ซ่อน
แสดง

รีวิว นักเรียนแลกเปลี่ยน USA [ยินดีให้แชร์]

วิว
                สวัสดีจ้า เราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐออริกอน จะมาเล่าชีวิตความเป็นอยู่ โรงเรียน โฮสแฟมิลี่ และยิบย่อยนานา คือก่อนที่เราจะไป เราก็ได้ไล่อ่านกระทู้ ของคนที่เคยมาเขียนไว้ ก็รู้สึกว่ามันเป็นประโยชน์จริงๆ เลยจะมารีวิวเผื่อเป็นประโยชน์กับหลายๆคน

            ก่อนไปแลกเปลี่ยน : หลังจากที่รู้ผลสอบ เราไม่ลังเลเลยที่จะตัดสินใจไปแลกเปลี่ยนเรารู้สึกว่า มันเป็นโอกาสที่ดีที่จะไปหาประสบการณ์ ไปฝึกภาษา แล้วเราก็อยากค้นหาตัวเองด้วย 555 อีกอย่างเราไม่เคยไปอเมริกาด้วย และอยากไปมานานแล้ว เราก็ตกลงเตรียมเอกสาร ทำพาสปอร์ตใหม่ ไปสัมภาษณ์ที่กงศุล เขียนจดหมายถึงโฮส หลังจากนั้นทางโครงการก็จะกำหนดเดือนที่ต้องเดินทาง คร่าวๆ ทางโครงการบอกว่า ถ้าได้โฮสแล้วจะติดต่อมา แล้วอาจต้องเดินทางภายใน 1 อาทิตย์หลังจากนั้นเลย เราก็ตื่นเต้นมาก แต่ประเด็นคือเค้าบอกเราว่าจะเดินทางประมาณ สิงหาคม แต่ แต่ แต่!!! กรกฎาคมแล้ว ต้นเดือนก็แล้ว  กลางเดือนก็แล้ว เรายังไม่ได้โฮสเลย ตอนนั้นก็ทำไรมากไม่ได้ ได้แต่ทำใจนิ่งๆไว้ ผ่านมาถึงต้นเดือนสิงหาคม ที่เพื่อนทยอยเดินทางไปกันแล้ว ทางโครงการก็โทรมา บอกว่ามีโฮสติดต่อมาแล้วนะ เราตื่นเต้นอีกแล้ว เค้าบอกว่าทั้งบ้านมีสมาชิกอยู่ 6 คน เราก้ยิ่งตื่นเต้นไปอีก โอ้ววโหววว เรามาจากครอบครัวเล็กๆ ในบ้านมี 4 คน ไปอยู่นุ้น 6 คน สุนัข 5 ตัว แมว 2 ตัวต้องสนุกแน่ๆ ยังๆ ยังไม่หมด คือเค้ารับนักเรียนแลกเปลี่ยน 2 คน อีกคนเป็นเด็กอิตาลี อหหห รวมเบ็ดเสร็จในบ้าน 8 คน

 

           ตอนไปถึง : เรานั่งจากสุวรรณภูมิไปลงแถวมาเก๋า หรือที่ไหนสักที่เราจำไม่ได้ 555 แล้วต่อไปลงซานฟราน และไปลง พอร์ตแลนด์ รวม 24 ชมไปเล้ยยยย พอไปถึงโฮสแฟมิลี่ก็มารับเราที่พอร์ตแลนด์ ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ ชั่วโมงครึ่ง ตอนไปถึงเราก็งงๆ แต่ถึงขาออกผู้โดยสารก็เจอโฮสกับคนของโครงการถือป้ายชื่อเราอยู่ เราไปถึงก็ยกมือไหว้เลยจ้า ด้วยความที่ติดว่าเจอผู้ใหญ่ต้องยกมือไหว้ นี่ไม่รู้ตัวเลย จนเด็กอิตาลีคนนั้น ยื่นมือมาแนะนำตัว เราก็โป้ะแตกไปอีก ต้องยื่นมือไหนไปจับเนี่ย เลยยื่นมือเดียวกับเค้าไปจับ โอเคผ่านจ้า อ่อเราจะบอกว่า เราเดินทางคนเดียวตั้งแต่สุววรณภูมิ ถึงพอร์ตแลนด์เลย อยากจะบอกว่า คือเราก็ไม่ค่อยเก่งอิ้งมาก แล้วพอถึงสนามบิน จะต่อเครื่องคือต้องเดินตามป้ายนะจ้ะ จะเดินตามใครเซ้าซี้ไม่ได้ เกิดเค้าไม่ได้ต่อเตรื่องไฟล์เดียวกับเราจะแย่ อ่อเราเคยถามพนักงานแถวนั้นด้วยว่าต่อเครื่องไฟล์นี้ไปทางไหน แต่ดันถามคนที่เค้ารีบมั่ง เค้าพูดแร็ปใส่เรา ตอนนั้นเราก่งก้งเลย แบบหาเองก็ได้วะ บอกเลยว่าที่รอดมาได้ ทั้งต่อเครื่อง และเขียนใบ ตม. เพราะเน็ตฟรีสนามบิน และนี่งงกับใบ ตม. มากบอกเลยว่าไม่เคยเขียน โฮะ!!

       พอนั่งรถกลับบ้านเราก็ตื่นเต้นกับต้นไม้ บ้าน สิ่งก่อสร้าง และหลายๆอย่างที่ขับผ่าน เหมือนคนป่าเข้าเมืองอย่างนั้นแหละ พอถึงบ้านเราก็พบกับทุกคนและแนะนำตัวกันไป โฮสทุกคนน่ารักมาก ต้อนรับเราอย่างดี ตอนแรกๆเราจะเงียบๆ เพราะนอกจากจะพูดไม่ได้แล้ว ยังฟังไม่รู้เรื่องอีกจ้า เจทแล็กอีกต่างหาก บอกเลยว่าง่วงมากๆ วันแรกที่ไปถึงคือนอนตอนประมาณห้าทุ่ม แล้วมัมก็มาปลุกตอน บ่ายโมง ตอนนั้นมัมถามว่าอยากลุกไปกินอะไรก่อนมั้ยหรืออยากนอนต่อ ตอนนั้นคือตอบด้วบสปิริตคือลุกค่ะ แต่ในใจเนี่ยขอนอนต่อเถอะ ลุกไม่ไหวละจ้า ง่วงแบบไม่รู้สึกหิว คือมันอ่อนแรงมากเหมือนตื่นมากลางดึก และพร้อมทุกเมื่อ พอหาไรกินเสร็จเราก็มานอนดุทีวี คือแค่หัวถึงโซฟา ก็หลับอีกละจ้า นี่ก็พยายามลืมตาตื่นละ แต่ไม่ไหวจริงๆ  เป็นอย่างนี้อยู่สิบวัน เท่ากับชั่วโมงที่ต่างกันระหว่างที่นั้นกับไทยเลย สุดท้ายก็กลั้นใจไม่นอนกลางวันหาไรทำ ดฮสก็พาไปทะเลบ้าง ไปคอกม้าบ้าง จนเราปรับเวลาได้ก็เริ่มเป็นมนุษย์กลาวันมากขึ้น 555 จนเราเริ่มเข้ากับโฮสได้ เริ่มสนิทกันมากขึ้น จริงๆเราคิดว่าถ้าเราปรับ mind set ของเราได้ อะไรๆจะง่ายขึ้น อย่าคิดว่าเค้าคือคนแปลกหน้า แต่คิดว่านี่แหละคือครอบครัวของเรา งานบ้านเล็กๆน้อยอย่าง คว่ำจาน กวาดห้องตัวเองให้สะอาดอะไรแบบนี้ ถ้าเราช่วยได้เราก็จะช่วย ปกติอยู่บ้านแม่ใช้ให้ทำเยอะกว่านี้อีก ตอนทำอาหารก็เข้าไปช่วยบ้าง เหมือนเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมด้วย พยายามทำกิจกรรมร่วมกับเค้าแล้วจะทำให้ทั้งเค้าและเราเข้ากันไดง่ายขึ้น อย่าเก็บตัวแต่ในห้อง ของเราคือจะเปิดประตูห้องตลอดเลยยกเว้นตอนนอน เหมือนเป็นธรรมเนียมบ้านเค้าอะ คือเราเนี่ยอาทิตย์แรกเราชาร์ตแบตโทรศัพท์ไม่ได้เพราะ ปลั้กเสียบไม่เข้าเลยต้องรอซื้อปลั้กเชื่อมไม่แน่ใจเค้าเรียกปลั้กอะไร 55 เลยทำให้เราไม่ได้แตะโทรศัพท์เลยอาทิตย์นั้น มันทำให้เรารู้ว่าเรามีพัฒนาการเร็วมาก เราเริ่มพูดได้ ฟังออก หลังจากนั้นเราเลยไม่ค่อยเล่นโทรศัพท์เท่าไหร่ ถ้าไม่ใช่ติดต่อเพื่อน พ่อแม่ที่บ้าน เราจะใช้เวลาอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า ซึ่งพอย้อนกลับไปก็คิดว่าตัดสินใจถูกมาก

พอถึงเวลาโรงเรียน ตอนแรกเราคิดว่า รร น่าจะมีนักเรียนแลกเปลี่ยนประมาณ 2 3 คน แต่ปรากฏว่ามี 18 คน โอ้ววโหวว เยอะมากกก มีทั้งอิตาลี เยอรมัน สเปน ญี่ปุ่น เซ้าแอฟ และนานา ประมาณ 10 ประเทศได้ ตอนแรกๆเนี่ยรู้สึกเรียนหนักมาก ไม่ได้หนักที่เนื้อหานะ หนักทางฟังนี่แหละ เราลงวิชา Math, อิ้งของเกรด 12, mixed choir, bio, US goverment ไป ที่เรียนๆแล้วมีความสุขเนี่ยคือ mixed choir ละก็ math นี่แหละ นอกนั้นเนี่ยต้องใช้พลังอย่างมากกว่าจะจบเทอม choir   ก็ร้องเพลงอย่างเดียวเลย คือเราก็ไม่เคยร้องเพลงมาก่อน แต่ก็ลงไป แล้วก็ชอบแฮะ รู้สึกได้แห่งความสุนทรี แล้วก็ได้เพื่อนที่สนิทมากๆ จากคลาสนี้ด้วย อ่อโฮสเราก็เรียนคลาสนี้นะ ได้เจอกันทั้งที่บ้านที่โรงเรียนเลย จะบอกว่าอยากลงอะไรก็ลง ไม่ต้องกลัวว่าไม่เคยทำ ไม่มีพื้นฐาน ลงไปเลยยยย เพราะนี่ก็ ได้ลองทำอะไรหลายๆอย่างที่ไม่เคยทำเหมือนกัน ทั้งร้องเพลง ลงวิ่ง cross country ที่แสนจะหอบเหนื่อย cross country นี่ไม่ใช่วิ่งข้ามทวีปอะไรนะ แต่ประมาณวิ่งมาราธอนบ้านเราอะ คือเค้าจะพาเราไปวิ่งหลายที่อะทั้ง บนเขาที่สุดทางแล้วจะมองเห็นเมืองทั้งเมืองที่เราอาศัยอยู่ แล้วก็มองเห็นทะเลสาบด้วย อย่างกับภาพวาด วิ่งรอบชายหาด หรือจะเป็นสวน pumpkin ที่เค้ามักจะใช้ในวันฮาโลวีน แล้วก็มีดอกไม้ต่มทางสวยงามมาก วิ่งไปชื่นใจสุดๆ เราไม่เคยวิ่งด้วย ปกติ 5 นาทีก็เดินละ นี่โค้ชบอกวิ่งไปเลยเบาๆ 2 ไมล์ บางวันก็บอกวอร์มนะ 25 นาทีต่อด้วย track ระยะ 100 เมตรอีก 5 รอบ นี่วันแรกๆ แค่วอร์ม วิ่งรอบสนามก็เหนื่อยละอะเอาจริง ฝนตกก็วิ่งนะจ้ะ จนจากปกตินั่งรถไป รร แต่ถ้าวันไหนต้องเดินก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะตอนวิ่งโค้ชขุนไว้เยอะ 555 ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ไหว เพราะพอถึงเวลาเราจะแกร่งขึ้นเอง นอกจากวิ่งแล้ว เรายังลง soft ball ที่ไทยก็ไม่ค่อยมีเคยเห็นแต่ในโดเรมอน แต่เราก็ลงกีฬานี่ไป ตอนแรกๆก็ โค้ชโยนให้ 100 เรารับได้ 3 ลูกอะ คือแหมือนเริ่มจากศูนย์เลยจริงๆ แต่เราก็ยังเล่นต่อเพราะเราคิดว่ามันก็ไม่ได้ยากมากอีกทั้งเราคิดว่ายากๆอย่าง cross country เรายังผ่านมาได้เลย นี่สบายกว่าตั้งเยอะ แล้วเราก็เริ่มชอบด้วย เพราะเหมือนเราต้องใช้ความแม่นในการตีลูกอะ ดูสนุกดี สุดท้ายเราก็ไม่หยุดซ้อมแล้วก็ดูคลิป เคล็ดลับต่างๆ ทั้งการวิ่ง การรับลูก จนเราสามารถ ทำแต้มให้ทีมได้ตอนแข่งกับโรงเรียนอื่น แบบ JV Team กับ JV Team นะ คือทีม beginner ด้วยกันอะ แล้ววันปิดฤดูกีฬา เราก็ได้ รางวัลคนที่พัฒนาได้ดีที่สุดในทีม ภูมิใจสุดๆ แล้วกีฬา soft ball ก็กลายเป็นกีฬาสุดโปรดไปเลย เรายังลง dance class จริงๆเป็นเหมือน รร สอนเต้น และก็อีกเคย เราไม่เคยเต้นจ้า ถามว่าล่าสุดตอนไหน ล่าสุดคงตอนประถม อนุบาลเลยแหละ ที่ครูจับเต้นอะ แต่นี่คือเต้นละมี show case ด้วยอะจะชิวมากไม่ได้ 5555 เวทียิ่งกว้างๆ คนดูก็เต็มฮอลงะ  ลง pep band ที่เหมือนเป็นวงโยแถวบ้านเราแต่ของเค้าส่วนใหญ่คือไปเชียร์กีฬา 555 มันส์มากกกกกกล้านตัว ปกติก็ชอบเชียร์กีฬาอยู่แล้ว เหมือนเป็นศึกแห่งโรงเรียนอะ 555 แต่พอเล่นดนตรีไปด้วย เชียร์ไปด้วยมันสุดจริงๆ เราเล่น base drum นะ คือไม่ต้องคิดไรบอก ตีให้ตรงจังหวะก็พอ ซึ่งก็ไม่เคยตรง555 แล้วเรื่องเพื่อนอะ คือคาบเปลี่ยนเราก็ต้องเปลี่ยนห้อง เพราะฉะนั้นเพื่อนที่เราได้ส่วนใหญ่จะมาจาก การเล่นกีฬา คลาสร้องเพลง คลาสเต้นนี่แหละ นักเรียนแลกเปลี่ยนคนอื่นเนี่ย ไม่มีใครไม่ลงกีฬาเลยนะ เพราะมันจะทำให้เรากล้าออกจาก comfort zone รู้จักเพื่อนมากขึ้น เราได้เพื่อนที่สนิทมากๆจากกีฬานี่แหละ  และยังสามารถเบิร์น แฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่าที่เป็นมิตรกับเราทุกมื้อได้อีก จะบอกว่าลงกีฬาไปเลย เล่นเป็นม่เป็นไม่เป็นไร ใจต้องมาก่อน คือถ้าเราเล่นไม่เป็นเราก็จะจัดอยู่ใน JV Team คือทีมสำหรับผู้เริ่มเล่นไรงี้ แล้วเราจะเจอเพื่อนที่ ไม่รู้ประสีประสาเหมือนเรา 5555 มันเหมือนเราช่วยๆกันอะ ถ้ายิ่งกีฬาที่แข่งเป็นทีมนะ เราจะยิ่งรู้จักกันเราขึ้น และสนิทกัรฃนมากขึ้น เพราะฉะนั้นอย่างแรกคือ ก้าวไปสมัครก่อน พาตัวเองออกจาก comfort zone แล้วอย่ากลัวไม่ว่าอะไรผ่านเข้ามันคือบทเรียนทั้งสิ้น ไม่ว่าดีหรือไม่ดี มันจะเข้ามาทดสอบเราและทำให้เราแกร่งขึ้น ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็ว และจบเร็วมากเช่นกัน เราไป 1 ปีเอาจริงๆ  10 เดือน 10 เดือนก็เหมือน นับ  1 - 10 แป้ปๆ 1 เดือนละ 2 เดือน 3 เดือน แล้วก็ 10 เดือน ถึงวันกลับบ้าน ใช้ชีวิตให้คุ้ม เก็บเกี่ยวให้มาก อยากทำอะไรก็ทำ (ดูความปลอดภัยด้วย) แล้วใช้ชีวิตกับปัจจุบัน กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า อย่าไปคิดมาก อะไรที่ให้อภัยได้ ก็ให้อภัยไป คิดบวก 10 10 10 เลย55555

 

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป