ซ่อน
แสดง

​#dek62 (เวิ่น) รอบ Portfolio สัตวแพทย์ ม.มหิดล [ยินดีให้แชร์]

วิว
#dek62 #สัตวแพทย์ #สัตวแพทย์มหิดล #สัมภาษณ์ #portfolio

สวัสดีค่ะ หลังจากที่เราไปสอบสัมภาษณ์มาเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว เมื่อวานผลก็ออกมาแล้วว่าเรา...ติดมหาลัยแล้วค่ะ!!! เราติดคณะในฝันของตัวเองแล้ว!
 
ที่กระทู้นี้คลอดออกมาได้เพราะวันที่ไปสอบคุยกับเพื่อน บ่นๆกันว่าพี่ๆปีที่แล้วไม่มีใครเขียนรีวิวเลย เราเลยลองมาเปิดกระทู้เล่นๆหลังจากติดรอบพอร์ตแล้วดูค่ะ เผื่อจะมีน้องๆเข้ามาอ่านเล่นๆ หรือไม่ก็เพื่อนๆที่ต้องสอบสัมภาษณ์ในรอบถัดๆไป
 
กระทู้นี้ขอเล่า(เวิ่น)ตั้งแต่ตอนเริ่มเตรียมพอร์ตจนสัมภาษณ์เสร็จเลยนะคะ อาจจะยาวๆหน่อย แต่เราจะพยายามเขียนให้สนุกนะคะ (ฮา) ...ถ้าใครคุ้นๆกับสตอรี่นี้ก็ไม่แปลก เพราะมันคงไม่มีใครที่ทั้งเอ๋อทั้งเด๋อแบบเราอีกแล้ว TwT
 
ด่าน 1 : พอร์ตฟอลิโอ้กับปัญหาโลกแตก ฉันจะเอาอะไรไปใส่พอร์ต!
 
O_O << สีหน้าตอนหาเจอคุณสมบัติรอบ 1 พร้อมความคิดแบบว่า เอ๊ะ อาทิตย์สองอาทิตย์ก่อนยังไม่มีเลยนี่หว่า...ซึ่งนั่นน่ะ เพิ่งเจอไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ก่อนเขาเปิดรับด้วยซ้ำ ก็ประมาณปลายๆพ.ย.เลยล่ะค่ะ ตรงนี้ก็อาจจะผิดที่เราด้วย ถึงปีนี้ข้อมูลหลายๆอย่างช้ามาก ประกอบกับเราไม่ได้เช็คตลอดทำให้เกือบพลาดไปซะแล้ว
 
แต่เอาเป็นว่าช่างรีแอคตอนนั้นไปก่อนเถอะค่ะ มีคุณสมบัติ 2 ข้อที่ทำเอาน้ำตาแทบร่วงเลยล่ะค่ะตอนนั้น คือ
 
5.1 มีผลการวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันรับสมัครวันสุดท้าย อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
(1) TOEFL iBT  ไม่ต่ำกว่า 64 คะแนน หรือ
(2) IELTS ไม่ต่ำกว่า 5.0 คะแนน หรือ
(3) TOEIC ไม่ต่ำกว่า 600 คะแนน
5.4 มีใบรับรองการเข้าฝึกงานในโรงพยาบาลสัตว์ หรือ เข้าค่ายเตรียมสัตวแพทย์ ที่จัดโดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ ที่ได้รับรองจากสัตวแพทยสภา ไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง
(ข้อมูล : 
https://tcas.mahidol.ac.th/vs-r1.html)

 
O[]O!!! แม่เจ้า แตกหนึ่งสวยพี่สวย
เอาเป็นว่าไม่ใช่น้ำตาแทบร่วง ร้องไห้เลยค่ะตอนนั้น 55555
แต่คนเราต้องเดินหน้าต่อ ตั้งสติ! ฮึบ โทรไปหาท่านพ่อว่ามีเพื่อนเป็นสัตวแพทย์ให้พอเข้าไปฝึกงานได้มั้ย คำตอบก็คือ มี! เอาล่ะ โล่งไปเปราะหนึ่ง (ซึ่งตอนไปฝึกงานมันก็บันเทิงมาก แต่เราจะขอข้ามไป อิอิ...ต้องขอขอบคุณคุณหมอที่ให้เราไปรบกวนแบบกะทันหันด้วยนะคะ)
 
อีกหนึ่งก็สอบภาษาอังกฤษสินะ...ได้ยินมาว่า TOEIC จัดสอบเกือบทุกวัน เอ้า! สอบอันนี้แหละ
หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้ววันถัดมาก็ชวนเพื่อนโดดเรีย...ลาเรียนไปด้วยกัน โทรไปจองที่นั่งสอบตอนเช้าแล้วตอนบ่ายก็เข้าไปเลย ฉุกละหุกมาก ไม่ได้เตรียมตัวอะไรทั้งนั้น
สอบครั้งแรก... 510 ไม่ถึงแฮะ... ไม่เป็นไร สอบอีกทีก็ได้..... การศึกษาคือการลงทุน
... 630!!! ขุ่นพระ //ปาดเหงื่อ (ช่วงที่ไปสอบติดวันพ่อกับวันรัฐธรรมนูญด้วย กลัวสอบไม่ทันมากๆ เกิดสอบ 2 รอบแล้วคะแนนไม่ถึงจะทำยังไงดี.... แต่สุดท้ายก็ผ่านล่ะนะ)
แล้วพอร์ตของเราก็ผ่านอย่างเฉียดฉิวไปด้วยประการฉะนี้
 
ด่าน 2 : การสอบสัมภาษณ์ที่จะจดจำไปอีกนาน

ตอนไปสัมภาษณ์เขาให้เตรียมพอร์ตตัวจริงไปด้วย เราเลยต้องไปปริ้นท์พอร์ตแบบฉุกละหุก พอปริ้นท์ออกมาดันเพิ่งจะสังเกตุเห็นว่าพิมพ์ผิด ตกหล่น ใช้สรรพนามเปลี่ยนไปมาจนน่าต่อย เลยต้องทำแก้แล้วไปพิมพ์หใม่อีกรอบ (โชคดีนะใส่สันห่วง ไม่งั้นต้องปริ้นท์ใหม่ทั้งเล่มแน่...)

ก็เลยอยากให้เป็นอุทาหรณ์ว่าเรื่องความถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญมากๆนะคะ ต้องตรวจเช็คให้ดี เราโชคดีมากเลยที่คนที่ตรวจพอร์ตหยวนๆให้ ไม่งั้นพอร์ตเราคงไม่ผ่านแน่ๆ เพราะดันทำอะไรไม่ละเอียดอ่อน รู้สึกแย่มาจนถึงตอนนี้เลยล่ะค่ะ

ก่อนไปสอบเราพยายามเตรียมข้อมูลหลายๆอย่างที่คิดว่าอาจารย์จะถามไป เราอยากเป็นสัตวแพทย์สายสัตว์ป่าและการอนุรักษ์ค่ะเลยเก็งไปเยอะเลยว่าถ้าจารย์ถามว่าคิดยังไงกับเปรม*** จะตอบยังไง(...ตลก?)

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอคำถามนั้น (โล่ง...) โดนถามเกี่ยวกับป่าแหว่งแทน 5555 (จขกท.เป็นคนเชียงใหม่)
 
วันนั้นเราสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยค่ะ คำถามที่เจอมาก็เป็นคำถามทั่วๆไป อันดับแรกอาจารย์ก็จะให้เราแนะนำตัว หลังจากอาจารย์เอาพอร์ตเราไปเปิดๆอาจารย์ก็จะถามนู่นถามนี่ ก็จะเป็นเรื่องในพอร์ตบ้าง เรื่องทั่วๆไปบ้าง เช่น เวลาเครียดทำยังไง พูดภาษาญี่ปุ่นให้ฟังหน่อย(เราใส่เป็นความสามารถพิเศษไป) เคยเล่นดนตรีเหรอ ยังเล่นอยู่ไหม กลัวเลือดรึเปล่า เรื่องอะไรที่ผิดหวังที่สุดในชีวิต หรือให้เราเล่าเรื่องแรงบันดาลใจ
 
ตอนก่อนไปสัมภาษณ์คิดว่ามันคงจะกดดันสุดๆ แต่ปรากฏว่าไม่เลย อาจารย์ทุกคนดูเป็นกันเองมาก ตอนเราตอบแต่ละคำถามคือไหลเป็นน้ำเลยค่ะ ถึงจะแอบสั่นหน่อยๆก็เถอะ
 
มีความประทับใจ(ขำ)ที่โดนอาจารย์แซวว่าหนูชอบฟิสิกส์เหรอ หนูมองทุกอย่างเป็นโมเมนตัมรึเปล่า 55555
 
อันนี้เป็นคำถามที่น่าสนใจที่เราเจอมานะคะ (เรียบเรียงให้เป็นภาษาของเราแล้ว)
  • ทำไมถึงเลือกมหิดล มช.ก็มีสายสัตว์ป่านะ
  • มีหลายหน่วยงานที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สัตว์นะ ไม่จำเป็นต้องเป็นสัตวแพทย์ก็ได้ ทำไมต้องสัตวแพทย์
  • รับได้กับการการุณฆาตไหม ถ้าตอนเรียนต้องฆ่าสัตว์เพื่อศึกษาทำได้รึเปล่า
  •  ช่วงนี้ได้รับรู้ข่าวอะไรในวงการสัตวแพทย์มาไหม
 
ที่อยากจะแนะนำก็คือ ควรจะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับด้านนี้อยู่บ่อยๆ ข่าวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ดราม่าต่างๆ เพื่อให้ทันโลกอยู่เสมอ +คนที่สัมภาษณ์อาจจะยกขึ้นมาถามเพื่อวัดทัศนคติของเราต่อเหตุการณ์นั้นๆ (สำหรับคณะเราอาจจะเจาะจงไปได้ แต่คณะอื่นๆหรือม.อื่นๆก็อาจจะมีคำถามแหวกแนวนะ อย่างเพื่อนที่ยื่นม.อื่นก็ดั๊นนน... ไปเจอคำถามว่าคิดยังไงกับโดนัลด์ ทรัมป์ซะงั้น เล่นเอาไปไม่เป็นเลย เพราะงั้นเราควรจะติดตามข่าวสารให้มากๆ มันสำคัญมากนะจะบอกให้!)
 
ด่าน 3 : ลุ้นผลสัมภาษณ์ โดขิๆ นอนไม่หลับเลยค่าแม่ขา!!!

หลังจากสัมภาษณ์เสร็จก็กลับมานั่งกินนอนกินที่บ้าน หนังสือหนังหาไม่อ่านตามกิจวัตรประจำวันค่ะ ช่วงนั้นนอนอืดมาก โรงเรียนก็ไม่ได้ไป (ไม่ใช่โดดนะ! ครูให้อิสระในการเลือกว่าจะมาหรือไม่มาต่างหาก!!!) แต่ถึงจะชิลแค่ไหน ยิ่งวันประกาศใกล้เข้ามาก็ยิ่งโดขิๆ หัวใจเต้นโครมครามเหมือนหนูจะกระโดดออกมาเลยลูก

พอเห็นผลว่าตัวเองติด (ไปสัม 7 ติด 7 เลย ไหนบอกเอา 3 !) ก็ดีใจมากเลยล่ะค่ะ น้ำตาจะไหล ในที่สุดก็จะได้เรียนคณะที่อยากเรียนแล้ว ในจุดๆนั้นมันตื้นตันอย่างบอกไม่ถูกเพราะอนาคตเรากวัดแกว่งมาหลายปี เพราะความไม่มั่นใจในตัวเอง ตอนนั้นคิดว่ายังไงก็คงสอบสัตวแพทย์ไม่ติด เลยเบี่ยงเบนไปเยอะเหมือนกัน พอผลออกมาว่าจะได้เป็นอย่างที่ตัวเองอยากเป็นมันก็ดีใจ

ตบท้ายกระทู้ อยากจะบอกน้องๆและเพื่อนๆที่อยากจะเข้าม.มหิดล(และม.อื่นๆ)ว่า ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องเกร็ง ทำใจให้สบายก็พอ สู้ๆนะคะ!

 
และสุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบนะคะ
 

(^ วาดไว้ก่อนประกาศผลอีก แต่คือมั่นหน้ามากว่าจะติดเลยวาดเครื่องแบบมหาลัยซะเล---)
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

13 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป