/>

รีวิวประสบการณ์ตรง อัพ SAT ยังไงให้ถึง 1450!! พร้อมแนะนำหนังสือ #dek62 [ยินดีให้แชร์]

วิว
สวัสดีค่าาา!

หลังจากเทศกาลยื่นคะแนนรอบแรก (Early Admission ปี 2562) ของคณะต่างๆได้ผ่านไปแล้ว เห็นหลายๆคนได้ออกมารีวิวการเตรียมตัวสอบ SAT ของตัวเอง เราเองก็อยากจะแชร์ประสบการณ์ที่สู้กับ SAT มาอย่างยาวนานเช่นกัน เพื่อความน่าเชื่อถือ เราจะบอกคะแนน SAT ของเราอย่างละเอียด 
ขอออกตัวไว้ก่อนว่าเราไม่ใช่คนเก่งอะไรเลย ทั้งหมดเกิดได้เพราะความพยายาม (ที่มากถึงมากที่สุด) เราเชื่อว่าถ้าทุกคนพยายามและอ่าน SAT อย่างถูกวิธีทุกคนก็จะทำได้อย่างเรา หรือ ยิ่งขึ้นไปกว่าเราได้อีกมากก!

เราได้คะแนนรอบ DEC 2018 (รอบสุดท้าย) - ENG 670, MATH 780 (รวม 1450)

ย้อนประวัติคะแนน
MARCH 2017   - ENG 610, MATH 680 (รวม 1290) //สอบแบบเตรียมสองอาทิตย์ไฟแล่บ
MAY 2018         - ENG 670, MATH 750 (รวม 1420) //รอบนี้ฟิตมาก
OCT 2018         - ENG 670, MATH 730 (รวม 1400) // มันก็จะดิ่งลงเล็กน้อยเพราะสะเพร่า5555
ละก็มาถึงรอบสุดท้ายของเรา DEC2018 ที่ได้ 1450 นั่นเอง !!

ขอเริ่มจากการเล่า background ของเราก่อน (ใครจะข้ามไปพาร์ทสิ่งที่เราทำแล้วเวิร์กเลยก็ได้เด้อ)
 
Background สกิลที่เกี่ยวข้องกับSAT

เราเป็นคนที่มีพื้นฐานอังกฤษพอใช้ได้เพราะมีโอกาสได้เรียน English program ในตอนประถมต้น และก็มีโอกาสได้ไปแลกเปลี่ยนปีนึงที่อเมริกาตอนมัธยมปลาย แต่จะขอเน้นไว้ตรงนี้: 600 กว่าที่ได้มาในครั้งแรก ไม่ได้เป็นเพราะไปแลกเปลี่ยน แต่เป็นเพราะได้ไปฝึกอ่านจับใจความเยอะมากๆที่นู้นต่างหาก (ตอนนั้นได้ฝึกอ่านเยอะมากๆเพื่อเก็บหลักฐานมา support ข้อโต้แย้งของเราใน essay) ดังนั้นทุกคนที่ไม่ได้ไปแลกเปลี่ยนหรือไม่มีโอกาสสัมผัสภาษาอังกฤษเยอะอย่ากลัวเด็ดขาด อยู่ไทยเราก็ทำได้ การไปแลกเปลี่ยนมันสร้างบรรยากาศให้เราเก่งขึ้นได้จริง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะสร้างบรรยากาศนัั้นให้ตัวเองที่ไทยไม่ได้ซะหน่อย ใช่ไหมล่ะ!!
 
Background การเรียนเกี่ยวกับ SAT

เรา (คิดว่า) ตัวเองเป็นคนที่เรียนพิเศษน้อย และใช้การอ่านเองเยอะมากๆๆๆๆ เราเคยเรียน SAT Verbal อยู่ 1เดือนแล้วก็ออกมาอ่านเอง ส่วน SAT Math เราเรียน 1 คอร์สคือ Advanced SAT math ของIgnite by Ondemand  และพอเรียนจบก็ไปติวก่อนสอบของเขาเกือบทุกครั้ง Ignite สอนดีมากๆ และแทคแคร์นักเรียนดีมากๆ โปรโมทแรง
 
มาถึงช่วง 'แชร์สิ่งที่ทำแล้วเวิร์ก'
ขอแบ่งเป็นข้อๆเพื่อความเข้าใจง่ายนะ
 
1. ต้องสนุกกับ SAT

สำหรับเรานี่เป็น Mindset แรกๆเลยที่ควรมี เราชอบอะไรเราก็จะทำมันได้ดี อย่าคิดว่ามันคือข้อสอบ (ถ้ามันทำให้เราเครียด) คิดซะว่า SAT คือเพื่อนที่เราจะต้องตีซี้ให้ได้มากสุด หรือครูที่กำลังจะมาสอนบทเรียนอันยิ่งใหญ่ให้เราก็ได้ 
 
2. จงพร้อมที่จะเรียนรู้และเปลี่ยนวิธีการทำของตัวเองเสมอๆ ถ้าวิธีเดิมไม่เวิร์ก

Quote นี้คือตรงมาก
'Insanity is doing the same thing over and over again and expecting different results.'

ทุกครั้งที่คะแนนเราอัพขึ้นได้ ไม่ว่าจะตอนทำบฝห.หรือสอบจริง คือเราจะรู้สึกได้ว่าตัวเองได้รู้อะไรที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อนเสมอ อย่ามัวแต่ทำบฝห.รัวๆ (เน้นคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ) แต่ให้กลับมา reflect กับตัวเองด้วยว่าแต่ละชุดที่เราทำไป เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง ทำสมุดจดข้อผิดพลาด/จดศัพท์ใหม่ที่เจอ/ทำสรุปสูตรเลข ของตัวเองไว้เลย (สำคัญมาก)!!!! และก่อนจะฝึกทำชุดใหม่ก็มาทบทวนข้อผิดของตัวเองเพื่อจะได้ไม่ผิดซ้ำซาก ทำแบบนี้เราจะตกผลึกความคิดว่า อ๋อ เราเคยเจอข้อแบบนี้แล้ว มันต้องคิดแบบนี้ จนกระทั่งถึงจุดที่ทำให้เราผิดน้อยลงมากๆ เพราะเราพอจับวิธีคิดของข้อสอบได้แล้ว วิธีคิดที่ถูกจะทำให้เราทำถูกนั่นแหล่ะ
 
3. รู้จักข้อสอบ


การจะซี้กับเพื่อนคนนึงได้ เราก็ต้องรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาใช่ไหมหล่ะ SAT เองก็เช่นกัน จะทำข้อสอบได้ดี จะต้องรู้ว่าคนออกเขาต้องการอะไรจากเรา โดยเราว่า SAT ต้องการ

- คนไม่ขี้มโน + มีเหตุผล
อันนี้สำคัญมากก นอกจากเราจะต้องตอบตรงคำถามแล้ว อย่าคิดเองเออเอง เชื่อมโยงเองเด็ดขาด ตอบ+วิเคราะห์เท่าที่เขาให้มาเท่านั้น (อันนี้กับ reading ใช้เยอะมาก)

Reading—เขาจะชอบหลอกให้เราไปหลงวนเวียนกับข้อมูลที่มันสรุปไม่ได้ใน passage บางทีข้อ choice ก็ให้ข้อมูลเยอะเกินไป น้อยเกินไป ซึ่งมันจะสรุปจากเท่าที่ให้มาไม่ด๊ายยย (too broad/too narrow) ไม่ก็เอาใส่ choice ที่เออเราว่ามันดูใช่นะเพราะเราเอาไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่เคยรู้ในหัว แต่ปรากฏว่า passage ไม่ได้ state เอาไว้เลย (แสบมาก!)

Writing— สำหรับเรา เราแนะนำว่าควรอ่านเนื้อเรื่องและเข้าใจมันระหว่างที่เรากำลังแก้ grammar ไปด้วย เพราะบางข้อเช่นควรลบ/เพิ่มข้อความ หรือจะเพิ่มข้อความไหนดีล้วนเกี่ยวกับเนื้อหาใน passage ทั้งนั้น เราต้องตอบให้ตรงว่าเขาต้องการอะไรกันแน่

- คนไม่สะเพร่า + พื้นฐานแน่น
อันนี้เห็นชัดในเลข + writing มันไม่ใช่ข้อสอบเลขและwriting ที่ยากมากเว่อร์วัง แต่ต้องรอบคอบมากๆ เบสิกต้องแน่น 
วิธีฝึกเบสิก คือการฝึกแยกบท แยกสกิล (ตอนท้ายจะมีแนะนำหนังสือ)
วิธีฝึกความรอบคอบ คือฝึกทำแบบจับเวลาบ่อยๆทำบรรยากาศให้คล้ายกับทำข้อสอบจริง (ถ้าเราคิดว่าพื้นฐานเราแน่นพอจะลุยได้แล้วนะ) รวมถึงการสวดมนต์ นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรมเล็กๆน้อยๆ ฝึกให้ตัวเองมีสติในตอนกำลังทำสิ่งต่างๆมากขึ้น

- คนอ่านเก่ง อ่านเร็ว
SAT เป็นข้อสอบที่ผ่านไปเร็วมาก ต้องทำแข่งกับเวลา ดังนั้นถ้าเราอ่านจับใจความได้เร็วจะได้เปรียบ เราขอแนะนำให้อ่านเยอะๆๆๆ แบบ active reading คือพยายามคิด จดจำและเชื่อมโยงข้อมูลไปด้วยระหว่างการอ่าน อ่าน passage sat reading นี่แหล่ะช่วยได้เยอะมากหรือว่าอ่านข่าว/บทความภาษาอังกฤษอะไรก็ได้ ถ้าอ่านไม่รู้เรื่อง/ช้าก็ควรมานั่งวิเคราะห์ตัวเองว่าทำไมเป็นแบบนั้น เป็นเพราะเราไม่รู้ศัพท์รึเปล่านะ หรือว่า ไม่เข้าใจรูปประโยคแบบนี้เลย ปิดจุดอ่อนตัวเองให้ได้ ย้ำ! ปิดจุดอ่อน! ปิดจากการรู้จุดอ่อนแล้วแก้

เช่น ไม่รู้ศัพท์ก็หาศัพท์ SAT มาท่องเยอะๆ จากการรวบรวมเองหรือไปหาจากเน็ตก็ได้มีเยอะอยู่ เวลาท่องศัพท์แนะนำให้ท่องแบบรู้ว่าเอามาใช้ยังไงด้วยนะ อีกอย่างบางทีต้องระวัง เราจำคำแปลพื้นฐานได้ แต่ SAT อาจจะออกคำแปลแบบ advance เช่น appreciate ที่ใช้บ่อยๆแปลว่าเห็นคุณค่า แต่บางที SATก็ใช้ appreciate ที่มีความหมายว่าเพิ่มขึ้น (This house has appreciated in value.) ส่วนใน Math ก็ต้องรู้ศัพท์ / รู้ว่าถ้าถามแบบนี้แสดงว่าต้องทำแบบนี้ จะได้อ่านเร็ว เข้าใจโจทย์

จบไปแล้วสำหรับคุณลักษณะที่ควรมีในการทำ SAT ในแง่มุมของเรา SAT เป็นเพื่อนที่ตีซี้ยากระดับนึงเลยแหล่ะ แต่ถ้าเราเปิดใจ เราจะค่อยๆเข้าใจเพื่อนคนนี้มากขึ้น จะซี้กับ SAT ได้อาจจะต้องมีคุณสมบัติมากกว่าที่เราบอก ยังไงก็ตามอยากให้ทุกคนสนุกกับการมัดใจเพื่อนคนนี้นะ!

My SAT Strategy

เรื่องนี้ไม่ได้เล่าไว้ในหัวข้อข้างบน ขอมาบอกแยกเพราะมันสำคัญมากๆ เราจะวางแผนทุกครั้งก่อนจะเริ่มต้นอ่าน SAT โดยการไปดูตารางเทียบคะแนน SAT ตัวอย่างในเน็ต (แม้มันจะไม่เหมือนที่เขา score คะแนนจริงหรอก แค่พอเป็นแนว) แล้วตั้งไว้เลยว่าเราอยากได้ซักเท่าไหร่รอบนี้ จากนั้นก็คำนวณคร่าวๆว่าเราควรผิดกี่ข้อ เราจะผิดพาร์ทไหนกี่ข้อยังไงบ้าง

สำหรับกลยุทธ์ที่เราใช้คือ ทำ writing ให้ได้เกือบเต็มให้ได้ ผิดให้ได้น้อยสุด เพราะมันง่ายกว่า reading เยอะควรทุ่มเทในการฝึกสกิลแยกของ writing
(ใน khan academy //writing ของ Erica // writing ของ SAT panda และอื่นๆ)

พอแม่นแล้วค่อยมาลุยทำข้อสอบใน Khan หรืออื่นๆ ตั้งเป้าสุดท้ายไว้เลยเราจะผิดประมาณกี่ข้อ แล้วฝึกจนกว่าจะทำได้ตามนั้น ตอนแรกจะผิดเยอะหน่อยเพราะยังจำสกิลย่อยไม่ได้หมด ทำไปทำมา อ่านเฉลยไปมา ย้อนกลับไปย้ำสกิลแยกที่เราไม่แม่น จนทำได้ตามเป้าหรือไม่ห่างมาก (แต่ข้อผิดต้องนิ่งนะ เช่น สมมุติตั้งเป้าว่าผิดซัก 5-6 ข้อละกัน ไม่ใช่ทำครั้งนึงผิด 5 ข้อแล้วหยุดเลย ต้องผิด 5-6 ข้อแบบสัก 5++ ชุดอะ สู้ๆ!)

แม้เราจะได้ writing แล้วก็ห้ามทิ้ง reading นะ ส่วนตัวเราชอบ reading ที่สุดเพราะ passage มันน่าสนใจและก็กระตุ้นให้คิดเร็วๆ (เราเป็นคนคิดช้า ออกจากห้องสอบที่รรคนเกือบสุดท้าย คนสุดท้ายตลอด) ท้าทายดี แม้มันจะยากกกก แต่ถ้าเรามีใจจำทำมัน และก็ค่อยๆหาวิธีเข้าใจคนออกสอบก็จะพอทำได้แล้ว!

ส่วน Math เราเป็นคนสะเพร่า รวมถึงพื้นฐานบางอย่างไม่แม่น เลยต้องมานั่งฝึกสกิลที่ไม่ถนัดและก็ฝึกทำข้อสอบจับเวลาเยอะๆ ค่อยๆปิดจุดอ่อนไป

ทั้งหมดทั้งมวล ทุกคนเองก็มีจุดที่ต้องทำให้แข็งขึ้นต่างกันไป หาให้เจอและค่อยๆปิดมันนะ!!

สรุปใจความ
- ต้องสนุกกับ SAT
- เน้นคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ ทำสมุดจดข้อผิดพลาดและอ่านก่อนทำชุดใหม่
- ปิดจุดอ่อนตัวเองให้ได้ วิเคราะห์ว่าเราพลาดตรงไหนและแก้มัน
- พื้นฐานต้องแน่น ยอมเสียเวลาทำพื้นฐานให้แน่นดีกว่าลุยไปเลย
- ต้องฝึกทำข้อสอบจับเวลา จะได้บริหารเวลาถูก
- ฝึกอ่านจับใจความเยอะๆจะได้อ่านดีและเร็ว
- วางกลยุทธ์การอ่าน SAT ของตัวเอง ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าอยากได้คะแนนเท่าไหร่ และคะแนนนั้นต้องผิดอย่างละประมาณกี่ข้อ

แนะนำหนังสือ + สื่อการสอน SAT + ช่องทางพัฒนาตนเอง


College board practice test ชุด 1-6

ดีสุดตรงสุด เหมาะสำหรับการแกะรอยว่าคนออกต้องการอะไร แต่เฉลยไม่ได้อธิบายละเอียดขนาดนั้น แต่(อีกที) เราต้องเข้าใจให้ได้จริงๆนะ ใช้เวลากับพวก practice ในนี้ให้เยอะๆ อย่าทำแล้วดูคะแนนแล้วผ่านไป มันเป็นกุญแจในการเข้าใจคนออกข้อสอบจริงๆ!!!!

1600io --> https://1600.io/

เป็นเว็บของคนใจดี + สอนดีมากๆ ที่มาเฉลยละเอียด college board practice test ทั้ง 6 ชุด ฟรีตั้ง 4 ชุด แก้ปัญหาการอ่านเฉลยเองไม่รู้เรื่อง!!! นอกจากจะมาเฉลยแล้วก็ยังมีแนะนำ SAT strategy ที่ดีมากๆ เช่นถ้าเราใส่นาฬิกาเข็มเข้าห้อง ก็ให้ปรับให้ทั้งเข็มชั่วโมงและนาทีไปที่ 12.00 และกดให้เดินตอนเริ่มทำข้อสอบ เพื่อจะได้รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ส่วนตัวชอบตอนเขาสอน reading เขาเหมือนช่วยถอดรหัสให้เราเข้าใจคนออกข้อสอบ + ฝึกให้เราคิดอย่างถูกต้อง ต้อง! ไป! ดู!

ข้อสอบ SAT เก่าที่ถูกปล่อยออกมาในรูป QAS 

หาได้จากการติดตามเพจ FB Learning cafe (เป็นเพจที่ดีสุดๆๆๆๆ) และในเว็บไซต์อื่นๆ การทำข้อสอบเก่าจะทำให้เราเห็นแนวและเข้าใจคนออกข้อสอบมากขึ้น บางทีข้อสอบจะค่อยๆเปล่ี่ยนแนวไปด้วย เราต้องเก็บให้หมด เช่น สมัยก่อนข้อสอบเลขไม่ค่อยออก box and whisker plot แต่มาช่วงปี 2018ที่ผ่านมาก็เริ่มออกและออกเยอะด้วย

Khan Academy

เว็บนี้ทุกคนอาจจะรู้จักอยู่แล้ว ข้อสอบและแบบฝึกหัดเขาจะตรงมากเพราะเข้าร่วมมือกับ CB โดยตรงเลย reading and writing เราว่าตรงมาก math บางอันเราคิดว่ายากกว่าข้อสอบนิดนึง แต่ฝึกยากๆไว้ก็ดี เว็บนี้เอาไว้ฝึกแยกสกิลที่เราไม่ถนัดได้ดีมากๆ เพราะเขาแยกเรื่องให้เราเลย แถมมี Level ให้เราจากง่ายไปยากอีก ต้องไปลอง!

The Ultimate Guide to SAT Grammar ของ Erica L.Meltzer

เป็นเล่มแรกที่เราใช้เข้าใจสกิลแยกของ grammar อาจจะอ่านยากเล็กน้อยเป็นบรรยายอังกฤษล้วน แต่เขาสอนดีมากๆนะ แถมมีให้แบบฝึกหัดแยกสกิลให้เราด้วย แนะนำมากกก

Image result for the ultimate guide to sat grammar


SAT Panda Writing

อันนี้สำหรับผิดแยกสกิล grammar เหมือน Erica เราซื้อมาเพราะอยากลองแยกสกิลทำเพื่อความเป้ะอีกที แต่มีเวลาจำกัดมากเลยไม่ได้ใช้เท่าไหร่ แต่ดูๆแล้วก็น่าจะโอเค

Image result for sat panda writing


New SAT practice tests (ของ ies test prep)

ชอบส่วนของภาษาอังกฤษมากเพราะเฉลยดี ข้อสอบดี วิธีการคิดก็คล้าย SAT จริงๆมาก แนะนำสำหรับภาษาอังกฤษ!  เลขก็ถือว่าดีนะ เราจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ เพราะทำอังกฤษเป็นส่วนใหญ่

Image result for New SAT practice tests ies


New SAT practice verbal tests (ies)

จากที่รู้ไปในเล่มบนว่า ies ออกข้อสอบภาษาอังกฤษได้ดีมากก เล่มนี้ก็เช่นกัน เหมาะสำหรับการฝึกมือในส่วน verbal มีเฉลยอธิบายละเอียดออนไลน์ อย่าเพิ่งตกใจถ้าเปิดไปในเล่มแล้วไม่เจอ

Image result for Image result for New SAT practice tests ies


SAT Panda Math Advanced Guide and Workbook

อันนี้คือทุกคนต้องมีจริงๆ มันดีมากๆสำหรับการอ่านแยกบท ฝึกทีละสกิล ก่อนจะไปลุยเล่มโจทย์ของเขา (10 practice tests อันล่าง) เขาจะสรุปใจความและสูตรของแต่ละบทแบบกระชับและมีแบบฝึกหัดฝึกความเข้าใจตอนท้ายในทุกบท!

Image result for sat panda


10 practice tests for the SAT Math

เอาไว้ฝึกมือคือดีมากๆ เล่มนี้จะฝึกความเร็วของเราได้ เอาไปฝึกแบบจับเวลาเมื่อพื้นฐานแยกสกิลแน่นแล้ว บอกเลยว่าเวิร์กมากๆ ไปทำ!!

Image result for 10 practice tests for the SAT Math


YouTube: supertutorTV

 เป็นติวเตอร์ฝรั่งที่ได้ perfect score ในช่องยูทูปที่มาแนะนำเทคนิคการทำ SAT ดีๆมากมาย ทั้งเนื้อหาและการเตรียมตัวเลย 

 จบไปแล้วสำหรับการรีวิวอย่างละเอียดของเรา (ยังอ่านกันอยู่ไหม 55555) ขอให้ทุกคนสู้ๆไปกับการสอบ SAT นะ เราเชื่อว่าทุกคนทำได้และจะสอบติดมหาวิทยาลัยที่ตัวเองต้องการแน่นอนหากมีความพยายาม และอ่านSAT อย่างถูกวิธี!! เราเป็นกำลังใจให้นะ! มีอะไรก็สามารถเข้ามาถามกันได้เลย ยินดีตอบเสมออ
 
ป.ล. ถ้าว่างๆ อยากหาข้อมูลรีวิว SAT เพิ่มเติม อ่านของคนไทยแล้วยังไม่จุใจ ขอแนะนำให้ลองเสริชหาของพวกฝรั่งที่ได้ perfect score กัน อันนี้ตัวอย่างที่เขาออกมารีวิวนะ ลองไปอ่านดูกันเลย พวกนี้เขาสุดยอดกันจริงๆ!!
https://blog.prepscholar.com/how-to-get-a-perfect-sat-score-by-a-sat-scorer

 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป