/>

คิดยังไงกับคนที่ชอบใส่หน้ากากคะ [ยินดีให้แชร์]

วิว
คือ ทุกคนคิดยังไงกับคนที่ชอบใส่หน้ากากคะ ตัวเองเป็นคนแบบนั้นค่ะ ไม่มีวันไหนเลยที่จะเผยธาตุแท้ให้คนอื่นที่ทั้งรู้จักและไม่รู้จักเห็น เพราะกลัวเค้าจะรับไม่ได้ค่ะ แต่พอทำแบบนั้นไปนานๆมันทำให้สับสนระหว่างตัวตนจริงกับหน้ากากค่ะ ตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน แล้วเลยพาลทำให้อยากรู้ว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับคนประเภทนี้น่ะค่ะ จะได้ตัดสินใจได้สักทีว่าควรถอดหน้ากาก เผยธาตุแท้ให้คนอื่นเห็นมั้ย ตัวจริงเป็นคนที่มีความดาร์กแต่ก็มีสีขาวปนค่ะ มันเลยเทาๆ แต่โดยรวมแล้วความดาร์กมันก็ชนะอยู่ดี เลยไม่รู้จะทำยังไงดี
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ไม่เป็นไรนะคะ สังคมสมัยนี้อยู่ยากก็

    จริง แต่ใช่ว่าเราต้องสวมหน้ากาก

    ตลอดเวลา

    เราไม่จำเป็นต้องเสแสร้ง แสดงออกในสิ่งตรงข้ามกับความรู้สึก เราแค่

    ต้องรู้จักกาละเทศะ ข่มจิตข่มใจ

    น้ำขุ่นไว้ในน้ำใสไว้นอก อะไรเพิกเฉย

    ได้ก็เมินเสีย มนุษย์มีหลายจำพวก

    เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเข้ากับทุกคน

    บนโลกได้หมด จงเป็นตัวเอง มีจุดยืน

    แต่ก็ระวังอยู่ในที สังเกตว่าคู่สนทนา

    เขาเป็นคนแบบไหน ควรหรือที่จะเสี่ยงพูด

    อะไรหมดเปลือก สิ่งสำคัญคือสติค่ะ

    รู้ตน รู้เขา รู้ว่าเวลานี้ควรเอ่ยไม่เอ่ยอะไร

    อย่าเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร อย่าเปลี่ยนไป

    เพราะสิ่งเร้ารอบตัว

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #12
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ขอบคุณพี่ๆทุกคนมากเลยค่ะสำหรับทุกความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ช่วยได้เยอะเลยค่ะ คนใกล้ตัวหนูหลายๆคนเขาไม่ค่อยชอบคนที่ใส่หน้ากากคุยกับเค้าค่ะ บางคนก็บอกว่าคนที่ใส่หน้ากากคือคนที่เสแสร้งเก่ง เลยค่อนข้างสับสนค่ะ เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบและไม่อยากให้ใครมาเห็นตัวจริงค่ะ แต่การสับเปลี่ยนตัวตนของตัวเองไปมามันก็เหนื่อย ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกความคิดเห็นและความหวังดีของพี่ๆทุกคนค่ะ

    ตอบกลับ

28 ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เด็กตจว.
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      โธ่! นึกว่าหน้ากากกันฝุ่น PM2.5

      แต่ถ้าเป็นหน้ากากอีกแบบ ไม่เนียนก็โดนรังเกียจอะ ถ้าเป็นคนรู้จักผิวเผินก็คิดว่ามันเรื่องของคุณ แต่ถ้าเป็นเพื่อนสนิท อืม... ไม่เคยเจอด้วยแหะ แต่ถ้าโป๊ะแตกขึ้นมาคงไม่คิดจะคบด้วยและกลายเป็นเพียงคนที่เคยรู้จัก

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่เป็นไรนะคะ สังคมสมัยนี้อยู่ยากก็

      จริง แต่ใช่ว่าเราต้องสวมหน้ากาก

      ตลอดเวลา

      เราไม่จำเป็นต้องเสแสร้ง แสดงออกในสิ่งตรงข้ามกับความรู้สึก เราแค่

      ต้องรู้จักกาละเทศะ ข่มจิตข่มใจ

      น้ำขุ่นไว้ในน้ำใสไว้นอก อะไรเพิกเฉย

      ได้ก็เมินเสีย มนุษย์มีหลายจำพวก

      เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเข้ากับทุกคน

      บนโลกได้หมด จงเป็นตัวเอง มีจุดยืน

      แต่ก็ระวังอยู่ในที สังเกตว่าคู่สนทนา

      เขาเป็นคนแบบไหน ควรหรือที่จะเสี่ยงพูด

      อะไรหมดเปลือก สิ่งสำคัญคือสติค่ะ

      รู้ตน รู้เขา รู้ว่าเวลานี้ควรเอ่ยไม่เอ่ยอะไร

      อย่าเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร อย่าเปลี่ยนไป

      เพราะสิ่งเร้ารอบตัว

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่แปลก...ผมก็ชอบใส่หน้ากากเหมือนกันครับ

      https://image.dek-d.com/27/0079/9911/128492474

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คนเรามีเหตุผลไม่เหมือนกันนะที่จะมีหน้ากาก

      และคุณไม่จำเป็นต้องถอดออก ถ้าไม่อยากถอด

      แต่ให้คิดไว้เสมอว่า ตัวตนของเราคือแบบไหน เราคือใคร

      คนเราต่างมีความเทาๆทั้งนั้นแหละค่ะ ขนาดเรายังเทาเลย(ดาร์กไปในบางที)

      ถ้าอยากถอดหน้ากากนี่ ก็ได้นะคะ ตามใจคุณคิดว่าสบายใจ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ฝุ่นมันเยอะค่ะ #ผิด 5555


      เอาจริงๆคนเราทุกคนมีหน้ากากกันหมดแหละค่ะ คนละหลายๆใบ เอามาสลับใส่ตามแต่สถานการณ์ ตามแต่บุคคลที่เราพบเจอ มันก็ไม่ได้แปลกหรอกที่เราจะสวมมัน เราเองก็รู้สึกเหมือนกันค่ะว่ามีไม่กี่คนที่เรากล้าถอดหน้ากากให้เค้าเห็นข้างใน มันไม่สวยงามนักหรอก แล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะไปบังคับให้เค้าชอบหรือไม่ชอบหน้าจริงเรา แต่อย่างน้อยๆ คนๆนั้นคือคนที่เราอยากถอดหน้ากากกับเค้าเลยนะ มันจะต้องมีอะไรบางอย่างแหละที่เค้าพิเศษกว่าคนทั่วๆไป อย่ากลัวเลยนะคะ ถ้าเค้าแคร์เรา เค้าจะยอมรับได้ค่ะ


      เป็นกำลังใจให้นะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอนแรกๆเราก็นึกว่าตัวละคร ที่ไหนได้เป็นพวกผู้คนนี่เอง เรางงเลยทีนี้


      ชีวิตจริงของเรา เราเจอมาเยอะแล้ว เราก็พยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขา เราอยู่ส่วนของเรา เขาอยู่ส่วนของเขา เราเป็นของตัวเอง ถึงแม้ว่าใครจะมองเรายังไงก็ตาม เราก็จะเป็นของตนเองค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะยอมรับความจริงข้อนึงรึเปล่า ว่าหน้ากากที่คุณบอกว่าอยากจะถอดมันอันนั้น มันก็เป็นส่วนหนึ่งของคุณเหมือนกัน


      บางที...คุณอาจไม่จำเป็นต้องถอดมันออกก็ได้นะ ก็แค่ทำตามใจตัวเองมากขึ้นอีกหน่อย ทำอะไรอย่างตรงไปตรงมามากขึ้นอีกนิด หัวเราะตอนที่อยากหัวเราะ ร้องไห้ตอนที่อยากร้องไห้ โกรธตอนที่ต้องการโกรธ ฟังดูก็ง่ายดีเนอะ...ใช่ไหมล่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่จำเป็นต้องแคร์ค่ะ แค่เลือกสิ่งที่ทำแล้วสบายใจ เราก็ชอบเสแสร้งปนๆ เวลาสนทนาอยู่ตลอดนะ แต่เลือกที่จะทำเพราะมันไม่ต้องกลัวคนอื่นจะตีตัวออกห่าง ง่ายดี ^^

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      อ่านะ
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราดูที่สถานการณ์

      ถ้าไม่อยากให้ใครรับรู้ว่าเราคิดอะไรอยู่

      เราก็จะนิ่งๆ คอยสังเกตทุกการกระทำของคนอื่น


      แต่การใส่หน้ากากของเรา

      ไม่ใช่การเสแสร้ง

      อันนี้ต้องแยกให้ชัดเจน


      ไม่ผิดหรอกค่ะที่จะใส่หน้ากาก

      มันเหมือนเป็นอีกวิธีที่คนเราใช้ปกป้องตัวเอง

      จากสิ่งที่คิดว่าเป็นอันตราย


      และก็ไม่ผิดที่คนเราจะมีทั้งสีดำและสีขาว

      สีเทาแล้วอย่างไร เราว่าทุกคนก็มีสีที่ผสมกันไป

      ถ้าคุณใส่มันมานาน มันก็อาจเกิดได้หลายกรณี เช่น

      คนอื่นจับไม่ได้ นั่นอาจเพราะใส่มาอย่างดี

      คนอื่นจับได้ นั่นอาจเพราะเขาดูคนออก

      หรือบางคนอาจแค่สงสัย

      แต่ไม่ว่าจะทางไหน เราเชื่อว่า

      คนที่เขารักและหวังดีกับคุณ

      ย่อมยอมรับความเป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณได้ค่ะ


      เปิดเผยหรือไม่ อันนี้ไม่ขอตอบ ขอแนะแล้วกัน

      เราคิดว่า ถ้าเป็นคนใกล้ชิด มันไม่จำเป็นต้องใส่หรอก

      เขาคงรู้จักคุณดีอยู่แล้ว และคุณไม่ต้องเหนื่อยด้วย

      แต่กับคนอื่นที่เราไม่ได้รู้จักสนิทชิดเชื้อ

      จะใส่ไปก็ไม่แปลก เพราะคนเหล่านั้นเขาก็อาจกำลัง

      ใส่หน้ากากเช่นเดียวกัน ธรรมดาแหละค่ะ

      มนุษย์ย่อมมีวิธีการปกป้องตนเองหลากหลายรูปแบบเสมอ

      แต่เมื่อใดที่เผยธาตุแท้ออกมา

      ย่อมต้องยอมรับการตัดสินจากผู้อื่นได้

      เพราะคนเรามักชอบตัดสินผู้อื่น


      ไม่รู้ว่าคุณเหนื่อยไหมที่ต้องใส่หน้ากาก

      แต่ที่คิดอยากถอดนี่คงรู้สึกเหนื่อย

      หรืออาจอยากให้ใครยอมรับตัวตนที่แท้จริงของคุณก็ได้

      เราก็เดาไปเรื่อย

      สู้ๆนะคะ


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คนเรามักจะสวมหน้ากากเสมอแหละค่ะ มันไม่ใช่หน้ากากเสแสร้ง แต่เป็นหน้ากากตามบริบทมารยาทสังคม แล้วก็เส้นแบ่งความไว้วางใจด้วย ว่าเราขีดเส้นให้แต่ละคนข้ามมาได้แค่ไหน แสดงความดาร์กระดับไหนกับความสนิทระดับนี้ กับหัวหน้า อาวุโส เพื่อนร่วมงาน เพื่อนเล่นเกม เพื่อนสนิท แม้กระทั่งครอบครัว เราก็แสดงออกไม่เหมือนกัน ในขณะที่เพื่อนสนิทจะรู้ว่าเราขี้หงุดหงิด แต่เพื่อนร่วมงานกลับบอกว่าเราใจเย็น เป็นเราเองที่แบ่งเส้น "ความอดทน" ไม่เท่ากันเพราะความไว้วางใจ เอาจริงๆ ขนาดในครอบครัวยังรู้จักตัวตนของเราไม่เหมือนกันเลยด้วยซ้ำ พ่อแม่รู้จักเราแบบนึง น้องรู้จักเราอีกแบบหนึ่ง สุดท้ายแล้วเรากลับคิดว่า ไม่มีใครรู้จักเราจริงๆ เลย เพราะไม่เคยหันด้านทุกอย่างให้คนๆ เดียว คนเรามีร้อยแปดพันด้าน แล้วแต่ว่าเราจะแสดงด้านไหนให้ใครเห็น แต่ไม่ว่าจะด้านไหนก็ล้วนเป็นตัวเราอยู่ดี

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้




      คิดยังไงกับคนที่ชอบใส่หน้ากากคะ





      สวัสดีค่ะ


      คิดยังไงกับคนที่ชอบใส่หน้ากากคะ


      คำถามที่คุณถามมานี้ หมายถึงตัวคุณ หรือหลายๆคนในที่นี้อาจจะชอบใส่หน้ากาก หรือเขาผู้ที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง หรือผู้ที่ไม่ยอมรับความเป็นตัวตนของเขาเองนะคะ ในที่นี้


      ตอบว่า จริงแล้ว ในความรู้สึกที่มีต่อเขานั้นไม่เคยนำมาใส่ใจ ไม่เคยแคร์ค่ะ


      คือเข้าใจว่าเพราะนั้นที่เป็นเขา ไม่เกี่ยวอะไรกับเรานะ ตัวใคร ก็ตัวเขาสิ อยากจะเป็นเช่นไรก็เรื่องของเขา


      คือเข้าใจว่าชีวิตของคนเรา แต่ละคน คนเราสามารถเลือกที่จะเป็น อยู่ คือ ได้ตามที่เขาต้องการค่ะ


      เพราะเข้าใจว่าคนเรานะคะ เกิดมาก็มีสติปัญญา มีจิตสำนึก มีจิตใต้สำนึก ที่จะสามารถนำมาฟังก์ชั่น หรือนำมาใช้ คิด พิจารณา ในการเป็น อยู่ คือ เราๆทั้งหลาย ในรูปแบบที่เราอยากจะเป็น เท่าๆกัน


      เพราะฉะนั้น หากเขาต้องการที่จะเป็นคนที่ติดสวมหน้ากาก เพื่อการอยู่ ในรูปแบบหลอกลวงจิตวิญญาณ ของตน และคนอื่นๆไปวันๆ ก็เรื่องของเขาค่ะ


      เพราะเราคงทำอะไรไม่ได้ นั้นก็เป็นความจริงนะคะ


      คือคิดว่าเอาเวลา และพลังของเราไปคิด ไปใช้ ไปทำเพื่อตัวเรา ในวิธีของเราที่จะเป็นสุข สงบ และสมหวังดีกว่าค่ะ คุ้มกว่า เพราะชีวิตนะคะ ของใคร ก็ของเขาสิคะ


      ไม่นำพลังมาคิดเกี่ยวกับเขาผู้ที่คุณกล่าวมานี้ให้เสียพลังโดยใช่เหตุค่ะ






      หากแต่...เมื่อก่อนๆ เมื่อที่เรา(เราคือเจ้าของเม้นต์นี้นะคะ) เป็นเด็กๆ เคยมีความสงสารคนเหล่านี้ค่ะ


      คือเข้าใจว่า ความที่เขาต้องสวมหน้ากาก เพราะโลกของเขาแคบ เป็นธรรมดานะ คนเราเมื่อโลกแคบ ความคิดอ่านก็แคบตามไปด้วย


      และ ก็แน่หล่ะ เมื่อโลกแคบเขาก็เข้าใจผิดคิดว่าโลกนี้เล็กๆมั้ง เขาจึงพยายาม เป็นทุกๆอย่างที่ตนคิดว่าถูกต้อง ในแบบของเขา ซึ่งความจริงเขาเข้าใจผิดนะ


      ความอิจฉา เหลือใจ ซึ่งเกิดจากเหตุที่ตนด้อยโอกาสในหลายๆด้าน ซึ่งเขาอาจจะเกิดมาโชคร้าย ไม่มีโอกาสที่ดีในชีวิตเลย ไม่เคยประสบความสุข ความสำเร็จได้ ก็เป็นอีกสาเหตุ ที่หลายๆคนต้องสวมหน้ากาก


      เพราะด้วยความที่คิดว่า จะเป็นทางออกที่ดีเพื่อเขาเอง ซึ่งนั้นก็ผิดค่ะ


      เป็นคนที่ติดมีความคิดติดลบ จนติดอกุศลในจิต ก็เป็นอีกสาเหตุของคนที่ต้องสวมหน้ากาก เพราะคนที่มีอคติเป็นนิสัยใจคอ มีหน้าตาที่เกลียด น่ากลัว แน่หล่ะ คนเหล่านี้ต้องใส่หน้ากาก


      ความโง่เขลา ก็เป็นอีกสาเหตุ ที่ทำให้เขาเข้าใจผิด เพียงเขา คนโง่คิดว่าการใส่หหน้ากาก จะแก้ปัญหาความโง่เขลาของเขาได้ นั้นก็ผิดค่ะ


      การที่คน คนนั้นอ่อนแอ ขาดความกล้า ขาดความมั่นใจ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่จะทำให้เขาสวมหน้ากาก เพื่อความด้าน ซึ่งนั้นก็ผิด เพราะความกล้า กับความด้านนั้น คนละอาการ หรือคนละความหมายกันนะคะ


      คือจริงแล้ว คนที่ติดใส่หน้ากาก มีสาเหตุทียกมานี้ ทั้งหมด เข้าใจเช่นนั้นค่ะ


      วันๆสวมหน้ากาก จริงแล้ว เขาเหล่านี้ เข้าใจวาระการดำรงไปของชีวิต ผิดทั้งหมด


      เมื่อก่อนๆนี้สงสาร สมเพช เวทนาเขานะคะ


      แต่มาวันนี้เราโตแล้ว เข้าใจได้แล้วว่า อาการที่เขาเหล่านี้ตกอยู่ เป็นอาการที่น่าสมเพช และสลดหดหู่ค่ะ


      และความรู้สึกดังที่ว่า สมเพช และสลดหดหู่นะคะ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ทำให้เราห่อเหี่ยว ไม่สดชื่น ไม่เบิกบาน เพราะฉะนั้น จึงพยายามห่างๆ เขาเหล่านี้อยู่เสมอๆค่ะ


      ทั้งนี้ ก็เพื่อตัวเราเอง เพื่อความสุข สงบ ที่เราจะสามารถมีได้ ในทุกๆวันค่ะ


      คือเข้าใจว่า ชีวิตของใคร ก็ของเขาสิ เราๆทุกๆคนเลือกเองที่จะเป็นนะ อยากจะเป็นเช่นไร ก็เป็นไป




      คือเขาก็คือเขา เรา ก็คือเรา ไม่เกี่ยวกันค่ะ







      คือ ทุกคนคิดยังไงกับคนที่ชอบใส่หน้ากากคะ ตัวเองเป็นคนแบบนั้นค่ะ ไม่มีวันไหนเลยที่จะเผยธาตุแท้ให้คนอื่นที่ทั้งรู้จักและไม่รู้จักเห็น เพราะกลัวเค้าจะรับไม่ได้ค่ะ แต่พอทำแบบนั้นไปนานๆมันทำให้สับสนระหว่างตัวตนจริงกับหน้ากากค่ะ ตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน แล้วเลยพาลทำให้อยากรู้ว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับคนประเภทนี้น่ะค่ะ จะได้ตัดสินใจได้สักทีว่าควรถอดหน้ากาก เผยธาตุแท้ให้คนอื่นเห็นมั้ย ตัวจริงเป็นคนที่มีความดาร์กแต่ก็มีสีขาวปนค่ะ มันเลยเทาๆ แต่โดยรวมแล้วความดาร์กมันก็ชนะอยู่ดี เลยไม่รู้จะทำยังไงดี


      เช่น อาการของคุณนี้นะคะ อ่านแล้วสลด หดหู่


      คุณพยายามหาทางออกจากอาการที่คุณตกอยู่นี้ให้เร็วที่สุดนะคะ เพื่อความสุข สงบ กับในชีวิตหนึ่งนี้


      ซึ่งแท้จริงแล้วในหนึ่งชีวิตของเรานี้ สั้นมากๆนะคะ



      วิธีแก้ไข คือคุณต้องเป็นคนที่คิดติดบวก มีความมั่นใจในตัวคุณเอง มีความพอใจในตัวตนของคุณเอง คือต้องรู้จักเห็นค่าของตัวคุณเอง เป็นคนนอบน้อม เป็นคนที่ให้เกียรติ์ และยอมรับความแตกต่าง หรือยอมรับผู้อื่นให้จงได้


      และที่สำคัญ คุณต้องรักการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มเติมความรอบรู้ตลอดเวลา จะทำให้คุณมีอิสระจากความรู้สึกนึกคิดที่คับแคบ และคุณจะไม่ขังตัวเองอยู่ในกรอบ หรือในมุมมมืด หรือที่จะเปรียบ คือแอบซ่อนตัวตนของคุณในหน้ากาก ซึ่งมีรูปแบบต่างๆ


      ซึ่งแท้จริงนั้นไม่ใช่ตัวตนของคุณเอง คือเป็นอะไรที่ดูจะทุกข์ทรมานสาหัสนะคะนั้น



      ฝาก


      5 วิธีเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนคิดบวก


      ซึ่งเป็นวิธีคิด วิธีทำ ที่จะช่วยให้คุณออกมาจากหน้ากาก ที่ไม่ใช่คุณได้ค่ะ





      เป็นกำลังใจให้คุณค่ะ


      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png



      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-04.png




      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอบคุณพี่ๆทุกคนมากเลยค่ะสำหรับทุกความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ช่วยได้เยอะเลยค่ะ คนใกล้ตัวหนูหลายๆคนเขาไม่ค่อยชอบคนที่ใส่หน้ากากคุยกับเค้าค่ะ บางคนก็บอกว่าคนที่ใส่หน้ากากคือคนที่เสแสร้งเก่ง เลยค่อนข้างสับสนค่ะ เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบและไม่อยากให้ใครมาเห็นตัวจริงค่ะ แต่การสับเปลี่ยนตัวตนของตัวเองไปมามันก็เหนื่อย ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกความคิดเห็นและความหวังดีของพี่ๆทุกคนค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      หลายคห.ได้ให้ความเห็นอันเป็นประโยชน์แล้ว..


      เป็นเราคงอยากจะถามกลับแค่ว่า "เหนื่อยและหนักหรือเปล่าคะ?"

      คือใจของคนเรามันจะตอบตัวเองได้อยู่แล้วค่ะ ถ้าอาการไม่โคม่ามาก


      เราเข้าใจว่า

      คนที่ "ดาร์ก" เทา มืด

      ส่วนใหญ่เป็นเพราะ "ปิดตัวเอง" นะคะ เพราะปิด มันถึงมืดไง

      หากพอใจจะปิด ไม่เดือดร้อนตัวเองหรือเดือดร้อนใคร ก็ปิดไปไม่ต้องแคร์ใครค่ะ

      แต่ถ้าไม่ใช่ ขอให้พิจารณาใหม่อีกที...


      ป.ล. ลองทำสมาธิค่ะ ดูความสงบในตนเอง แล้วจะรู้ธาตุแท้เราอยู่ที่ไหน :D





      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คนอื่นตอบไปหมดแล้ว อดมีซีนเลยค่ะ ร้องไห้ดีกว่า


      แถมซีนตัวเองนิดนึง เราถอดหน้ากากเฉพาะอยู่กับคนที่สนิทและไว้ใจเท่านั้นค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      บางที...เธออาจจะยังไม่เจอ 'ที่อยู่ของตัวเอง' ก็ได้นะ หมายถึง...สถานที่ๆมีคนแบบเดียวกับเรา เข้าใจในตัวเรา เราสามารถเป็นตัวเองได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะเข้าใจผิด อย่างผมเองก็หน้ากากเต็มสูบเหมือนกัน มีอยู่วันนึงผมได้มีโอกาสเจอคนคล้ายๆผมอยู่ด้วย


      เขาไม่เข้าใจความสุข ยิ้มไม่ค่อยเป็น หัวเราะเล่นสนุกกับใครก็ไม่ค่อยเป็น เวลาตัวเองร้องไห้ น้ำตามันก็ไม่ไหลสักหยด รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้เป็นมนุษย์ยังไงอย่างงั้น เขาเล่าให้ฟังว่าชีวิตเขาจำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาลมาตั้งแต่เด็ก เห็นคนไข้ตายต่อหน้าทุกวัน ทำงานจริงจังเป็นอย่างเดียว


      เป็นอารมณ์ที่แปลกมาก เหมือนเราแค่มองหน้ากันก็เข้าใจกันแล้ว ไม่มีอะไรจำเป็นต้องพูดต่อ


      มีอาจารย์ท่านนึงเคยสอนให้ผมเขียนลิสรายชื่อนิสัยทั้งหมดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านดีหรือด้านลบท่านให้ผมยอมรับพวกมันทั้งหมด แล้วก็บอกผมว่า "เลิกค้นหาตัวเองซะ...จะได้เป็นตัวเองสักที" พร้อมกับสอนให้มองดูข้อดีในนิสัยเสีย มองดูข้อเสียในนิสัยดี จะได้หลุดพ้นจากความกลัว


      ยกตัวอย่างของผมเอง

      เครียด = ไม่เหยาะแหยะ = จริงจัง

      ปากร้าย = จริงใจ = กล้าหาญ

      อวดเก่ง = รู้วิธีสร้างจุดสนใจ = กล้าแบ่งความรู้ให้คนอื่น


      เมื่อก่อนผมเชื่อว่ามันเป็นข้อเสียจนไม่เห็นข้อดีของมัน เลยต้องสวมหน้ากากไม่แสดงมันออกมา แต่ตอนนี้ผมหลุดพ้นจากพวกมันแล้ว ผมรู้ว่าตัวเองว่าตัวจริงของผมเป็นยังไง เลยไม่จำเป็นต้องแคร์สายตาใครมากนักหากพวกเขาจะเข้าใจผิด รู้สึกเหมือนได้หายใจจริงๆสักที ก็ไม่รู้นะว่าที่เล่ามานี้จะช่วยอะไรเธอได้หรือเปล่า ขอให้พบสถานที่ของตัวเอง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่รู้จักหรือ เป็นคนที่ไม่ได้อยากจะยุ่งด้วยขนาดนั้นสำหรับเราเเล้วเรื่องหน้ากากนั้นเป็นอะไรที่เเล้วเเต่เหตุผล เพราะนั้นเป็นสิ่งที่เราอยากเเสดงออกให้คนอื่นเห็นเเค่ไม่ทำอะไรที่ไม่ดีก็พอ


      เเต่ถ้าเป็นกับเพื่อนที่สนิทจริงๆเราว่าไม่เป็นไร เเกเป็นเพื่อนฉันเเกคิดว่าเเกอยากจะเเสดงตัวยังไงเเล้วสบายใจเวลาอยู่กับฉันเเกก็ทำไป ฉันไม่มีเหตุผลต้องห้ามเเกถ้ามีความสุขกับสิ่งที่อยากทำอยากเป็น ไม่ว่าเเกจะใส่อะไรเป็นอะไรเเกก็คือเเกสำหรับฉันเสมิอ ถ้ามีวันไหนที่เเกอึดอัดใจเเล้วถอดหน้ากากออกมาเปิดเผยกับฉันน้้นมันก็ดีเพราะเราจะได้รู้จักกันมากขึ้น

      ขอเเค่เเกไม่ได้คิดร้ายกับฉันหรือหวังจะทรยศฉันก็พอ เพราะถ้าเป็นเเบบนั้นมันอาจจะทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีกับเเกเเล้วหาทางเเยกตัวไป

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อันนี้จริงจังบ้างแระ พอมาอ่านให้ดูดีๆแล้ว ทุกคนมีชั่วมีดี เป็นเรื่องธรรมดา ก็เหมือนกับเหรียญ ที่มีอยู่สองด้าน ด้านหนึ่งก้อย อีกด้านหนึ่งเป็นหัว คนเราก็เช่นกัน มีสองด้าน ด้านที่หนึ่ง ด้านดี ด้านที่สองคือด้านชั่วร้าย ทุกคนมีแบบนี้อยู่ในตัวอยู่แล้วค่ะ

      เราไม่ตัดสินว่า ใครดีใครชั่ว มันอยู่ที่ใจเราทำค่ะ สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ เป็นคำพูดที่เคยได้ยินมาเหมือนกัน คนเรามีดีมีชั่วเหมือนกัน แล้วแต่ละบุคคลว่า จะทำกรรมชั่วกรรมดี มันขึ้นอยู่กับเราแล้วล่ะ ว่าจะตัดสินใจยังไง


      ส่วนมากเรา เราเองก็ปฏิบัติตัวต่อคนอื่น ที่ไม่รู้จักกันหรือเป็นคนแปลกหน้า เราจะเงียบ สุภาพ ไม่ค่อยพูดจากับใคร แต่ถ้าเป็นครอบครัว ญาติพี่น้อง เราก็ทำตัวให้เต็มที่ ระบายความเป็นของตัวเองออกมา ถ้าเป็นญาติที่มีอาวุโส เราทำจะตามความเหมาะสม รู้จักกาลเทศะค่ะ มันเป็นมารยาททางสังคมหมู่มากอยู่แล้ว

      ส่วนเพื่อนๆงั้นเหรอ เราต้องดูก่อนแหละว่า คนๆนี้คบได้หรือไม่ เพราะถ้าเราลองปล่อยใจไปให้ เพื่อนเลวๆ ดีต่อหน้าลับหลังอีกอย่าง สามารถหักหลังและทิ้งเราได้ทุกเมื่อ เมื่อใดที่ไร้ประโยชน์ เราก็จะโดนทิ้งทันที ทำให้เราเจ็บปวดไปเปล่าๆ เราเคยโดนกระทำมาแล้ว เลยเข็ดและไม่อยากคบใครอีกเลย เราจึงตั้งหลักกลับมาอยู่ที่ตัวเอง เอาใจใส่กับตัวเองมากขึ้น มันทำให้เรามีความสุข ยิ่งขึ้นกว่าเดิม เมื่อได้มองและตรองดู อยู่สักครู่ใหญ่ จนเรารู้จักวิธีการ มองคนรอบข้างมากขึ้น


      เราบอกตรงๆเลยว่า เราชอบมองดูการตอบคอมเม้นของทุกคน ที่ผ่านไปผ่านมา หลายๆต่อหลายกระทู้ จนทำให้เรารู้ว่าคนๆนี้นะ เป็นคนยังไง นี่คือทักษะพิเศษของเราค่ะ ขนาดคนรอบข้าง เรายังมองดูและชั่งใจอยู่เลยค่ะ ว่าคนเหล่านั้นเป็นยังไงกันบ้าง การที่เรามองดูไปเรื่อยๆแล้ว มันจะทำให้เรารับรู้ได้หลายๆอย่างต่อบุคคลคนนั้นค่ะ จริงๆนะเนี้ย บอกได้เลย ว่ามันเป็นเรื่องจริง เราเป็นคนแบบนี้อยู่ชอบตริตรองตลอดเวลา ชอบครุ่นคิดตลอดเวลา เหมือนตัวเองเป็นโรคจิตไงไม่รู้นะ555+


      เอาล่ะ สำหรับเรื่องของคุณ

      เราว่าคุณลองหยุดอยู่กับตัวเองดูบ้าง ใช้เวลาครุ่นคิดอยู่กับตัวเองดูบ้าง ว่านิสัยเหล่านี้ที่คุณสร้างขึ้นมา มันเป็นยังไง จะเอายังไงกับมันดี คุณลองครุ่นคิดดูนะคะ คนอื่นเขาไม่สามารถช่วยคุณได้ค่ะ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน คุณต้องช่วยตัวเองเท่านั้นค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-09.png

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อะเค แวะผ่านมาเห็น คำถามน้องน่าสนใจดี มาตอบทีละข้อกันดีกว่า

      - คือ ทุกคนคิดยังไงกับคนที่ชอบใส่หน้ากากคะ >> เป็นเรื่องปกติของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ค่ะ มันเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่เรามีไว้เพื่อใช้ในการเอาตัวรอดในสังคม ไม่ได้แปลว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี ถ้าเราใช้มันอย่างถูกต้องและไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน

      - ตัวเองเป็นคนแบบนั้นค่ะ ไม่มีวันไหนเลยที่จะเผยธาตุแท้ให้คนอื่นที่ทั้งรู้จักและไม่รู้จักเห็น เพราะกลัวเค้าจะรับไม่ได้ค่ะ >> พี่ขอ stop น้องไว้ตรงนี้เลย พี่ว่าน้องกำลังเข้าใจตัวเองผิดอยู่ การที่น้องมาโพสต์กระทู้บอกว่า "น้องเป็นคนที่ใส่หน้ากากตลอดเวลานะ" มันดูไม่ใช่การกระทำของคนที่ใส่หน้ากากเท่าไหร่ ที่น้องกำลังทำอยู่เป็นเหมือนการเปิดเผยตัวตนของตัวเอง ไม่ใช่ปกปิด และการเปิดเผยตัวตนนี่...มันแปลว่าหน้ากากหายไปแล้วนะคะ ;-;

      - แต่พอทำแบบนั้นไปนานๆมันทำให้สับสนระหว่างตัวตนจริงกับหน้ากากค่ะ ตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน >> น้องแค่กำลังสับสนกับการวางตัวในสังคม ว่าควรจะทำยังไงดี เป็นตัวของตัวเองดีไหม ใส่หน้ากากเพื่อการอยู่รอดดีไหม ซึ่งคำแนะนำตรงส่วนนี้หลายเม้นท์ข้างบนก็ state กันไว้หมดแล้ว พี่ขอไม่พูดอะไรเพิ่มเติมเนอะ

      - แล้วเลยพาลทำให้อยากรู้ว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับคนประเภทนี้น่ะค่ะ >> ไม่คิดยังไงค่ะ มันคือปกติของมนุษย์ในสังคม แค่ไม่ทำให้ตัวเองหรือคนอื่นเดือดร้อนพี่ว่าก็ใช้ได้แล้ว

      - จะได้ตัดสินใจได้สักทีว่าควรถอดหน้ากาก เผยธาตุแท้ให้คนอื่นเห็นมั้ย >> กลับไปอ่านที่พี่ว่าไว้ข้างบน

      - ตัวจริงเป็นคนที่มีความดาร์กแต่ก็มีสีขาวปนค่ะ มันเลยเทาๆ แต่โดยรวมแล้วความดาร์กมันก็ชนะอยู่ดี เลยไม่รู้จะทำยังไงดี >> ทุกคนมีสีขาวกับสีดำอยู่ในตัวค่ะน้อง จากการที่น้องมาโพสต์กระทู้นี้ ถามหาความเห็นว่าน้องควรปฏิบัติตัวยังไงดีถึงจะเหมาะสม มันไม่ได้บ่งชี้เลยนะว่าความดาร์กชนะน้อง เพราะถ้าความดาร์กชนะน้องจริง น้องคงไม่มีคำถามพวกนี้ แล้วเดินหน้ากับชีวิตตัวเองแบบดาร์ก ๆ ไม่สนใจว่าใครจะคิดยังไงต่อไปตั้งนานละ

      ยังไงก็หาตัวเองให้เจอนะคะ สู้ ๆ ^^


      ปล. ลืมบอกไปอย่าง น้องคะ คนที่ใส่หน้ากากจริง ๆ น่ะ ไม่ประกาศให้ใครรู้หรอกว่าเขาใส่หน้ากาก ถูกจับได้ก็หมดสนุกกันพอดี

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #19
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าเป็นการแสดงออกอย่างเหมาะสม มีความอดทนอดกลั้น อันนี้เป็นปกติของคนทั่วไป

      ไม่ถือเป็นการใส่หน้ากาก


      หากคิดอะไรก็พูดหรือทำออกมาเลยโดยไม่คำนึกถึงความเหมาะสม

      นั่นไม่ใช่ไม่ใส่หน้ากากแต่อาจกลายเป็นไม่มีมารยาท


      ใส่หน้ากากนั้นควรจะหมายถึงทำให้ผู้อื่นเข้าใจเราผิดไปจากความเป็นจริง

      น่าจะถือเป็นการโกหกอย่างหนึ่ง จึงไม่ควรทำ


      เมื่อก่อนผมก็เคยโกหกบ่อยๆ ทั้งจำเป็นและไม่จำเป็นจนกลายเป็นความเคยชิน

      บางทีตอบตามความจริงได้ก็ตอบแบบมักง่ายโกหกไป

      ตอนหลังๆ คิดได้ก็พยายามตั้งสติคิดให้ดีๆ ก่อนพูดก่อนทำเสมอ

      ตอนแรกๆ อาจจะมีเผลอบ้างแต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป สักวันเราจะเลิกได้เอง

      ตอนนี้ผมถือศีลห้าอยู่โกหกไม่ได้แล้ว ก่อนพูดก่อนทำต้องคิดให้มากๆ


      ถ้าแสดงตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไม่ได้แล้วรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ นั่นแสดงว่าต้องแก้ไข

      คงจะเปลี่ยนเป็นเปิดเผยหมดเปลือกไม่ได้ในทันที ก็เลือกเปิดทีละอย่าง เลือกสิ่งที่เราสบายใจ

      ที่จะเปิดเผยหรือไม่จำเป็นต้องปิดบังก่อน ทำไปทีละน้อยกระทั่งเรารู้สึกว่าเราไม่ได้ปิดบัง

      ตัวตนของเราแล้ว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยหมดทุกอย่าง ด้านที่ไม่เหมาะที่จะเปิดเผยต่อ

      สาธารณะเราก็แค่ไม่บอก แต่ถ้ามีคนถามเราค่อยบอกเขาหรืออาจเลือกที่จะไม่ตอบคำถาม

      ไม่ถือเป็นการโกหกหรือบิดเบือนความจริงแต่อย่างใด

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #20
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราถอดหน้ากากก็ต่อเมื่ออยู่คนเดียวค่ะ (อยู่กับแมวนับมั๊ย?) แล้วความบ้าก็จะถูกแสดงออกมา เอ้ย!

      แต่พอมาลองดูดีๆแล้ว ลองสังเกตุดูว่าคนรอบข้าง(ส่วนใหญ่)ก็ใส่หน้ากากเข้าหาคนอื่นเหมือนกัน โดยเฉพาะสังคมในที่ทำงาน นี่ถือว่าเป็นเรื่องปกติมาก.


      เคยคุยกับคนๆหนึ่ง ที่มองออกในทันทีว่า หวานซ่อนเปรี้ยว เวลาพูดมักจะเอ่ยคำหวานประจบประแจง หรือไม่ก็แดกดันคนคิดว่าด้อยกว่าด้วยรอยยิ้ม ส่วนเราตอนนั้นก็ใส่กน้ากากใสซื่อ เป็นเด็กเรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตนและหัวอ่อน ซึ่งความจริงแล้วนั่นไม่ใช่ตัวเราเลย


      แต่ตลกตรงที่ว่า พอคุยกัน เรารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ธาตุแท้ของคนตรงหน้า และมีแว๊บบหนึ่ง ที่เห็นสายตาของเขา เลยรู้ว่า คนๆนี้เองก็รู้ว่าเราเห็นอะไรข้างในตัวเขา แถมยังรู้ด้วยว่านี่ใม่ใช่ธาตุแท้ของเราเหมือนกัน


      แต่ก็ยังคุยกันได้ มีเขาพูด-แบบคำหวานมา เราก็ตอกกลับไปด้วยใบหน้าซื่อๆ. นึกย้อนกลับไปก็สนุกดี เหมือนรบสงครามเย็นกัน


      นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายคนหลายแบบเลย แต่ที่เกลียดที่สุดเลยคือ ผู้หญิงที่สตอว์เบอรี่ว่าตัวเองใสๆเกิดในดงทุ่งลาเวนเดอร์ แต่เอาเข้าจริงฟาดเรียบไม่มีเหลือ

      แบบว่าเคยมีเพื่อนผู้ชายหลายคนมากกก แล้วเห็นนางเข้ามากระเเซะคนนี้ที อีกวันเปลี่ยนเป็นอีกคน สรุปเอาทุกคน เห็นแล้วรู้สึกเวทนาแปลกๆ ไม่รู้ว่าขาดแคลนมาจากไหน


      อ้าว นอกเรื่องเฉยเลย55


      เผ่นแล้วจ้า//

      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 28

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป