/>

รีวิวหนังสือ+การเตรียมตัวสอบเข้าเตรียมจากเด็กวิทย์ที่สอบสายศิลป์ [ยินดีให้แชร์]

วิว
สวัสดีทุกคนที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้นะคะ
บอกไว้ก่อนเลยว่านี่คือกระทู้แก้บน5555

เข้าเรื่องเลยดีกว่า คือเราเป็นเด็กวิทย์คณิตจากโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด ตอนแรก(สมัยม.1)ไม่มีเตรียมอุดมเป็นเป้าหมายเลย ม.4จะต่อที่เดิมอย่างเดียว แม่ก็บอกว่าให้มาลองสอบหน่อยเถอะ อย่างน้อยก็สอบให้แม่ อ่ะ เราก็เออออไป เราเริ่มเรียนเยอรมันตอนเทอมหนึ่งของม.1ได้เพราะมันเป็นวิชาเพิ่มเติม แทบไม่มีใครอยากเข้าเพราะเขาว่ากันว่าอาจารย์โหด กดเกรด แต่เราก็เด๋อด๋าเข้ามาจนได้ แล้วเราก็พบว่าเราชอบภาษานี้ ชอบที่จะเรียน ชอบมากๆ เขามีวิชาภาษาที่สามเพิ่มเข้ามา เราก็ลงเยอรมันอีก แล้วเราก็สอบA1ผ่าน(แต่ได้gutเฉยๆค่า เพื่อนที่สอบด้วยกันเขาแบบ คะแนนเฉียด sehr gut กันทั้งนั้น)

จนช่วงที่เราได้อ่านไพรเวทหวีค่ะ (เผื่อใครไม่เข้าใจ มันเป็นแฟนฟิคเกาหลีของวงวอนนาวัน) มันก็เป็นแรงบันดาลใจให้เรา เราเริ่มหาข้อมูลมากขึ้น ซื้อหนังสือนู่นนี่มาอ่าน ได้คุยกับเพื่อนที่มีความฝันเหมือนกัน ได้คุยกับพี่ที่กำลังสอบเข้า ช่วงนั้นเรารู้จักคนเพิ่มขึ้นเยอะมากๆเลย ตอนนั้นม.2 เราวางแผนไว้ว่าจะเริ่มอ่านช่วงปิดเทอมแต่เราก็ไม่ได้ตั้งใจอ่านเท่าไหร่ ก็เก็บสะสมมาเรื่อยๆ เราตั้งใจเรียนขึ้น การบ้านจากที่รอลอกอย่างเดียวก็เริ่มหัดทำเอง ให้เพื่อนช่วยสอนบ้าง

คณิตศาสตร์เราแย่มากช่วงนั้น กลัวเกรดเฉลี่ยไม่พอให้สมัครโควตา เราเครียด เราร้องไห้ กลับไปหาครูรรเก่า เขาถามว่าทำไม่ได้จริงๆหรือไม่ชอบเลยไม่ทำ อาจจะดูแรงนะ แต่เรารู้สึกเลยว่าที่ผ่านมาเราไม่สนใจ ไม่ใส่ใจเพราะไม่ชอบ มาเป็นฉากๆ ตอนนั้นเราถึงฮึดสู้อีกครั้ง เอาจริงเราไม่ชอบคำพูดที่มันกดดันเพื่อให้เราถีบตัวเองขึ้นไปหรอก เกลียดด้วยซ้ำ เราบล็อคแอคว*ถ*ส**ต**ไปเลยเพราะมันเครียดเกิน ส่องแล้วเหมือนไล่ให้เราไปฆ่าตัวตาย มันเตะเราซ้ำๆหรือเพราะเราอ่อนเองก็ไม่รู้5555 สำหรับใครที่ทำแล้วเวิร์คเราไม่ว่านะคะ แต่ว่าคนที่ไม่ไหวแบบเราขอแนะนำให้มิ้ว บล็อคหรืออะไรก็ได้ค่ะ เราต้องจัดการตัวเราเอง จัดการอารมณ์ในแบบของตัวเอง เครียดก็ร้องมันจะเบาลง เป็นคนอ่อนแอบ้างก็ไม่ได้แย่ค่ะ ลองปรึกษาเพื่อนที่คิดว่ามันจะโอ๋เราก็ได้ อาจจะดูทำให้เสียนิสัยเล็กน้อยแต่ดีกว่าไปหาเพื่อนที่รู้ดีอยู่ว่ามันจะพูดอะไรทำร้ายเราบ้าง

ช่วงนั้นเราตัดสินใจไปเรียนพิเศษกับครูที่เขาแนะนำมาในจังหวัดเพราะคณิตไม่ไหวแล้วก็ทำให้คะแนนดีขึ้นมาบ้าง แต่เรามีอีกอุปสรรคใหญ่คือโครงงาน -โครงงานนี่แหละที่ทำแผนพังเกือบหมด เราทำโครงงานตอนม.2ไม่ค่อยจริงจัง(อันนี้ผิดเอง) ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันจะต้องต่อยอดไปทำตอนม.3เทอมหนึ่ง ทำให้แผนที่ว่าจะอ่านหนังสือต้องล้มเลิกไปเพราะต้องปั่นโครงงาน ไหนจะงานประจำวัน ช่วงนั้นแทบไม่ได้อ่านหนังสือเลย

จนกระทั่งจบเทอมหนึ่ง เราต้องเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนเดิมซึ่งมีสองรอบ ตอนแรกเราก็ไม่ค่อยใส่ใจกับมันหรอกช่วงนั้นเราลงเรียน@homeของเอนคอนเสปไว้ แต่ก็ไม่ค่อยได้เรียน เรานั่งทำแบบฝึกอังกฤษวันละชุดสองชุด เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่งทำเสริมปรีชาญาณอยู่เป็นเดือน จนวันสอบใกล้เข้ามาเต็มที ตอนนั้นก็เพิ่งฉุกคิดได้ว่า ถ้าไม่ติดเตรียมจะไปต่อไหนวะ โรงเรียนดังๆในจังหวัดก็ไม่มีสอนภาษาเยอรมัน เราก็เลยอ่านพวกสรุปบ้างอะไรบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะติดหรอก เพราะไม่ได้อ่าน คาบติวก็แอบทำแบบฝึกอังกฤษ เราก็เลยปลง จนประกาศผล เราก็ติดเฉยเลย

ด้วยความที่อยู่โรงเรียนประจำ เราไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัวเท่าไหร่ เราเคยถามพี่โรงเรียนเดียวกันที่ติดเตรียม เขาตื่นมาอ่านตอนเช้า อ่ะ เรารู้ตัวว่าตื่นมาอ่านเช้าไม่ไหว เลยอ่านดึกแทน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนนะคะ คือเราจะมีเพื่อนนอนดึกอยู่ มีเพื่อนที่อ่านหนังสือด้วยกันแล้วก็เพื่อนปั่นงาน บางทีอาจจะเสียงดังหน่อยแต่ก็ต้องทำค่ะ เราเลยเลี่ยงอ่านหนังสือมาทำแบบฝึกแทนเพราะสมาธิไม่พอ บางวันก็นั่งอ่านกับเพื่อนสองคน นั่งคนละมุม เพื่อนไปนอนตอนไหนไม่รู้ก็แอบหลอนอยู่เหมือนกัน

วันสอบโควตาใกล้เข้ามา เราแพนิคเสียยิ่งกว่าอะไรดี ร้องไหห้บ่อยมาก มันเครียดมันกดดัน ไหนช่วงนั้นเราจะต้องสอบเข้ารอบสองของโรงเรียนเดิมอีก บอกเลยว่าเครียดมาก เราไม่รู้ว่าเราควรทำอะไรก่อน สมองตื้อไปหมด คอร์สเรียนก็ใกล้หมดอายุ เราเลยหยุดคิด นั่งนิ่งๆแล้วค่อยจัดลำดับความสำคัญ กว่าจะทำแบบนั้นได้ก็นานนะคะ แล้วเราก็อ่านวิทย์คณิตก่อนตอนกลางวัน ช่วงดึกเราถึงไปอ่านเข้าเตรียม ตอนนั้นโหมหนักมาก ช่วงนั้นกินเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แบบ ก็คนมันเครียดนี่คะ จนวันสอบโควตา คืนก่อนสอบเราหัวถึงหมอนตั้งแต่สองทุ่ม เปิดเพลงโปรดฟัง ห่มผ้านวมนิ่มๆ เปิดแอร์สบายๆ วันต่อมาไปสอบก็รู้สึกว่าไม่ได้ยากเท่าที่คิดนะคะ แต่ก็ทำไม่ได้ หลังสอบเสร็จเราไม่แตะหนังสือเลย ไม่อ่าน ไม่สนใจ เหมือนวิญญาณหลุดเพราะไม่เรียนด้วย เหม่อไปไหนไม่รู้ เราเพิ่งบอกกับอาจารย์ที่สอนเยอรมันว่าเราไปสอบนะ เอ้อ เขาก็ให้คำแนะนำ บอกให้คิดดีๆ โอเค เราจะคิดแบบนั้นและจะพยายามอีก

พอผลออกมาไม่ติด เราร้องไห้หนักอยู่เป็นชั่วโมงเลยตอนไม่เห็นชื่อตัวเอง เราเช็คทุกชั่วโมงเพราะกลัวตัวเองดูผิด มันรู้สึกไม่อยากเชื่อ มันรู้สึกว่าแค่โควตาไม่กี่คนแกยังทำไม่ได้ จะไปสู้รอบใหญ่ได้ไง คิดลบสารพัด เราบอกอาจารย์อีกครั้ง เขาก็บอกประมาณว่าไม่เป็นไร เหลืออีกรอบนะ แล้วเราแน่ใจเหรอ เราเรียนไม่ไหวขนาดนั้นเลยเหรอ เราเรียนไม่ได้หรือไม่ชอบ อ่ะ ทีนี้เราเลยหยุดคิดแปปนึง อันที่จริงตอนนั้นเราปลงกับเตรียมเลยนะ เราคิดว่าแบบ ที่เดิมคงไม่เป็นไร เราเลยไม่ไปสมัครโปรแกรมพิเศษรรในจังหวัดแล้วก็คิดว่าอย่างน้อยที่เดิมก็ยังได้เรียนเยอรมัน

หลังปิดเทอมมันเหลือแค่ไม่กี่วันสอบรอบใหญ่แล้ว เราต้องไปเข้าค่ายยุวกาชาด คือแบบ ไปสวนสยามใครจะอดใจไหว แต่เราไม่ลืมอ่านหนังสือนะคะเราพกคำศัพท์ไปอ่านด้วย ระหว่างทางก็กินยาแก้เมารถแล้วอ่านหนังสือ ทำข้อสอบ อะไรก็ว่าไป ตอนถึงค่ายเราก็แทบไม่ได้แตะหนังสืออีกเพราะว่าเราต้องทำกิจกรรม กว่าจะอาบน้ำเสร็จก็แสนเหนื่อยแล้ว นอนเลย จะมีวันที่สองที่เราได้ไปเล่นเครื่องเล่นเป็นอิสระสักที เราเพิ่งกินข้าวน่ะค่ะ ไม่อยากเล่นอะไรเวียนหัว ตอนแรกคิดอย่างนี้จนกระทั่งเห็นวอร์เท็กซ์ 
-ม่วงๆนั่นแหละค่ะ เราขึ้นเลย ไม่ลังเลแบบลืมตัวว่ากลัวความสูง เราเล่นเครื่องเล่นอีกนิดเดียวก็พอแล้วค่ะ น็อคไวเพราะวอร์เท็กซ์ ได้สติก็กลับไปทำแบบฝึกที่บ้านพักต่อ5555 ขากลับก็อ่านหนังสืออีกเหมือนเดิม ลงเรียนพิเศษกับรุ่นพี่ไว้ มันก็แล้วแต่สไตล์นะคะ ส่วนตัวเราว่ามันเร็วไปหน่อย เราค่อนข้างหัวช้า แต่ก็นั่นแหละค่ะ เราทำโจทย์เรื่อยๆจนถึงวันก่อนวันก่อนสอบ

D-Day วันสอบรอบใหญ่
รีวิววันนั้นคือแนะนำให้หาที่พกใกล้ๆนะคะ คือตัวเรามานอนบ้านญาติแล้วให้ญาติพามา รู้สึกว่ารถไม่ติดมากนัก มีคนชำนาญทาง จะบอกว่าให้รีบไปรีบต่อแถว จำเลขตัวเองกับห้องสอบให้ได้นะคะ ตอนนั้นคนเยอะ อาจจะตื่นเต้นไปบ้าง สำหรับคนขี้ร้อน อย่าเพิ่งใส่เสื้อกันหนาวตอนอยู่ข้างนอกนะ ตอนแดดส่องมันแบบ จะเป็นลม ที่คิดไว้ว่าออกจากห้องจะปิดหู ไม่แลกเปลี่ยนคำตอบกับเพื่อนก็คือ ไม่มีเลยเจ้าค่ะ ไม่มีคำตอบที่จำได้เหรอ เปล่า ไม่มีเพื่อนค่ะ เพื่อนเราสอบสายวิทย์หมด ขอเตือนนะคะ สอบรอบใหญ่สอบที่อิมแพคค่ะ ไม่ใช่เตรียมอุดม มาไม่ทันจะพลาดนะคะ แนะนำให้ทำความรู้จักคนข้างๆเผื่อเราลืมอะไร ยืมเขาได้ค่ะ5555 นาฬิกาเช็คให้ดีนะคะว่าไม่ใช่แบบดิจิทัลแน่ๆ จะได้นำเข้าห้องสอบได้ เพราะมีคนวางนาฬิกาดิจิทัลไว้นอกห้องแล้วหายอยู่เหมือนกัน นัดกับผู้ปกครองดีๆนะคะ แล้วก็ลองถามคนแถวนั้นดูดีๆเพราะวิทย์กับศิลป์เข้าคนละประตู

รีวิวหนังสือและคอร์สเรียนพิเศษ
1. คอร์สpreเข้าเตรียมและคอร์สเข้าเตรียม
เอาจริงๆจำชื่อคอร์สไม่แม่นหรอกแต่ประมาณนี้ สารภาพว่ายังเรียนไม่จบ55555 ผิดแผนนิดหน่อย เราว่ามันดีนะ ช่วยทวนเนื้อหา โจทย์ก็ยากดี

2. Basic grammar ของดร.ศุภวัฒน์ (เล่มม่วง)
นี่ทำจนจบเล่มแล้ว แนะนำให้เร่งทำให้จบ แล้วหาคอนเส็ปต์ เพราะมันเป็นโจทย์แยกเรื่อง ทำคะแนนดีก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำได้ ต้องทำโจทย์รวมมิตรเยอะๆ ให้ 10000000/10 ดีมาก เป็นการปูพื้นที่ดี(มากๆๆๆๆๆๆๆ) ของมันต้องมีและทำด้วย

3. เสริมปรีชาญาณ
เป็นการปูพื้นที่ดีมากสุดๆสำหรับภาษาไทย ใครไม่แม่นต้องมีนะคะ คนแม่นมีไว้ก็ดี คือเนื้อหาครบแน่ๆ แล้วคือว่าเรานั่งทำโทย์ในเสริมปรีชาญาณเพลินจนลืมอ่านวิชาอื่น5555 แต่ทำเรื่อยๆมันจะสะสมความรู้ เพราะข้อสอบจะออกเรื่องลักษณนามแน่ๆ ราชาศัพท์ จดหมายไรงี้ด้วย ให้ 10000000000/10 เลย ของมันต้องมี แล้วคือเพลินจริง ไม่เชื่อลองทำ

4. triamaholic
เราอยากได้เล่มนี้สุดเพราะมันระดับขึ้นหิิ้งของอิ้งอะ คือคนเราควรมีหนังสือระดับขึ้นหิ้ง คือพวกหนังสือเก่า หนังสืออมตะ เพราะเนื้อหามันไม่เปลี่ยนไปมากหรอก เว้นสังคมไว้นะ5555 เรายืมจากห้องสมุดมา ประทับใจมากที่ห้องสมุดมี แบบ สุดๆ เราไม่สามารถประเมินความยากง่ายของโจทย์ได้อ่ะ แบบ ไม่เทพเบอร์นั้น แต่ทำแล้วอุ่นใจ

5. เจอกัน
ภาษาไทยทำเพลินจริง ยากสะใจเลยล่ะเล่มนี้ ทั้งสองพาร์ท ยาก แต่เล่มสวยมากๆค่า

6. Bitter Sweet
เล่มขึ้นหิ้งอีกแล้ว ข้อสอบจะเป็นแบบเก่าไปหน่อยนะแต่ก็ยากอยู่ดี

7. พี่หมอสอนสังคม
ชอบมาก สั้น กระชับ ได้ใจความ แต่ควรอ่านตอนใกล้ๆสอบ เพราะนี่อ่านตอนไกลสอบมาก สังคมมันรอบโลกอยู่แล้วน่า คิดมาก ใกล้สอบก็เทแม่งอีกแล้ว โฮ รู้งี้น่าจะอ่าน

8. ศัพท์4หน้าครูสมศรี
ท่องซะ ถ้าท่องจบสี่หน้าเลิกกังวลได้เลยจ้า พอแล้ว สี่หน้าเยอะมาก เรายังจำหน้าแรกไม่ได้เลย แงแอ

สอบเสร็จปล่อยทุกอย่างเลยนะ เราแก้อะไรไม่ได้แล้ว ไปหาอะไรกินอร่อยๆ ตอบผิดอย่าไปเครียดตอบถูกอย่าไปเหลิง แค่รอเวลา ดูหนังดูซีรีย์วาดรูป คุยกับเพื่อนอะไรก็ว่าไป จำไว้ว่าผลออกมายังไงก็แก้ไม่ได้ เราทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว อันดับก็อย่าไปเครียด นี่ก็ไม่ได้อันดับดีนักหรอก เรามีความหวังอยู่เสมอ คิดไว้ว่าได้ก็เป็นกำไร ไม่ได้ก็เป็นประสบการณ์ก็พอ ถ้าอยากหลุดจากที่ที่ไม่อยากอยู่ก็ต้องพยายามหนี ไม่ใช่มาสาธยายให้คนอื่นฟังว่าเราอยากหนี เพราะเขาก็มีเรื่องที่ต้องหนีอยู่เหมือนกัน สำหรับใครที่มีปัญหากับพ่อแม่(เราทะเลาะกับพ่อแม่ก่อนสอบ)ก็ให้ลืมเขาไปก่อน ตอนนี้สนใจเป้าหมาย ไม่ใช่ไม่รัก แต่ถ้าไม่อยากทะเลาะ ไม่อยากลำบากใจแล้วเราก็ต้องพยายาม วันนั้นเราจะเดินออกมาจากที่นั่นได้อย่างภาคภูมิ เหมือนที่ทวิตนั้นบอกไว้อะ คือลืมแล้วจริงว่าทวิตไหน555

เตือนเลยนะ อย่าไปพูดอะไรให้คนอื่นใจเสีย อย่าทำให้คนอื่นเสียใจด้วยคำพูดของเรา ต้องใจเขาใจเราหน่อยนะคะ อย่าทำตัวเป็นเด็กไม่ดีนะ

สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้รุ่นน้องทุกคนค่ะ
จากเด็กศิลป์เยอ ต.อ.82
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป