ซ่อน
แสดง

[แชร์ประสบการณ์] [พอชอรีวิว] วิธีการ “อ่านหนังสืออย่างไรให้สอบติดภายใน 5 เดือน?” [ยินดีให้แชร์]

วิว
#dek62 #dek63 #admission #tcas #chula


    สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวก่อน โปรดเรียกพี่ว่า ‘พอชอ’ ปัจจุบันเป็นนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ บอกก่อนว่าพี่เป็น #DEK61 รุ่นอภินิหารนั่นเอง และแน่นอนว่าตอนนี้คงมีน้อง ๆ หลายคนที่กำลังเคร่งเครียดกับการอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ พี่เข้าใจความกดดันในช่วงนั้นมากเพราะพี่เองเคยผ่านมันมาก่อน โห รู้สึกเท่ คือพี่วาดฝันมาตลอดตั้งแต่ยังอยู่ในช่วงอ่านหนังสือตอน ม.หก เลยว่าถ้าพี่ติดเมื่อไหร่ พี่จะได้พูดประโยคเท่ ๆ พวกนี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่จะทำได้ และน้อง ๆ ก็อย่าลืมที่จะเชื่อในตัวเองกันด้วยนะคะ เพราะความเชื่อจะเป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่! (อ้างอิงมาจากสารคดีพี่ตูน)

      มาพูดถึงวิธีการสอบเข้ากันสักนิด พี่ติดนิเทศจุฬาฯรอบ 4 Admissions ซึ่งใช้แกทล้วนเข้ามานั่นเอง ในรอบนี้น้อง ๆ สามารถยื่นได้ 3 แบบด้วยกัน คือ แบบวิทย์ แบบศิลป์ 1 และแบบศิลป์ 2 สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ของ TCAS เลยนะคะ เว็บของ ทปอ. เป็นเว็บที่พี่เข้าบ่อยมากที่สุด มันช่วยน้อง ๆ ได้เยอะเลยแหละ อ้อ แล้วก็อย่าลืมติดตามข่าวสารการรับนิสิตนักศึกษาจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยโดยตรงกันด้วยนะคะ นี่ก็สำคัญมากเช่นกัน

       ถ้าถามถึงขั้นตอนการสอบเข้ามหา’ลัย พี่ก็คงจะต้องบอกแบบนี้
    ขั้นแรก ตามหาคณะในฝันให้เจอ คณะที่ใช่สำหรับน้อง
    ขั้นสอง ศึกษาข้อมูลของคณะนั้น ๆ รวมถึงวิธีการสอบเข้าต่าง ๆ อย่างละเอียด
    ขั้นสาม วางแผนอ่านหนังสือสอบ เตรียมพร้อมสำหรับคะแนนที่ตั้งใจไว้
    ขั้นสี่ เริ่มอ่านหนังสือได้ตั้งแต่วันนี้เลย

    ในขั้นแรก พี่เชื่อว่าหลายคนตามหาตัวเองเจอแล้ว แต่ถ้ายัง ไม่เป็นไร เรามีเวลาค้นหาตัวเองไปอีกตลอดชีวิตนั่นแหละ คนที่เข้ามายังคณะในฝันได้ก็ใช่ว่าจะเป็นคณะที่ใช่เสมอไป เพราะฉะนั้นสำหรับน้องที่ยังไม่มีเป้าหมาย อยากให้น้องลองนึกถึงอนาคตตัวเองดู แล้วเลือกคณะที่ใช่ที่สุดไปเลย
    ส่วนขั้นที่สองนี่ไม่ยาก มีแอคในทวิตเตอร์รวมถึงเว็บไซต์มีประโยชน์มากมายให้น้องได้สืบหาข้อมูลเต็มที่ แม้ข้อมูลอาจจะเยอะไปหน่อย แต่คนที่มีข้อมูลพร้อมกว่าย่อมพร้อมสำหรับการสอบเข้ามากกว่าอยู่แล้ว ฉะนั้นสู้ ๆ!
     ขั้นที่สามเป็นอีกขั้นที่สำคัญ และน้องหลายคนน่าจะอยากได้วิธีการอ่านหนังสือไปไว้ใช้กัน การอ่านจากรีวิวการสอบเข้าหรือกระทู้การอ่านหนังสือต่าง ๆ นั่นเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ริเริ่มอ่านหนังสือสอบ พี่เองก็เก็บรวบรวมทริคต่าง ๆ ไว้มากเหมือนกัน แล้วค่อยนำมาปรับใช้ในแบบของตัวเอง ทั้งหมดนั่นจึงเป็นที่มาของกระทู้นี้นั่นเองค่ะทุกคน ดังนั้น เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า มาดูกันว่าพี่พอชอต้องอ่านอะไรเพื่อนำไปใช้สอบบ้าง
 

      
    อันที่จริงพี่เรียนพิเศษน้อยมาก แต่ด้วยคอร์สของครูพี่แนนนั้นฮอตฮิตมากจริง ๆ พี่เลยตัดสินใจเรียนคอร์ส Admission GAT & O-NET & 9 วิชาสามัญ เพราะจากชื่อคอร์สมันดูครอบคลุมการสอบทั้งหมดดี ขอรีวิวคอร์สไว้นิดนึงว่าเป็นคอร์สที่ดีนะคะ ครูพี่แนนสอนดีมาก แต่น่าจะเป็นที่ตัวพี่เองที่เรียนรู้จากการฟังได้น้อยมาก ฟังแล้วจะง่วงค่ะ เลยไปนั่งเรียนแบบเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างซะส่วนใหญ่ ส่วนสำคัญอยู่ตรงที่หนังสือของพี่แนน แก มันดีมากจริง ๆ ถ้าเราเป็นคนเรียนรู้จากการอ่านได้มากกว่า ก็ให้กลับมาอ่านทบทวนเอาได้ค่ะ อ่านแล้วเข้าใจมาก คอร์สนี้มีหนังสือ 2 เล่มหนา ๆ เลย ในหนังสือจะรวบรวมหลักการและ Grammar ที่ควรรู้และสามารถนำไปใช้ในข้อสอบได้จริง นอกจากนี้ยังมีแบบฝึกหัดแทรกให้ทำด้วยเพื่อเพิ่มระดับความเข้าใจมากขึ้น แถมยังมี WWW อีก 2 เล่ม เป็นหนังสือขนาดเล็กที่บรรจุคำศัพท์ภาษาอังกฤษไว้โดยใช้วิธีการอ่านและจำจากรูปประโยคค่ะ



       เมื่ออ่านหลักการต่าง ๆ จนเข้าใจหรือพอจะเข้าใจได้แล้ว ยังมีหนังสือแบบฝึกหัดอีก 4 เล่มให้ทำ มีทั้งแบบง่ายและแบบยาก แต่พอทำไปเรื่อย ๆ เราจะเริ่มจับทางได้ การทำแบบฝึกหัดสำคัญมาก เพราะมันทำให้น้องได้ทบทวนเนื้อหาที่เราอ่านมาค่ะ สมมติข้อไหนเราทำไม่ได้ ก็จะมีเฉลยให้เราเข้าใจและได้ทบทวนเนื้อหาไปในตัวอีกทีด้วย อันที่จริงแบบฝึกของพี่แนนแอบยากกว่าข้อสอบจริงด้วยซ้ำ..
       อย่างที่บอกค่ะว่าคอร์สนี้ครอบคลุมการสอบเข้าดี ดูแล้วเหมือนมารีวิวคอร์สเลย แต่จริง ๆ คืออยากมารีวิวหนังสือและวิธีการอ่านของตัวพี่เองว่าอ่านอะไรยังไงบ้าง สำหรับคอร์สนี้พี่ได้ใช้สอบ GAT ENG ไปเยอะมาก ๆ แต่นอกจากคอร์สนี้พี่ก็อ่านหนังสือและข้อสอบเก่าอื่น ๆ เสริมอีก เดี๋ยวจะนำมารีวิวต่อไปค่ะ 



       เมื่อเรียนคอร์สภาษาอังกฤษไปแล้ว คอร์สที่พี่เรียนต่อมาอีกคือ ENTRANCE 4.0 ของครูพี่หมุยค่ะ คอร์สนี้มีรวมทั้งไทยและสังคมเลย ซึ่งมันครอบคลุมการสอบทั้ง O-NET และ 9 วิชา มีหนังสือหลัก ๆ 4 เล่มใหญ่ ในหนังสือจะมีวิธีการจำต่าง ๆ ที่ทำให้จำได้ง่ายขึ้นตามฉบับพี่หมุยเขาแหละ บางทีก็มีให้ร้องเพลง ซึ่งบางเพลงมันติดหูมากจริง ๆ ทุกวันนี้ยังร้องได้อยู่เลย

       เอาล่ะ รีวิวคอร์สไปแล้ว มารีวิวหนังสือกัน ในหนังสือภาษาไทยทั้ง 2 เล่ม ก็จะรวบรวมทุกเรื่องที่ออกสอบเลย ตั้งแต่หลักภาษาไปจนถึงวรรณคดี ซึ่งหลักภาษาจะออกมากกว่า ในหนังสือจึงมีเนื้อหาในส่วนนี้แน่นมาก ส่วนในหนังสือสังคมก็รวมหมดทุกแขนงเลยค่ะ ศาสนา หน้าที่พลเมือง และอื่น ๆ ที่ควรรู้ รวมหมดแล้ว ควรค่าแก่การอ่านอย่างยิ่ง




       นอกจากนี้ยังมีหนังสือเล่มเล็กเป็นแบบฝึกหัดให้ได้ฝึกทำกันด้วย เป็นการทบทวนเนื้อหาอีกทางหนึ่ง ซึ่งข้อสอบในนี้พี่หมุยเค้าก็รวบรวมมาจากข้อสอบเก่าทั้งนั้น ได้รู้แนวข้อสอบแน่นอนค่ะ
       หนังสือในคอร์สนี้พี่ใช้อ่านไปสอบ O-NET ซึ่งคะแนนถือว่าใช้ได้เลยฮะ
       การเตรียมสอบโดยการเรียนพิเศษของพี่มีแค่ 2 คอร์สนี้เลย นอกจากนั้นพี่ก็จะอ่านเอง อะ มาดูหนังสือที่พี่อ่านกัน



       เริ่มจาก GAT ไทย หรือแกทเชื่อมโยงก่อนเลย มันเป็นวิชาที่เราสามารถอ่านและฝึกทำเองได้ทุกคนแน่นอน แต่ต้องอาศัยความละเอียดสูง ซึ่งถ้าเราอยากเพิ่มความละเอียดของตัวเอง ก็ต้องเริ่มจากการฝึกฝนทำข้อสอบไปเรื่อย ๆ แค่นี้เลยค่ะ

       หนังสือที่พี่นำมาอ่านและทำเองเล่มแรกคือ ‘อภิมหาคัมภีร์ GAT CONNECTION’ เล่มนี้เลย ในหน้าแรก ๆ จะมีการอธิบายวิธีการทำข้อสอบแกท แล้วจึงมีบทความอีก 60 บทความให้น้องได้ฝึกกันเต็มที่เลย แบบฝึกอันนี้ดีมาก เน้นความละเอียดชนิดที่ถ้าพลาดแค่จุดเดียวก็พลาดเลย แต่แอบมีเฉลยผิด เฉลยไม่ตรงบ้างเล็กน้อย ถือเป็นการฝึกความละเอียดไปในตัวอีกต่อหนึ่งแล้วกันค่ะ แง



       เวลาฝึกทำแกทแล้วมันเกิดข้อผิดพลาดขึ้น เช่นเวลาที่เราพลาดอ่านจุดนี้ไปสักจุดนึง ให้เราจดข้อผิดพลาดนั้นไว้ค่ะ เราจะรู้จุดอ่อนแล้วค่อย ๆ Fix มันได้
       สิ่งสำคัญมาก ๆ ของแกทไทยคือต้องฝึกทำบ่อย ๆ โดยเฉพาะข้อสอบเก่าย้อนหลังของหลาย ๆ ปี ทำมันไปให้หมดเลยค่ะ แล้วเราจะรู้แนวว่าถ้ารูปประโยคแบบนี้ ควรตอบแบบไหน



       ต่อด้วยวิชา GAT ENG นอกจากคอร์สของครูพี่แนน พี่ก็อ่านเพิ่มเติมอีก 2 เล่ม เป็นเล่มแบบฝึกหัดล้วน แบบฝึกหัดที่เสมือนสอบจริงเลย ในเล่มแรกสีส้มนั้นพี่ว่าทุกคนน่าจะพอทำได้ ติดที่เล่มนี้มักเฉลยผิด เฉลยไม่ตรงจากหลังหนังสือเยอะเลย คือยังไม่ค่อยละเอียด ส่วนเล่มสีเหลืองก็ถือว่ายากใช้ได้เลย ลองทำดูน่าจะได้ทริคอะไรเยอะขึ้นค่ะ



       แน่นอนว่า GAT ENG อ่านทฤษฎีอย่างเดียวไม่พอ น้อง ๆ ทุกคนต้องอย่าลืมท่องศัพท์ด้วย สำหรับคลังคำศัพท์สุดฮิตคงไม่พ้น 2 อย่างนี้ ชีทอันแรกคือของครูสมศรี และเล่มชมพูคือของ ดร.ศุภวัฒน์ ของครูสมศรีควรจำให้ได้หมดนะคะ เพราะออกสอบบ่อยมากจริง ๆ ส่วนเล่มสีชมพูพี่อ่านไม่หมด แต่คำศัพท์ค่อนข้างยากและหลากหลายดีค่ะ ควรอ่านติดไว้

       อยากบอกว่าเราไม่ต้องเคร่งครัดเรื่องการท่องให้เหมือนคนอื่นเขาก็ได้นะ พี่เคยพยายามทำสมุดท่องศัพท์ที่เค้าเรียกว่า Flash card แต่ไป ๆ มา ๆ มันไม่ใช่ทางเลย พี่จำไม่ได้ พี่เลยใช้วิธีการนั่งจำเอาทีละคำเหมือนเดิมดีกว่า บวกกับทำข้อสอบเยอะ ๆ แล้วน้องจะได้คำศัพท์เพิ่มขึ้นเอง สรุปคืออยากให้น้องค้นหาวิธีการจำในแบบที่ตัวเองถนัดมากกว่าจะไปทำตามคนอื่นเขานั่นแหละ



       สำหรับวิชาคณิตศาสตร์ที่ไม่อยากพูดถึงเท่าไหร่ เพราะคะแนนพี่ไม่ได้ดีมาก อย่างที่รู้ว่าพี่ใช้แกทล้วนเข้ามา PAT1 เลยไม่ได้ใช้ (ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีค่ะ เพราะคะแนนแสนแย่เหลือเกิน) แต่ไม่อยากให้น้องทิ้งมันนะเอาจริง ๆ เพราะถ้าน้องได้คะแนน PAT ดีก็มีโอกาสมากขึ้นแบบมากมายมหาศาลเลย แข่ง GAT ล้วนมันเหนื่อย ;_; พี่ใช้เวลาอ่าน PAT1 น้อยมาก เนื่องจากช่วงนั้นมันใกล้สอบแล้วด้วย พี่เลยอ่านสรุปจากเล่มนี้เอาเลยค่ะ เล่มสีเขียว ข้างในสรุปไว้ทุกทฤษฎีทุกสูตรที่ควรรู้ก่อนเข้าห้องสอบแล้ว ถ้าใครอ่านแพทหนึ่งไปแล้ว อ่านเล่มนี้ทบทวนได้เลย แต่สำหรับคนอ่อนคณิตแบบพี่ก็คือมันไม่ได้ช่วย PAT1 พี่มากขนาดนั้นค่ะ จะช่วยใน O-NET ซะมากกว่า



       สำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ พี่ใช้ชีทขวาในการอ่านสรุปคร่าว ๆ เพื่อไปสอบ O-NET ค่ะ ด้วยความที่ไม่ได้เป็นเด็กวิทย์-คณิตเลยไม่ได้หวังมาก แต่คะแนนอยู่ในระดับที่รับได้นะคะ อ่านสรุปไปก็ช่วยได้อยู่ ส่วนชีทเล่มซ้ายเป็นสรุปสูตรคณิตทั้งหมดค่ะ ชีทบาง ๆ เอาไปทบทวนก่อนเข้าห้องสอบได้ ทั้งสองชีทนี้สามารถหา Download ในเน็ตได้เลยค่ะ ดีจริงบอกต่อ



       ส่วนชีท 2 เล่มนี้เป็นชีทที่ทางโรงเรียนแจกให้พี่ติวตอน ม.6 ค่ะ ถ้าโรงเรียนน้อง ๆ มีการจัดติวพิเศษให้ จงตั้งใจค่ะ ไม่ว่าอาจารย์สอนจะดีไม่ดี จะดังไม่ดัง แต่เชื่อเถอะว่าน้องจะได้อะไรกลับไปแน่นอน ถ้าไม่ตั้งใจฟัง ก็ตั้งใจทำชีทที่เค้าแจกก็ย่อมได้นะฮะ



       เมื่อทบทวนเนื้อหาครบทุกวิชาแล้ว ส่วนที่สำคัญที่สุดคือลงมือทำข้อสอบ จะทั้งเก่าทั้งใหม่ก็ลงมือทำให้หมดเลยค่ะ สามารถหาโหลดได้จากเน็ตเช่นกัน แต่ต้องเป็นข้อสอบที่มีเฉลยนะคะ อาจจะหายากหน่อย ๆ แต่ขอให้พยายามนิดนึงเดี๋ยวจะเจอแน่นอน (หรือถ้าอยากได้ข้อสอบทั้งหมดที่พี่ทำ หรือมีข้อสงสัยอะไร สามารถทักส่วนตัวมาได้เลยจ้า ยินดีตอบทั้งหมดเลย)

      ช่วงแรก ๆ ที่เริ่มทำข้อสอบ พี่จะทำแบบไม่จับเวลา ทำไปเรื่อย ๆ จนใกล้ถึงฉบับท้าย ๆ พี่ถึงเริ่มจับเวลา น้องต้องลองจับเวลาด้วยเพราะมันสำคัญมาก เวลาสอบจริงเราจะได้กะเวลาถูก ทำข้อสอบทันนะคะ

       หนังสือทั้งหมดนี้พี่ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 เดือนก่อนสอบ ไม่รวมเวลาเรียนพิเศษ จริง ๆ ถือว่าเป็นเวลาที่น้อยสำหรับใช้เตรียมสอบ ตอนนั้นพี่คิดว่าไม่ทันแน่ ๆ แต่แค่น้อง ๆ เริ่มลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้เลย ยังไงมันก็ต้องทันให้ได้แหละเนอะ อย่างไรก็ตาม อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป พี่เคยไปโรงเรียนแล้วมีเพื่อน ๆ อ่านหนังสือรายล้อมเต็มไปหมด ตอนนั้นมันก็กดดันนะ แต่พี่รู้ตัวว่าเราไม่สามารถอ่านหนังสือที่โรงเรียนได้ เพราะเราจะไม่มีสมาธิ พี่เลยกลับมาอ่านที่บ้านเอาดีกว่า เอาแบบที่เราสบายใจจะดีที่สุด ไม่ต้องทำตามแบบที่คนอื่นทำก็ได้ถ้ามันไม่ใช่ทางของเรา

       ทั้งหมดนี้เป็นการแชร์ประสบการณ์และรีวิวเล็กน้อยเพื่อให้น้อง ๆ ลองดูเป็นแนวทางและนำไปปรับใช้ในการอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยของตัวเองต่อไป โปรดเก็บเกี่ยวส่วนที่ดี ส่วนที่น้องจะสามารถนำไปปรับใช้ร่วมกับแนวทางของตัวเองได้นะคะ เชื่อเสมอว่าหากเราลงมือลงแรงเต็มที่ พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราจะไม่เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำอย่างสุดความสามารถแล้วแน่นอน แม้ผลลัพธ์จะเป็นอย่างที่หวังหรือไม่ อย่างน้อยเราก็ได้ก้าวข้าม Comfort zone บางอย่างมาแล้ว

       สุดท้ายนี้ ขออวยพรให้น้อง ๆ ทุกคนทำตามความฝันได้สำเร็จ เพื่อจะได้มาตามหาความฝันครั้งใหม่กันอีกครั้ง อีกครั้ง และเรื่อยไปไม่สิ้นสุด

       May the force be with you :)
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

3 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป