ซ่อน
แสดง

#dek62 ประสบการณ์และการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์โครงการช้างเผือก วิศวะ สจล. 62 [ยินดีให้แชร์]

วิว
#วิศวะ #วิศวกรรมศาสตร์ #วิศวะไฟฟ้า #สจล #ลาดกระบัง
สวัสดีค่ะ จขกท.เป็น dek62 ที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นวิศวกรและอยากเรียนวิศวะไฟฟ้า วันนี้จะมาแชร์การเตรียมตัว ประสบการณ์ต่างๆตั้งแต่สมัครไปจนถึงสัมภาษณ์
1.การเตรียมตัวก่อนสมัครโครงการนี้
- คือโครงการช้างเผือกเป็นโครงการในรอบ 1 ที่จะสมัครได้ต้องมีเกรดสูงนิดนึง โดยเกรด 5 เทอมของวิชาคณิต ฟิสิกส์ เคมี อังกฤษ จะต้องไม่ต่ำกว่า 3.50 (ยกเว้นไฟฟ้า 3.80 เคมี ปิโตรเคมี 3.85) และอันดับที่น้อยสุดไม่ควรเกิน 50 อันดับแรกของโรงเรียน (แล้วแต่ว่าสายวิทย์คณิตของรร.มีกี่คน ซึ่งมีรายละเอียดในระเบียบการ ลองไปศึกษาเพิ่มเติมนะคะ) เพราะฉะนั้นต้องตั้งใจเรียน เก็บเกรดวิชาคณิต ฟิสิกส์ เคมี และอังกฤษให้ดี เพราะ 4 วิชานี้มีผลในการสมัคร
2.การเตรียมตัวไปสัมภาษณ์
- บอกก่อนว่าก่อนไปสัมภาษณ์ จขกท.ก็หาข้อมูลจากกระทู้ต่างๆมากมาย ว่าแนวทางการสัมภาษณ์เป็นอย่างไร รวมทั้งจากรุ่นพี่ที่รู้จัก ปรากฏว่าแนวทางไม่เหมือนกันอีกแล้ว เครียดเลย เพราะเป็นมอที่อยากเข้ามาก ทุกคนรอบตัวหวังมาก ท้อแท้ ถึงแม้ว่าจะเป็นสนามสัมภาษณ์ที่สอง (มอแรกคือมจธ. ไปอ่านกระทู้ได้น้า #ขายของ55555) แต่ก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี ก็เลยเตรียมตัวจากประสบการณ์จากที่แรก ฝึกตอบคำถามทั่วๆไป ฝึกความมั่นใจ และเตรียมตัวเกี่ยวกับไฟฟ้าไปมากขึ้น เนื่องจากได้ข่าวมาว่าภาคนี้สัมภาษณ์โหด #ร้องไห้
3.วันสัมภาษณ์
- บอกเลยว่าตื่นเต้นมากๆ ไปถึงมอประมาณ 7.15 น. ไปถึงก็ไปตึกที่จะสัมภาษณ์ก่อน พอไปถึงก็มีรุ่นพี่ถามว่าทานข้าวมายัง ถ้ายังไปทานก่อนได้นะ เพราะจะเริ่มรายงานตัวประมาณ 8.00 น. ก็เลยไปทานข้าว กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะคะ อย่าลืม พอทานข้าวเสร็จประมาณ 7.45 น.ก็เลยเดินไปที่ตึกเดิม ก็มีบอร์ดติดรายชื่อไว้ ในนั้นจะบอกว่าเราสัมภาษณ์โต๊ะที่เท่าไร จขกท.ได้โต๊ะ 5 เพื่อนในรร.ก็ได้โต๊ะเดียวกัน โชคดีมาก และตรงบอร์ดจะมีกระดาษเล็กๆให้เรากรอกเบื้องต้นว่าเรามาสัมภาษณ์โครงการอะไร (มีช้างเผือก สอวน. รางวัล เด็กดี) เราได้ลำดับที่เท่าไรในรายชื่อ (ตรงนี้ไม่มีผลต่อลำดับการสัมภาษณ์นะคะ) เลขที่ผู้สมัคร และโต๊ะที่สัมภาษณ์ เสร็จแล้วก็ไปยื่นตรงพี่ๆที่นั่งอยู่ จะให้เราเซ็นชื่อว่าเรามารายงานตัวแล้ว เอกสารต่างๆที่เตรียมตัวมา ถือติดตัวไว้ก่อนนะคะ แต่ยังไม่ต้องส่งที่พี่เขา เซ็นชื่อเสร็จก็มายื่นเข้าแถวตรมโต๊ะสัมภาษณ์ ตรงนี้แหละค่ะคือลำดับการสัมภาษณ์ ใครรายงานตัวก่อนก็สัมก่อนจ้า5555555
- สักพักพี่เขาก็พาเดินเข้าไปห้องประชุม เพื่อบอกรายละเอียดต่างๆ สันทนาการ ชวนน้องๆคุยเพื่อคลายเครียด รวมทั้งตรวจเอกสารต่างๆ แต่สรุปก็ไม่ได้ให้ส่งจ้า เป็นงง แต่เตรียมไปให้ครบดีกว่านะ (อย่าลืมถือพอร์ตติดตัวนะคะ ย้ำว่าติดตัว!) โต๊ะสัมภาษณ์มีทั้งหมด 15 โต๊ะ แต่ละโต๊ะประมาณ 10-15 คน ก็ทยอยไปทีละคน ใครไปแล้ว คนต่อไปก็เครียดสิจ๊ะ พี่ๆก็เข้าชาร์จเลย เข้ามาคุยคลายเครียด ตลกมากตรงนี้555555555
- ห้องสัมจะเป็นเหมือนห้องประชุมย่อมๆ มีโต๊ะ 15 โต๊ะเรียงกัน มี 3 คอลัมน์ 5 แถว บนหัวตรงเพดานจะมีป้ายบอกว่าโต๊ะที่เท่าไร อย่าเดินเข้าไปผิดโต๊ะเชียว555555 1 โต๊ะจะมีอาจารย์ 1 ท่าน สบายใจได้ (เหรอ)
- มาจ้า ถึงคิวแล้ว เดินเข้าไปแบบเรียบร้อยสุดในชีวิต เพราะเกร็งเว่อ พอสวัสดีและขออนุญาตนั่งเสร็จ อาจารย์ก็บอกเลยจ้าว่า ให้เราแนะนำตัว พรีเซนต์ตัวเรา ผลงานหรืออะไรก็ได้ที่จะทำให้อยากรับเราเข้าเรียนที่นี่ เป็นภาษาอังกฤษ ให้เวลา 3-5 นาที ... บอกเลยว่าช็อคมากตอนนั้น ให้พูดคนเดียวเป็นอิ้ง ขอร้องไห้ก่อนได้ไหม แต่คำตอบคือไม่ได้จ้า ก็เลยขุดสกิลทั้งหมดที่มีออกมาวันนี้แหละ พูดตั้งแต่สวัสดีอาจารย์ (โดยเหลือบไปมองชื่อที่หัวโต๊ะ) แนะนำตัวเอง ครอบครัว แรงบันดาลใจ ผลงาน ประสบการณ์ชีวิตต่างๆ พูดเป็นต่อยหอยเลยทีนี้ อยากจะบอกว่าถ้าเจอแบบนี้คือพูดไปเลยนะ ไม่ต้องกลัว อาจารย์ไม่มาจับผิดหรอกว่าเราแกรมม่าผิดหรือไม่ แค่พูดประโยคหรือคำศัพท์ที่เข้าใจง่ายก็พอ ระหว่างที่เราพูดอาจารย์ก็เปิดพอร์ตดูไปพลางๆ ใครอ่านถึงตรงนี้ก็ลองไปฝึกพูดเป็นภาษาอังกฤษดูนะคะ
- พอพรีเซนต์ตัวเองจบ อาจารย์ก็ถามเลยว่า ในพอร์ตนี้เราภูมิใจอะไรสุด ก็เลยบอกไป อาจารย์ก็ชวนคุยเลยทีนี้ นอกเรื่องจากการสัมไปอีก นึกกลับไปแล้วก็ตลกดี ไม่เครียดเลยสักนิด (แม้ว่าอาจารย์จะไม่ค่อยยิ้ม ทำหน้าดุตลอด) เสร็จแล้วก็ถามถึงครอบครัว ทำไมอยากเข้าที่นี่ ก็เลยเล่าแรงบันดาลใจไป เลยโดนถามคำถามวิชาการเกี่ยวกับไฮโวลต์เฉย ก็เลยตอบไปเท่าที่รู้ อาจารย์มีการลองเชิงถามว่าแน่ใจเหรอ นี่ก็เลยเลิ่กลั่ก ตอบไปว่าจะกลับไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่ม เวลาโดนแบบนี้ อยากให้มีสติไว้นะคะ อย่าทำหน้ากังวลหรือจะร้องไห้ ให้ตั้งสติแล้วตอบไปว่า จะกลับไปศึกษาเพิ่มเติม อะไรก็ว่าไป แล้วอาจารย์ก็ถามถึงผลงาน รร. เรื่องการเรียนต่างๆ คำถามทั่วๆไป
- นี่คือจุดพีคอีก 1 จุด … พออาจารย์ถามเสร็จก็บอกว่า มีเลขให้เราเลือก 1-15 เลือกมา 1 เลข ในนั้นจะมีคำถาม 1 ข้อ ถ้าถามไปแล้วเราตอบไม่ได้ ไม่มั่นใจ สามารถเปลี่ยนคำถามได้ 1 ครั้ง เราก็เลยเลือกลัคกี้นัมเบอร์ของเรา เราได้คำถามที่ว่า ให้บอกความแตกต่างของไฟฟ้ากระแสตรงกับไฟฟ้ากระแสสลับ และแต่ละอย่าง นำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร เราอยากจะกรี๊ดมาก เพราะเป็นคำถามที่เราอ่านเจอจากกระทู้ และเตรียมตัวไปตอบพอดี #กราบ พอเราตอบเสร็จอาจารย์ก็ถามว่าแน่ใจเหรอ เราเลยยิ้มอย่างนางสาวไทยและตอบว่าแน่ใจค่ะ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ก็ขอบคุณอาจารย์ ก่อนจะลุกในใบมีช่องให้เลือกระหว่างรับและไม่รับเข้าเรียน เราอุตส่าห์เนียนลุกช้าๆ เก็บของช้าๆเพื่อแอบมอง สรุปอาจารย์เอาแขนบัง เป็นเศร้าเลย
4.หลังสัมภาษณ์
- พอสัมภาษณ์เสร็จจะมีรุ่นพี่มารอรับและถามว่าเป็นไงบ้าง โอเคไหม โดนถามยากไหม บลาๆ และจะให้เราส่งพอร์ตนะคะ เขาไม่ให้เอาคืน จะส่งตัวจริงหรือแบบถ่ายเอกสารก็ได้น้า และถามว่าจะเข้ากิจกรรมสู่เกียร์ไหม !! ผ่ามมมม นี่คือไฮไลท์วันสัมภาษณ์จ้า
- บอกก่อนเลยว่า ใครมีโอกาสมาสัมภาษณ์รอบ 1 ที่นี่ อย่าเพิ่งกลับบ้าน มีกิจกรรมสู่เกียร์สุดแสนจะอบอุ่นที่พี่ๆปี 1 มอบให้น้องๆ บอกได้คำเดียวว่าสนุก ได้เพื่อนเพิ่ม แม้จะยังไม่ประกาศผลว่าใครติด แต่สานสัมพันธ์กันไปแล้ว555555 อบอุ่นมากจริงๆ บรรยากาศที่พี่ๆเขามอบให้ บอกได้เลยว่า ตอนใกล้จบกิจกรรม เรายิ่งมั่นใจว่าถ้าเราไม่ติดรอบนี้ เราจะมาทุกรอบ จะเข้าจนให้ได้ ท้ายสุดพี่ๆมีของที่ระลึกให้ด้วย บอกเลยว่าประทับใจจนถึงที่สุด ก่อนกลับพี่ๆภาคไฟน่ารักมาก ยืนบูมให้ จังหวะนั้นคือเหมือนเป็นนักศึกษาที่นี่แล้ว ขอบคุณพวกพี่มากจริงๆ

ปล.เราติดวิศวะไฟฟ้า สจล.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว(โครงการนี้แหละ) นี่คือกระทู้ประสบการณ์และการเตรียมตัวสำหรับน้องๆ dek63 dek64 หรือ dek65 หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ อาจจะอ่านยากไปนิด แต่พิมพ์ออกมาจากใจนะคะ แล้วเจอกันในรั้วชงโค
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

6 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป