/>

ว่าด้วยประโยค "คนอื่นเขาเกลียดกันทั้งโรงเรียนแล้ว" [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ขี้เล่น #ไม่คิดถึงคนอื่น #ขอบเขต #ปรึกษา #ขอคำแนะนำ
คืออยากขอคำแนะนำค่ะ

วันนี้ 26/1/2562 นี้แหละค่ะ 
เราเรียนอยู่ม.2 เป็นคนอารมณ์ดี ขี้เล่น ปัญญาอ่อน คือเป็นคนตลกนั่นแหละค่ะ มีญาติที่อยู่ชั้นม.3 โรงเรียนเดียวกันเขามาเยี่ยมแม่เขา(ป้าเราเนี่ยแหละ)ที่อยู่ใกล้บ้านเรา แล้วออกไปกินข้าวข้างนอกกัน 

กลับมาป้าก็บอกกับผู้ปกครองของเราว่า 'อยู่ที่โรงเรียนแล้วเราเป็นแบบนู้นแบบนี้' แต่ประเด็นที่ว่า พอได้ยินประโยคหนึ่ง

"คนอื่นเขาเกลียดกันทั้งโรงเรียนแล้ว"

รู้สึก...ปวดใจมากเลยค่ะ เหมือนมีอะไรมาจุกอกตลอดเวลา คือตอนนั้นได้ยินเราก็เงียบไปเฉยๆ ความรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ แต่ร้องไม่ออก 

ป้าเขาบอกว่า 'ที่เตือนเพราะหวังดี' ใช่ เราเข้าใจ เพราะบางครั้งเราก็เล่นแบบเกินขอบเขต ขอยอมรับว่าบางครั้งก็ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น เอาแต่สนุก

ป้าบอกว่า 'ที่โรงเรียนที่ลูกสาวเขาไม่กล้าบอก(ญาติม.3) เพราะกลัวเราเสียความรู้สึก'

เราก็ยิ้มแล้วบอกไปว่าจะไม่ทำแล้ว

ความรู้สึกแบบนี้มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นครั้งเดียว
มีครั้งหนึ่งที่อยู่หอพักขอโรงเรียน เพื่อนก็พูดประมาณว่า

"คนอื่นเขาเกลียดกันทั้งหอแล้ว"

บ่อยครั้งที่รู้สึกแบบนี้ เหมือนมีอะไรมาจุกอก บางครั้งก็ออกไปเดินเล่นนอกบ้าน อ้างว่าไปออกกำลังกาย เดินวนไปวนมาจนค่ำถึงจะกลับ หลังจากนั้นความรู้สึกเหมือนมันโล่ง ไม่มีอะไรให้คิด ยิ้ม หัวเราะได้ ตามปกติ บางทีก็แอบคิดว่าตัวเองแอบเก็บกดรึเปล่า

เคยไปปรึกษากับรุ่นพี่คนหนึ่ง ช่วงนั้นเป็นช่วงจัดงานคริสต์มาสที่โรงเรียน เราได้เป็นพิธีกร แต่สำเนียงภาษาไม่ค่อยได้ หลังจากเราพูดก็มีเสียงหัวเราะ 

'เสียงดัจริต'

ช่วงนั้นได้ยินคำนี้บ่อยมาก รุ่นพี่เขาก็บอกว่า ถ้าได้ยินก็เป็นเป็นไม่สนใจมันนะ เราก็ยิ้มทำตัวปกติ พอมีคนมาถามถึงวันงาน เรื่อง 'เสียงดัจริต' ก็ไม่พ้น พอถามเรา เราก็ยิ้มๆ หัวเราะไป ทำท่าทางแบบไม่ค่อยสนใจ คือเหมือนลึกๆ เรายังภูมิใจอ่ะ

คืออยากเป็นแบบปกตินะ นิสัยขี้เล่น อารมณ์ดี คือมันไม่ใช่ไง คนอื่นเขาไม่คิดงั้น เขาคงคิดว่าไม่ให้เกียรติ และไม่ค่อยชอบ

ตอนนี้ก็กำลังคิดว่า เลิกดีไหมนิสัยแบบนี้ เลิกยุ่งกับคนอื่น ทำเหมือนไม่รู้จัก ยิ้มตามปกติ ตอบในเรื่องที่เขาถาม ไม่ต้องเป็นจุดสนใจ อยู่คนเดียว 

แต่ถ้าเป็นแบบนั้นก็จะมีพวกชอบนินทาอีก ถ้าทำตัวไม่เหมือนคนปกติธรรมดา แตกต่างจากคนอื่น คือเราก็ไม่รู้จะทำยังไง คือเมินไปเลยดีไหม สนใจแต่การเรียนก็พอ แต่ถ้าหากมีงานกลุ่มแล้วคนอื่นไม่อยากรับล่ะ ...

สุดท้ายนี้อยากจะขอคำปรึกษาค่ะ

เราควรทำตัวยังไงดีคะ...?





ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

18 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อาจจะต้องหานะว่านิสัยอะไรตรงไหน ที่มันทำให้เค้าเกลียดกันทั้งโรงเรียน คือมันต้องแยกระหว่างความเกลียดจากพฤติกรรมที่เป็นลบ กับความเกลียดที่เกิดจากความอิจฉา ริษยา หรือหมั่นไส้ ถ้ามันเกิดจากพฤติกรรมด้านลบ แล้วทำให้คนเดือดร้อน ก็ควรต้องแก้ แต่ถ้ามันเกิดจากกรณีหลัง อันนี้ก็ปรับแค่เบาๆ ก็พอ หรือถ้าสตรองจริงก็โนสนโนแคร์ก็ได้จ้า จริงอยู่ว่าเราต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคม แต่ถ้ามันเป็นเพราะความรู้สึกด้านลบของคนอื่นเนี่ย เราแก้ไรไม่ได้ คนคิดลบ ยังไง เค้าก็คิดลบอยู่ดี

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ว่าไป
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คุณพยายามทำตัวให้มีจริตจะก้านแบบที่เพื่อนๆว่าหรือเปล่า พยายามสนุกหรือพยายเฟรนลี่อะไรอยู่หรือเปล่า ถ้าทำอยู่ใก้เลิกทำ แล้วเป็นตัวของตัวเองไปซะ เพราะถ้าพยายามากไป มันคือการเหมือนนนนนพยายจนเยอะอะ อะไรที่เยอะมันก็ไม่ดี


      แต่ แต่นะแต่ แต่ถ้าที่ทำที่เป็นอยู่ มันไม่ใช่การพยายาม แต่มันคือตัวตนของคุณจริง ๆ ก็ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรค่ะ นั่นคือตัวตนคุณแล้ว คุณไม่ได้ดัดอะไร แต่คือตัวเราเอง เราเป็นแบบนี้ ก็ต้องเป็นแบบนี้ ให้มั่นใจในตัวเองไว้ค่ะ คิดเพรยงว่าถ้าสิ่งที่เราทำ มันไม่ได้ผิดต่อใคร หรือทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็ไม่ต้องสนใจค่ะ be yourself ค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Gues
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คนไทยมีคติอย่างหนึ่งเขาพูดว่า


      "จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย"


      มันบอกนิสัยของคนไทยได้อย่างชัดเจน ว่าไม่อยากเห็นใครเด่นกว่าดีกว่า ประเทศไทยจึงไปไหนไม่ค่อยได้ด้วยมีคนไทยประเภทนี้อยู่มาก


      คนไหนที่เราไม่สนิทด้วยแล้วก็อย่าไปยุ่งกับเขาแค่นั้นเอง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ความรู้สึกนี้มันปล่อยผ่านไปไม่ได้นะหนู เพราะถึงแม้ว่าหนูจะปล่อยผ่านไปแล้ว พี่เชื่อว่ามันจะอยู่ในใจตลอดและถ้าเราไม่เคลียร์-ปมนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ มันจะพัฒนาไปเป็นปมด้อยแล้วถ้าแรงกว่านั้นอาจเป็นโรคซึมเศร้าได้นะ ทีนี้เราก็ต้องมาดูว่าเพราะอะไรเพื่อนถึงพากันเกลียดเรา เพราะเราใช่ไหมที่อาจเล่นอะไรมากเกินไปหรือเพราะปัจจัยอื่นๆที่มาจากตัวเรา แต่เราทำลงไปเพราะเราไม่ได้รู้สึกแต่คนอื่นเค้าเก็บไปคิด น้องก็ต้องมาคิดแต่ไม่ใช่เก็บมาคิดมากนะ เก็บมาคิดเพื่อปรับปรุงตัวเองแล้วก็พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น นอยด์อ่ะนอยด์อยู่แล้วล่ะ แต่เราก็ต้องเข้าใจอ่ะเนาะ มีชอบมีไม่ชอบเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่พอเรามีอัไรผิดพลาดมาซักข้อ คนอื่นๆก็มักจะขุดด้านเสียของเรามาเล่น อันนี้อย่าคิดมาก คิดเอาว่าเราจะได้รู้ว่าเรามีข้อบกพร่องตรงไหน แล้วทำมันให้ดีขึ้น สู้ๆนะครับบบ

      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มีสองจำพวกที่ไม่สนใจสายตาของคนในโรงเรียน 1 พวกอยู่เป็นกลุ่ม 2 พวกติดแฟนตัวติดกัน ถ้าคุณไม่มีทั้งสองนี้บอกเลยมันจะแย่เอามากๆต่อสถานการณ์ที่คุณกำลังเผชิญอยู่ เพราะจะไม่มีแรงต้านต่อสายตาคนรอบข้างได้ ถ้ามีกลุ่มเพื่อนสนิท เพื่อนจะช่วยกันปกป้องคุณ หรือถ้ามีแฟนที่ดี แฟนก็จะช่วยปกป้องคุณได้ แต่ถ้าถึงกับเป็นพวกขี้เล่นเกินเหตุแบบคุณ ก็ยากหน่อยที่จะอยู่เป็นกลุ่มกับคนอื่นได้ ผมแนะนำเลยครับ ถึงขนาดคนทั้งโรงเรียนไม่ชอบคุณ มันยากมากๆเลยนะที่จะเป็นไปได้ ในชีวิตนี้ตลอดที่เรียนมาทั้งม.ต้น ม.ปลาย ปี 1ยันปี5 แทบไม่เคยเจอใครที่โดนคนไม่ชอบมากมายขนาดนี้ ผมว่าคุณต้องลองย้อนมองดูตัวเองแล้วแก้ไขนิสัยโดนด่วน ง่ายที่สุดคือเปลี่ยนบทบาทตัวเอง ลองเปลี่ยนมาเป็นคนที่คอยช่วยเหลือคนอื่นแทน มีน้ำใจและจริงใจให้กับเพื่อนหลายๆคน ผมว่า100ทั้ง100ต้องเปลี่ยนความคิดที่มีต่อคุณบ้างแหละ ง่ายๆแค่มีน้ำใจครับ เอาความจริงใจของเราไปกระแทกความคิดของเค้า ไม่แนะนำให้ปล่อยผ่านแบบที่คอมเม้นอื่นๆแนะนำมา เพราะนี่คือบาดแผลที่จะไม่มีวันหายไปตลอดถ้าไม่ได้รับการรักษาแก้ไข ความทรงจำดีๆมันลืมง่าย ความทรงจำแย่ๆคุณจะจำมันไปได้ตลอด ถ้ามีอะไรที่อยากปรึกษาส่วนตัวคุณสามารถ ส่งข้อความลับมาให้ผมได้ครับ ยินดีให้คำแนะนำ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ....
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้ามีคนเกลียดแค่บางกลุ่ม ก็ชั่งมันไปเถอะพวกนั้นอาจมีอคคติ แต่ถ้ามีคนเกลียดทั้งโรงเรียนทั้งหอ เราควรพิจารณาตัวเองดูได้แล้วนะว่าทำตัวแย่ขนาดไหน อย่าลืมว่าทุกคนไม่ได้รับนิสัยเราได้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ป้ามาแวะ
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อย่าได้ไปเชื่อคำพูดบ้าๆพวกนั้นค่ะ ไม่มีใครจะถูกเกลียดอะไรขนาดนั้นทั้งโรงเรียนหรอก มีแต่คนที่เฉยๆกับคนที่ไม่ชอบ พยายามทำให้เราเสียความมั่นใจในตัวเอง พยายามลดคุณค่าของตัวน้อง ด้วยสาเหตุต่างๆ อาจจะฟังมาจากคนอื่นแล้วก็เชื่อ ทั้งที่ไม่รู้จักเรา หรือแค่ตีความไปเอง หรือหมั่นไส้


      //ถ้าน้องเชื่อว่า ไม่ได้ทำไปเพราะเจตนาร้ายกับใคร ขอให้เชื่อเถอะว่า น้องเป็นคนเก่งและมีคุณค่า แต่บางครั้งเราก็ไม่เจอคนที่เห็นค่าหรือ ไม่เจอที่ของเรา


      พี่เคยนะคะสมัยเรียน ได้ออกไปพูดหน้าชั้นบ่อย เพราะเพื่อนเกี่ยงกัน พอเราออกไปทำไรไม่ถูกใจ ก็ส่งข้อความขึ้นมาด่าเรา หมั่นไส้หาว่าเราเด็กเส้น ทั้งที่เราตั้งใจเรียนแค่นั้น หรือไม่สนิทกับใครไม่ให้ลอกงานก็หาว่าหยิ่ง เนิร์ด ไม่คบ


      ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันไหม แต่พี่เชื่อว่าน้องเป็นคนเก่ง ถ้าคนอื่นไม่ชอบ เราปรับปรุงเท่าที่ทำได้ค่ะ ถ้าเขาอคติ เราปล่อยไป คุยกับพ่อแม่ กรุ้ปคนที่สนใจสิ่งเดียวกัน ดีกว่า มีคนรักน้องพี่เชื่อ แล้วสักวันน้องจะเจอที่ๆเป็นของน้อง สังคมมันกว้างกว่าที่คิดมากๆค่ะ เป็นกำลังใจให้สู้นะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Kruawan_
      Guest IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เหตุการณ์ของเราคล้ายๆกันนะคะ แต่ของเราจะเป็นโดนคนรอบข้างบอกว่า มีคนเกลียดเราเพราะนิสัยขี้โวยวายอะค่ะ ตอนแรกๆรู้สึกหดหู่มากๆ ก็เลยกลับมาคิดกับตัวเองว่าเราเป็นอย่างนั้นจริงๆมั้ย หลังจากนั้นมาก็เลยพยายามเปลี่ยนนิสัยตรงจุดนี้ของตัวเอง พยายามไม่พูด ไม่แสดงความรู้สึก ถ้ามีคนถามค่อยตอบ แต่ยังไงเราก็ต้องดูด้วยว่าที่เขาไม่ชอบหรือเกลียดเราเนี่ย มันมีสาเหตุมาจากอะไร จากนิสัยของเราจริงๆ หรือแค่ไม่ชอบหน้าเลยพูดทำร้ายจิตใจเราแบบนั้น ถ้าเป็นอย่างหลังก็ปล่อยเลยค่ะ หรือถ้าอยากเปลี่ยนความคิดของเขา เราก็พยายามแสดงด้านดีของเราออกมา ช่วยเหลือเขา มีน้ำใจกับเขา เดี๋ยวเขาก็เปลี่ยนความคิดเองค่ะ. แล้วก็สู้ๆนะคะ พยายามระบายมันกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิทด้วยก็ดี อย่าเก็บมันไว้คนเดียวนะคะ เราเป็นกำลังใจให้ ของให้ผ่านมันไปให้ได้นะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      แขไข
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      โรงเรียนต่ำๆที่มีคนต่ำๆแบบนั้น เราต้องหนีไปค่ะ ตั้งใจเรียนม.4ไปสอบโรงเรียนที่มันมีคนดีกว่านี้ เพื่อนเราคนนึงโดนเพื่อนเกลียดเหมือนกัน ม.4ไปสอบโรงเรียนใหม่ ได้สังคมใหม่ ได้เพื่อนดีๆ ได้ทำกิจกรรม เป็นประธานนักเรียน พูดเลยค่ะว่าบางอย่างมันก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวเรา มันอยู่ที่ระดับทางสังคม

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      กระจกเงา
      Guest IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ลองเล่าด้วยสิคะว่าตัวเองนิสัยยังไง มักทำตัวยังไงบ้าง เคยทำอะไรที่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกเกลียดบ้าง


      น้องเล่าแต่ว่าถูกคนอื่นพูดยังไง แต่ไม่เล่าว่าตัวเองประพฤติตัวยังไงบ้าง แล้วแบบนี้คนอื่นจะช่วยคิดหาทางแก้ไขกันยังไงล่ะคะ?


      ไม่อยากฟังความข้างเดียวค่ะ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        #10-1

        หนูเป็นพวกสกินชิพค่ะ มักจะเป็นกับคนที่สนิทด้วยจริงๆค่ะ แล้วญาติคนนั้นเราก็ชอบที่เค้าเรียนเก่ง แบบเหมือนไอดอลน่ะค่ะ เราก็ชอบไปอ้อนเค้า เเกล้งปิดตาเค้าบางครั้ง แต่เวลาที่เค้าทำงานอยู่กับกลุ่มเพื่อนนี่เราจะไม่ค่อยเข้าไปยุ่งนะคะ เป็นบางครั้ง เข้าไปทักทาย ถามว่าทำอะไรประมาณนั้น อาจมีเกาะแกะบ้างตามประสาญาติพี่น้องที่อยู่กันตั้งแต่เด็ก กับคนอื่นนี่ไม่ค่อยค่ะ จะอยู่เป็นพวกเงียบๆกับคนอื่นระดับนึง แต่ถ้าเป็นกับเพื่อนหรือคนที่สนิทมากๆจะ เข้าไปเกาะแกะ อ้อน ถามนู่นถามนี่น่ะค่ะ นี่ก็อาจเป็นส่วนหนึ่ง

        แล้วเราก็เป็นตอนที่เครียดมากๆหรือทำงานยุ่งๆอยู่ ถ้าใครมาเรียกจะไม่หัน ถ้ามาสกิดนี่จะเผลอตะหวาดไปอัตโนมัติเลยล่ะคะ นี่ก็อาจเป็นส่วนนึง ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะคะ จะพยายามปรับปรุงตัวค่ะ


        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Goopp
      Guest IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แสดงว่านิสัยคุณแตกต่างจากคนในสังคม มีส่วนที่ขาดหรือเกินจนทำให้หลายๆคนยอมรับไม่ได้ การเป็นตัวของตัวเองแต่ไม่ดูความเหมาะสมก็แบบนี้แหละค่ะ พยายามดูกาลเทศะก่อนแสดงออก เอาง่ายๆ ดูคนอื่นที่เค้าเป็นที่รักเพื่อนเค้าทำตัวยังไงละเราทำตัวยังไงถึงกลายเป็นแบบนี้เปรียบเทียบนิสัย บุคลิกดู ลิสต์ข้อเสียออกมาละลองปรับเช่น เสียงดังไปหรือเปล่า หยอกล้อเพื่อนเกินเหตุหรือเปล่า มั่นใจในตัวเองเกินไปหรือเปล่า ทำตัวเยอะในเรื่องนั้นเรื่องนี้ เราต้องดูตัวเองนะคะ ทำตัวให้เหมาะสม เพราะคนในโรงเรียนไม่ใช่พ่อแม่ครอบครัวที่จะรักเราเข้าใจในทุกอย่างที่เราเป็นได้ ต้องมีความเกรงใจมีขอบเขตของการกระทำ เป็นเรื่องที่ห้ามมองข้ามนะคะ ถ้าถึงกับเกลียดทั้งหอทั้งโรงเรียน เพราะที่รร.เราก็มีแบบนี้ แต่จนตอนนี้เค้าก็ยังไม่ปรับตัว ทุกคนในโรงเรียนแม้แต่โรงเรียนอื่นยังไม่ชอบ พอได้ยินชื่อเค้าทุกคนจะทำหน้าเอือมเลย เพราะฉะนั้นค่อยๆปรับนะคะ อย่าขี้เล่นเกินไปเราโตแล้วเราต้องแยกแยะเวลาไหนควรเล่น เล่นยังไงให้ไม่เยอะเกิน ให้เพื่อนไม่รำคาญ อีกอย่างมีความเกรงอกเกรงใจคนอื่นด้วย ยังไงเค้าก็ไม่ใช่ครอบครัวเราที่จะตามใจเข้าใจเราหมด อย่ามองข้ามนะเรื่องใหญ่เลยเพราะจะทำให้คนอื่นๆเค้าจะไม่ชอบคุณไปตลอด สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ผ้าสีเหลือง
      Guest IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรื่องต่อไปนี้อาจยาวหน่อยนะครับ ผมไม่เคยแชร์เรื่องนี้ให้ใครฟัง แต่พอผมเจอน้องผมเลยอยากแชร์ให้ฟังนะครับ ถ้าเขียนไม่ดี ผมขออภัยไว้ด้วยนะครับ

      สวัสดีครับ ผมเคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะที่คล้ายกันและผมอยากจะแชร์วิธีการจัดการอารมณ์ของผมให้น้องได้รับรู้นะครับ
      เรื่องมีอยู่ว่า ผมเป็นเด็กกิจกรรมที่ทำกิจกรรมทุกอย่างในโรงเรียนตั้งแต่ม.1ถึงม.6 ไม่ว่าจะมีงานอะไรในโรงเรียนผมไปทุกงานเพราะผมมีปัญหาคือผมไม่อยากอยู่บ้านพ่อแม่ผมทะเลาะกันจนผมอยากออกไปข้างนอกและผมได้พบว่าการทำกิจกรรมนั้นมันทำให้ผมสนุก ได้ช่วยเหลือคนและมีประสบการณ์ ทำไปจนกระทั่ง ม.3 ครูกว่าครึ่งโรงเรียนรู้จักผมและกล่าวชื่นชมผมเสมอให้ทุกๆคนฟัง ประกาศออกไมค์บ้างชมในห้องบ้าง และตอนที่ชมในห้องผมก็ยิ้มและผมรู้ตัวเลยว่าผมเหลิง พอจบม.3เทอม1 ผมก็คุยเล่นกับเพื่อนปกติ แต่พอเข้าม.3 เทอม2 ไม่มีใครในห้องที่คุยกับผมเลย ผมชวนใครคุยก็ไม่มีใครคุยกับผม มันทำให้ผมรู้สึกเป็นอากาศที่ไม่มีใครมองเห็น พอเข้าไปในแก๊งของผม ก็ไม่มีใครคุยกับผมอีก ผมร้องไห้เพราะตอนนั้นผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรผิด จนผมไปเจอเพื่อนคนหนึ่งที่โรงหนังโดยบังเอิญ เพื่อนเล่าเรื่องคร่าวๆให้ผมฟังประมาณว่า ถ้าใครคุยกับผมก็จะโดนแบบผม ไม่มีเพื่อนคบเหมือนผม แล้วผมก็ถามอีกผมทำอะไรผิด เพื่อนผมบอกว่า ผมชอบไปเตือนเพื่อนว่า เฮ้ยอย่าทำนะมันไม่ดี มันอันตราย เพื่อนเลยไม่ชอบผม (ผมไป-กับพวกเขาเองแหล่ะครับ แต่ตอนนั้นผมไม่รู้ตัว) ตลอดเทอม2นั้น ผมมีเพื่อนสนิทคนใหม่ คือ ซิมซิมิ (โปรแกรมตอบข้อความอัตโนมัติ หลายปีก่่อน)ผมคุยกันทุกวันจนถึงวันที่ผมเลือกสายการเรียนในการต่อ ม.4 ผมเลยถามเพื่อนคนนั้นที่ผมเจอในโรงหนังว่า เพื่อนไปสายอะไรกัน เพื่อนผมตอบไปสายวิทย์-คณิต ผมเลยตัดสินใจไปเรียนสายภาษา แต่พอรู้ว่าเพื่อนบางคนมาเรียนภาษาผมเลยย้ายไปเรียนโปรแกรม อีพีและเมื่อเข้าไปก็ยังมีเพื่อนจากห้องเดิมเข้าไปผมก็ทำตัวเฉยๆ จนกระทั่งม.5ผมลงสมัครประทานนักเรียน แพ้ผู้ชนะประมาณ50คะแนน และผมก็ได้ยินหลายคนสมน้ำหน้าผมและพูดประมาณว่าไอขี้เก๊ก สมควรแล้วที่เขาไม่เลือก-เพราะเขาเกลียด-ครึงโรงเรียน ผมร้องไห้อีกครั้งและถามตัวเองว่ากูควรจะทำยังไง มันเลยทำให้ผมนิ่งไม่คุยกับใคร ม.6มีเพื่อนในห้อง41คน เพื่อนที่คุยกับผมคือครึ่งหนึ่งของห้องผมก็รู้สึกว่ามันก็ยังดีกว่าตอน ม.3ที่ไม่เหลือใคร จนผมจบม.6 ผมก็พูดกับตัวเองว่า ถ้าเราไม่ปรับตัวใหม่ ทำตัวใหม่เราจะผ่านเรื่องแบบนี้มาได้ยังไงวะ ซึ่งผมผ่านมันมาได้


      สิ่งที่ผมทำคือการนิ่งๆหาเพื่อนซักคนที่เขาคุยกับเรามีน้ำใจให้เรา และเราก็ต้องตอบแทนเขา เพื่อนผมชื่อบอลเขาไม่ค่อยเรียน เป็นคนเสพยาเสพติด แต่ผมไม่รังเกียจเพราะวันที่ผมไม่เหลือใครเขาเรียกผมไปนั่งกับเขาแล้วบอกผมว่า กูรุ้เรื่องทั้งหมดแต่ไม่รุ้ใครจะว่าไง-คือเพื่อนกู ผมซึ้งในคำพูดเขา ผมติวนส.ให้ผมทำงานให้ ผมช่วยเหลือเขาจนเรียนจบ ในระหว่างที่ผมอยู่กับบอลก็มีเพื่อนค่อยๆทะยอยเข้ามาผมก็แสดงน้ำใจต่อเพื่อนบางครั้งผมขอเพื่อนลอกการบ้านบ่อยเข้าผมก็เลยซื้อขนมแบ่งให้เพื่อนด้วยความเต็มใจและเพื่อนก็ตอบแทนผมด้วยขนมบ้างไปเที่ยวด้วยกันบ้างจนทำให้ผมจบม.6มาด้วยเพื่อนประมาณ20คน กิจกรรมโดยส่วนใหญ่ก็เล่นกีต้าร์ ไปดูหนังคนเดียว ไปกินข้าวที่ห้างคนเดียว ไปเล่นเครื่องเล่นที่ดรีมเวิลคนเดียว (ในช่วงแรกนะครับ) จนพอเพื่อนเห็นความจริงใจของผม เพื่อนก็ชวนไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่ ไปกินข้าวชวนคุยและมีความสุขด้วยกัน


      สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ จงอย่ายึดตัวเองเป็นใหญ่ จะทำอะไรก็ได้มันไม่ใช่ ผมทำในสิ่งที่ผมคิดว่าดีเพราะผมเป็นห่วงเพื่อน เพื่อนก็เกลียดผม ผมอยากสร้างอะไรดีๆให้โรงเรียนครึ่งโรงเรียนก็เกลียดผม ผมเลยไม่สนใจอะไร ใครจะทำอะไรก็ทำไป ใครจะด่าผมก็ด่าไป ใครจะคุยเสียงดังจนครูด่ายังไงผมก็นิ่งแล้วก็เฉย เพราะพูดไปสองไพรเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง อยู่นิ่งๆของเราใครจะให้โหวตอะไรผมก็ดูเพื่อนว่าส่วนใหญ่โหวตอะไรก็ตามๆเพื่อนไป เรียกว่า ตามน้ำครับ


      เรื่องราวของผมไม่รุ้ว่าจะเป็นการช่วยน้องได้บ้างหรือเปล่า แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ เราไม่ได้เจอเรื่องที่เหมือนกัน ไม่เจอคำพูดที่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ เรารู้สึกแบบเดียวกัน ผมเคยรู้สึกแบบนี้ และเชื่อผมนะครับหากเรานิ่งคุยเล่นและไม่แกล้งเพื่อนหนักๆเราจะมีเพื่อนที่รักเราครับ จงมีน้ำใจต่อกัน จงแบ่งปัน และปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนและเราจะมีเพื่อนที่รักเรามากที่สุดครับ


      สู้ๆนะครับน้อง ทุกอย่างบนโลกนี้มันไม่สวยหรูหรอกครับไม่ได้เหมือนที่ผู้ใหญ่สอนแต่จงนำประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นครูของเราโดยที่ไม่ไปทำมันอีกก็พอแล้วครับ และรวมถึงพัฒนาตัวเองปรับตัวและแสดงความจริงใจต่อกัน และพี่เชื่อนะครับ ว่าน้องจะกลับมามีความสุขในชีวิตมัธยมอีกครั้งหนึ่งครับ


      By เด็กกิจกรรม



      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        #12-1

        ขอบคุณนะคะสำหรับความคิดเห็น (^ω^)ตอนนี้หนูพยายามปรับปรุงตัวอยู่ค่ะ

        คือช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองเงียบไปเยอะเลย

        เพื่อนหลายคนก็ทัก ว่าทำไมไม่ตอบ เราก็ตอบว่า 'ไม่นี่ ขี้เกียจทำการบ้าน เอามาลอกหน่อยดิ' เราก็ตอบตามสไตล์ขี้เล่นกวนประสาทเหมือนเดิมค่ะ แล้วช่วงนี้ก็อยู่กับตัวเองเยอะมาก จะเข้ารวมกับกลุ่มเพื่อนเป็นบางครั้งบางครั้งก็ชอบคิดอะไรคนเดียว มีหน้าที่ของเราเราก็ทำไปแบบไม่สนใจใคร ถึงแม้จะกวาดขยะคนเดียวแล้วคนอื่นๆไปยืนจับกลุ่มคุยกันก็ตาม... บางครั้งก็เห็นรุ่นพี่คนอื่นๆ อยากไปทัก ไปแกล้งหยอกเล่นแบบที่ทำประจำ แต่เราก็เมินทั้งรุ่นพี่และพี่รหัส ผลสรุปทำให้หนูคิดได้ค่ะ ถ้าเราไม่ไปยุ่งกับใครมากๆ คนอื่นๆ ก็จะไม่มายุ่งกับเรา อย่างเช่นรุ่นพี่ที่เราเคยทักประจำ ถ้าเราไม่ทักไป เค้าก็ไม่ทักมา มันทำให้เราคิดได้น่ะค่ะว่าเราน่ะ รบกวนเค้ามากไป ยุ่งเรื่องเขามากไป ปัจจุบันตอนนี้คือเจอหน้าแล้วเมินทั้งสองฝ่ายค่ะ ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะคะ


        ขอบคุณจริงๆค่ะ

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Mmnf5360
      Guest IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตัวพี่เองก็เป็นแบบน้องนั่นแหละ ตลก เฮฮา ติ๊งต๊อง บ้าๆบอๆ เล่นตามประสาวัยรุ่น เฟรนลี่ คนทั้งโรงเรียนก็เล่นด้วย แบบว่า ไปเจอใครก็คุยกันตามปกติ มันอยู่ที่นิสัยหรือพฤติกรรมของแต่ละคนรึป่าวก็ไม่รู้ เช่น คนนี้เกลียดก็ใส่ร้ายเราให้คนอื่นเกลียดตามตัวเอง คนประเภทนี้มีนะ แต่น้องก็ลองคิดดีๆว่าตัวเองทำผิดตรงไหน ควรแก้ยังใง พี่เคยผ่านจุดๆนี้มาแล้ว ทุกวันนี้ทุกคนยอมรับในสิ่งที่เราเป็น ทำมันให้ได้ สู้ๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      aom-aom110845
      Guest IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เป็นของตัวเองป่ายเลยคร้าา ติสแตกหลุดโลกไปเลยค่ะ เกลียดชั่งมันค่ะ ชีวิตเรากำหนดเองได้ไม่ได้ให้ใครกำหนดค่ะ. ขอแค่ได้ผลการเรียนดีๆก็พอค่ะ. ผ่ามมมมม

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      คนไร้ตัวตน
      Guest IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ย้ายโรงเรียนนะคะ สังคมมัธยมก็เป็นแบบนี้กันเยอะ คือเกลียดอะไรไม่มีเหตุผล มีคนเริ่มไม่ชอบเราแค่กลุ่มเล็กๆกลุ่มเดียว ที่เหลือก็แค่เป็นหมาหมู่ตามๆกันไป


      เรียนให้เก่งๆไว้ก็ดีค่ะ จะได้ย้ายโรงเรียนง่ายๆ + ต่อให้ไม่ย้าย ก็โดนเพื่อนลากเข้ากลุ่มอยู่ดีถ้าเก่งจริง


      ถ้ามันไม่ชอบเราก็เลิกเล่นเลิกยุ่งแล้วทำตัวเงียบๆอยู่คนเดียวอย่างที่ จขกท บอก ก็ได้นะคะ ไม่ชอบแล้วจะไปง้อมันทำไม ถ้าทำตัวเงียบๆแล้วยังเกลียดก็แปลว่าไม่ได้เกี่ยวกับการทำตัวของเราแล้วค่ะ


      ยิ่งเรื่อง “สำเนียงดัดจริต” ยิ่งแล้วใหญ่เลย ห้ามสนใจเด็ดขาดนะคะ เราก็โดนแกล้งโดนด่าโดนเมินเกือบทั้งรุ่นมาเพราะเรื่องนี้ ตอนนี้จบตรีแล้ว กำลังจะไปต่อโทที่ต่างประเทศ ไม่ต้องไปเรียนปรับพื้นฐานความรู้เรื่องภาษา รู้สึกว่าที่ทนโดนล้อตอนนั้นมันคุ้มค่ามากๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Kjhg
      Guest IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ยัยป้า พูดอย่างเว่อร์ เกลียดทั้งโรงเรียนเนี่ยนะ ตามธรรมชาติ คนเราไม่ได้เกลียดกันง่ายขนาดนั้น เพื่อน-ๆ เพื่อนนิสัยเสียๆ ถามหน่อยเราเกลียดไหม ก็ไม่นะ เรื่องส่วนตัว นอกจากเขามาร้ายกับเรา เราถึงได้เกลียด ป้าเป็นผู้ใหญ่แย่ๆคนนึง เรื่องไม่เป็นเรื่อง เอามาพูดกวนประสาทเด็กเล่นๆ ถ้าบ้าไปตามคำพูดเขา ก็เซนซิทีฟเกินค่ะบอกเลย ป้านะมีปัญหาทางใจ ลูกไม่กล้าแสดงออกเหมือน จขกท มั้ง เลยอิจฉา เด็กมันจะเล่นจะบ้าก็เรื่องของมันป่ะ วัยนี้ ไม่ได้ไปมีผัวหรืออัพยาอะไรไม่ใช่เรื่องต้องมาว่ากัน
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราคิดว่ามันก็คงมีคนที่เฉยๆอยู่บางล่ะ เพียงแต่เขาแต่พยายามใช้คำพูดเพื่อทำร้ายเราเองเท่านั้น เพื่อนทั้งชาย หญิง เกลียดหมดจริงๆหรอ? ทุกคนเขารักกันมากถึงขนาดเกลียดคนคนเดียวหรอ? มันต้องมีการแบ่งเป็นกลุ่มๆบางล่ะ ใจเย็น โรงเรียนไม่ใช่สังคมที่ใหญ่ที่สุด หรอกนะ สร้างคุณค่าให้ตัวเองดีกว่าค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สู้ๆนะคะ อะไรที่เราทำแล้วดีหรือเป็นตัวเราทำไปแบบเดิมเลยค่ะ ไม่ต้องเครียด แต่อะไรที่รู้สึกว่ามากไปหรือคนอื่นไม่ชอบเราต้องลดๆหน่อยนะคะแต่อย่าเก็บไปคิดจนไม่เป็นตัวเองนะคะ เรื่องสำเนียงดัดจริตก็ไม่ต้องคิดมากค่ะ คิดซะว่าสำเนียงเราดีจนถูกมองว่าดัดจริต คิดแบบสบายๆใจโน๊ะ 55555555555


      เอาใจช่วยนะคะจากคนเราที่เคยถูกเพื่อนสนิทตอนมัธยมมาบูลลี่ที่มหาลัย(เรียนมหาลัยเดียวกัน) สู้ๆค่ะ

      ตอบกลับ
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป