/>

โรคซึมเศร้าไม่ได้เป็นง่ายๆ และหายง่ายๆ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ฆ่าตัวตาย #กรีดข้อมือ #ทำร้ายตัวเอง #ปัญหาความรัก #โรคซึมเศร้า
     โรคซึมเศร้านิมันหายยากจริงๆนะ ควบคุมยากด้วย เราว่าเราเป็นคนที่กินยาตรงเวลาสม่ำเสมอ แต่ยังมีช่วงที่ซึมเศร้า ช่วงที่อารมณ์เรามันรุ่นแรง ตอนนั้นแหละคือสิ่งที่อันตราย ยิ่งมีสิ่งกระตุ้นเช่น เรื่องความรัก นี่ตัวดีเลยนะ เราคุยกับแฟนเรื่องว่าเราหมั้นกันก่อนมั้ย เพราะเราจะย้ายที่ทำงานไปไกลเลย อย่างน้อยก็ทำให้มั่นใจว่าเรามีกันและกันอ้ะ แต่คำตอบที่เขาได้คือ แม่บอกว่าให้คบกันไปอีก 2-3 ปี หรือแม่เขาไม่ยอมรับว่ะที่เราเป็นโรคซึมเศร้า แล้วมันก็ทำให้เราทำร้ายตัวเอง ทีแรกก็ทะเลาะกันด้วยคำพูด จนเรากินยาเราจะนอน แต่นอนไม่หลับเลย พยายามที่จะไม่กินยานอนหลับเกินขนาดแบบทุกครั้งที่ผ่านมา เราอึดอัดคุยกับแฟนก็ไม่เข้าใจกัน เค้าไม่เคยปกป้องเราเลย คำนินทาต่างๆนานา ที่ครอบครัวเราโดนเขาไม่รู้หรอก เราแค่ไม่อยากให้พ่อกับแม่เครียดหรือวิตกกังวลมากไป เราพยายามนอนๆๆๆๆๆ แต่สุดท้ายเราก็ไปหยิบมีดกันคิ้วมา 2 เล่ม กรีดแขนตัวเองแบบเหมือนคนเขียนเส้นไม่บรรทัด ร้องไห้ไป กรีดแขนไป เรารู้ว่ามันไม่ดี แต่มันอึดอัด อย่างน้อยเราก็ไม่ฆ่าตัวตาย  
     วันนี้ที่มาเล่าเพราะเราอยากระบายที่ไหนสักที่ ที่เราไม่ต้องทะเลาะกับใคร
- M A K I N N -
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

10 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Sasi_bell
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      -ควรเลิกเถอะค่ะ!

      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกโหวตลบโดยเพื่อนสมาชิกชาวเด็กดี เพราะมีเนื้อหาไม่เหมาะสม

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกโหวตลบโดยเพื่อนสมาชิกชาวเด็กดี เพราะมีเนื้อหาไม่เหมาะสม
      กรีดเส้นเลือดแดงที่คอ
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรียกร้องความสนใจชัดๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เป็นกำลังใจให้นะคะ
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราอยากให้จขกท. ใจเย็นๆก่อนค่ะ เราไม่อยากพูดว่าเราเข้าใจสถานการณ์ของคุณดีที่สุดนะ เพราะคนที่เข้าใจตัวของคุณที่สุดคือตัวของคุณเอง เราเข้ามาอ่านแล้วอยากเป็นกำลังใจให้ แล้วเราไม่อยากบอกคุณว่าต้องสู้นะ หรือสู้ๆนะ เพราะเราไม่รู้ว่าจขกท. สู้มานานเท่าไหร่ แล้ว และสถานการณ์ที่เจอหนักหนาแค่ไหน แต่เราอยากบอกว่าจขกท. เข้ามาระบายในนี้ได้ไม่ผิดอะไรนะคะ หรือถ้าจขกท. ต้องการใครสักคนอยู่ข้างๆ อาจจะเป็นที่ปรึกษา หรือแค่ต้องการเล่าความอึดอัดให้ใครสักคนฟัง ก็สามารถคุยกับเราได้นะคะ line: fanganc


      มีเรื่องนึงที่อยากจะบอกจขกท ด้วยว่า คอมเมนต์ในกระทู้นี้อาจจะมีบางคอมเมนต์ที่อ่านแล้วรู้สึกแย่มากขึ้น อยากให้ลองปล่อยผ่านไป คิดว่าเขาไม่ได้เข้าใจในจุดที่จขกท. อยู่จริงๆนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไปหาจิตแพทย์เลย อย่างน้อยอาการจะดีขึ้นกว่านี้พอสงบสติอารมณ์ได้ค่อยมาแก้ปัญหาอื่นๆต่อน้าาา เราเข้าใจคุณนะ

      #เพื่อนร่วมโรค

      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สู้ๆนะครับ

      บางที่ความเจ็บปวดอาจช่วยให้บรรเทาจาก ความทุกทรมาน ที่เป็นอยู่ ซึ่งมันอาจเป็นวิธีที่ไม่ดีนัก แต่ตอนนั้นมันอาจเป็นวิธีที่ดีสุดสำหรับคุณก็เป็นได้ที่อยากจะระบายสิ่งที่อัดอันที่อยู่ข้างในออกมา บางสิ่งการของเรามันก็ยากที่คนอื่นจะเข้าใจ เขาอาจมองเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย หรือแค่เรียกร้องความสนใจ หากคนเขามองเราแบบนั้นก็อย่าไปใส่ใจเขาเลยครับ เขาไม่ได้รับรู้ว่าข้างในเรามันอัดแน่นไปด้วยความทุกทรมานมากแค่ไหน ไม่รู้ว่ามันหนักแค่ไหน เพราะเขาไม่เคยรับรู้ว่าเราเป็นมันหนักหน่าแค่ไหน ถ้าหากคิดว่าไม่ไหวรอง หาอะไรที่ทำแล้วปลดปล่อยความรู้สึกตัวเองออกมารองทำดูนะครับ ผมว่าใบหน้าของคุณเหมาะกับรอยยิ้มและสายตาที่มีความสุข มากกว่ารอยยิ้มที่สายตามีแต่ความเศร้าหมองนะครับ สู้นะครับหวังว่าคุณจะผ่านมันไปได้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเข้าใจนะ เราเคยเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อน เราต้องเข้าใจว่าโรคซึมเศร้านี่ยากที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้เพราะคนที่เป็นมันเเทบเหมือนคนปกติทุกอย่าง ตอนเเรกพ่อเเม่เข้าใจเราเลย เค้าถามเราตลอดว่าเราเป็นอะไรพอพูดไป ก็หาว่าเรียกร้องความสนใจ ขี้เกียจไม่อยากไปโรงเรียนบ้าง

      จนเราคิดได้ ว่าเราไม่สามารถทำให้ทุกคนเข้าใจเราได้ หันมาเปลี่ยนที่ตัวเองรักตัวเองมากๆ เเละเข้าใจคนรอบตัวถึงเขาจะไม่เข้าใจว่าเราเป็นอะไร เเต่เขาก็ห่วงใยเราในเเบบของเขา ไม่เข้าใจใช่ไม่รัก เขาพยายามช่วยเราในเเบบของเขาเเม้ว่าจะถูกหรือไม่ก็ตาม เพราะเขาไม่รู้จะปฎิบัติกับเรายังไง


      เราผู้ที่เคยผ่านจุดนั้นมาจะบอกว่าคุณเข้มเเข็งมากที่พยายามต่อสู้กับมัน เเละสำหรับคนที่ไม่เข้าใจเราไม่โกธรความไม่รู้ไม่ผิด เเต่ขอร้องอย่าได้ซ้ำเติมหรือหาว่าเรียกร้องความสนใจเพราะมันเป็นการฆ่าเขาในทางอ้อม


      ถ้าคุณมีปัญหาหรืออยากระบายมาคุณกับเราได้เพราะเองก็เคยผ่านจุดที่ยากลำบากนั้นมา

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สู้ๆนะครับ

      บางที่ความเจ็บปวดอาจช่วยให้บรรเทาจาก ความทุกทรมาน ที่เป็นอยู่ ซึ่งมันอาจเป็นวิธีที่ไม่ดีนัก แต่ตอนนั้นมันอาจเป็นวิธีที่ดีสุดสำหรับคุณก็เป็นได้ที่อยากจะระบายสิ่งที่อัดอันที่อยู่ข้างในออกมา บางสิ่งการของเรามันก็ยากที่คนอื่นจะเข้าใจ เขาอาจมองเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย หรือแค่เรียกร้องความสนใจ หากคนเขามองเราแบบนั้นก็อย่าไปใส่ใจเขาเลยครับ เขาไม่ได้รับรู้ว่าข้างในเรามันอัดแน่นไปด้วยความทุกทรมานมากแค่ไหน ไม่รู้ว่ามันหนักแค่ไหน เพราะเขาไม่เคยรับรู้ว่าเราเป็นมันหนักหน่าแค่ไหน ถ้าหากคิดว่าไม่ไหวรอง หาอะไรที่ทำแล้วปลดปล่อยความรู้สึกตัวเองออกมารองทำดูนะครับ ผมว่าใบหน้าของคุณเหมาะกับรอยยิ้มและสายตาที่มีความสุข มากกว่ารอยยิ้มที่สายตามีแต่ความเศร้าหมองนะครับ สู้นะครับหวังว่าคุณจะผ่านมันไปได้นะครับ ถ้าหากมีอะไรที่อยากระบายช่วยรับฟังให้ได้นะครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เข้าใจเลยว่าหายยากยังไง กินยาก็แล้ว คุยกับจิตแพทย์ก็แล้ว เข้ารับการสะกดจิตก็แล้ว กลายเป็นว่าทำได้แค่บรรเทาชั่วคราว พอควบคุมตัวเองไม่ได้ก็กลับมาเป็นแบบเดิมอีก เหนื่อยมาก...อธิบายไปก็ไม่มีใครเข้าใจ โผล่มาสอนนู่นนี่นั่น...ไม่ถามความรู้สึกเราสักคำ แถมสอนก็สอนแต่ที่เรารู้อยู่แล้ว


      ขอเล่าเคสของเราให้ฟังนะ เผื่อว่ามันจะช่วยอะไรเธอได้ เราหาทางเยียวยาตัวเองมา 18 ปีกว่าแล้ว


      กรณีของเราคือมีปัญหากับทางบ้าน ทะเลาะกับแม่บ่อยมาก แม่เราเวลาโมโหจะทำทุกอย่างเพื่อประจาญเรา (ถึงจะมารู้ทีหลังว่าแม่เขาก็โดนมาแบบนี้ก็เหอะ) เรารู้สึกขาดที่พึ่ง พูดกับใครก็ไม่ได้ พอมีพี่ผู้ชายคนนึงทำทีเข้ามาปลอบ สุดท้ายเขาก็หลอกข่มขืนเราอีก (เราเป็นผู้ชาย) บอกใครก็ไม่ได้


      ต้องนอนเตียงที่ตัวเองโดนข่มขืนทุกวัน

      เดินออกจากบ้านก็ต้องเห็นหน้าคนที่ขมขืนตัวเองทุกวัน

      กลับจากโรงเรียนก็โดนแม่วีนใส่ทุกวัน


      เครียด ขยะแขยง ร้องไห้ ข้างในพังจนไม่เหลือชิ้นดี พอไปพบจิตแพทย์ เขาก็ดันพูดจนเรารู้สึกอยากตาย พอกลับบ้านมาก็กรอกยาฆ่าตัวตายครั้งที่ 1 แต่เช้าวันต่อมาก็ดันรอด เลยตัดสินใจลองไปขอพบจิตแพทย์อีกที โดยที่เราขอคนรักษาที่เป็นอาจารย์สอนหมอเลย แต่อาจารย์เขาก็ดันเรียกลูกศิษย์ให้มาศึกษาเราเป็นเคสตัวอย่าง แล้วเพิ่งมานึกออกทีหลังว่าลืมถามว่าเราโอเคกับมันไหม? พอมาถามทีหลัง เรากลัวทุกอย่างรอบตัวไปเรียบร้อยแล้ว เลยตอบไปว่า "ได้" แต่พอกลับบ้านมา เราเลยตัดสินใจกินยาตายครั้งที่ 2 แต่พอตื่นมาเราก็ยังรอดอยู่ดี ถึงจะอ้วกรุนแรงเลยก็เถอะ (จนถึงทุกวันนี้แม่เราก็ยังคิดว่าเราแกล้งป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจ)


      แต่มีอย่างนึงเหมือนกันตอนที่กินยาฆ่าตัวตาย หลังจากกรอกยาเราก็ไปนอน ตั้งใจว่าหลับแล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกเลย แต่เราพบว่า 'เรากำลังกลัวที่จะตาย' ไม่อยากตาย เราแยกได้ว่านั่นไม่ใช่ความคิดที่มาจากโรคหรือความเครียด แต่ความคิดนี้เท่านั้นที่เป็นของเราจริงๆ เป็นหลักฐานของจริงที่เราไม่อยากตาย


      บางที...การกรีดแขนของเธอแล้วเอามาโพสในนี้ มันอาจเป็นหลักฐานที่บอกว่าลึกๆแล้วเธอก็ไม่อยากทำร้ายตัวเองเหมือนกันก็ได้นะ...เราเชื่อแบบนั้น ใครจะบอกว่าเรียกร้องความสนใจหรืออะไรก็ช่างแม่งเหอะ เราไม่สนคนพวกนั้นอยู่แล้ว เขาไม่โดนกับตัว สักแต่คอมเม้นเอาสะใจ


      เราเรียนต่อมัธยมปลายไม่ได้เพราะสมองเราพังกับยาที่กรอกไปเรียบร้อยแล้ว ขนาดบวกลบเลขแค่ 2 หลักบางทีใช้เวลาเกิน 1 นาที เราเลยเอาเงินที่แม่เขาเตรียมไว้ให้ต่อมหาลัย ไปเรียนทุกอย่างที่มันพอจะช่วยรักษาตัวเองได้ จิตวิทยา ระบบประสาท จิตใต้สำนึก เรียนทุกอย่างเพื่อที่จะรักษาตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งหมอพึ่งยา ตอนนี้เราเจอหลักๆอยู่สามเรื่องที่ช่วยเราได้


      1. การทำสมาธิฐานกาย (ใช้เวลาสักระยะในการฝึก)

      จิตวิทยาถ้าค้นไปลึกๆปลายทางจะไปโผล่ที่ศาสนาพุทธ เมื่อก่อนเราเกลียดศาสนาด้วยซ้ำแต่ก็ยอมเรียนเพื่อจะหาวิธีรักษาตัวเอง พอมาเจออาจารย์ดีๆถึงเพิ่งจะรู้ว่ามันเป็นวิทยาศาสตร์ แต่พวกบ้าศาสนาเอามาสอนจนมันกลายเป็นเรื่องงมงายไปซะหมด ลองอ่านคอมเม้นของเราในกระทู้นี้ดูนะ (อาจารย์ท่านสอนฟรี) https://www.dek-d.com/board/view/3914650/1/?comment=3


      2. จำลองบุคคลิกที่ตัดขาดจากอารมณ์ (คล้ายๆข้างบนแต่เน้นจินตนาการ)

      เราเองก็เป็นซึมเศร้า เธอเองก็เป็นซึมเศร้า ข้างในหัวบางทีมันก็รู้สึกสับสนตัวเองอยู่แล้ว บางทีเธออาจจะเคยได้ยินเรื่อง "ฉัน" กับ "ตัวฉัน" วิธีนี้ขอให้เธอรับรู้เอาไว้ว่าเรื่องที่เธอพบเจอทั้งหมดมันเกิดขึ้นที่ตัวฉัน ไม่ใช่ฉัน


      ตัวฉัน = มีพ่อมีแม่,มีรูปร่าง,มีชื่อ,มีความรู้สึก,กำลังเผชิญกับทุกอย่างบนโลก

      ฉัน = ไม่มีพ่อมีแม่,ไม่มีรูปร่าง,ไม่มีชื่อ,ไม่มีความรู้สึก,ทำเพียงเฝ้ามองดูตัวฉันที่กำลังเผชิญโลก


      ให้เธอลองสร้างบุคคลิก "ฉัน" ขึ้นมา ฉันจะทำได้เพียงรับรู้ว่ากำลังเจอกับอะไร ไม่มาอารมณ์เข้าไปมีส่วนร่วมในทุกเหตุการณ์ เห็นก็แค่สักว่าเห็น ไม่มีความคิด ไม่มีการตัดสิน ไม่มีการตีความ มองทุกอย่างตามความเป็นจริง แล้วพอเกิดปัญหาที่ทำให้เธอรู้สึกแย่มากๆขึ้นมา ให้สวมบท "ฉัน" เพื่อตัดขาดจากทุกอารมณ์ชั่วคราว เราใช้วิธีนี้บ่อยมากเวลาเกิดเรื่องฉุกเฉิน เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้ทำอะไรเลวร้ายไปมากกว่านี้ (ทั้งกับตัวเองหรือคนอื่น)


      3. ศึกษาส่วนประกอบของทุกอย่างจนเข้าใจมากพอ

      ข้อนี้ค่อนข้างคลุมเครือ แต่ในความหมายก็คือให้ศึกษาจิตวิทยาหรืออะไรก็ตามที่ทำให้เข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น พอถึงจุดๆนึงแล้วเธอจะสามารถแยกส่วนประกอบของมันได้ เธอจะรู้ว่าที่ร่างกายแสดงออกมาแบบนี้เพราะอะไร คนอื่นปากร้ายกับเราเพราะอะไร อะไรเป็นเบื้องหลัง อ้อ...เพราะมันคืออดีตของเขา เขาเคยเกลียดตัวเองที่เคยเป็นแบบนั้น พอเห็นเราก็เลยเกิดความรู้สึกอยากต่อว่าตัวเองขึ้นมา แต่มาลงกับเราโดยที่เขาไม่รู้ตัว (ไม่ต้องไปอธิบายให้ใครฟังนะ เพราะเขาจะไม่ยอมรับมันง่ายๆหรอก) พอเธอเข้าใจเรื่องพวกนี้มากขึ้น เธอจะเริ่มโกรธหรือรับความเครียดคนอื่นไม่เป็น เพราะลึกๆแล้วเธอจะรู้ว่าเขาทำไปเพราะอะไร


      อย่างเราเองเพราะว่าไม่มีที่พึ่งทางใจเลย พอมีโอกาศได้มีแฟน เราก็ทุ่มใจให้เขาหมด จนสุดท้ายก็ต้องเลิกกัน ด้วยเหตุผลสั้นๆว่า "เรารักตัวเองไม่เป็น" เรามองคนอื่นว่าเขาอยู่สูงกว่าเราเสมอ ไม่เห็นคุณค่าของตัวเองทั้งที่ในอดีตมันมีเพียบ แต่เราเองที่ไม่ยอมนึกถึงมัน ชอบนึกหาแต่หลักฐานว่าทำไมเราถึงสมควรมาย่ำแย่แบบนี้


      เราเลยมาเจอวิธีนึงที่ช่วยทำให้เรารู้สึกดีได้ คือสร้างประโยชน์ให้คนอื่น(แบบไม่เบียดเบียนตัวเอง) ยิ่งเรามีประสบการณ์แย่ๆมากขึ้นเท่าไหร่ แต่ถ้าเราผ่านมันไปได้ เราจะเอาไปช่วยคนอื่นได้อีกเยอะเพราะเรารู้ว่ามันแย่แค่ไหนกับการไม่รู้วิธีแก้ปัญหา ทุกครั้งที่ได้ยินเสียง "ขอบคุณ" เราจะรักตัวเองมากขึ้น เรารู้สึกมีคุณค่า เรายังขอบคุณตัวเองด้วยซ้ำที่เจอแต่เรื่องแย่ๆ แต่ก็ต้องคอยหาอาจารย์ดีๆมาปรึกษา/สอนเอาไว้ด้วยนะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการหลงตัวเอง (หลงว่าวิธีแบบเรานี่แหละถูกต้อง คนอื่นน่ะผิด จนไปทำร้ายเขาแบบไม่รู้ตัว)


      แล้วพิจารณาหาต้นเหตุของอาการตัวเองให้เจอ ว่ามักจะเกิดขึ้นตอนไหน อย่างเราเองมักจะเริ่มต้นที่ "เสียงทะเลาะ" กับการ "สัมผัสร่างกาย" เราจะเริ่มใจสั่นเพราะอดีตของเรามันเชื่อมโยงไว้แบบนั้น หาทางหลีกเลี่ยงมันไปก่อนถ้ารู้ตัวว่ายังเผชิญกับมันไม่ไหว


      ----------


      ทุกวันนี้เราควบคุมตัวเองได้แล้ว ต่อให้โกรธก็ยังมีสติควบคุมตัวเองได้อยู่ ขนาดนิยายยุคนี้ขึ้นหน้าปกขายกันแต่สายวาย (ชายxชาย) แค่เห็นปกเราก็ทรุดฮวบแล้ว แต่เราก็ฝึกจนแยกแยะและอยู่กับมันได้ในที่สุด ถึงจะไม่ขนาดกล้าเปิดอ่านก็ตาม กลัวมันก็คือกลัว...แต่เราอยู่กับมันได้


      แล้วอีกเรื่องนึงเธอจะเชื่อเราหรือไม่ก็ได้นะ แต่แนะนำให้ลบรูปที่กรีดข้อมือตัวเองออก

      1. มันจะถูกพวกเกรียนขโมยเอาไปโชว์ว่าตัวเองกำลังกรีดแขนเพื่อเรียกร้องความสนใจของจริง

      2. การคัดเลือกนักเรียน/พนักงาน/ผู้เข้าประกวด เขาจะค้นประวัติในโซเซียล(ค้นกันเก่งมาก)

      3. มีโอกาสโดนลบกระทู้สูง


      ยังไงซะวิธีพวกนี้มันก็ใช่ว่าจะได้ผลสำหรับทุกคน เธอก็ลองหาวิธีสำหรับตัวเธอเองดูแล้วกัน เราทำได้ดีที่สุดแค่นี้ ที่เหลือเธอต้องช่วยเหลือตัวเอง หาวิธีอยู่กับมันให้ได้ ขอให้พบหนทาง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      บุคคลผู้เดินผ่านมา
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มีอะไรระบายมาเลย ไม่เป็นไรนะ ยังมีเราอยู่ข้างๆ เราพร้อมรับฟัง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเองก็เคยเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ ถึงจะใช้คำว่าเคยแต่ก็ไม่ได้หายสนิท เราอาจจะไม่ได้มีปัญหาเรื่องความรักกับแฟนและครอบครัวแฟนเหมือนจขกท. แต่เรามีปัญหาความรักกับคนในครอบครัวและเพื่อนฝูงค่ะ


      ขออนุญาตเล่ากรณีของตัวเองให้ฟังเป็นตัวอย่างก่อนนะคะ

      เราอยู่กับแม่สองคนค่ะ ส่วนพ่อก็เลิกกับแม่ไปแล้วซึ่งมีเมียใหม่มีลูกใหม่เป็นที่เรียบร้อย ตั้งแต่จำความได้ เราจะได้ยินแม่เล่าให้ฟังตลอดว่าพ่อทำอะไรกับแม่บ้าง เราฟังก็รู้สึกโกรธพ่อแทนแม่ ทีแรกฟังไปก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ แต่ระยะหลังๆแม่เริ่มเล่านู่นเล่านี่แล้วก็มาใส่อารมณ์กับเรา ยิ่งเราหน้าตาคล้ายๆพ่อด้วย(ถึงคนส่วนใหญ่จะบอกว่าเราจะหน้าเหมือนแม่มากกว่าก็ตาม) บางครั้งเราทะเลาะกันแรงถึงขั้นที่แม่ไล่ให้เราไปตายก็มี ตอนป่วยก็บอกกระแดะ ทาปากเพราะปากแตกก็หาว่า- ตอนร้องไห้ก็บอกสำออย มีครั้งหนึ่งที่จำได้ไม่รู้ลืมคือตอนที่แม่บีบคอเราหวังให้เราตายจริง(แต่ไม่ตายหรอกค่ะแม่ปล่อยคอออกก่อน555)


      เราพยายามเข้าใจว่าแม่ทำงานหาเลี้ยงเราสองคนอาจจะเหนื่อยแล้วก็ลำบากมาก พยายามคิดว่าที่จริงแม่ก็รักเราแหละแต่เหนื่อยก็เลยวู่วามไปนิด แต่โดนหนักเข้าก็รู้สึกแย่ลงเรื่อยๆค่ะ แถมบอกใครก็ไม่ได้ ตอนบอกแม่ แม่ก็ทำตาเหยียดๆ แล้วด่าว่าสำออยบ้าง กระแดะบ้าง ก็เลยเลิกที่จะบอกแม่แล้วค่ะ ตอนเล่าให้เพื่อนฟัง ทีแรกเพื่อนก็เป็นเห็นใจค่ะ เราเกือบเชื่อแล้วค่ะว่าเพื่อนคนนี้ดีกับเราจริงๆ ถ้าไม่ได้ยินลับหลังว่าเขาเอาไปนินทาก่อนอ่ะนะ สมน้ำหน้าอย่างนู้นบ้างล่ะ ปัญญาอ่อนบ้างล่ะ ตอแหลบ้างล่ะ สุดท้ายก็เลยบอกเพื่อนไปว่าล้อเล่นน่ะ แล้วจากนั้นก็ไม่เคยบอกใครอีก


      แม้แต่หมอก็ยังไม่กล้าปรึกษา ไม่กล้าบอกใคร อุบไว้เป็นความลับคนเดียว เราเคยกรีดแขนตัวเองเหมือนกันค่ะ ใช้คัตเตอร์กรีด คือตอนแรกเรากลัวที่จะเจ็บมากแต่พอทำไปกลับรู้สึกว่ามันดี แบบมันเจ็บนะแต่ไม่เท่าเรื่องที่เจอมาอ่ะ ตอนนั้นเฟลมาก รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมีแค่ตัวเอง รู้สึกสิ้นหวังจนอยากฆ่าตัวตาย ในใจยับเยินแต่ใบหน้ากลับยิ้มแย้มมากค่ะ ยังสงสัยตัวเองอยู่เลยว่าทำได้ยังไง รู้สึกเหมือนเป็นบ้า เดี๋ยวก็หัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ เหมือนพวกสติไม่เต็ม555


      ปัจจุบันยังไม่หายดีหรอกค่ะ แถมเรียกได้ว่าไม่ดีขึ้นก็ได้555 แต่ตอนนี้เริ่มลดการกรีดแขนัวเองไปเพราะเราค่อนข้างติดหูฟัง ชอบที่จะเปิดเพลงฟังปล่อยให้ตัวเองผ่อนคลาย พยายามคิดทุกอย่างให้เป็นเรื่องสนุก เชื่อไหมคะตอนโดนแม่ด่า ครูบ่นเรายังยิ้ม ยังหัวเราะออกมาเลย ขนาดเห็นคนรถชนต่อหน้าต่อตายังยิ้มออก แถมตอนนี้ก็เป็นแก้ไม่หายแล้วด้วย555


      จริงๆอยากให้จขกท.ไปปรึกษาจิตแพทย์นะ แต่อีกใจก็ไม่อยากเพราะส่วนตัวเราคิด่าจิตอพทย์เองก็ไม่ได้เข้าใจเราอย่างลึกซึ้งหรอก เขามีหน้าที่ก็แค่รับฟังแล้วก็ให้ยาแค่นั้น มันมีนะจิตแพทย์ดีๆแต่คงหายาก เราเลยคิดว่าถ้าจขกท.คิดถึงช่วงเวลาที่มีความสุขกับแฟนอาจจะดีขึ้นก้ได้ ช่วงเวลาที่มีความสุขใครๆก็มีใช่ไหมล่ะ มันอาจจะน้อยแต่ก็พยายามให้ได้นะ แถมจขกท.มีพ่อแม่คอยรับฟังด้วย เราไม่บังคับให้จขกท.เล่าให้พวกท่านฟังทั้งหมดหรอกเพราะใครก็ไม่อยากให้คนที่เรารักต้องเครียด แค่เปรยๆให้ฟังถึงปัญหาก็พอ พวกเขาก็พร้อมที่จะช่วยเหลือแล้ว


      เพราะฉะนั้นพยายามเข้านะคะ เราเชื่อว่าต้องมีสักวันที่จขกท.มีความสุขที่สุดค่ะ

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป