่แสดงความเห็นอะไรเลยแม้แต่คนเดียวค่ะ

      เป็นแบบนี้ทุกปีค่ะบางคนก็ซุบซิบอะไรตอนแลกของขวัญค่ะ




      ตรงนี้ ตอบคุณว่า...อาจจะเป็นวัฒนธรรม ของสังคม หรือของเหตุการณ์ที่อาจจะแตกต่าง...ในโรงเรียนนั้นๆค่ะ ว่าโรงเรียนมีกฎระเบียบแบบไหน?


      นักเรียนสามารถแสดงอะไรออกมาได้บ้างในเหตุการณ์ต่างๆกันไป


      และเหตุที่ว่า นักเรียนในวัยประถม หรือมัธยมมีความรู้สึกพิเศษ เช่นความรัก ความเสน่ห์หากันได้นี้ ในบางโรงเรียนเคร่งครัด ไม่อนุญาต ไม่ให้เกิดขึ้น หรือเป็นการไม่สมควรที่จะนำมาพูดคุยกันเล่น


      หรือแม้การกระทำ หรือไม่ทำที่อาจจะเป็นวัฒนธรรมส่วนบุคคล นั้นทางโรงเรียนจะอนุญาตให้ทำในโรงเรียนหรือไม่...


      คือเป็นอะไรที่ไม่สมควร หรือไม่ มีกฎระเบียบอย่างไรนั้นล้วนมีส่วนด้วยค่ะ


      และเรื่องโห่ร้อง ส่วนของเจ้าของเม้นต์ในวันนั้น ไม่ให้โห่ร้องค่ะ


      ให้ปรบมือเท่านั้นค่ะ



      ไม่มีเสียงเพื่อนสักคนค่ะ


      ไม่มีใครโห่เราแบบคนอื่นๆเลยค่ะ


      คาใจมากๆ

      ใครก็ได้ถ้ารู้ก็ตอบได้นะคะ

      จะได้เข้าใจ



      ตรงนี้ตอบคุณว่า คือจริงแล้ว เป็นความธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ค่ะเจ้าของกระทู้ คืออะไรๆก็เกิดขึ้นได้ค่ะ


       หากแต่คุณไม่ได้ทำอะไรที่ผิดแปลกจากความเป็นปรกติในทุกๆวัน คุณก็ไม่ต้องใส่ใจนะคะ


      ใครเขาจะทำ หรือไม่ทำอะไร อย่างไร ก็เรื่องของเขาสิคะ


      ที่สำคัญให้คุณรู้ว่าคุณเองค่ะที่ต้องรู้ว่าคุณทำอะไรอยู่


      เจ้าของเม้นต์นี้เข้าใจคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ ในความรู้สึกมากมายต่อเหตุการณ์มากมายซึ่งเกิดขึ้นได้รอบๆตัวคุณ หรือในสังคมของคุณ ทั้งหมด ทั้งมวลนั้นอาจจะทำให้คุณสับสนได้บ้าง


      ก็อยากให้คุณรู้ว่าเหตุการณ์มากมาย ที่เกิดขึ้นได้ และที่แตกต่างนั้น สามารถเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดานะคะ


      อย่าคิดมากไปค่ะ ตราบใดที่คุณรู้ว่าคุณทำอะไรอยู่ และในสิ่งที่คุณทำนั้นไม่ผิดแปลกแต่อย่างใด


      คือคุณต้องมีความเชือมั่นในตัวตนของคุณเอง และในสิ่งที่คุณทำนะคะ


      คุณจึงจะสงบสุข เบาสบาย และมีพลังที่จะทำ หรืออยู่ในสังคมได้ ด้วยความสันติค่ะ




      เป็นกำลังใจให้คุณค่ะ


      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png


      สู้สู้นะคะ



      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-13.png




      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ด้วยเหตุที่คุณทำเป็นปกติในโรงเรียน "เพราะคุณเพื่อนน้อยและไม่สนใจในกิจกรรมต่างๆ(ของโรงเรียน)"

      จึงทำให้มีผลคือ "คนอื่นไม่สนใจ(ไม่เด่น)นั่นแหละ"


      วิธีแก้

      1.ทำตัวให้เป็นที่สนใจ(พูดคุยกับคนอื่น)โดยตอนแรกอาจจะเริ่มแซวมุกเป็นต้นเพื่อทำให้เริ่มคุ้นเคยกัน(หากเขาไม่ได้อคติเราละนะ)


      2.ปล่อยผ่าน เพราะจะโดนสนใจไม่สนใจก็เท่านั้น "เราไม่ใช่เขาแต่แรกอยู่แล้ว" หากอยากได้รับประสบการณ์แบบเขานั้นเป็นไปไม่ได้ เราก็คือเรา แต่หากอยากคล้ายคลึงอาจทำได้ ดังนั้นเลิกฟุ้งซ่านทำตัวปรกติ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จะไปสนใจทำไมกับแค่สายตาคน คาใจก็เดินเข้าไปถามมันเลย

      ไม่กล้าเข้าไปก็ต้องปล่อยวาง คนมีตาก็มองได้ มีปากก็พูดได้ เมินมันไปค่ะ อย่าไปเสียเวลาชีวิตโดยเปล่าประโยชน์


      ส่วนตัวของฉันไม่มีแลกของขวัญแบบพร้อมกันทั้งห้อง ห้องฉันไม่ได้แฟมมิลี่กันขนาดนั้น เลยมีแต่จับสลากกันกลุ่มเพื่อนใครกลุ่มมัน งานปีใหม่ก็แยกๆกันไปฉลองตามที่ต่างๆในเขตโรงเรียน

      กลุ่มฉันของราคาไม่เกิน 40 บาท ย้ำว่าไม่เกิน 40บาท ขอบอกเลยว่าของที่ได้จันไรตามนิสัยเพื่อนๆ

      3 ปีที่อยู่ด้วยกัน ของได้มามี น้ำยาบ้วนปาก แปรงขัดส้วม และจีสติงสีบานเย็น(มันไปซื้อมาได้ไงไม่รู้)

      ตอบกลับ
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป