อยากถามเกี่ยวกับเขียนฉากสู้ยังไงให้สนุก [ยินดีให้แชร์]

วิว
#นิยาย
ขอถามทุกคนทุกท่านที่ผ่านทางเข้ามาเลยนะครับ
ผมอยากจะรู้ว่ามีความคิดเห็นหรือแนะนำอะไรเกี่ยวกับการเขียนฉากต่อสู้แบบหมาหมู่ยังไงกันบ้างครับ

ขอบคุณทุกความคิดเห็นไว้ล่วงหน้าด้วยขอบคุณครับ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

6 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แบบหมู่เหรอ ข้างละเท่ากันไหม ถ้าสู้ทีละคนคงไม่มีปัญหา

      แต่ถ้ายกพวกตีกัน คงต้องโฟกัสไปทีละคู่

      แต่ถ้า ห้ารุมหนึ่ง หรืออะไรประมาณนี้ ก็ต้องดูว่าจะเขียนออกมาอย่างไร เช่นไล่จัดการทีละคน หรือ คนที่หนึ่งต่อยใส่ แต่เขาใช้แขนขวาบล็อกไว้แล้วเตะขาซ้ายใส่ ก็วางจังหวะให้ดี จินตนาการให้เด่น น่าจะประมาณนี้ ช่วยได้ไหมคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าจะเขียนฉากต่อสู้แบบรุมหมู่ ควรใช้การบรรยายการเคลื่อนไหวเบื้องต้นของตัวละครอย่างต่อเนื่อง เป็นช่วงๆ ไป อย่างเช่น หลบดาบ รับดาบ สวนหมัดคืน เตะเข้าที่ศัตรูด้านหลัง แล้วหันไปสกัดศัตรูด้านหน้า อะไรแบบนี้


      แล้วก็ เวลาโดนรุม ตัวละครจะไม่หยุดนิ่งกับที่ จะเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ เพื่อหลบการโจมตีต่างๆ ได้คล่องตัว... ฮะๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แนะนำให้หาเรื่องยิปมัน มาดูนะคะ เราเก็บรูปแบบการต่อสู้มาจากในเรื่องนี้เป็นส่วนใหญ่

      แล้วค่อยนำมาปรับเปลี่ยนนิดหน่อย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ..ไม่รู้ว่าสนุกหรือเปล่านะครับ..

      ฉากหมาหมู่ 4 รุม 1(ฉากหนึ่งในนิยายอัพในเด็กดีนี่แหละครับ)


      “ระวังตัวนะค่ะ พี่ปฎิภาณ.และไม่ต้องสู้กันอีก เดียวอาจารย์ก็มา มีคนไปตามแล้ว...”

      เสียงอ่อนนุ่น ของเนติกานต์ที่ไม่ยอมพูดกับปฏิภาณมาหลายวันเตือนเสียงห่วงใย มันจึงเป็นเสมือนยาใจสำคัญให้เด็กหนุ่ม

      ในขณะหนึ่งในกลุ่มคู่อริเริ่มขยับเข้าหา..

      “-...”

      ปฎิภาณที่รอจังหวะอยู่ก่อน ใช้เท้าข้างถนัดถีบไปยังบริเวณเป้ากางเกงของผู้ที่ขยับเข้าหาแบบประสงค์ร้าย ชนิดเร็วและแรง ..จนใครๆที่มองเห็น ก็ต้องเกิดอาการเสียวสันหลัง เมื่อนึกถึงความเจ็บปวดของผู้ที่โดนเตะจุดยุทธศาสตร์...ว่ามันจะเจ็บปวดมากเพียงใด?

      “ โอ้ย…อูย...“

      และเมื่อการต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว ปฏิภาณก็ไม่รอช้า เพราะเขาใช้เท้าขวาเตะตามออกไปอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้เขาเตะสูง ชนิดคนไม่ได้รับการฝึกฝนมาจะไม่สามารถเตะได้สูงและตรงเป้าได้ขนาดนี้

      เพราะเท้าที่เตะออกไปมันพุงตรงไปยังบริเวณปลายคางของเด็กต่างสถาบันที่ยืนอยู่ด้านซ้ายมืออีกคน ขณะที่มันกำลังขยับตัว เพื่อจะเข้ามาต่อยปฏิภาณ

      “ ผลัว “

      ผู้ถูกกะทำหลับสนิทแบบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าโดนอะไร??.. เพราะ สติของมันดับวูบลง ในทันที่เมื่อถูกเท้าเตะเข้าที่ปลายคาง

      และภาพที่เหล่าไทยมุงได้เห็นก็คือ ร่างของเด็กหนุ่มคนแรกนั่งฟุบลงจนเข่าทั้งสองข้างของมันกระแทกไปที่พื้นอย่างแรง ในขณะมือทั้งสองข้างกุมอยู่ที่เป้ากางเกง ส่วนใบหน้าก็แสดงออกถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส จากอาการจุกเสียด ตรงบริเวณอวัยวะเพศสืบพันธุ์ ที่มันโดนยันเข้าไปเต็มๆเมื่อครู่

      ส่วนคนที่สอง ..หลับกลางอากาศ จากการถูกเตะปลายคางแบบเหมาะเม็ง จนทำให้ร่างไร้สตินั้นล้มลงกับพื้น แบบที่คนเขาเรียกว่า..ล้มทั้งยืน ??

      และก่อนที่พวกหมาหมู่จะมีใครทำอะไรทัน ปฏิภาณก็กระโดดทะยานตัวขึ้น พร้อมยกแขนขวาขึ้นตั้งศอก แล้วปักลงตรงบริเวณปากครึ่งจมูกครึ่ง ของผู้ที่อยู่ทางด้านขวามือ ที่มันขยับวิ่งเข้าหาปฎิภาณเพื่อหมายจะทำร้าย

      แต่สิ่งนั้นกลับกลายเป็นการเพิ่มแรงบวกให้กับศอกที่พุ่งตรงเข้าใส่หน้ามัน จนความรุนแรงของศอกเพิ่มแรงกระแทกขึ้นไปอีกเกือบสองเท่าตัว วิ่งกระทุ้งเข้าไปยังหน้าของมัน

      “ บั๊ก “

      เลือดกำเดาของเด็กริอยากเป็นนักเลงคนที่สาม ไหลทะลักออกมาเหมือนเช่นดังน้ำประปาแตกก็ไม่ปาน...และภาพนั้นยังทำให้ทุกๆคนที่กำลังยืนดูการทะเลาะวิวาทครั้งนี้..ต้องปิดตา เพราะว่าไม่สามารถรับภาพสยดสยองนั้นได้

      ..แต่ความสยองนั้นยังไม่จบ เมื่อเด็กหนุ่มเคราะห์ร้ายได้ถุยสิ่งหนึ่งออกมาจากปาก ก่อนที่มันจะทำตาโต.เพราะตกตะลึงกับสิ่งที่มันถุยออกมา.. เพราะมันคือฟันหน้าจำนวนสามซี่ของมัน?ที่หลุดออกมากองอยู่บนพื้นปะปนกับเลือดที่ไหลออกมาจากปากและจมูกของมันแบบไม่มีที่ท่าว่ามันจะหยุดลงเมื่อไร??

      แล้ว..-นักเรียน ที่อยากเป็นนักเลงใหญ่ก็ทำอะไรไม่ถูก จึงทำได้เพียงยืนงง. .แล้วร้องไห้ออกมา.จนเกิดภาพที่น่าสมเพศยิ่งนัก

      “อือ...อือ...”

      ที่ผ่านมามันเป็นเวลาเพียงแค่เสี้ยวนาทีเท่านั้น ที่ปฏิภาณสามารถทำให้เด็กต่างโรงเรียนหมดพิษสงค์ไปแล้วถึงสามคน แต่ในใจของเขายังคิดคำนวณต่อ ในขณะที่หันหน้าช้าๆ ไปทางนักเรียนใจใฝ่นักเลงที่ยังเหลือ และแน่นอนพวกมันยังเหลืออีก..เพียงหนึ่งเดียว

      ก่อนที่ปฏิภาณจะพบว่านักเลงโตคนสุดท้าย ยืนห่างตัวเขาประมาณสามถึงสี่เมตร และแน่นนอน มันมีเวลาตั้งตัว ไม่เหมือนเพื่อนของมันทั้งสามคนแรก..

      แต่ มันก็ทำได้เพียง ยืนจดๆจ้องๆแบบลังเล..เหมือนมันกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี? .และมันก็คิดอยู่ไม่นาน

      “-...ตาย..”

      มันตัดสินใจวิ่งตรงเข้าหาคู่ต่อสู้แบบประสงค์ร้าย... แต่ นั้นคือสิ่งที่มันตัดสินใจผิด!

      เพราะปฎิภาณวิ่งสวนเข้าหามันในทันที่ เมื่อมันขยับตัว..

      ร่างสูงกระโดดตัวลอยขึ้นจากพื้น..พร้อมยกเข่าตั้งชัน..ในขณะเด็กอันธพาลคนสุดท้ายวิ่งพุ่งเข้าหาแบบทื่อๆ...โดยไม่รู้เลยว่า..จะใช้อะไรไปทำร้ายคู่ต่อสู้ที่มันกำลังวิ่งเข้าไปหา

      ..ดังนั้น-เด็กโง่. จึงถูกลงโทษด้วยเข่าลอย..ที่พุงเข้าไปกระทุ้งยอดอกของมันแบบเต็มแรง

      “ อั่ก “

      เสียงดังสั้นแต่แน่น..ทำให้ร่างที่โดนเข่าลอยกระแทกยอดอกกระเด็นถอยหลังไปนั่งก้นจ้ำเปา ก่อนความจุกเสียดจะเกิดขึ้นจนมันหายใจไม่ออก..และอาการนั้นทำให้มันรู้สึกเหมือนว่า..มันกำลังจะตายซะให้ได้

      “อึอ..อึก...อึก...”

      และไม่นานนัก มันก็อ้วกสิ่งที่มันกินเข้าไปเมื่อตอนเย็นออกมาจนเต็มพื้น ก่อนที่นักเลงใหญ่จะหมดสติฟุบหน้าลงบนกองอ้วกที่เหม็นคุ้งของมัน...แบบทุเรศสิ้นดี...

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #4-1

        เขียนฉากบู๊ได้เร้าใจมากเลยครับ นับถือ

        ส่วนของผมฉากบู๊ก็ประมาณนี้


        "เราต้องลุยแล้ว ตกลงไปคงไม่รอดแน่ๆ หมีตัวนี้อาจจะใหญ่ แต่เราเยอะกว่า"หมวดเอกเห็นว่าไม่มีทางอื่นแล้ว หากปล่อยให้มันเข้ามาไกล้กว่านี้ แหลมที่ไม่มั่นคงนี้จะต้องถล่มลงไปยังห้วงลึกเบื่องล่าง หุบเหวที่ไม่เคยมีใครตกลงไปแล้วได้กลับมาแบบเป็นๆ อย่างน้อยถ้าตัดสินใจสู้กับอสูรกายเบื้องหน้า เราก็อาจจะมีคนรอดออกไป

        "เอาไงก็เอา เราโกงความตายมาหลายรอบแล้ว มาดูซิว่าคราวนี้จะอยู่หรือดับ"หมู่โบกี้เอาปืนลูกซองที่หมดประโยชน์แล้วพาดหลัง ชักมีดพร้าเดินป่าที่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ออกมา หลายๆคนที่ยังพอมีกระสุนเหลือต่างก็เล็งปืนลูกซองไปยังหมียักษ์ ถึงจะล้มมันไม่ได้แต่ก็น่าจะข่มขวัญไม่ก็ทำให้มันตาบอดได้ -ชาติทำมีดหายไปตั้งแต่ตอนสู้กับพญาจระเข้แห่งหนองเห็ดกระสือเลยเอาเลื่อยไฟฟ้ามาสู้แทน มอดไม้อีก2คนไม่มีอาวุธแต่ว่า พวกเขาเป็นหน่วยที่ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวมาทำเป็นบ่วงบาศสำหรับหยุดการเคลื่อนไหวของหมียักษ์ อาจจะช่วยไม่ได้มากนักแต่ว่าอย่างน้อยการเบี่ยงเบนความสนใจอาจจะลดความสูญเสียลงได้ ระหว่างที่เจ้าหมียักษ์กำลังให้ความสนใจกับเป้าหมายเบื้องหน้าอยู่นั้น น้ำอ้อยกับฟองดูไม่ได้เข้ามาตรงแหลมด้วย น้ำอ้อยปีนต้นไม้ได้และกำลังจับตาดูจอมอสูรเดรัจฉานตัวนี้อยู่ ฟองดูไวพอและตัวเล็กพอที่จะหลบก่อนที่จะจนมุม ทั้งสองอยู่ข้างหลังของเจ้าหมีปีศาจตัวนี้ นักข่าวเองก็เตรียมใช้กล้องบาซูก้าสำหรับทำให้หมีเหม็นเดนตายตัวนี้ตาบอด มากมายส่งเสียงขู่คำรามในลำคอ ลุกขึ้นยืนด้วย2ขาหลัง ส่งเสียงคำรามอย่างดุร้ายแล้วตั้งท่าเข้าปะทะ ขนสีขาวรูป V สามบั้งตรงหน้าอกของมันปลิวไหวไปตามสายลมราวกับธงศึกประจำกายเช่นเดียวกับขนส่วนอื่นๆของสัตว์ร้ายกระหายการแก้แค้นตัวนี้ สายลมวูบใหญ่พัดมาตามร่องผาเหมือนกับเป็นสัญญาณให้เข้าต่อสู้

        "ม่ะ มาดูกันว่าแกจะเป็นพรมหรือเราจะเป็นศพ -หมูลุย!!!!"หมวดเอกพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ชักมีดพร้าสีเหล็กขึ้นเงากวัดแกว่งสะท้อนแสงแห่งวัน แสงสะท้อนกระพริบตามองศาของแท่งโลหะแวววาวราวกับหมู่ดาวหมีใหญ่กระพริบยามค่ำคืน วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของเขาหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือล้วนๆ มากมายชะงักอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะมั่นใจว่าคู่ต่อสู้เองก็มีดีของมันเหมือนกัน มันกางแขนขาจำนวนมากของมันพร้อมจะตะปบ ปากอันมากมายสมชื่อของมันก็พร้อมที่จะกัดด้วยกรามอันแข็งแกร่ง ถึงเวลาล่าแล้ว มันส่งเสียงขู่กรรโชกแล้วก้าวเข้ามา กรามขบแน่น ดวงตาสีเหลืองหรี่เล็กลงแล้วเบิกกว้างขึ้นยามอสูรกายขนสีดำร้องคำราม

        เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! แช๊ะ!!! แช๊ะ!!!

        เสียงกระสุนและแสงแฟลชดังอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าของมากมายโชกไปด้วยเลือดจากการโดนยิงในระยะไกล้ มันมองไม่เห็นแล้ว -ขาวกับ-ต้นโยนบ่วงบาศรัดคอทั้งสองของมัน มันสะบัดไปมาอย่างดุร้ายแขนขาของมันพร้อมที่จะตะปบทุกอย่างที่ขวางทาง หมู่โบกี้เข้าไปฟันแขนข้างหนึ่งของมันด้วยมีดพร้า เลือดสีแดงสดสาดไปตามทิศที่มันเหวี่ยงแขน หมวดเอกเองก็เข้าไปแทงตรงหน้าของมันเป็นแผลลึก มันสะบัดร่างใหญ่หนาของมันด้วยความเจ็บปวด

        "โฮกกกกกกกกก!!!"มันร้องอย่างโกรธแค้นในระดับที่ไม่สามารถอธิบายได้ มีดพร้านั้นอาจจะไม่ใช่อาวุธที่ออกแบบมาเพื่อต่อสู้โดยเฉพาะอย่างเช่นดาบหรือหอกแต่ว่าดีไซน์ของมัน เช่นเดียวกับขวาน มีดพร้ามีสันขนาดใหญ่ไม่เหมือนกับมีดทั่วไป แรงโมเมนตั้นในการสับจึงมากกว่า ให้น้ำหนักในการสร้างความเสียหายประเภทการอัดสูงรวมถึงความคมยังทำให้มันเป็นกลไกของลิ่มไปในตัวด้วย ดังนั้นมีดพร้าจึงเป็นอาวุธยอดนิยมในป่าเพราะสามารถตัด เฉาะ สับ ฟัน สิ่งกีดขวางเช่น เถาวัลย์ พุ่มไม้ กิ่งไม้ หรือใช้เฉาะมะพร้าวได้ ถึงระยะจะจำกัดไม่เหมือนอาวุธที่ออกแบบมาเพื่อการสู้รบแต่ว่าพลังการทำลายของมันแรงพอที่จะสังหารเป้าหมายที่มีขนาดเทียบเท่ามนุษย์ได้ด้วยการสับเพียงครั้งเดียว เพียงแต่หมีนั้นมีพลังชีวิตและความทนทานสูงกว่ามนุษย์มากรวมถึงขนหยาบหน้าหนาลดแรงโจมตีจากอาวุธเย็นได้มากแบบเหลือเชื่อ หนังของมันก็ยังเหนียวมากด้วย ยิ่งเป็นหมีควายขนาดใหญ่ผิดธรรมชาติที่มีรูปร่างผิดเพี้ยนแบบนี้นะ คงจะต้องใช้ความพยายามมากหน่อยถึงจะโค่นสัตว์ประหลาดตัวนี้ลงได้

        เจ้ามากมายที่กำลังบาดเจ็บ มันตวัดแขนมากมายของมันอย่างบ้าคลั่ง กรงเล็บหนึ่งของมันตะปบโดนแขนของหมู่โบกี้จนเป็นแผลทางยาว5รอยตามจำนวนเล็บของมัน หมวดเอกเร็วพอและสามารถหลบการโจมตีอันไร้ระเบียบและสะเปะสะปะของสัตว์เดรัจฉานได้ หมีป่าผู้เกรี้ยวกราดตัวนี้จะไม่ยอมโดนทำร้ายฝ่ายเดียวเด็ดขาด มันกระทืบพื้นอย่างดุดัน แหลมที่ไม่มั่นคงเริ่มสั่นคลอน

        มันตั้งท่าก่อนที่จะสาดดินบนพื้นใส่หมู่หมูมะนาวเพื่อให้เสียหลักแล้วจะได้ร่วงลงเหว แต่ว่าไม่ได้ผล หมู่หมูมะนาวยังระดมยิงปืนลูกซองเรื่อยๆจนกว่าจะไม่มีกระสุนเหลือแล้ว -ชาติได้โอกาสก็เอาเลื่อยไฟฟ้าเลื่อยเจ้าหมีป่าบ้าคลั่งตรงหัวที่งอกออกมาผิดจุด มันเปล่งเสียงดังสนั่นออกมาด้วยความทรมาณ ขนสีดำและเลือดสีแดงพุ่งกระฉูดออกไปจากปากแผล เศษเนื้อปลิวออกมาจากตรงที่เป็นแผลของเจ้ามากมาย พื้นที่เจ้าอสูรการแห่งผืนป่ายืนอยู่โชกไปด้วยโลหิตสีแดงสดที่ค่อยๆสีเข้มขึ้นตามกาลเวลา รวมถึงร่างของเจ้าหน้าที่ป่าไม้หลายคนที่โดนเลือดแดงฉานของมันสาดใส่

        "โฮ้กกกกกกกก!!! กรรรรรรร"มันคำรามดังกว่าเดิม ตาเบิ่งโพลง จากที่มันคิดว่าจะล่าเหยื่อ ตอนนี้มันเข้าใจแล้วว่ามันกำลังสู้กับศัตรูที่สูสีและอันตราย มันจะไม่รีรออีกต่อไปที่จะสังหารเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

        มันเจ็บมากแล้วก็โกรธมากด้วย มันตะปบใส่-ชาติทันทีจนเจ้าหน้าที่คนนี้กระเด็นไปทางปากเหวลึกแต่ยังดีที่-ชาติดวงยังไม่ถึงฆาต เขาเกาะขอบเหวก่อนที่จะตกลงไปในห้วงลึกอันลือชื่อด้านความอันตรายแล้วตะกายขึ้นมาได้สำเร็จ แต่เลื่อยยนต์กระเด็นตกเหวไป มันแกว่งขาเยอะแยะของมันไปมาและข่วนหมวดเอกได้ หมวดเอกเป็นแผลถากๆแต่แสบสุดๆ5แผลเช่นเดียวกับหมู่โบกี้ มากมายจะไม่ทน มันตะปบใส่ทุกอย่างแล้วเวลานี้ จ่าปลาปามีดพร้าของเธอเข้าไปปักหน้าอกของเจ้าหมียักษ์ รอยรูปตัว V สีขาวสามอันบนหน้าอกมันเปื้อนเลือดจนกลายเป็นสีแดงฉาน หัวหนึ่งของมันตอบโต้ด้วยการพุ่งจะเข้าไปกัดจ่าปลา

        "อย่านะ "แต่น้ำอ้อยที่อยู่ข้างหลังเอาลิ้นเหนียวสีชมพูรัดคอนั้นเอาไว้ได้ก่อนที่จะดึงให้มันชะงัก จ่าเลยหลบการโจมตีถึงตายของมากมายไปได้ อีกหัวของมันกะจะงับลิ้นของน้ำอ้อยแต่เธอปล่อยให้ลิ้นหดกลับเข้าปากก่อนที่มันจะได้กัด มากมายร้องอย่างเจ็บใจและกาย หัวจำนวนมากส่งเสียงดังกัมปนาศอย่างไม่หยุดยั้ง

        หมวดเอกฝ่าคลื่นเสียงสนั่นหวันไหวนั้นเข้าไปสับหน้ายื่นๆของมันอีกรอบ แต่คราวนี้มันรู้ทันเลยเข้าไปกัดหมวดเอกทันทีที่รู้ตัวว่าโดนฟัน หัวทั้งสองเข้าไปงับแขนขวาและไหล่ซ้ายของหมวดเอกอย่างจังและมันกำลังจะทำในสิ่งที่สัตว์นักล่าขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ทำเมื่อสามารถฝังคมเขี้ยวของตนเข้าไปในเนื้ออันโอชะของเหยื่อได้สำเร็จ นั่นคือการสะบัดหัวเพื่อฉีกร่างเหยื่อของมันเป็นชิ้นๆหรือกระชากเพื่อหักทำลายโครงสร้างที่สำคัญของผู้เคราะห์ร้าย เช่น กระดูกสันหลังไม่ก็คอ แต่ว่า

        "โฮ่งงงงง แฮร่"เจ้าฟองดูตรงเข้าไปกัดกระพุ้งก้นที่เต็มไปด้วยขนดำหนาของเจ้าหมีควายยักษ์ หมีป่ากระหายเลือดที่ต้องการฆ่าเต็มทนร้องออกมาอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น หมวดเอกหลุดจากขากรรไกรทรงพลังของพญาหมีออกมาได้ แต่ว่าเสียเลือดไม่ใช่น้อยเลยเพราะปากแผลลึกมาก เจ้ามากมายใช้ขาที่ไกล้กับเจ้าฟองดูที่สุดตะปบให้ฟองดูกระเด็นออกไปจากตำแหน่องขับถ่ายของมันแต่ฟองดูไวกว่า มันปล่อยคมเขี้ยวแบบหมาๆของมันแล้วหลบอุ้งตีนหนักอึ้งของสัตว์ร้าย ฟองดูเข้าไปงับขาหลังของหมีป่าทันที น้ำอ้อยก็ไปสมทบในการโจมตี เธอเข้าไปถีบหัวที่อยู่กลางหลังของเจ้ามากมายด้วยแรงขาของกบ มากมายไม่ได้สะดุ้งสะเทือนอะไรเพราะขนาดของน้ำอ้อยไม่ใหญ่พอที่จะสร้างความเสียหายฉกรรย์ได้เหมือนกับที่มีดพร้าของหมู่หมูมะนาวที่ทำกับมัน ซึ่งนั้นก็ดีแล้ว

        "มากมาย เอานี่ไป"น้ำอ้อยแต่กระโดดถึบเพื่อให้จังหวะการกัดของมากมายเสียไป เธอเอาตาข่ายที่เคยใช้จับเพลี้ยแป้งมาคลุมหัวด้านหน้า3หัวของมากมายเพื่อให้มันกัดไม่สะดวก นอกจากนี้อุ้งตีนของมันยังพันกับตาข่ายทำให้มันเริ่มเสียการทรงตัว มันกำลังจะดึงตาข่ายออกจากหัวมันแต่ว่า-กอล์ฟเอาปืนลูกซองที่กระสุนหมดแล้วหวดเข้าหัวหนึ่งของมันทันที มันคำรามลั่นอย่างโมโห ดึงตาข่ายออกอย่างแรงจนไปดึงหัวอีกหัวของมันเข้า มันเริ่มเซ

        "มันเสียหลักแล้ว -ตูด -เขลา ดึงให้ร่วงเลย เนย ถ่ายอย่าหยุด"หมวดเอกที่กำลังนอนเลือดอาบจากคมเขี้ยวหมีสั่ง ต้นกับขาวดึงเชือกสุดแรงจนหมีเซหนักกว่าเก่า เนยกับสมบัติถ่ายแฟลชใส่หน้าของหมียักษ์ดุบรรลัยจนมันตาลาย แสงแฟลชแบบเดียวกับที่ใช้จุดไฟเผามดถ่ายออกมาแบบไม่หยุดหย่อย หมีร้องด้วยความปวดแสบปวดร้อน มันกระชากขาวกระเด็นมาทางมันด้วยการลุกขึ้นยืนด้วยสองขาหลังอย่างรวดเร็ว

        "กรี๊ดดดดด"ขาวร้องอย่างหมดความแมน ร่างของเขาพุ่งตรงไปทางหมีป่าสุดโหดมหาดุ มันได้โอกาสตะปบใส่-ขาวดัง ปั้ก ก่อนที่ขาวจะกระเด็นลอยหายไปในความมืดของหุบเหว ร่างของผู้เคราะห์ร้ายค่อยๆห่างออกไปและเล็กลงจนกระทั่งหายไป เสียงกรีดร้องของ-ขาวยังลอยออกมาจากปากเหวอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมันเงียบหายไปเมื่อเสียงกระทบพื้นดังขึ้น คงไม่ต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้นข้างล่างนั่น แรงดึงดูดของโลกและโขดหินเบื่องล่างไม่ปราณีผู้ใดเช่นเดียวกับกฎแห่งธรรมชาติข้ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นใครหรืออะไร กฎแห่งธรรมชาติไม่เคยถอยให้ใครแม้แต่ก้าวเดียว

        หมู่โบกี้ได้โอกาสเข้าไปฟันแขนที่ปกคลุมด้วยขนสีดำหนาๆของหมีป่าพันธุ์โหดตัวนี้ เลือดไหลทะลักออกมาจากปากแผลตามที่คาดไว้ รวมถึงขนสีดำอีกกระจุกกระเด็นออกมาจากจุดที่โดนมีดพร้าคมกริบเฉือนลงไป

        "ฮว้ากกกกกกกกกก!!!! โฮกกกกกกกก!!!!!!"มากมายโกรธมากขึ้นเป็นทวีคูณ มันกระทืบพื้น คำราม เข้าซัด-กอล์ฟด้วยอุ้งตีนมหากาฬ ดีที่กอล์ฟใช้ปืนลูกซองกันส่วนที่เป็นกรงเล็บแหลมคมของมันได้ แต่ถึงอย่างนั้น พละกำลังของหมีคลั่งทำให้ปืนลูกซองเป็นรอยทะลุ 5 รอยทันที มันไม่รอช้าพุ่งเข้าไปขย้ำเป้าหมายด้วยปากยื่นๆและเขี้ยวคมๆอย่างต่อเนื่อง ดีที่ีตาข่ายช่วยลดความเร็วและความแม่นยำของมันลงได้มาก หมีควายตัวฉกาจคำรามอย่างคลั่งแค้นและอึดอัด มันตะปบใส่-ตือที่อยู่ข้างๆและพยายามที่จะฟาดหัวมันด้วยปืนลูกซองแทน ตือหลบทันเลยเป็นแผลแค่เล็กน้อย


        รู้สึกจะบรรยายเยอะกว่าฉากแอคชั่น เรื่องหน้าอาจจะปรับปรุง

        https://writer.dek-d.com/Happytatar/story/view.php?id=1545339

        อ่านต่อได้ที่นี่

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ส่วนของผม ฉากบู๊สู้กันจะมีทั้งแบบใช้อาวุธทั้งระยะประชิดและระยะไกล แต่บรรยายเยอะไปหน่อย

      ลองดูกัน

      .

      .

      .

      เจ้าสัตว์ร้ายกำลังเดินไปมา ส่งเสียงหัวเราะชวนสยองสลับกับเสียงคำรามอันน่าหวาดหวั่น เสียงที่ได้ยินผ่านประตูโลหะนั้นสามารถบอกได้ว่ามันอยู่ไกลแค่ไหน ทันทีที่เสียงเดินเบาๆของมันไกลออกไป ด็อกเตอร์ก็กดปุ่มเปิดประตูโลหะสีน้ำเงินโคโบลต์ เผยให้เห็น. . . ความว่างเปล่า มันรู้ว่าเราจะต้องเข้าโจมตีเลยไปแอบอยู่หลังอะไรซักอย่างในห้องรกๆนี้ ทีนี้ ได้เวลาหาตำแหน่งของอสูรกายกันแล้ว


      "ฟองดู วิ่งเลย"หมวดเอกจับฟองดูขึ้นแล้วโยนออกไปสุดแรง หมาสีน้ำตาลเหลืองที่โชกโชนซึ่งประสบการณ์เดาได้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น กลิ่นของนักล่า เสียงของสัตว์ป่า การโจมตีเกิดขึ้นเร็วมาก ทำให้ฟองดูนึกถึงสมัยที่มันเอาตัวรอดจากน้ำท่วมท่ามกลางวิกฤติฟาร์มจระเข้แตก มันวิ่ง ไม่ใช่วิ่งแนวตรงแบบที่หมาทั่วไปวิ่ง มันวิ่งซิกแซกอย่างชำชองแล้วสิ่งที่มันคาดเดาไว้ก็เป็นจริง สัตว์อสูรร่างยักษ์ที่มีความเร็วเกินกว่าที่คิดไว้ออกปรากฎกาย


      "กรรรรรรร!!!! ก๊าซซซซซซซซซซ!!!!!!!!! จี๊ดดดด!!!"เสียงขู่กรรโชกที่ฟังดูแปลกประหลาดผิดธรรมชาติดังขึ้นกึกก้องไปทั้งห้องปฏิบัติการพิเศษ เจ้าของเสียงจะเป็นใครไม่ไม่ได้นอกจาก DP-026 เจ้าภาคภูมิ(หมวดเอกตั้งชื่อที่เรียกง่ายกว่าให้) ที่พุ่งตัวเข้ามาอย่างมุ่งร้ายและรวดเร็ว กรงเล็บของมันที่เหมือนกับของเสือตะปบใส่พื้นโลหะจนเป็นรอยขูดขีดส่งเสียงเหมือนกับชอล์คกรีดกระดานดำ เบื้องหน้าของเรา สัตว์ร้ายตัวนี้เป็นหนูสีขาวอมเหลืองขนาดใหญ่ ตัวของมันใหญ่เหมือนเสือโคร่งโตเต็มวัย ขนสีขาวอมเหลืองของมันมีลายสีดำแบบเดียวกับลายทางของเสือโคร่งลายพาดกลอนขึ้นทั่วตัว ใบหน้าที่เหมือนกับหนูของมันมีลวดลายแบบเดียวกับของเสือโคร่งเอเชียเป๊ะ ดวงตาของมันเป็นสีแดงสดทั้งดวงเช่นเดียวกับเม็ดทับทิม จมูกยื่นๆในแบบฉบับของหนูมีสีดำสนิท ปากของมันมีฟันแทะคู่ใหญ่และแหลมคม เขี้ยวคมกริบเต็มปากแคบๆของมัน หัวของมันใหญ่โตและจากแววตาน่ากลัวทำให้เดาได้ว่ามันได้สติปัญญามาจากมนุษย์ ขาทั้ง4ไม่เหมือนกับขาของหนู แต่ดูเหมือนกับเท้าของเสือที่มีกรงเล็บแบบยืดหดได้ ที่ขาดไม่ได้เลยคือจุดเด่นของหนู ใบหูขนาดใหญ่โตไม่สมส่วนของมันที่ประดับอยู่บนหัวยื่นๆ ยังคงเป็นของหนูอยู่ หางเป็นเกล็ดของหนูที่บัดนี้มีสายสีดำสลับไปมาแบบเดียวกับลายเสือ ขนทั่วร่างกายใหญ่โตแต่ไม่อ้วนตุ๊ต๊ะหรือหนาเหมือนดิกชันนารีของมันชี้ชูไปทั่วทุกทิศทางราวกับโดนไฟฟ้าช็อต อาการของสัตว์ตระกูลแมวก่อนที่จะเข้าต่อสู้ ถึงเวลาลุยกับอสูรกายที่น่าสะพรึงที่สุดในห้องแล็บเพี้ยนหลุดโลกนี้กันแล้ว


      "น้ำอ้อย แตงโม ควบคุม"หมวดเอกสั่ง แล้วทั้งสองก็นำหน้าทุกคนเข้าไปเผชิญกับสัตว์ร้ายที่กำลังไล่กวดฟองดูอยู่ เจ้าภาคภูมินั้นต่างจากมากมายตรงที่มีพลังการโจมตีเบากว่าเล็กน้อย แต่ ความรวดเร็วของมันนั้นคือเอาของแมวกับหนูมารวมกันดีๆนี่เอง ขาของมันขยับไปมาจนตาแทบมองไม่ทัน มันกางกรงเล็บแหลมคมจนสุดแล้วเข้าตะปบกับข่วนจุดที่ฟองดูเคยอยู่แบบวินาทีต่อวินาทีเพียงไม่กี่อึดใจ มันก็เกือบจะได้ฝังคมเขี้ยวแหลมโง้งของมันลงบนเนื้อนุ่มๆของฟองดู แต่ว่าบางอย่างที่มีสีฟ้าใสเข้ากระแทกมันเต็มๆจนมันเซออกไป สิ่งนั้นยืดหยุน นุ่มนิ่ม แต่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ


      แตงโมกำลังเอาน้ำเปล่าทั้งแกลลอนราดตัวเองอยู่ เนื่องจากอะมีบาจะแข็งแกร่งเมื่ออยู่ในน้ำ นี่จึงทำให้เธอสามารถสร้างอวัยวะเทียมแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของอะมีบาที่เรียกว่า อะมีบอยด์ (Amoeboids) หรือเท้าเทียมได้ เมื่อมีน้ำมากพอ ความสามารถนี้จะแข็งแกร่งมาก สิ่งที่ดูเหมือนแขนที่3รูปร่างบูดเบี้ยวแต่ทรงพลังพุ่งออกมาจากอกของเธอแล้วตวัด ทุบ กระแทกเจ้าหนูปีศาจตัวนี้อย่างไม่หยุดหย่อน แม้ว่าจะโดนข่วนหรือกัดกระชากแต่แตงโมก็กัดฟันซัดกับมันต่อไป ขนาดของมนุษย์กับความสามารถของสัตว์เซลล์เดียวช่างน่าทึ่ง เธอใช้อะมีบอยด์เหวี่ยงร่างขนฟูของเจ้าตัวร้ายอัดกระแทกพื้นจนพื้นสะเทือนแต่มันไม่ได้โง่ มันสะบัด แล้วถีบตัวเองออกจากเจ้ารยางค์เบี้ยวๆที่ยื่นออกมาจากสาวแว่นก่อนที่จะถอยออกมาในระยะปลอดภัย ส่วนน้ำอ้อยก็คอยหลอกล่อไม่ให้เจ้าหนูลายเสือตัวนี้เข้าโจมตีแตงโมโดยตรงด้วยการเบี่ยงเบนความสนใจมาที่เธอเอง เธอใช้ลิ้นอันยืดยาวเหมือนกบของเธอที่พันกับเสียมทำสวนอันเล็กๆทิ่มใส่หน้าอสูรกายเบื้องหน้า เสียมอันนี้โดนเหลาและลับจนคมเหมือนใบมีด ตอนนี้มันไม่ใช่เสียมทำสวนอีกต่อไปแล้ว มันคือตรีศูลสงคราม หนึ่งในอาวุธคู่ใจของราชาวานรเผือกในวรรณคดี และเมื่อประกอบกับความรวดเร็ว พลังของขากบรวมถึงความสามารถในการปีนป่าย และสัญชาติญาณของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำผสมอย่างลงตัวกับสติปัญญาของมนุษย์ หนูผีทางม้าลายตัวนี้แทบจะตามไม่ทัน


      "อาวุธไฟโจมตี พลมีดประจำตำแหน่ง หน่วยแสงลงมือได้"หมวดเอกสั่งแล้วตัวเองก็เอากระดาษรายงานปึกหนึ่งขึ้นมาแล้วม้วนขึ้นเป็นเหมือนแท่งไม้ เขาใช้ไฟแช็กจุดไฟใส่กระดาษพวกนั้นแล้วโยนใส่สัตว์ร้ายเบื้องหน้า สไตล์เดียวกับปาคบเพลิงใส่สัตว์ร้าย เปลวไฟร้อนแรงทำให้เจ้าหนูปีศาจต้องถอยออกจากจุดที่มันเคยยืนอยู่ มันส่งเสียงแหลมบาดหูชวนให้เข่าอ่อน หรี่ตาลงแล้วแล้วพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วของนักล่า พอมันจะสวนเข้ามาใส่หมวดเอก เนยกับสมบัติก็เอากล้องอันใหญ่ประชดโลกของตนสาดแสงสีขาวใส่ใบหน้าและดวงตาของอสูรกาย มันสะดุดและชะงักอยู่เมื่อตาของมันโดนแสงแฟลชแรงกล้าแผดเผา แตงโมก็ใช้อวัยวะเทียมของตัวเองอัดกระแทกใส่ซี่โครงของเจ้าภาคภูมิระหว่างที่มันกำลังชะงักจนมันกระเด็นไปอีกทาง มันเริ่มบ้าเลือดขึ้นเพราะความเจ็บ แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่วางแผนกันไว้ น้ำอ้อยใช้ลิ้นกบที่ยืดหยุนของเธอตวัดเสียมคมกริบเฉือนแก้มและหูของสัตว์ประหลาดจนมันโกรธสุดๆ มันใช้หางที่แข็งแรงและเพรียวบางเหมือนแส้ของมันตวัดใส่ลิ้นของน้ำอ้อยจนเจ้าตัวสะดุ้งโหยง มันปวดแสบปวดร้อนเหมือนโดนไม้เรียวฟาด และแย่กว่านั้น ที่ลิ้นด้วย หน่วยนักข่าวก็ยิงแสงแฟลชพรางตาใส่สัตว์ร้ายทำให้มันมองหาเป้าหมายไม่ถนัด แต่แล้วก็เข้าแผนการของหมวดเอก เป้าหมายประจำตำแหน่งแล้ว

      "มอดไหม้ไปซะ"ด็อกเตอร์กดปุ่มสีแดงที่อยู่บนคอมพิวเตอร์ประจำของตนเอง ปุ่มที่แสดงถึงการเดินเครื่องฉายรังสีซึ่งตอนนี้เจ้า DP-026 กำลังยืนอยู่ตรงนั้นพอดีเสียงไฟฟ้าและเครื่องจักรกลอื่นๆดังขึ้นอย่างน่ากลัว เนื่องจากอุปกรณ์ส่วนใหญ่พังไปแล้ว สายไฟที่ฉีกขาดและบิดเบี้ยวพวกนั้นเลยลัดวงจร เสียงของประกายไฟฟ้าดังขึ้นและร่างของเจ้าภาคภูมิก็สั่นสะท้านไปด้วยพลังงานไฟฟ้ามหาศาล ขนบนตัวของมันชี้โด่เด่ไปทั่วเมื่ออำนาจแห่งไฟฟ้าเข้าเล่นงานมัน มันติดกับดักแล้ว


      "กรรรรรร!!!! ก๊าซซซซซซซ!!!!!!!"DP-026 กรีดร้องด้วยเสียงแหลมสูงสะท้านทรวงจน-กรอบสะดุ้งตื่น จ่าปลาถึงกับอุดหูอย่างทุรนทุรายเพราะเสียงแหลมสูงหรือดังมากๆกระตุ้นให้เธอเป็นไมเกรน มันดิ้นพราดๆอย่างควบคุมไม่ได้เพราะไฟฟ้าเข้าแทรกแซงระบบกล้ามเนื้อ ขนทุกเส้นบนร่างกายของมันชี้ฟูเมื่อกระแสไฟฟ้าแรงกล้าไหลผ่านร่างกายที่กลายเป็นตัวนำไฟฟ้าของมัน หางและหูเองก็ชี้ตรงเพราะกล้ามเนื้อเกร็งอย่างช่วยไม่ได้ มันชักดิ้นชักงอน้ำลายไหลย้อยแต่ว่ามันไม่ยอมแพ้ มันจะสู้ สู้อย่างที่ไม่มีหนูตัวไหนเคยสู้มาก่อน มันลุกขึ้นทั้งๆที่ร่างกายสั่นเทาและชักกระตุก สายตาของมันนิ่งและน่ากลัว แววตาสังหารฉายออกมาอย่างชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ มันกระโจนออกมาจากฐานที่เคยตั้งเครื่องฉายรังสีแล้วเข้าจู่โจมอย่างบ้าดีเดือด มันพุ่งเข้าไปหาหมู่โบกี้ด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อว่าตัวอะไรก็ตามที่โดนไฟฟ้าช็อตและบาดเจ็บสาหัสขนาดนั้นจะทำได้ มันเหมือนกับไม่ได้รับความเสียหายเลย หมู่โบกี้ใช้มีดพร้าในมือฟันใส่หน้าของหนูยักษ์พันธุ์ดุ แต่ว่ามันเอาขาหน้าสวนไว้ได้ทันเวลา เสียงเหล็กกล้ากระทบกับกรงเล็บของเจ้าภาคภูมิดังเหมือนกับเสียงดาบปะทะกัน หมู่โบกี้รู้ตัวว่าสู้กับอสูรร้ายเบื้องหน้าไม่มีทางไหว มันรวดเร็ว แข็งแรงและฉลาดเกินไป หนำซ้ำ หมู่โบกี้ยังได้รับบาดเจ็บสะสมจากการ โดนท่อนซุงหวดที่หนองน้ำ โดนแผลไฟไหม้ที่กลศึกปราบมด และ โดนมากมายซัดจนเลือดอาบ


      "ฮึ้ยยย!!!"หมู่โบกี้ถอยแล้วกระโดดหนีอุ้งตีนสังหาร เจ้าหนูปีศาจไม่ยอมรามือง่ายๆ มันสะบัดอุ้งตีนของมันใส่สีข้างของหมู่โบกี้อย่างแรงจนเป็นแผลทางยาว 4 แผล หมู่โบกี้ฉวยโอกาสฟันหูข้างหนึ่งของมันแหว่ง ชิ้นส่วนหูใหญ่ๆของมันที่ขาดออกร่วงลงบนพื้น และแผลที่หูของมันก็มีเลือดสีแดงฉานหลั่งไหลออกมาพร้อมด้วยความเจ็บปวดเหลือประมาน ดวงตาของมันเบิ่งกว้างจนเห็นเส้นเลือดและมันกำลังโกรธสุดขีด แม้ว่าจะมีแสงแฟลชรบกวนที่ทำให้มันปวดหัวแต่ว่ามันมีสติมากพอที่จะโจมตีต่อ มันรีบตวัดขาหน้าที่เต็มไปด้วยเล็บแหลมคมใส่หน้าอกหมู่โบกี้ทันที ซ้ำไปยังจุดที่มากมายเคยตะปบ พละกำลังของหนูตัวเท่าเสือไม่ธรรมดาเลย แรงอัดของอุ้งตีนพิฆาตทำให้หมู่โบกี้กระอักเลือด ทันใดนั้น เสียมที่โดนฝนจนคมกริบก็พุ่งตรงออกมาจากปากของน้ำอ้อยทิ่มสีข้างของมันจนเลือดพุ่งกระฉูด


      "ฮว้ากกกกกกกกก!!!!!!!! โฮกกกกกกกก!!!!!!!!"มันคำรามอย่างบ้าคลั่งแล้วเอี้ยวตัวออกมาจากหมู่โบกี้ เปิดช่องว่างให้หมู่โบกี้ใช้มีดพร้าแทงขาหน้าซ้ายของมันแบบเต็มๆ คมมีดปักทิ่มลงไปบนขาเรียวๆที่ห่อหุ้มด้วยขนปุกปุยสีขาวลายทางสีดำของมัน มันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแล้วใช้ปากยื่นๆที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคมพุ่งเข้าไปหมายจะถลกหนังหน้าหมู่โบกี้ออกซะ แต่หมู่โบกี้เอามีดพร้ากันไว้ทันทำให้มันกัดโดนคมมีดเหล็กมันวาวเฉียบคมแทน เลือดสีแดงเข้มแบบที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมควรจะมีไหลออกมาจากปากแผลของมัน แสงแฟลชสะท้อนใบมีดแวววาวเข้าลูกตาของมันจนทำให้น้ำตาไหล มันกัดมือของหมู่โบกี้ที่กำลังถือมีดพร้าอยู่จนมีดกระเด็นหลุดมือแล้วใช้น้ำหนักตัวโถมใส่จนหมู่โบกี้ล้มลงโดยที่มีมันอยู่ข้างบน ที่น่ากลัวที่สุดคือทั้งหมดตั้งแต่หมู่โบกี้แทงขามันจนตอนนี้ เกิดขึ้นภายใน 8 วินาทีซึ่งเร็วเกินกว่าที่ใครจะเข้ามาสับหลังมันทัน แล้วมันก็กำลังจะจบชีวิตของหมู่ขี้โม้ที่ตกอยู่ใต้พลังอำนาจของมันแล้ว


      ฉึกกกกก!!!!!! มีดพร้าสีเงินสะท้อนแสงหมุนคว้างอยู่กลางอากาศปลิวมาสับเข้าที่ไหล่ของมันจนเป็นแผลลึก แผลเปิดที่เลือดไหลออกมาเหมือนกับท่อประปาแตก ร่างกายสีขาวลายเสือโคร่งของหนูทดลองตัวนี้ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มอย่างช้าๆด้วยเลือดของมันเอง


      "กว๊ากกกกก!!!! จี๊ดดดดด!!! โอกกกกก!!!! ฮว้ากกกกกก!!!!!!!!"มันร่ำร้องด้วยความเจ็บปวด สติแตกและบ้าคลั่งด้วยความเจ็บปวด อาการบาดเจ็บจะทำให้สัตว์หรือคนต่อสู้อย่างดุร้ายและรุนแรงมากขึ้น ปากที่เต็มไปด้วยฟันคมๆชุ่มไปด้วยเลือดของมันเองและของหมู่โบกี้อ้าออกปล่อยมือของหมู่โบกี้ให้เป็นอิสระ หมู่โบกี้พยายามจะถอยออกจากเจ้าสัตว์ร้ายแต่ตอนนี้มันไม่เขวแบบเดียวกับเมื่อครู่แล้ว มันฉลาดพอที่จะกำจัดเหยื่อทีละคนดีกว่าวิ่งไล่เหยื่อไปรอบๆเหมือนกับหมาจิ้งจอกวิ่งพล่านไปทั่วเล้าไก่ มันอ้าปากแล้วพุ่งเข้ามาหมายจะกัดหน้าของหมู่โบกี้อีกรอบโดยไม่สนแสงรบกวนหรือสิ่งหลอกล่อความสนใจอื่นๆแต่ว่าทุกอย่างไม่ได้ราบรื่นอย่างที่มันคิด


      โครมมม!!!!! แรงอัดจากอวัยวะเทียมของแตงโมที่หวดใส่เจ้าสัตว์ร้ายจนปลิวออกไปจากจุดที่จะขย้ำหมู่โบกี้กระเด็นไปอัดกับเครื่องจักรพังๆจนชิ้นส่วนเครื่องจักรเสียบหลังของเจ้าอสูรร้าย มันดิ้นแล้วกรีดร้องอย่างทุรนทุราย ไม่ถึง 3 วินาที มันก็ดิ้นหลุด มันพุ่งเข้าหาแตงโมอย่างมุ่งร้าย ดวงตาสีแดงทับทิมของสัตว์พันธุ์ผสมเบิกกว้าง น้ำลายสีชมพู(ผสมเลือด)ฟูมปาก แตงโมพยายามจะใช้อะมีบอยด์บังการโจมตีของเจ้าภาคภูมิ แต่มันกระโดดหลบเบี่ยงขวา พุ่งเข้าเกาะกำแพง แล้วกระโจนใส่แตงโมจากด้านบน กรงเล็บของมันกรีดไปบนผิวหยุนๆที่เป็นเยื่อหุ้มเซลล์สีฟ้าใสเหมือนเยลลี่ขนาดใหญ่จนของเหลวใสที่อยู่ข้างในแตกออก มันกัดสิ่งที่น่าจะเป็นแขนของแตงโมแล้วสะบัดไปมาอย่างน่ากลัวพร้อมๆกับใช้กรงเล็บตะกุยร่างหยุ่นๆที่น่าสงสารของเธออย่างไร้ปราณี หมวดเอกเอากองกระดาษที่กำลังลุกไหม้ติดไฟโยนไปบนร่างปุกปุยนุ่มฟูของหนูขาวตัวฉกาจ ไฟลุกไหม้บนหลังมันอย่างรวดเร็วเพราะเส้นขนของมันเป็นเชื้อไฟอย่างดี มันกรีดร้องแล้วกระโดดไปมา เสียงของมันทุรนทุรายและน่ากลัวยิ่งกว่าตอนที่โดนมีดสับและตอนโดนไฟฟ้าช็อตซะอีก น้ำตาของสัตว์ร้ายไหลพราก มันกู่ร้องก้องคำรามอย่างเจ็บแสบ


      "ฮว้ากกกกกกก!!!!! ฮ้ากกกกกก!!!!!! ก๊าซซซซซซซ!!!!!!!"เจ้าสัตว์อสูรขนฟูร้องแบบเดียวกับที่ใครก็ตามควรจะร้องเวลาโดนเผาทั้งเป็น ความร้อนจากเปลวไฟที่สัตว์ทุกชนิดหวาดกลัวกำลังลามเลียร่างของมัน มันกระโดดโหยงไปทั่ว วิ่งพล่านไปมาอย่างไม่คิดชีวิต ดีดดิ้นไปมาแล้วกลิ้งไปมาตรงที่มีน้ำขังเพื่อดับไฟ สัตว์ร้ายจากนรกขุมวิทยาศาสตร์ตัวนี้ฉลาดกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีก ที่แย่คือบนพื้นตรงนั้น แขนสีฟ้าใสที่แกนกลางเป็นสีขาวขุ่นกองอยู่บนพื้น เลือดสีแดงแบบที่มนุษย์ควรจะมีไหลออกจากอวัยวะที่ประหลาดนั้น แขนของแตงโมไปอยู่ตรงนั้นแสดงว่า . . .


      "อ้ากกกกก!!!! กรี๊ดดดดด!!!! แงงงงง"เสียงร่ำไห้และกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของสาวน้อยครึ่งอะมีบาดังไปทั่วห้องปฎิบัติการพิเศษ ส่วนที่เคยเป็นแขนซ้ายของเธอโดนฉีกกระชากออกไปด้วยพละกำลังอันน่าพรั่นพรึงแทนที่ไว้ด้วยตอสั้นๆโชกเลือด เธอแขนขาดอย่างไม่ต้องสงสัย ทั่วร่างกายของเธอแม้จะโดนเล็บและเขี้ยวของเจ้าภาคภูมิเล่นงานแต่มีเฉพาะแขนของเธอเท่านั้นที่มีเลือดสีแดงของมนุษย์ไหลออกมา เธอร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวด แม้ว่าร่างกายเธอจะเป็นสีฟ้าใสแต่ทุกคนเห็นน้ำตาของเธอไหลออกมาได้อย่างชัดเจน อย่างน้อยที่สุดเลือดสีแดงนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเธอมีความเป็นคนมากกว่าอะมีบา แต่เธอคงต้องใช้ชีวิตต่อไปในร่างตัวประหลาดแขนพิการ ด็อกเตอร์เห็นดังนั้นเลยฟิวส์ขาดแบบที่นักวิทยาศาสตร์เฒ่าผู้สุขุมนุ่มลึกไม่เคยเป็นมากว่า30ปี เขาเอาคว้าท่อนเหล็กขนาดใหญ่เกินกว่าที่คนทั่วไปจะยกไหวชูขึ้นเหนือหัว ร่างกายผอมกะหร่องขาดสารอาหารนั้นหวดเหล็กกล้าหนักอึ้งใส่อกของเจ้าอสูรกายด้วยกำลังเหลือเชื่อ ตาของมันถลนออกมาและปากของมันอ้าอย่างผิดรูป


      กร๊อบ!!!!! เสียงกรุบกรอบที่ฟังดูเหมือนใครกัดแผ่นมันฝรั่งทอดแต่ว่ามันฟังดูน่าหวั่นใจมากกว่าน่ากินดังลั่นออกมาจากร่างของ DP-026 แสดงให้ได้ยินอย่างชัดเจนว่าซี่โครงของเจ้าหนูปีศาจหักคาที่ด้วยน้ำมือของผู้ที่สร้างมันขึ้นมา ร่างของหนูจากนรกตัวนี้ดิ้นพราดๆเหมือนไส้เดือนคลุกขี้เถ้า มันแผดเสียงร้องแหลมสูงอย่างน่าหวาดกลัว มันคงเจ็บมากถ้าหากซี่โครงทิ่มปอด สัตว์ร้ายพยายามพยูงร่างของมันขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่ได้รับความเสียหายทางกายภาพรุนแรงหลายครั้ง แล้วน้ำอ้อยก็กระชากมีดพร้าที่ปักอยู่บนไหล่ของมันออกแบบสดๆทำให้เลือดไหลออกมาจากปากแผลหนักกว่าเก่าอีก เธอดึงมันออกมาด้วยมือใหญ่ๆของเธอไม่ใช่ด้วยลิ้น แถมตอนถอนเธอใช้ขากบที่มีพลังเยอะกว่าของมนุษย์ถีบหลังของเจ้าหนูขาวกลายพันธุ์จนใบมีดอาบเลือดออกมาจากไหล่ของสัตว์ร้าย


      "ฮว้ากกกกกก!!!!! โอกกกกกกก!!!! อ้ากกกกก!!!!!"สัตว์ร้ายกรีดร้องอย่างเจ็บปวดทรมาณ แบบที่ทำให้ขนแขนสแตนด์อัพกันเป็นแถบ เสียงที่เหมือนกับหลุดออกมาจากโรงฆ่าสัตว์และหนังสยองขวัญเลือดสาดนี้ทำให้นักข่าวหยุดถ่ายมันซักพักนึง มันกำลังจะตะกุยขึ้นมายืนอีกครั้งแต่ว่า-ตือผู้มีดีที่พละกำลังเหวี่ยงซากเครื่องจักรที่ทำจากโลหะไหม้ๆดูบุบบิบบู้บี้ใส่ร่างของจอมอสูรแห่งห้องทดลอง มันร้องด้วยเสียงแหลมเล็กแบบเดียวกับเสียงของหนู เสียงของมันเบาลงมาก เหมือนกับว่ามันหายใจไม่ออก มันพยายามตะกายออกมาจากใต้เครื่องจักรหนักอึ้งอย่างสุดความสามารถ แต่ว่าคงต้องใช้เวลาซักพัก หมวดเอกตัดสินใจโยนกองเอกสารไฟลุกโชติช่วงใส่มันอีกทีเพื่อความแน่ใจว่ามันจะสู้ต่อไม่ไหว มันยังไม่สิ้นลาย กรีดร้องด้วยเสียงแหบแห้ง ตาของมันหรี่ลง น้ำลายฟูมปาก มันหอบเหมือนกับเป็นวัณโรคระยะสุดท้าย ตะเกียกตะกายและสะบัดตัวของมันไปมาอย่างบ้าคลั่งดุร้าย พลังใจและความอึดทรหดอดทนของเจ้าอสูรร้ายพันธุ์ผสมตัวนี้ไม่ธรรมดาเลย จริงๆก็อย่างว่าแหละนะ หนูเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีความทรหดอดทนและประสบความสำเร็จสูงมากในการเอาชีวิตรอด มันปรับตัวเข้าหาสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งกว่ากิ้งก่าซะอีก มันอยู่ได้ในทุกที่ ป่าลึก ภูเขา บ้านเรือน โรงงาน ท่อน้ำทิ้ง กองขยะ ทุกๆที่ มันสามารถว่ายน้ำติดต่อกันได้ถึง3วัน กินอาหารได้แทบทุกชนิด ปีนผนังแนวดิ่งที่ขรุขระเพียงเล็กน้อยได้ รอดชีวิตจากการหล่นจากที่สูงได้ถึง 4 เมตร แล้วตอนนี้มันได้ความยืดหยุ่นของร่างกายจากสัตว์ตระกูลแมวอย่างเสือไปด้วย ไฟฟ้าช็อต เปลวเพลิง คมมีด แรงอัด มันรับการโจมตีจากสิ่งเหล่านี้ไปอย่างหนักหน่วงแต่มันยังคงต้องการจะสู้ต่อ สมกับเป็นสัตว์ร้ายผู้อดทน


      รู้สึกจะบรรยายเยอะกว่าฉากแอคชั่น เรื่องหน้าอาจจะปรับปรุง

      https://writer.dek-d.com/Happytatar/story/view.php?id=1545339

      อ่านต่อได้ที่นี่

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่ได้จะยกแบบหมู่มาหรอกนะ


      แค่จะมาชวนให้ลองไปอ่านของผมดู


      เผื่อจะเอาเป็นตัวอย่างได้บ้าง

      ตอบกลับ
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป