อยากเขียนนิยายให้กาว แต่รู้สึกไม่ประสบความสำเร็จ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ต้องการวิธีแพร่กาวอย่างเป็นรูปธรรม
เรื่องแรกที่เขียนจบไป  ทุกคนพูดถึงความ OP ของตัวเอก  ความเป็นลูกรักของคนเขียน  อวยตัวเอกไปล้านแปด  ทั้งที่ในใจจริงๆ คนเขียนกำลังประชดอยู่  แต่ไม่มีใครสัมผัสถึงกาวได้แม้แต่คนเดียว  คนเขียนนั้นจิตตกมาก  ไม่เข้าใจว่าการสื่อสารผิดพลาดที่ตรงไหน

เรื่องทีสองที่เพิ่งเปิดมาใหม่ๆ สดๆ ซิงๆ  เป็นแนวอวกาศที่อยากเขียนมานาน  แต่พอเขียนแล้วรู้สึกว่ายากฉิบหอยเลย

เหนือสิ่งอื่นใด  นักอ่านเข้ามาแสดงความงงๆ มึนๆ อึนๆ ไปกับตัวละคร  ไม่มีใครจับประเด็นที่แอบซุกซ่อนเอาไว้ได้เลย

ก็พอจะเข้าใจว่าเรามันคนดูหนังอินดี้  แต่พอเขียนนิยาย  ก็อยากให้การสื่อสารถูกต้อง  ควรทำอย่างไรดี?

 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

8 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แนะนำว่าให้ทิ้งไว้สักระยะหนึ่งแล้วกลับมาอ่านนิยายตัวเองดูค่ะ ในตอนนั้นเราจะเริ่มลืมนิยายตัวเองพอกลับมาอ่านก็จะเห็นจุดบกพร่องที่มองข้ามไปในตอนแรก

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็เคยเจอเหมือนกัน บางทีนักอ่านมักอ่านตามตัวอักษรที่เราเขียน แต่ไม่ค่อยมองถึงความหมายที่มันซุกซ่อนอยู่หลังตัวอักษร บางทีคงต้องปล่อยวาง


      เรื่องแบบนี้บางทีมันแก้ยาก บางคนแค่เข้ามาอ่าน แต่ไม่ได้คิดวิเคราะห์ตาม


      สุดท้าย เขาก็ได้แค่อ่านเท่านั้น แต่ก็จะมีนักอ่านบางคนเช่นกัน ที่อ่านแล้วคิดวิเคราะห์ตาม


      นักอ่านจำพวกนี้จะร่วมเดาเหตุการณ์ไปตามเนื้อเรื่อง โดยเขาจะวิเคราะห์จากตัวหนังสือ และการกระทำของตัวละคร


      นักอ่านประเภทนี้เราก็เจอนะ เขาจะเม้นเดาเหตุการณ์และตัวละคร ซึ่งมันก็ดีมากๆ เลย

      เพราะมันทำให้นักเขียนอย่างเรา ต้องกระตุ้นตัวเองเพื่อเขียนงานออกมาให้นักอ่านเดายากขึ้น


      ค่อยๆ สู้แล้วกันค่ะ สักวันนักอ่านต้องวิเคราะห์ได้แน่นอน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอบแบบเอาความรู้สึกตัวเองล้วนๆเลยนะ ถ้านิยายเรื่องไหนมันเปิดหัวมาว่าเป็นแนว 'กาว' ส่วนตัวก็จะอ่านเอาฮาอย่างเดียวอยู่แล้วไม่ได้คิดอะไร แต่ถ้านิยายเรื่องนั้นมีส่อเค้าว่าแทรกอะไรที่ผมไม่ทันได้เห็น แล้วตัวละครหนึ่งในนั้น 'ทัก' จนรู้ตัวว่าอนาคตอาจมีการซ่อนแบบนี้ผมถึงจะเริ่มมองหา


      กรณีนี้ผิดได้ทั้งผู้กำกับ(ตั้งกล้องไม่ดี)และผู้ชมเอง(ไม่ทันสังเกต)


      อย่างอนิเมเรื่องนึงที่ผมเคยดู มันมีฉากที่พระเอกเตรียมตัวจะไปสู้กับคนร้ายที่ก่อคดีฆาตกรรม จู่ๆมันก็หลับตาข้างนึงล่วงหน้าสองนาทีกว่าก่อนจะเข้าไปเผชิญหน้ากับคนร้ายในห้องมืด แล้วพอเริ่มปะทะกันปุ่บมันก็ค่อยลืมตาขึ้น ตอนแรกผมไม่เก็ทเลยว่ามันทำไปเพื่ออะไร แต่ดันอยากรู้มากจนไปหาซื้อนิยายเล่มมาอ่านดู ถึงค่อยเก็ทว่ามันหลับตาเอาไว้ก่อนเพราะถ้าจู่ๆไปสู้เลยม่านตามันปรับตัวเข้ากับความมืดไม่ทัน ที่จริงในอนิเมะก็ทำให้ฉากมันดูสว่างขึ้นนิดนึงแล้วแต่ผมดันดันไม่สังเกตเอง


      มันก็ขึ้นอยู่กับการเดินเรื่องด้วยแหละว่ามันเป็นแนวที่คนอ่านต้องคิดตามไหม? ต้องสังเกตไหม? เรื่องที่ผมยกตัวอย่างมามันเป็นแนวปรัชญาผสมกับสืบคดี (รหัสคดีไร้สาระ เล่ม 1 วัฏสังหารแห่งการบั่นคอ) ชวนคิดหัวแทบระเบิดแต่ก็มองของที่เขาซ่อนเอาไว้ไม่ทันจนกระทั่งมีใครหรือตัวละครมาเฉลย


      แต่ถ้าอินดี้จัดจนสนุกกับการรอดูว่าจะมีใครเจอปมที่ซ่อนเอาไว้เมื่อไหร่นี่ก็อีกเรื่องนึง


      ป.ล. สังเกตไหมว่าตอนแรกเขียน 'อนิเม' แต่ตอนหลังเขียน 'อนิเมะ' และมีคำซ้ำว่า 'ดันดัน'

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เขียนแนวเด็กอ่าน หรือแนวกระแสที่เด็กอ่านเยอะ แต่อยากได้นักอ่านที่วิเคราะห์จริงจัง สังเกตอะไรที่เราอยากให้เห็น ก็ยากที่จะได้อย่่างนั้น แม้ว่าจะประชดแต่ใช่ว่าคนเข้ามาจะต้องมานั่งจับผิดกาวอะไรพวกนี้ซะด้วย

      ลองเขียนแนวไซไฟหรือวิทย์ดู รับรองว่าคนอ่านแบบนี้้เพียบ


      พฤติกรรมคนอ่านกับแนวนิยายที่เขียนมันก็ส่งผลทั้งนั้น


      แต่ถ้าเขียนแล้วคนอ่านบอกงงนะ แต่สนุกดี อันนี้เราจิตตกกว่าอีก แม้ว่ามันจะสนุกก็ดี แต่ถ้ามีคำว่าคนอ่านงงไม่เข้าใจ เพราะเราสื่อสารผิดพลาดเองรึเปล่า

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เอาเรื่องกาวก่อนแล้วกัน คนอ่านจะไวกับ ตรรกะของเรื่องและตรรกะของตัวละคร
      ถ้ามันแปลกประหลาด ผมจะใช้คำว่า เรื่องนี้กาว หรือหากเกิดขึ้นกับตัวละครก็จะบอกว่า -นี้มันกาวนี่หว่า
      นิยายคุณผมอ่านไปห้าตอนตัวละครก็ไมไ่ด้กาวอะไรขนาดนั้น ตรรกะพระเอกคือทำอะไรตามคำสั่งแบบทื่อ ๆ ตรง ๆ ตัวเนื้อเรื่องดำเนินในโลกที่ what if แต่ตรรกะที่ใช้ก็ยังเป็นตรรกะปรกติ เท่าที่อ่านคิดว่าแบบนั้นนะ

      เรื่องที่สองนิยานคุณไม่สื่อสารกับคนอ่าน เปิดมาตอนแรกชื่อ "ประวัติโดยย่อของผม" แต่ผมไม่รู้เรื่องอะไรของตัวเอกเลย ผมไม่ได้หมายความว่าคุณต้องบอกชื่อตัวละคร บอกชื่อพ่อแม่ตัวละคร บอกประวัติความเป็นมา บอกรูปร่างหน้าตา แต่คนอ่านอยากรู้ว่าตัวละครนี้มีความสำคัญต่อเส้นเรื่องอย่างไร อ่านไป 5 ตอนก็ยังไม่รู้


      หมดเวลาพักละเอาแค่นี้แล้วกัน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ต้องอันเชิญคุณคนนั้นมาแล้วล่ะค่ะ เขาทั้งเก่งและเชี่ยวชาญ ด้านกาวมาก ถึงกับพกกระปุกกาวไปด้วยเลยล่ะ555

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แวะเข้ามาเพราะเห็นอะไรกาว ๆ ตรงชื่อกระทู้ (ฮา)



      เอาจริง ๆ แล้วผมอยากแนะนำว่าถ้าอยากจะเขียนให้กาว ก่อนอื่นควรหยุดฝืนเสียก่อนนะฮะ กาวควรออกมาจากฟิลลิ่งภายใน หาใช่มันสมองไม่! (ฮา) ถ้าเขียนแล้วจิตตกด้วยยิ่งไม่ควรฝืนไปต่อ ควรหาอะไรกาว ๆ อ่านเพื่อกผ่อนสมองสักนิดนะฮะ...

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ส่วนตัวคิดว่า งานเขียนเป็นงานศิลป์อย่างหนึ่ง ซึ่งงานศิลป์ไม่จำเป็นต้องใช้ตรรกะอะไรมาก แต่จินตนาการต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ

      แต่เดี๋ยวนี้พวกนักวิจารณ์เจ้าหลักการผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด คนเหล่านี้คาดหวังว่าพวกเขาน่าจะได้อะไรจากสื่อเหล่านั้นบ้าง ไม่ว่าจะเป็น เพลง หนัง หรือแม้กระทั่งหนังสือนิยาย ขณะที่เสพสื่อ คนพวกนี้จะคิดตามไปด้วย และจะรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเรื่องราวในหนังหรือในนิยายไม่สมจริง หรือไม่เป็นไปตามที่ตนคาดหวังไว้

      ซึ่งงานเขียนก็มีทั้งแบบrealisticและfantastic ซึ่งทั้งสองแบบนี้มีส่วนผสมที่แตกต่างกันอย่างมาก มันก็ไม่ผิดที่คนเขียนจะทำตามความคิดตัวเองมากกว่าจะเอาใจคนอ่าน แล้วก็ไม่ผิดที่คนอ่านจะเลือกอ่านเฉพาะเรื่องที่ตนชอบ

      สื่อที่เสพและสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ผลงานของผู้เขียน เราก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบความแหวกแนว ไม่เชื่อลองไปอ่านนิยายของเรา ไม่มีเรื่องไหนที่สมจริงเลย ไม่ทำตามหลักการ แหกคอกตลอด แต่ถึงแม้พล็อตเราจะหลุดโลกแค่ไหน สิ่งที่จำเป็นต้องทำให้ชัดคือภาษาที่ใช้ในการบรรยาย เลือกใช้คำที่สามารถเข้าใจตรงกันได้ทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน

      ถ้าเธอแต่งแนวนั้นก็อย่าหวังอะไรมาก คนอ่านที่นี่เขาชอบความชัดเจน สมจริง และงานสำเร็จรูป มักจะรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องตีความหรือคาดเดาเอาเอง เพราะเขากลัวคิดผิด กลัวจะมีconflictกับคนที่คิดต่าง

      เราก็ติสท์แตกพอสมควร ก็รู้สึกหงุดหงิดพอสมควรที่ต้องมานั่งเรียบเรียงสำนวนภาษา จัดระเบียบเนื้อเรื่อง ก็คิดตลอดว่า ทำอีกแบบไม่ได้หรอ ทำไมต้องทำตามหลักการเป๊ะๆด้วย ทำไมคนอ่านถึงไม่ใช้จินตนาการของตัวเอง

      เราชอบเสพสื่อตะวันตก ก็เลยเขียนอะไรเทาๆ เว้นช่องว่างให้เดาเยอะๆเหมือนกัน แต่สรุปคือ คนอ่านไม่เก็ท งั้นก็เก็บไว้อ่านคนเดียวก็ได้วะ (ฮา)

      ปล. ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับปัญหาของคุณหรือเปล่านะ แต่อยากแชร์ อิอิ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #8-1

        แอบไปแวะดูนิดนึง

        สำหรับเรา คุณเขียนดีมาก

        สื่อสารได้ชัดเจนมาก คนอ่านคงคิดว่าเรื่องมีแค่นั้นก็คงไม่ได้คิดต่อ

        ที่จริงคนเขียนก็คิดมากกว่าคนอ่านอยู่แล้ว เพราะเราเป็นคนทำ รู้ว่าที่เราเขียนมีที่มาที่ไปอย่างไร ในขณะที่คนอ่านก็ได้แค่เสพผลงานสำเร็จรูป รู้เท่าที่เห็นนั่นแหละ

        แต่ถ้าทำแล้วไม่สบายใจ แนะนำว่าคุณควรจะปล่อยตัวปล่อยใจให้สบาย ทำในระดับที่พอทำไหว

        ผลงานออกมาดีแต่หักโหมจนเกินไป ก็ไม่ไหว

        สุขภาพจิตก็สำคัญนะ ดูแลตัวเองดีๆ

        ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป