/>

คุณรู้ไหม?ความรู้สึกของคนโดนแบน [ยินดีให้แชร์]

วิว
#วัยรุ่น #เพื่อน #เพื่อนสนิท #โดนแบน #มัธยม
ผลพวงจากการโดนแบน

           การโดนแบนคุณรู้ไหม? มันมากกว่าการทำร้ายความรู้สึกในขณะนั้น แต่มันจะตราตรึงไปตลอดชีวิตคุณเลยล่ะ
มันเป็นเหมือนตราบาป มันขโมยช่วงเวลาดี ความรู้สึกดีๆของคุณไปหมดเลยล่ะเรื่องนี้ มันไม่ใช่เรื่องเล็กนะ ฉันขอบอก...
 
คุณเชื่อฉันไหมถ้าคุณโดนแบน คุณจะเกิดคำถามมากมายว่าจะอยู่บนโลกนี้ต่อไป... ทำไม?
ใครกันที่บอกว่าชีวิตมอปลายเนี่ย เพื่อนดีที่สุด จำมิรู้้ลืม เพื่อนสมัยไหนก็ไม่เหมือนเพื่อนมอปลายเพื่อนสมัยมอปลายคือเพื่อที่ดีที่สุด ใครกล่าว ฉันไม่ได้กล่าว เพราะฉันขอค้าน
 
เรื่องราวมันเกิดขึ้น ฉันโดนแบน จากกลุ่มเพื่อนที่ฉันสนิทด้วยและเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลของห้อง
เขากุมอำนาจในห้องไว้คนเดียว ไม่มีใครกล้า ลุกสู้ หรือต้านเขา ทุกคนในห้อง มอบอำนาจทุกอย่างให้กับบุคคลกลุ่มนี้ กลุ่มที่ฉันเคยสนิทด้วยไงล่ะ แล้วฉันโดนแบน ไงล่ะ

เรื่องมันเริ่ม ตอนฉันย้ายที่เรียน มัธยมปลายใหม่ ... ที่ใหม่ ที่เหมือนจะดี
ฉันต้องไปอยู๋กับญาติ ฉันได้สอบเข้าโรงเรียนนี้ ได้อยู่ห้องแรก คนอันดับต้นๆ อยู่ห้องนี้
ที่นี่มีเด็กโรงเรียนเก่าอยู่ในห้องนี้เยอะแยะมากมาย ฉันเป็นเด็กใหม่ของห้องนี้ และในห้องนี้มีเด็กใหม่เพียงแค่ 2 คน เท่านั้น ฉันต้องสร้างการยอมรับ ฉันต้องหาเพื่อนใหม่ ฉันรู้จักทุกคน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ จนฉันเริ่มสนิทกับกลุ่มที่มีอิทธิพลกับคนในห้อง ฉันเป็นส่วนเกิน ฉันต้องทำหลายอย่างเพื่อที่จะได้เนียนเข้าไป ฉันต้องการการยอมรับ ช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของฉันมันผ่านไปด้วยดี แฮปปี้ ฉันช่วยเหลืองาน กิจกรรมของห้องเสมอ จนกระทั่งช่วงมัธยมศึกษาปีที่5 เรื่องก็เกิดขึ้นเนื่องจากเรามีนัดกิจกรรมทำบอร์ดกันแล้วเพื่อนนักมารับฉันไปด้วยแต่แล้ว ครอบครัวฉันมาบ้านพอดีฉันต้องช่วยเขายกของก่อน เพื่อนคนนั้นทนไม่ไหว ไปโรงเรียนไม่รอฉันแล้วก็บอกเพื่อนทุกคนห้ามติดต่อห้ามคุยกับฉัน แล้วฉันก็ทำโดยที่ไม่มีใครพูดกับฉัน ฉันอึดอัดมาก แล้วหลังจากนั้นคุณรู้ไหม ?????????

                คุณจะต้องรู้สึกอย่างไร เมื่อคนในกลุ่มไม่คุยกับคุณ และเพื่อนๆในห้องไม่อยากยุ่งกับคุณ เพราะเคยมีคนมายุ่งกับเราแล้วเขาก็แอบโดนเพื่อนแบนไปด้วย แล้วใครจะอยู่ข้างคุณล่ะ ชีวิตมัธยมปลายของคุณมันเปลี่ยนไปเลยล่ะ จากที่มีสีสันฉูดฉาด มันมืดมน เทาหม่น โลกทั้งใบที่มีแต่เพื่อนของคุณมันดับไปเลยนะจริงๆ ยิ่งถ้าคุณเป็นคนติดเพื่อนล่ะก็คุณจะรู้สึกแย่มากๆเชื่อฉันสิ คุณรู้ไหม ฉันร้องไห้ติดต่อกันเป็นระยะเวลาสามเดือน ฉันไม่อยากไปโรงเรียนอีกเลย คุณคิดภาพที่คุณจะต้องไปทานอาหารคนเดียว เดินเรียนคนเดียว ทำงานกลุ่มแล้วเพื่อนๆก็ไม่กล้าจะรับเข้ากลุ่ม แล้วที่หนักสุดคือคุณจะต้องนั่งเรียนโต๊ะเป็นกลุ่มที่ไม่มีใครคุยกับคุณแล้วต้องนั่งข้างกัน นั่งโต๊ะเดียวกับกลุ่มคนที่เขาแบนคุณ เวลาทำแลปล่ะ ส่องกล้องจุลทรรศน์ล่ะ คุณจะได้มีส่วนร่วมไหม?

แล้วคุณอาจจะคิดว่าทำไมไม่ย้ายโรงเรียนล่ะ ถ้ามันแย่ ....
ฉันคิดทุกวันเรื่องย้ายโรงเรียน แต่ฉันก็คิิดว่าฉันไม่อยากทำให้ครอบครัวต้องลำบากเพราะฉัน
เขาจะต้องมาทำเรื่องต่างๆ ลำบากพวกเขา เงินก็ต้องเสียเพิ่ม เพื่อฉัน ด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้ฉันรู้สึกว่ามันไม่คุ้มกันเสียเลย ฉันจึงเลือกที่จะทนสู้อยู่ที่นี่แม้ฉันจะร้องไห้ทุกวันก็ตาม

                แล้วฉันผ่านมันมาได้เพราะตัวฉันเอง ฉันคิดว่า ไม่เป็นไร เรามาโรงเรียน เพราะเรามาเรียน เท่านี้ก็พอแล้ว และด้วยความที่ฉันขยันและเป็นคนทำงานจึงหางานกลุ่มทำได้ไม่ยากแค่อย่าไปยุ่งกับกลุ่มคนที่มีอิทธิพลนั้น มีคนเห็นใจฉันอยู่อีกจำนวนมาก แล้วฉันก็ใช้ชีวิตคนเดียวอยู่เช่นนั้น จบมัธยมศึกษาปีที่หก ที่ทุกครั้งพวกกลุ่มคนนั้นอยู่ที่ไหน ฉันก็ไม่อยู่ที่นั่นให้รำคาญและอึดอัดใจ ฉันก็จะเข้าเรียนเร็ว และเจอกลุ่มเพื่อนที่เข้าเรียนเร็วเหมือนๆกันท้ายสุดเราก็เป็นเพื่อนกัน คุยกันไปไหนมาไหนด้วยกัน ตอนนั้นก็ต้องขอบคุณพวกเขานะ เพราะถ้าไม่มีพวกเขาตอนนั้นฉันคงแย่เหมือนกัน เพราะงานกลุ่มเยอะเหลือเกิน และฉันก็พยายามทำผลงานออกมาให้ดีซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้น จนฉันจบมาแล้ว คุณคิดว่าชีวิตมหาวิทยาลัยของฉันจะเป็นอย่างไรล่ะ ในเมื่อเราจะได้เจอเพื่อนใหม่ ฉันมาที่ที่ดีกว่าพวกกลุ่มคนพวกนั้น ฉันสอบได้ที่ดีๆ และไม่ต้องอยู๋กับคนพวกนั้นอีกต่อไป ฉันอยู่ในมหาวิทยาลัย ที่ไม่มีกลุ่มคนพวกนั้น คุณอาจคิดว่าฉันจะกลับมาปกติเหมือนเดิมเพราะทางโล่ง แต่เปล่าเลย...ฉันปิดใจ ไม่เปิดใจให้เพื่อนคนไหนเลย ฉันเรียนปีหนึ่งด้วยการที่มีเพื่อนไม่กี่คน และไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร ฉันทำทุกอย่าง เดินเรียน กินข้าวคนเดียว เดินใส่หูฟังอยู่คนฟังเพลงอยู่คนเดียว ตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม หลายคน รุ่นพี่ เพื่อน เห็น ก็จะทักตลอดทำไมมาคนเดียว แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรก็ตอบๆไป....
 
        " หูฟังเป็นสิ่งที่ฉันขาดไม่ได้และเพลงเป็นเพื่อนรักที่ดีที่สุดของฉัน "

 
               เรื่องราวทั้งหลายนี้มันเกือบจะฆ่าฉันแต่ ดีที่ฉันคิดได้ว่า การตายไปนั้นเปล่าประโยชน์ ฉันจะต้องดีประสบความสำเร็จแล้วค่อยเอาความสำเร็จมาตบหน้าคนเหล่านั้น เพราะถึงเขาจำทำให้เราแย่ แต่ท้ายสุดเราก็ดีกว่าพวกกลุ่มคนเหล่านั้นทุกคน และฉันก็คงตอบไม่ได้ว่าจะให้่อภัยกับคนกลุ่มเหล่านั้นได้ไหม แต่เชื่อไหมจากเรื่องราวนี้ ความคิด และพฤติกรรมฉันเปลี่ยนไปเยอะมาก มันดีขึ้นเลยล่ะ เพราะฉะนั้น อย่างน้อยเรื่องราวที่แย่ที่สุดมันก็ยังมีข้อดีอยู่เสมอนะ เราแค่มองหามันให้เจอก็พอ อาจจะช้า และยาก และ ลำบากหน่อย แต่จงค้นหาสิ่งดีๆจากเรื่องราวที่ร้ายที่สุดให้ได้มันจะทำให้คุณโตขึ้นอย่างมาก เชื่อฉันสิ
                และตอนนี้ฉันอยู่ปีสี่ ฉันเสียเวลาไปสองปีที่ติดอยู่กับความรู้สึกแย่ๆของคำว่า เพื่อน  แต่ท้ายสุด ฉันก็มีเพื่อนเยอะ น่ารักเหมือนเดิม แต่เรื่องความสัมพันธ์มันกลายเป็นปมด้อยสำหรับฉันไปเลยล่ะ ฉันพยายามรู้จักคน สนิทคนให้น้อย แต่ฉันก็ทำไม่ได้อยู่ดีนะ เพื่อนบางคนเรียกฉันว่า เป็น ผู้ลงสมัครพรรคการเมือง เพราะฉันรู้จักคนไปทั่วลงตึกมาเพื่อนก็ทักกันหมด เดินไปกับเพื่อนกลุ่มนึง ก็ต้องแวะไปหาเพื่อนอีกกลุ่มกว่าจะไปถึงรถ ก็ต้องรอฉันกันเสียนาน
 
แต่คุณเชื่อไหม รู้จักคนให้น้อย นั่นแหละดีแล้ว เพราะเรื่องแย่ๆของคุณมันกระจายได้ไวมากๆ ในขณะที่เรื่องดีๆของคุณมีน้อยคนจะรู้น้อยคนจะใส่ใจแต่สิ่งสำคัญที่อย่าลืมคือ จงทำตัวเองให้ดีอยู๋เสมอ !
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

6 ความคิดเห็น

    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราอยากเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับทุกคน

      ใคร มีปัญหา อยากปรึกษา หรือขอคำแนะนำ ปรึกษาได้ทุกเรื่องเลยนะ

      เด็กๆ วัยอย่างเรามันต้องช่วยเหลือกัน เพราะ Siri ไม่อยากเห็นใครต้องเศร้า


      ส่วนตัวเรารู้สึกว่าทุกคนต้องรู้สึกอยู๋แล้วว่า เพื่อน สำคัญในชีวิตมาก

      แต่เราอยากจะบอกว่า .... เพื่อน ก็สำคัญแต่คุณจะต้องเลือกเพื่อนที่ดีด้วยนะ

      แล้วเราควรเอาชีวิต ความสุข ความสำเร็จไว้ในกำมือเรา ไม่ใช่เอาความสุขของเราไปไว้ที่เพื่อนนะ


      เพื่อนน่ะ สำคัญ แต่ตัวคุณเองก็สำคัญเช่นกัน เราไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นอย่างไร ?

      แต่อย่างน้อยจงรู้ในทุกขณะของการกระทำของตัวเองว่าเราทำดีแล้วหรือยัง เท่านั้น พอ .....


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเป็นคนนึงที่เคยโดนแบนค่ะ แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น แต่ไม่ได้จากเพื่อนสนิท จากพวกกลุ่มหลักในห้องมากกว่าส่วนเราคือกลุ่มย่อยค่ะ ส่วนตัวรู้สึกสนุกมากว่า เอ่อ...อธิบายก่อน

      เราเป็นคนที่เรียนได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว แบบไม่รองานจากใครหรือรอใครสั่งแต่ลงมือทำเลย ก่อนโดนแบนก็เป็นหัวหน้างานมาตลอด ทำให้เวลามีงานกลุ่มเราไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร แต่ทุกครั้งจะบอกครูก่อนเสมอว่าโดนเพื่อนแบน(คุยนอกรอบทุกครั้ง) ครูเขาก็ให้คำแนะนำดีๆ กับเรานะ แต่ก็นะ...มันใช้กับพวกนั่นไม่ได้หรอก

      ครูมาพูดเองเพื่อนก็เออ ออกัน เราก็จะพูดโพล่งไปเลยว่ารับปากไปแล้วทำไม่ได้ก็อย่ารับปากเลย ครูก็ยิ้มแหย่ค่ะ ที้นี้อิทธิพลก็เลยเปลี่ยน


      ที่ทุกคนยอมกลุ่มนั้นเพราะกลัวเขาบอยคอต และที่กลุ่มพวกนั้นกล้าที่จะทำเพราะคิดว่าคุณเป็นประเภทยอมคน ไม่สู้คน คิดว่าจขกท.ต้องเป็นพวกไม่กล้ามี-งแน่ๆ ยิ่งแนวๆ ชอบใส่หูฟังเพื่อนเราเป็นเยอะค่ะ ไม่เคยสู้คน ยอมตลอด มีงานก็ให้ทำแทนทั้งๆ ที่เป็นงานเดี่ยว เห็นแล้วสงสารแท้

      และการที่เราทานข้าวคนเดียว ทำงานคนเดียว ทำกิจกรรมต่างๆ คนเดียว มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น เชื่อว่าคุณต้องขาดความมั่นใจตนเองระดับนึง เพราะเราก็ทำแบบนั้นได้ แม้จะที่มีคำถามมากมายจากเพื่อนห้องอื่น แต่เราก็ไม่แคร์ค่ะ นั่งกินข้าวกับเพื่อนห้องอื่นได้ชิลๆ ด้วย


      บอกเลยนะคะ เพื่อนน่ะสำคัญมาก เราไม่รู้จักคุณดีพอที่จะตัดสินใจได้จากคำบอกเล่าของคุณคนเดียว คุณน่ะได้เลือกเพื่อนที่ดีพอแล้วรึยัง? คุณเป็นคนดีที่มิตรสหายอยากคบมั้ย? เราไม่อาจทราบได้


       แต่เชื่อว่าประสบการณ์ที่ได้รับต้องคุ้มค่าแน่นอน อย่าลืมเปิดใจให้กับคนอื่นล่ะ แค่ไม่ต้องถลำลึกจนติดเพื่อน เพราะสังคมภายนอกเป็นสังคมสวมหน้ากากกันทั้งนั้นแหละค่ะ(สังคมทำงาน) ใครเด่นใครดีใครรู้จักพูดจา คุณคนนั้นคือผู้ชนะ



      อวยพรให้โชคดีนะคะ



      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-12.png

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #2-1

        ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณนะ และการแบ่งปันเรื่องราวของคุณด้วยนะ อิสตรีสีเทา คือ กระทู้นี้เราแชร์ให้คนที่โดนแบนได้รับรู้ว่ามีคนเป็นเพื่อนคุณ และขอสารเนื้อหานี้ให้มันไปถึงคนอ่านที่อาจจะไปแบนเพื่อนในอนาคต


        ในส่วนของเราก็เป็นเฮดงานทำงานดีอยู่แล้วแต่เคยเจอเพื่อนดีตอนมอต้นทำให้สนิท รักเพื่อนมาก พออยู่ๆ เจอเหตุการณ์แบบนี้มันก็เปลี่ยนชีวิตเหมือนกัน...


        และโดยส่วนตัว ณ เวลานั้น น้อยคนนักที่จะคิดได้แบบคุณ หรือรู้สึกแฮปปี้กับการทำอะไรคนเดียว ซึ่งจริงๆมันก็อาจจะมี แต่ในมุมมองเราเฉยๆนะ เราคิดว่า ไม่มีใครอยากทำอะไรคนเดียวในทุกเรื่องหรอก มันทำได้จริงๆ แต่อาจจะลำบากไม่สะดวก แค่นั้น แต่ คุณความคิดดีมากๆเลย ชอบ แขํงแกร่งดี ^^

        ปล.1ตอนนั้นเราอาจจะอ่อนแอจริงๆ เราไม่รู้ต้องสู้เขาอย่างไรเราก็วัดด้วยผลงาน เกรด อนาคตที่ดีกว่า แทน และเราก็สนิทกับเพื่อนต่างห้องมากกว่าสนิทกับเพื่อนในห้องอีก 5555


        ปล.2 กระทู้นี้ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนสู้ต่อไป และคุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะ คุณยังมีผู้เขียนและผู้อ่านอีกหลายคน เป็นกำลังใจและพร้อมเป็นเพื่อนคุณ จงสู้ และก็หาเพื่อนดีๆไว้แบ่งปันนะ ;)

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      "เพื่อนม.ปลายคือเพื่อนที่ดีที่สุด" พี่ไม่รู้นะครับว่าใครเป็นคนคิดประโยคนี้ แต่จากประสบการณ์ชีวิตพี่นะครับ พูดตามตรงว่าประโยคนี้โคตรเพ้อเจ้อ คนเราสามารถพบเจอมิตรที่ดีได้ตลอดชีวิตครับ และพูดตรงเลยว่า...ใช่ครับ...พี่เป็นคนนึงที่มีมิตรสมัยม.ปลายที่ดี แต่ก็ไม่ใช่มิตรที่ดีที่สุด สำหรับพี่มิตรที่ดีที่สุด คนที่ช่วยเหลือพี่ตอนลำบากมากที่สุด 1คนเป็นเพื่อนสมัยประถมที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบ20ปีแล้วได้แต่ติดต่อกันทางเฟส และอีก2คนเป็นเพื่อนสมัยมหาลัยครับ ส่วนถ้าน้องคิดเรื่องถูกแบน พี่พูดตามตรงนะครับ "เพื่อนจะมีมากมีน้อยไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ...เวลาเราลำบากเราพึ่งมันได้รึเปล่า และในทางกลับกันเวลามันลำบากเราเป็นที่พึ่งให้มันได้รึเปล่า" แค่นั้นครับ มีเพื่อนคนเดียวที่พึ่งพากันได้ ดีกว่ามีเพื่อนเป็นร้อยแต่พอมีเรื่องหันไปหาใครไม่ได้เลยครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราไม่เคยโดนแบนนะคะ แต่มีเพื่อนคนหนึ่งที่เขาโดนเพื่อนทั้งห้องแบนเลยค่ะ มีแค่เราคนเดียวในห้องที่อยู่ข้างเขา แรกๆเขาก็เครียดๆและมาขอคำปรึษากับเราบ่อยมากนะคะ แค่พอโดนบ่อยๆเธอก็เริ่มเปลี่ยนตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น ตอนแรกก็คิดว่าเขาอาจจะเริ่มโอเคแล้ว แต่ก็มารู้ที่หลังว่าลึกๆแล้วเขาก็ยังเครียดมากๆอยู่ เพราะครูมาบอกว่าเขามีโอกาสเป็นโรคหัวสูงมาก เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องโรคหัวใจเท่าไร แต่ก็เดาๆไปว่าอาจจะเกิดจากเรื่องนี้ก็ได้ ส่วนเพื่อนในห้องที่ได้ยินก็แทนที่ะสลด ตรงกันข้าม...กลับคิดว่าเพื่อนคนนัั้นเสแทรงแกล้งทำตัวหน้าสงสาร เฮ้อ...ผ่านมาเกือนสองปีแล้วก็ยังเป็นแบบนี้อยู่เลย ไม่รู้ว่าเขาทนมาได้ยังไง ดีนะที่เริ่มเบาลงกว่าตอนแรกๆแล้วน่ะ ไม่งั้นไม่อยากจะนึกเลยว่าจะเป็นยังไง

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #4-1

        คุณดีมากๆเลยล่ะที่อยู่ข้างๆเขา เขาจะไม่มีวันลืมคุณเลย คนเราพยายามเข้มแข็งเพื่อปกปิดส่วนที่อ่อนแอ เขายังไม่ได้เข้มแข็งจริงๆหรอก ต้องมีคนเคียงข้างเขาให้คำปรึกษาเขา มันเครียดนะคุณเวลาที่เราอยากคุยอะไรแต่คุยกับใครไม่ได้ มันต้องคิดหาวิธีที่จะเอาตัวรอดทุกนาที ลุ้นเวลาทำงานกลุ่ม ลุ้นการทำงาน อุปกรณ์ตัองครบไม่กล้ายืมใคร ชีวิตมันเครียด ไม่มีใครอยากอยู่คนเดียวหรอก มันโดดเดี่ยวมากเลย แต่ชื่นชมคุณนะ ขอบคุณแทนเขาคนนั้นด้วย

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ของเราเคยโดนแบนเมื่อตอนท.1คะตอนนี้เราอยู่ม.2กำลังขึ้นม.3

      คือเรื่องเกิดจาดที่เราสนิทกับ a ตอนปรับพื้นฐานแล้วก็มีเพื่อนร.ร.เก่าอีกคนคือ b ตอนนั้นก็คบกันรู้ไส้รู้พุงกันหมดพอมาประมาณเกือบจะก่อนกลางเทอม aและb ะเลาะกัน แล้ว b ก็ย้ายไปอยู่กลุ่มอื่นจนถึงปัจจุบัน ตอนแรกๆเราก็โดน b เกลียดไปด้วยเพราะว่าเราไม่ช่วยเขาสงบศึก คือจริงๆเราจะช่วยแต่คือ a มันขู่เราเพราะ a ไปสนิทแบบตอๆกัน k ซึ่ง k ในตอนนั่นเป็นในหนึ่งกลุ่มที่มีอิทธิพลของห้อง เราก็ยังช่วยอะไรไม่ได้ ตอนมา มป. คือชื่อย่ออีกคน นางทะเลาะกะเพื่อนกลุ่มเพื่อนที่สนิทกันห่างๆของเรา แล้วคือสักพักนางa ก็รับเข้ากลุ่ม ไปมาๆกลางเทอมนางสนิทกันไม่เห็นหัวเราโดนมองข้ามไปเลยแล้วคือเรากะ a ก็ทะเลาะกัน โดยที่a มาหาว่าเราชอบบังคับเพื่อน คือตอนนั้นเราก็คุยกันว่า เที่ยงนี้กินไรดีกัน เราก็บอกกินไก่ทอดกันจะได้เสร็จเร็วๆแล้วมารีบทำงาน เพื่อนก็บอกจะกินข้าวอะไรมั้ง เราก็บอกว่าขอวันเดียว พน.จะให้แกเลือก เพราะงานนี้มันใข้เวลาเยอะมาก พอวันถัดมา นางก็เหมือนคุยกะ มป.เริ่มนินทาเราละ เราก็ถามว่านินทาใคร ก็แบบเล่นๆ นางก็แบบป่าวๆ พอมาต่อในคืนนั้น เราก็คุยกันเล่นๆในแชทกลุ่มนางก็แบบคุยกะ มป. พอเรามาแจมเงียบ เราก็ส่งไปถามนางในแชทสต. ว่าเป็นไร ทำไมเงียบ เราก็ถามๆไป นางก็ด่าเราตอแหล คือเราก็คุยดีๆนางก็ด่าเราเฉยเลย ไปๆมาๆเราก็แบบไม่ไหวกะนางละ เราก็บอกค่อยเครียพน.เช้า นางเปลี่ยนสีแชทจากสีแดงเป็นสีฟ้าลบชื่อไรออก พอมาตอนเช้า เราก็ทักนางแบบปกติ


      /////ส่วนตัวตอนนั้นเราเป็นคนไม่สุงสิงกะใครเลย ออกจะเงียบๆขึมๆแต่ถ้าเล่นกะเพื่อน จะเปลี่ยนโหมดทันใด////


      ต่อนะ นางบีบน้ำตาแล้วคือเราก็งงมากอ่ะ แล้วสักพักเพื่อนก็ด่าเราว่าเราไปด่าเขาทำไม เราก็งงด่าอะไรหรอ เพื่อนก็รุมด่าเราว่าตอแหล แล้วคือทุกคนเข้าข้างนางทันใด แล้วคือเราก็เป็นคนคิดมากอยู่ด้วย เราก็สงสัยใช้จังหวะตอนที่ไม่มีใครอยู่ ไปถาม มป. ว่าaเป็นอะไร แล้วคือนางมองจิกเราเลยเว้ย หาว่าเราไปรังแกa แล้วคือมป.ก็บีบน้ำตาตอนทีี่เพื่อนเข้ามากันแล้หาว่าเราขู่ ตอนนั้นเราน้ำตาแตกเลย เราโดนคนทั้งห้อแบน โดนไปเทอมกว่า เราตอนนั้นรู้สึกไร้ค่าแล้วอยากจะตายมา แล้วคือตอนนั้นที่บ้านก็ทะเลาะกันเราก็เครียดๆอ่ะแหละ เราพยายามเข็มแข็งแล้วใช้จังหวะตอนมีงานกลุ่มอะไรก็คอยกระชับมิตรกะเพื่อน เราใช้ทั้งเทอมกว่าแก้ข่าวให้คนทั้งห้องรู้ มันเหนื่อยมากเลย แล้วคือจนมากลุ่มสุดท้าย เราเริ่มที่จะสนิทกะ C เพราะ C โดนเพื่อนเริ่มมองห่าง เราก้สนิทกะแกเจอแม่แกไปส่งแกทุกเย็นที่ที่แกรอแม่มารับ แล้วคือนาง a เหมือนจะขัดใจกะ มป.มั้ง ร้อวไห้แล้วมาขอโทษเราก็ให้อภัยไปละ แล้วนางก็คือขอกลับมาสนิทเหมือนเดิม แล้วคือตอนนั้นกลุ่มเราก็มี 5 คนพอดี


      มาที่ปัจจุบัน

      นาง a ก็เริ่มที่จะมีบทบาทในหลุ่มแล้วนางก็เริ่มที่จะดึง C และคนอื่นๆในกลุ่มเราก็คิดว่าคิดถูกหรือคิดผิด เราก็แบบเปิดใจคุยกัน นางก็บอกไม่มีอะไร แล้วคือความรู้คล้ายๆตอนโดนแบนเริ่มกลับมา วันนั้นตอนที่จะเดินกลับบ้านเราก็คุยกะ C ว่าตอนม.1เพื่อนแบนเราทำไม C บอกว่าชอบมองจิกใส่ A เวลา A ร้องไห้เลยทำให้เพื่อนปักใจเชื่อ ถามจริง โดนใส่ร้ายขนาดนนี้เป็นพวกคุณคุณจะโกรธไหมละ ให้อภัยก็ดรแค่ไหน


      หลังมาๆเพื่อนในกลุ่มเราก็เริ่มไม่มีความเกรงใจแล้วอ่ะ คือพอมีงานกลุ่มไม่ทำ ก็ไม่ทำ เราก็ต้องทำแล้วด้วยความที่เราอยู่ห้องคิง งานก็จะเยอะมากกก เราก็ต้องมานั่งรับผิดชอบ พอมีวันหนึ่งเราลืมใส่ชื่อเพื่อน ตอนเย็นมานาง a มาด่าเราทางแชทเลยอ่ะ คือด่าฉอดๆเลย เราก็บอกว่าเราเบลอเราลืมนางก็ไม่ฟัง ก็กลับลุคเดิมเครียพน.เช้า เรารีบไปดัคเพื่อนคนอื่นในห้องก่อนว่าเชื่อใจเราไหม เราก็ส่งแชทไรไปให้ดูเพื่อนที่มีอิทธิพลในห้องแล้วสนิทกัน เพ่อนก็แบบเออๆเราเชื่อใจๆ พอมาตอนเช้าเราพยายามสงบใจก่อนที่จะเครีย เราบอกกะนางว่าขอเวลาแปป เราก็นั่งคุยกะคนอื่นแปปเผื่อเตรียมใจไว้ก่อน สักพักเราเห็นแชทนางเราก็อ่านนางบอกว่า

      -แม่งเ-้ย

      ไหนบอกจะเครียไง

      เป็นเ-้ยไร

      พอเราบอกจะเครียนางโทรหาแฟนนางแล้วร้องไห้ เราก็แบบเอาอีกแล้วววว คือเราดูออกว่านางตอ แต่คนอื่นดูไม่ออก นางชอบทำตัวนางเอกในคราบนางร้ายอ่ะ ชอบเลียนแบบคนอื่น แล้วคือเราอึดอัดไง สักพักนางเดินมาโยนโทรศัพท์ตัวเองใส่โต๊ะเรา เราก็สะดุ้งก็หันไปมองเลย แล้วเราคุยกันเครียในห้อง นางก็ยอมขอโทษเราก็เริ่มระแวง


      2-3วันต่อมานางดราม่าตามเราในเฟส

      เราก็โพสว่า ไม่อยากคุย รำคาญ ลอยๆ คือตอนนั้นเราทะเลาะกะเพื่อนเก่าอยู่

      เพื่อนก็ส่งมาเราก้ตอบอันที่สัำคัญๆแค่นั้น แล้วนางก็มาคอมว่าเออกุผิดเองแล้วก็ด่าเรา เราก็แบบไปคุยในกลุ่มว่าเราด่าลอยๆ ไม่ได้ระบุว่าแกสักหน่อย

      แล้วนางก็แบบ แขวะเราในเฟส

      เพื่อนคนอื่นถามนาง นางก็เผลอประชดมั้ง

      เราถามนางเมิน เราแค่ถามดีๆว่าเข้าใจผิด

      แล้วคนในห้องก็มาถามเราว่าเป็นอะไรกัน

      เราก็บอกว่าเข้าใจผิดกันเฉยๆ


      นางก็แบบระบายๆๆๆๆๆๆในเฟสโพสตามเราเลียนแบบอีก เราโคตรอึดอัดเลยอ่ะ

      พอสักพักนางแท็กคนในกลุ่มยกเว้นเรา แล้วขอโทษ

      เราก็แบบ อืมมมมอีกละ

      เราก็แบบเออเราไม่แคร์แล้ววะ


      เหนื่อยกะเพื่อนงี้มากอ่ะ



      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #5-1

        โอ้ยย เข้าใจเลย แต่คือ พักก่อน a เนี่ย ให้อภัยก็พอแต่ไม่ต้องคบ คือเรามีเพื่อนก็หาที่ดีๆอยู่คู่เราไปเลย C ยังดีอยู่ไหมถ้าดีก็ไปเป็นคู่ดูโอ้ ไม่ต้องสนใจคนอื่น สวนงานกลุ่ม ใครไม่ทำก็ปล่อยยมัน ใส่ชื่อบนหน้าปกแล้วแปะโน้ตไปบอกอาจารย์ว่าใครไม่ทำ อาจารย์เขาจะมีวิธีจัดการของตัวเอง ทำไมเรามีเพื่อนแล้วชีวิตลำบากขึ้นล่ะ ถ้างั้นไม่เอา ถ้าจะมีก็ต้องมีคนดี เพื่อนดี พากันดี ไม่ใช่เหลวไหล ตอแหลไปเรื่อย อยู๋ด้วยแล้วเหนื่อย รักตัวเองดูแลใจตัวเองดีกว่างั้น เป็นกำลังใจให้สู้ๆนะ อ่านละขึ้นอารมณ์เสียแทนเลย เธอต้องสอนให้เขารู้นะ อภัยให้เขาแต่ไม่ต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมเรียนรู้จากอดีต เปิดใจหาเพื่อนใหม่แต่อย่าหาเเบบไปเรื่อยไม่งั้นคนก็จะหาว่าเธอไม่มีเพื่อนสนิทอีก ถ้าเพื่อนดีมีคนเดียวก็พอแล้ว สู้้^_^

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      จูน123
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      หนูชื่อจูนนะคะ พี่เรียกได้เลยย หนูอยากบอกว่าหนูโดนแบนตั้งแต่อยู่ชั้นอนุบาล ตอนนี้ม.2 ตอนแรกหนุก้รู้สึกแบบพี่ จนอยากฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้หนูบอกเลยย วิธีที่ดีที่สุดคือไม่แคร์ อย่าไปใส่ใจ สนใจเรื่องเรียนดีกว่าค่ะ แล้วก็ปล่อยวาง ตัดเรื่องแบบนั้นออกไปจากสมองเลยยย มันรก หายใจเข้าลึกๆ สะกดจิตตัวเองค่ะ ว่าเอาสิ่วดีๆเข้า หายใจออก เอาสิ่งไม่ดีออก

      ตอบกลับ
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป