/>

เกียวโต..เมืองที่แฟนเกมดาบ Touken Ranbu ควรไปสักครั้ง! [ยินดีให้แชร์]

วิว
#คะชู คิโยมิทสึ #toukenranbu #เกียวโต

 

เกียวโต เมืองหลวงเก่า ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จุดหมายปลายทางที่ใครต่างก็อยากไปเยือน..

 

สำหรับแฟน ๆ เกม Touken Ranbu แล้ว เกียวโตไม่ใช่แค่เมืองสวย ๆ ที่ไปเที่ยวแล้วได้ฟีลญี่ปุ่นอย่างเดียว แต่ถือเป็นเมืองที่มีทั้งศาลเจ้าที่เก็บรักษาดาบ มีสถานที่สำคัญในเกม และบางทีก็มีอีเวนท์ใหญ่ ๆ ต้องไปติ่ง ต้องไปตามรอย ต้องห้ามพลาดกันเลยทีเดียว!



 

 

อย่างที่บอกไปแล้วว่า บางครั้ง Touken Ranbu จะจัดอีเวนท์ร่วมกับเมือง หากเล็งไปให้ตรงกับช่วงที่มีงานเหล่านั้นก็จะคุ้มมาก ๆ ค่ะ

 

ช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมาก็มีทั้งงานจัดแสดงดาบที่พิพิธภัณฑ์เกียวโต Swords of Kyoto : A Special Exhibition of Master Craftsmanship from An Elegant Culture ซึ่งมีดาบที่อยู่ในเกม Touken Ranbu ถึง 23 เล่มด้วยกัน และในช่วงเดียวกันก็ยังมี Kyo no Kiseki Stamp Rally ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่รถราง Randen ผ่าน แถมด้วยงาน KYOTO NIPPON FESTIVAL ด้วย

 

เรียกได้ว่าเป็นช่วงพีคของอีเวนท์หนุ่มดาบที่พลาดแล้วจะเสียดาย อดใจไม่ไหว จึงแพ็คกระเป๋าขอตัวไปติ่งและนำเอามาเล่าย้อนหลังให้ฟังกันวันนี้นี่ล่ะค่ะ

 

 

งานจัดแสดงดาบที่พิพิธภัณฑ์เกียวโตจะแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนเอาใจแฟน ๆ ที่มีสแตนดี้หนุ่มดาบยืนเรียงรายให้ถ่ายภาพได้ มีภาพวาดใหม่เพื่องานนี้ และสินค้าพิเศษขายเฉพาะในงาน กับโซนจัดแสดงดาบจริงที่ห้ามถ่ายภาพเด็ดขาดค่ะ จริงจังขนาดยกมือถือขึ้นมาเล่นระหว่างรอคิวต่อแถวชมดาบก็อาจโดนสต๊าฟเข้ามาเตือนได้

 

ถือเป็นงานใหญ่มาก ๆ เพราะไม่ใช่แค่ดาบจากในเกม แต่ยังรวมดาบที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ไว้ถึง 200 เล่ม เลยทีเดียว ซึ่งผู้เข้าชมก็มีทั้งบุคคลทั่วไป และเหล่าซานิวะที่มากันอย่างล้นหลาม ไม่รู้ว่าเห็นผลตอบรับที่ดีมาก ๆ ขนาดนี้แล้ว ปลายปีนี้จะมีจัดอีกไหม มารอลุ้นไปด้วยกันนะคะ

 

 

ส่วน Kyo no Kiseki Stamp Rally จะเป็นการนำสมุดไปสแตมป์ตามจุดต่าง ๆ แบ่งออกเป็นหลายจุดและมีกิจกรรมให้ทำเยอะมากค่ะ ของปีล่าสุดอยู่ที่ สถานี Shijo-Omiya, Arashiyama และ Toei Kyoto Studio Park ทุกจุดจะเป็นสถานีของรถราง Randen บางคนจึงเลือกโดยสารด้วยรถรางไปเลย (แต่เราเลือกจะเดินทางด้วยรถไฟ/รถบัสและไม่ได้ไปในวันเดียวทั้งหมด)

 

 

 

ที่สถานี Shijo-Omiya จะมีเพียงแท่นสแตมป์รูป สึรุมารุ คุนินากะ เท่านั้น แต่ที่ Arashiyama จะมีทั้งแท่นสแตมป์ของหนุ่มดาบ 2 คน, คาเฟ่, สามารถนั่งชมรถรางที่ติดภาพหนุ่มดาบ และฟังเสียงประกาศในสถานีที่ใช้เสียง(คนพากย์)อิจิโกะ ฮิโตฟุริได้ด้วย นอกจากนี้ก็มีเสาพิเศษที่ใช้ลายเป็นตราหนุ่มดาบซึ่งตอนกลางคืนจะเปิดไฟ สวยมาก ๆ เลยค่ะ

 

 

ส่วน Toei Kyoto Studio Park ขอยกให้เป็นสถานที่ที่ชวดกรี๊ดสุดในแรลลี่ ซึ่งเราเผื่อเวลาสำหรับที่นี่ไว้ 3 ชั่วโมง แต่ไม่พอค่ะ เพราะจริง ๆ ก็โดดเด่นด้วยความที่เป็นสถานที่ถ่ายทำละครและภาพยนตร์ย้อนยุคอยู่แล้ว พอมาโคลาโบกับ Touken Ranbu จึงมีทั้งฉากห้องของซานิวะ ฉากห้องตีดาบ มีสแตนดี้ และคาเฟ่ด้วย เรียกได้ว่าแค่วิ่งติ่งอย่างเดียว ไม่ได้แวะไปโซนอื่น ๆ ก็หมดเวลาแล้วค่ะ

 

 

แต่ที่ดูดเวลาสุด ๆ เลยก็ คือ สิ่งนี้ค่ะ! ฉากดิจิตอลที่สามารถเลือกตัวละครหนุ่มดาบมายืน (1 หรือ 2 หนุ่ม) แล้วให้เราเข้าขึ้นไปบนฉาก เข้าไปถ่ายรูปด้วยได้ แม้ว่าแต่ละคนจะพยายามใช้เวลาให้สั้นที่สุด แต่คิวก็ยังยาวมากกก อยู่ดี

 

ที่นี่ก็จะมีแท่นสแตมป์ของ 3 หนุ่มที่เหลือค่ะ เมื่อสแตมป์จนครบ 6 ดวงแล้วสามารถนำไปยื่นกับพนักงานเพื่อแลกเข็มกลัดที่ระลึกได้เลย

 

 

อีกหนึ่งอีเวนท์ในช่วงนั้นก็คือ KYOTO NIPPON FESTIVAL จัดที่ Kitano Tenmangu มีโคลาโบกับ Keyakizaka46 ด้วยนะคะ แต่เราเลือกซื้อแค่แฟ้มและสมุดสแตมป์ของหนุ่มดาบ ฮิเกะคิริ

 

 

เล่าถึงอีเวนท์มายาวมาก ๆ แล้ว แต่บอกเลยว่าต่อให้ไม่มีอีเวนท์ใด ๆ เกียวโตก็ยังคงเป็นสถานที่ที่อยากจะแนะนำให้แฟนเกม Touken Ranbu ไปอยู่ดีค่ะ เพราะยังมีศาลเจ้า หรือ จะเรียกว่า “บ้านของหนุ่มดาบ” ก็ได้ ให้เราไปเยือน

 

ทั้งศาลเจ้าคิตาโนะเทนมังงู (Kitano Tenmangu), วัดไดคาคุ (Daikaku-ji) ศาลเจ้าอาวาตะ (Awata Jinja), ศาลเจ้าเคงคุน (Kenkun Jinja), ศาลเจ้าฟุจิโมริ (Fujimori Jinja) ฯลฯ ถ้าโชคดี (หรือตั้งใจไปให้ตรง) ก็อาจจะได้ดูดาบจริง หรือดาบจำลองที่ทางศาลเจ้าเก็บรักษาไว้ด้วยค่ะ

 

 

นอกเหนือจากเหตุผลของการติ่งแล้ว วัด/ศาลเจ้าเหล่านี้ยังมีบรรยากาศดี เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อนสงบจิตใจ ชมนกชมไม้ ถ่ายรูปสวย ๆ และขอพร ให้โชคดีกดกาชาแล้วไม่เกลือ…(อ้าว กลับมาเหตุผลติ่งจนได้)

 

ศาลเจ้าส่วนใหญ่จะปิดทำการค่อนข้างไว หากจะไปที่ไหนต้องเช็คเวลา และวางแพลนให้ดี ๆ นะคะ

 

 

การไปศาลเจ้าหลาย ๆ แห่งในเกียวโต ถ้าเดินทางด้วยรถบัสจะสะดวกกว่ารถไฟ สำหรับคนที่ไม่เคยใช้รสบัสในญี่ปุ่นอาจจะกังวลเล็กน้อย ว่าขึ้นยากมั้ย จะหลงทางหรือเปล่า.. ก็อาจจะหลงค่ะ (ฮา) แต่จริง ๆ ที่ป้ายรถมีภาษาอังกฤษนะคะ ถ้าเริ่มดูป้ายเข้าใจก็จะง่ายขึ้นค่ะ ทางที่ดีแนะนำให้ซื้อ PASS ของบัสค่ะ 600 เยน ในหนึ่งวันจะขึ้นได้ไม่จำกัดรอบ เพราะฉะนั้นถึงจะหลงก็ไม่ต้องกลัว

 

 

สำหรับใครที่อ่านจบแล้วอยากไปมาก ๆ แต่งบยังไม่ถึง ก็ไม่ต้องเสียใจ ..เพราะหนุ่มคะชู คิโยมิตสึ เขาก็จะมาหา มาให้เราติ่งถึงไทยกันแล้วค่ะ!!

 

 
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป